Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 59 ตอบแทนบุญคุณ

    ณคฤหาสน์ของเขมิกา วันนี้เป็นวันที่สามหลังจากไตรภพได้เข้ามาในที่แห่งนี้เขมิกาได้รับโทรศัพท์ด่วนจากมีนาให้รีบกลับมาที่คฤหาสน์โดยด่วนสาเหตุเนื่องจากอาการของชัชชาติที่จู่ ๆ ทรุดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

     

    “ทำไมพ่อเป็นแบบนี้เมื่อวานยังดี ๆ อยู่นี่”

     

    เขมิกาพูดเสียงดังหันไปถามแพทย์ประจำตัวที่กำลังตรวจอาการชัชชาติอยู่จากเดิมชัชชาติได้ใช้ช่วยเครื่องหายใจบ้าง ไม่ได้ใช้ตลอดเวลา แต่ว่าตอนนี้สายต่างๆ ล้วนระโยงรยางค์เต็มเติมของชัชชาติ มองไปคล้ายกับเขาอยู่ในห้อง ICU

     

    “คุณเขมิกาครับจู่ ๆ ท่านชัชชาติก็หายใจติดขัดจากผลเอ็กซเรย์ปอดแล้วกลับไม่พบอะไรที่ผิดปกติเลยครับแต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมอาการถึงทรุดหนักลงเรื่อย ๆ แบบนี้อีก ทางที่ดีผมว่าคุณเขมิการีบส่งท่านชัชชาติไปโรงพยาบาลดีกว่าครับ”

     

    แพทย์ประจำตัวที่รักษาอาการชัชชาติมาเนิ่นนานเอ่ยอย่างกังวลใจเขาเป็นคนที่รู้ดีเรื่องอาการชัชชาติมากที่สุดแต่ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบเกี่ยวกับโรคที่ชัชชาติเป็นได้ แม้จะระดมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในระดับจังหวัดมาหลายสิบคนแล้วก็ตาม

     

    “พี่เขม คุณลุง…”

     

    เฮือกกกกกกกกก

     

    มีนาชี้ไปทางชัชชาติที่บัดนี้เหมือนจะหายใจไม่ออกอีกครั้งเขมิกาที่ยังไม่เคยประสบเหตุการณ์มองอย่างตกใจ น้ำตาไหลอย่างไม่รู้ตัวรีบคว้ามือแพทย์ประจำตัวที่แก่คราวปู่ให้รีบช่วยเหลือพ่อของเธอ

     

    “อาการทรุดลงเรื่อยๆ คุณเขมิกาถอยหน่อยครับ ผมต้องปั้มหัวใจ”

     

    แพทย์รีบเอาเครื่องปั้มหัวใจขึ้นมาต่อวงจรทุกอย่าง จากนั้นลงมือปั้มหัวใจของชัชชาติอยู่หลายทีชีพจรของชัชชาติบนหน้าปัดสวิงขึ้นลงไปมา

     

    “พ่อคะ”

     

    ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดติ๊ดดดดดดดดดดดดด

     

    เครื่องอ่านชีพจรจากหยึกหยักไปมาเป็นเส้นตรงยาวทุกคนมองดูด้วยใบหน้าถอดสีความหมายของสัญลักษณ์บนเครื่องนี้หมายความว่าชัชชาติได้จากไปแล้ว

     

    “หมอเสียใจด้วยครับคุณท่านได้เสียชีวิตแล้ว”

     

    แพทย์ประจำตัวพูดเสียงต่ำถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองร่างชัชชาติด้วยร่างสั่นเทิ้มไม่แตกต่างจากเขมิกาและมีนา

     

    “ไม่จริงงพ่อคะ”

     

    เขมิกาเดินโซซัดโซเซเข้าไปหาชัชชาติกุมมือพ่อของเธอขึ้นมาไว้บริเวณหน้าอกข้างซ้าย น้ำตาไหลรินลงบนร่างกายชัชชาติทันใดนั้นเองปาฏิหาริย์ก็ได้เกิดขึ้น

     

    ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

     

    จู่ ๆ ชีพจรบนเครื่องวัดจากที่เป็นเส้นตรงได้กลับมาสลับขึ้นลงอีกครั้ง แพทย์ประจำตัวรีบปรี่เข้าไปหาชัชชาติวัดชีพจรทันที

     

     

    “ฟะ ฟื้นแล้วเป็นไปได้อย่างไรกัน”

     

    เขารีบฉีดยากระตุ้นหัวใจพยายามเช็คร่างกายของชัชชาติอีกครั้งหนึ่ง ร่างกายที่จากไปเมื่อครู่นี้ตอนนี้กลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง

     

    “พ่อคะ”

     

