ณคฤหาสน์ของเขมิกา วันนี้เป็นวันที่สามหลังจากไตรภพได้เข้ามาในที่แห่งนี้เขมิกาได้รับโทรศัพท์ด่วนจากมีนาให้รีบกลับมาที่คฤหาสน์โดยด่วนสาเหตุเนื่องจากอาการของชัชชาติที่จู่ ๆ ทรุดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
“ทำไมพ่อเป็นแบบนี้เมื่อวานยังดี ๆ อยู่นี่”
เขมิกาพูดเสียงดังหันไปถามแพทย์ประจำตัวที่กำลังตรวจอาการชัชชาติอยู่จากเดิมชัชชาติได้ใช้ช่วยเครื่องหายใจบ้าง ไม่ได้ใช้ตลอดเวลา แต่ว่าตอนนี้สายต่างๆ ล้วนระโยงรยางค์เต็มเติมของชัชชาติ มองไปคล้ายกับเขาอยู่ในห้อง ICU
“คุณเขมิกาครับจู่ ๆ ท่านชัชชาติก็หายใจติดขัดจากผลเอ็กซเรย์ปอดแล้วกลับไม่พบอะไรที่ผิดปกติเลยครับแต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมอาการถึงทรุดหนักลงเรื่อย ๆ แบบนี้อีก ทางที่ดีผมว่าคุณเขมิการีบส่งท่านชัชชาติไปโรงพยาบาลดีกว่าครับ”
แพทย์ประจำตัวที่รักษาอาการชัชชาติมาเนิ่นนานเอ่ยอย่างกังวลใจเขาเป็นคนที่รู้ดีเรื่องอาการชัชชาติมากที่สุดแต่ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบเกี่ยวกับโรคที่ชัชชาติเป็นได้ แม้จะระดมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในระดับจังหวัดมาหลายสิบคนแล้วก็ตาม
“พี่เขม คุณลุง…”
เฮือกกกกกกกกก
มีนาชี้ไปทางชัชชาติที่บัดนี้เหมือนจะหายใจไม่ออกอีกครั้งเขมิกาที่ยังไม่เคยประสบเหตุการณ์มองอย่างตกใจ น้ำตาไหลอย่างไม่รู้ตัวรีบคว้ามือแพทย์ประจำตัวที่แก่คราวปู่ให้รีบช่วยเหลือพ่อของเธอ
“อาการทรุดลงเรื่อยๆ คุณเขมิกาถอยหน่อยครับ ผมต้องปั้มหัวใจ”
แพทย์รีบเอาเครื่องปั้มหัวใจขึ้นมาต่อวงจรทุกอย่าง จากนั้นลงมือปั้มหัวใจของชัชชาติอยู่หลายทีชีพจรของชัชชาติบนหน้าปัดสวิงขึ้นลงไปมา
“พ่อคะ”
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดติ๊ดดดดดดดดดดดดด
เครื่องอ่านชีพจรจากหยึกหยักไปมาเป็นเส้นตรงยาวทุกคนมองดูด้วยใบหน้าถอดสีความหมายของสัญลักษณ์บนเครื่องนี้หมายความว่าชัชชาติได้จากไปแล้ว
“หมอเสียใจด้วยครับคุณท่านได้เสียชีวิตแล้ว”
แพทย์ประจำตัวพูดเสียงต่ำถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองร่างชัชชาติด้วยร่างสั่นเทิ้มไม่แตกต่างจากเขมิกาและมีนา
“ไม่จริงงพ่อคะ”
เขมิกาเดินโซซัดโซเซเข้าไปหาชัชชาติกุมมือพ่อของเธอขึ้นมาไว้บริเวณหน้าอกข้างซ้าย น้ำตาไหลรินลงบนร่างกายชัชชาติทันใดนั้นเองปาฏิหาริย์ก็ได้เกิดขึ้น
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
จู่ ๆ ชีพจรบนเครื่องวัดจากที่เป็นเส้นตรงได้กลับมาสลับขึ้นลงอีกครั้ง แพทย์ประจำตัวรีบปรี่เข้าไปหาชัชชาติวัดชีพจรทันที