    เขมิกาดูจอวัดชีพจรที่เต้นลงสม่ำเสมอด้วยความผ่อนคลายหลังจากที่แพทย์ได้ทำการเช็คร่างกายของชัชชาติเป็นเวลากว่าสามสิบนาทีแล้วจึงได้วินิจฉัยว่าอาการของชัชชาติได้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ช่วงนี้อย่าได้นิ่งนอนใจต้องเฝ้าระวังให้ดีตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

     

    “คุณเขมิกาผมคิดว่าควรจะให้คุณท่านอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลดีกว่านะคะ”

     

    “ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้”

     

    เขมิกาพยักหน้าให้มีนาเรียกรถพยาบาลเธอเหลือบมองไปที่ผู้เป็นพ่ออีกครั้งด้วยสายตาที่แตกต่างจากเดิม เมื่อครู่นี้เธอเห็นอะไรบางอย่างที่เหลือเชื่อ

     

    เขมิกาเห็นเหมือนเงาสีดำขนาดใหญ่ออกมาจากร่างกายชัชชาติมีรูปร่างคล้ายคน แต่ไม่เห็นหน้าตาที่ชัดเจน คล้ายกับเป็นพลังงานบางอยู่ทันทีที่เธอจับร่างกายของพ่อเธอตอนนั้น จู่ ๆ เงาสีดำก็จางหายไป คล้ายกับตื่นกลัว

     

    นอกจากนี้เขมิกาก็เห็นเหมือนพลังงานสีม่วงออกจากร่างกายของเธอไปจัดการกับเงาร่างสีดำนั้น เธอไม่รู้ว่าภาพที่เธอเห็นนั้นคืออะไรกันแน่แต่มันเกิดเพียงแวบเดียวจริง ๆ คล้ายกับความฝัน

     

    กลับมาทางไตรภพตอนนี้กำลังนั่งสกัดยาอยู่ในหอพักห้องนอนตัวเองอยู่เขาต้องการที่จะคิดค้นสูตรยาใหม่ ๆเสริมสรรพคุณให้กับสินค้าทั้งสามตัวที่กำลังจะผลิตในเดือนหน้า จู่ ๆเขาก็นึกถึงเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา

     

    “วันนี้วันที่สามแล้วสินะ”

     

    ที่แท้ในวันนั้นที่คฤหาสน์ของเขมิกา ตอนที่ไตรภพกำลังจะแยกกับเขมิกาเขาได้ใช้พลังลมปราณแผ่พุ่งไปที่ร่างของเขมิกาเพื่อให้กักเก็บพลังลมปราณเขาไว้ชั่วขณะ ลมปราณนี้จะถูกปลดปล่อยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสสิ่งชั่วร้ายนี่จึงเป็นเหตุผลที่ร่างกายของเขมิกาทำปฏิกิริยากับร่างชัชชาติ

     

    ที่จริงแล้วไตรภพก็เป็นห่วงหญิงสาวถึงอย่างไรเธอก็นับเป็นผู้หญิงของเขา แม้จะไม่ได้รักก็ตามแต่จะทนให้พ่อของเธอตายต่อหน้าต่อตา เขาก็คงไม่ใช่คนใจร้ายถึงขนาดนั้น

     

    ฟู่

     

    ไตรภพกำลังปรุงยาจากโสมหิมะอายุหนึ่งร้อยปีจำนวนยี่สิบต้นที่พึ่งได้รับจากจักรภพ ตอนนี้เขาได้รู้ข้อมูลมาว่า โสมหิมะของบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถขาดตลาดไม่มีแม้แต่ต้นเดียว คล้ายกับมีใครบางคนกว้านซื้อไปทั้งยังบังคับไม่ให้บริษัทขายโสมหิมะแล้วด้วย

     

    แต่โชคดีที่จักรภพซื้อโสมหิมะมาก่อนหน้านั้นหนึ่งวันใช้เงินซื้อโสมหิมะตามที่ไตรภพได้สั่งไว้ ได้จำนวนโสมหิมะทั้งหมดครบตามจำนวนพอดี

     

    “ลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับ 8”

     

    “ลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับ 9”

     

    “ฟู่อีกเพียงหนึ่งระดับเท่านั้น ก็จะสามารถตัดผ่านไปสู่ลมปราณชนชั้นสีครามได้”

     

    ไตรภพถอนหายใจอย่างวิตกกังวลบัดนี้โสมหิมะไม่สามารถหาซื้อได้แล้ว แม้เขาจะให้จักรภพหาแหล่งขายโสมหิมะก็ตามแต่เขารู้สึกลึก ๆ ว่าเหตุการณ์การกว้านซื้อโสมหิมะทั่วภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่นั้น ดูจะไม่ใช่เรื่องปกติ

     

    กริ๊ง กริ๊ง

     

    “ฮัลโหลฉันไตรภพ นั่นใคร”

     

    ไตรภพเอ่ยถามปลายสายเมื่อเห็นเบอร์แปลกได้โทรเข้ามา เสียงนั้นเป็นเสียงผู้ชายวัยกลางคน ไตรภพคุ้นเคยกับเสียงนี้มาก

     

    “คุณไตรภพผมเอง มงคล”

     

    “อ่าว คุณมงคลว่ายังไงครับ”

     

    ไตรภพเปลี่ยนเสียงจากนิ่งเฉยเป็นกระตือรือร้นเขาเองก็ไม่ได้คุยกับมงคลมานานแล้ว ตอนนี้เขามีความรู้สึกดีให้กับมงคลหากไม่ได้มงคล ตอนนี้แม่เขาอาจจะไม่มีความสุขแบบทุกวันนี้ก็ได้

     

    “ผมมีเรื่องขอร้องครับ”

     

    มงคลเล่าเรื่องราวออกมาเขาอยากจะให้ไตรภพไปรักษาคน ๆ หนึ่ง ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อของเขาแม้เขาจะเป็นแค่ลูกภรรยาน้อย ไม่ได้ไปมาหาสู่กับบ้านใหญ่ก็ตามแต่สายสัมพันธ์พ่อกับลูกก็ยังคงอยู่ ยิ่งมารู้ว่าอาการของพ่อเขาทรุดหนักลงเรื่อย ๆเขาก็ยิ่งวิตกกังวล หมดหนทางที่จะรักษาจึงมาขอให้ไตรภพช่วย

     

    หากแพทย์ทั่วแผ่นดินไม่สามารถรักษาได้ด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันเท่ากับว่าหมดหนทางรักษา แต่สำหรับมงคลหลังจากเขาได้สัมผัสกับไตรภพเขารู้ดีว่ายังคงมีความหวังที่จะรักษาพ่อของเขาอยู่

     

    “ได้สิบอกวันและเวลาได้เลย”

     

    “อาการพ่อของผมไม่ค่อยดีคุณไตรภพพอจะไปได้โดยเร็วที่สุดไหมครับ”

     

    “ไม่มีปัญหา”

     

    ไตรภพพลางคิดถึงว่ามีเรียนอีกสองวันคือ วันพฤหัสบดีและวันศุกร์ แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร การลาหยุดไม่ใช่เรื่องหนักหนาเขาเองก็อยากจะตอบแทนมงคลบ้าง จึงตอบรับไป

     

    “เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมและวัชริศจะไปรับคุณไตรภพนะครับ”

     

    “แล้วเจอกัน”

     

    หลังจากพูดคุยคร่าวๆ ไตรภพจึงวางสายลง เขาได้บอกวัศพลและทัดดนัยว่าจะลาหยุดทั้งยังฝากจดหมายลาให้กับเพื่อนเขาไว้ด้วย

     

    เช้าวันรุ่งขึ้นรถเบนซ์ S Classได้จอดที่หน้าหอพักเขา ทัดดนัยและวัศพลที่กำลังดูดบุหรี่บริเวณระเบียงห้องก้มหน้าลงมามองด้านล่าง เห็นชายสองคนโค้งให้ไตรภพก่อนที่จะเปิดประตูให้ไตรภพนั่งด้านหลัง

     

    “S Class รุ่น Limited ด้วย รวยชิบ ไตรภพนี่ไม่ธรรมดาเลย”

     

    วัศพลพ่นควันบุหรี่พูดลอย ๆ ออกมา ในขณะที่เขากำลังเหลือบไปมองทัดดนัยเขาเห็นทัดดนัยเหมือนตกอยู่ในภวังค์บางอย่าง จึงสะกิดเพื่อนของเขา

     

    “เฮ้ย เป็นไรวะนายรู้จัก ?”

     

    “รู้สิฉันก็คิดตั้งนานว่าใคร นั่น คุณมงคล เจ้าของศูนย์เบนซ์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดไงบ้านฉันซื้อขายรถกับเขาตั้งหลายคัน”

     

    บ้านของทัดดนัยก็ทำธุรกิจขายรถยนต์มือสองค่อนข้างกว้างขวางในวงการธุรกิจรถยนต์ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะรู้จักมักคุ้นกับมงคล

     

    ทั้งสองคนล้วนสงสัยในความเป็นมาของไตรภพเป็นอย่างยิ่งแม้จะรู้ว่าบ้านไตรภพค่อนข้างจะมีฐานะ แต่ก็มีเพียงแค่ธุรกิจร้านอาหารเท่านั้นแล้วทำไมถึงมีความสัมพันธ์กับมงคลทั้งยังเป็นความสัมพันธ์ที่เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาอีกด้วย

     

    บนรถยนต์ไตรภพนั่งด้านหลังกับมงคล เขาสัมผัสได้ว่าทั้งมงคลและวัชริศได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับที่สองแล้วหลังจากที่เขาได้ให้เม็ดยากับทั้งสองคนไป

     

    ระยะเวลาเดินทางหากขับรถยนต์จากจังหวัดน่านไปเชียงใหม่จะใช้ระยะเวลาประมาณสี่ชั่วโมง แต่ด้วยสมรรถนะของรถยนต์ยุโรป S Classใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมงก็ได้มาถึงจังหวัดเชียงใหม่แล้ว

     

    ในระหว่างทางไตรภพได้สอบถามสารทุกข์สุขดิบต่างๆ ทั้งยังพูดคุยเรื่องธุรกิจที่ไตรภพกำลังจะทำ โดยมงคลได้ขอหุ้นด้วยโดยจะลงเงินสดจำนวนหนึ่งร้อยล้านบาท แลกกับหุ้น 10 %

     

    ตอนนี้กิจการของมงคลเฟื่องฟูมากขยับขยายออกไปหลายจังหวัด ทำให้ธุรกิจหลักร้อยล้าน เริ่มจะแตะที่หลักพันล้านแล้วเงินสดของเขาที่เสียให้ไตรภพไปหกสิบล้าน กลับได้คืนมาหลายเท่าเขาจึงมีเงินสดหนึ่งร้อยล้านบาทที่สามารถลงทุนเป็นเงินเย็นได้

     

    “หนึ่งร้อยล้านบาทกับ10 %มันไม่น้อยไปหรอกหรอ”

     

    ไตรภพยักคิ้วขึ้นแม้ตอนนี้บริษัทของเขาจะจดทะเบียนด้วยเงินทุนหนึ่งร้อยล้านบาทตามเงินที่ไตรภพสมทบให้กับกันยาแต่กลับได้รับเงินลงทุนเพิ่มอีกหนึ่งร้อยล้านบาทมาหากเขายินดีรับข้อเสนอนี้จะทำให้เงินทุนของบริษัทเขากลายเป็นสองร้อยล้านบาททันทีนั่นหมายความว่ากิจการจะสามารถขยับขยายเติบโตได้มากกว่าเดิมถึงสองเท่า

     

    จริงอยู่ที่เงินจำนวนหนึ่งร้อยล้านบาทไตรภพไม่ได้ขัดสน เขาสามารถดึงเงินที่ให้จักรภพไปสามร้อยล้านบาทมาได้แต่เขาก็ไม่ต้องการจะดึงเงินส่วนนั้นมา เพราะโครงการภัตตาคารจักรพรรดิก็สำคัญไม่แพ้กัน

     

    “ถึงแล้วครับคุณไตรภพ”

     

    ไตรภพมองผ่านกระจกประตูบานใหญ่สีทางกะด้วยสายตายาวประมาณหกเมตร มีป้อมยามอยู่สองป้อมซ้ายขวาตรงประตูเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใส่ชุดและหมวกสีขาวเดินมาตะเบ๊ะให้กับรถของมงคล

     

    “สวัสดีครับคุณมงคล”

     

    “อืมฉันมาหาพ่อ”

     

    “เชิญเลยครับ”

     

    เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปล่อยให้รถเบนซ์สีดำผ่านเข้าไปไตรภพมองถนนภายในคฤหาสน์ด้วยความสนใจ จากประตูหน้าบ้านขับเข้าไปกว่าหนึ่งกิโลเมตรก็ยังไม่พบเจอตัวบ้านข้างทางเป็นสวนและบ่อขุดขนาดใหญ่

     

    “กว้างขวางไม่น้อยเลยนะเนี่ย”

     

    “ครับประมาณหนึ่งร้อยไร่ ถ้าผมจำไม่ผิด”

     

    รถแล่นมาจดถึงคฤหาสน์สองชั้นขนาดใหญ่หน้าคฤหาสน์มีน้ำพุให้วนรถ รถยนต์ได้จอดตรงหน้าประตูทางเข้าพอดิบพอดี

     

    “สวัสดีครับคุณอา”

     

    “สวัสดีจิรุจ”

     

    มงคลเปิดประตูลงไปเห็นผู้เป็นหลานกำลังยืนรอตนอยู่ เขายิ้มให้อย่างอบอุ่นเขาเองไม่มีลูกหลานจึงเอ็นดูลูกของพี่ชายต่างแม่เป็นพิเศษ

     

    “มานี่สิอาจะแนะนำให้รู้จักกับหมอที่อาเชิญมา”

     

    ไตรภพเปิดประตูก้าวลงจากรถด้วยความสง่างามโดยมีวัชริศเปิดประตูให้ ทันทีที่ลงจากรถสายตาของเขาและจิรุจก็ได้ประสานกัน

     

    “นี่นายนี่เอง / แกนี่เอง”

     

    “รู้จักกันด้วยหรอ?”

    คล้ายกับเรื่องEmperor of the Immortal God ที่คุณอ่าน