“ฟะ ฟื้นแล้วเป็นไปได้อย่างไรกัน”
เขารีบฉีดยากระตุ้นหัวใจพยายามเช็คร่างกายของชัชชาติอีกครั้งหนึ่ง ร่างกายที่จากไปเมื่อครู่นี้ตอนนี้กลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง
“พ่อคะ”
เขมิกาดูจอวัดชีพจรที่เต้นลงสม่ำเสมอด้วยความผ่อนคลายหลังจากที่แพทย์ได้ทำการเช็คร่างกายของชัชชาติเป็นเวลากว่าสามสิบนาทีแล้วจึงได้วินิจฉัยว่าอาการของชัชชาติได้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ช่วงนี้อย่าได้นิ่งนอนใจต้องเฝ้าระวังให้ดีตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
“คุณเขมิกาผมคิดว่าควรจะให้คุณท่านอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลดีกว่านะคะ”
“ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้”
เขมิกาพยักหน้าให้มีนาเรียกรถพยาบาลเธอเหลือบมองไปที่ผู้เป็นพ่ออีกครั้งด้วยสายตาที่แตกต่างจากเดิม เมื่อครู่นี้เธอเห็นอะไรบางอย่างที่เหลือเชื่อ
เขมิกาเห็นเหมือนเงาสีดำขนาดใหญ่ออกมาจากร่างกายชัชชาติมีรูปร่างคล้ายคน แต่ไม่เห็นหน้าตาที่ชัดเจน คล้ายกับเป็นพลังงานบางอยู่ทันทีที่เธอจับร่างกายของพ่อเธอตอนนั้น จู่ ๆ เงาสีดำก็จางหายไป คล้ายกับตื่นกลัว
นอกจากนี้เขมิกาก็เห็นเหมือนพลังงานสีม่วงออกจากร่างกายของเธอไปจัดการกับเงาร่างสีดำนั้น เธอไม่รู้ว่าภาพที่เธอเห็นนั้นคืออะไรกันแน่แต่มันเกิดเพียงแวบเดียวจริง ๆ คล้ายกับความฝัน
กลับมาทางไตรภพตอนนี้กำลังนั่งสกัดยาอยู่ในหอพักห้องนอนตัวเองอยู่เขาต้องการที่จะคิดค้นสูตรยาใหม่ ๆเสริมสรรพคุณให้กับสินค้าทั้งสามตัวที่กำลังจะผลิตในเดือนหน้า จู่ ๆเขาก็นึกถึงเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา
“วันนี้วันที่สามแล้วสินะ”
ที่แท้ในวันนั้นที่คฤหาสน์ของเขมิกา ตอนที่ไตรภพกำลังจะแยกกับเขมิกาเขาได้ใช้พลังลมปราณแผ่พุ่งไปที่ร่างของเขมิกาเพื่อให้กักเก็บพลังลมปราณเขาไว้ชั่วขณะ ลมปราณนี้จะถูกปลดปล่อยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสสิ่งชั่วร้ายนี่จึงเป็นเหตุผลที่ร่างกายของเขมิกาทำปฏิกิริยากับร่างชัชชาติ
ที่จริงแล้วไตรภพก็เป็นห่วงหญิงสาวถึงอย่างไรเธอก็นับเป็นผู้หญิงของเขา แม้จะไม่ได้รักก็ตามแต่จะทนให้พ่อของเธอตายต่อหน้าต่อตา เขาก็คงไม่ใช่คนใจร้ายถึงขนาดนั้น
ฟู่
ไตรภพกำลังปรุงยาจากโสมหิมะอายุหนึ่งร้อยปีจำนวนยี่สิบต้นที่พึ่งได้รับจากจักรภพ ตอนนี้เขาได้รู้ข้อมูลมาว่า โสมหิมะของบริษัทสมุนไพรหมื่นโอสถขาดตลาดไม่มีแม้แต่ต้นเดียว คล้ายกับมีใครบางคนกว้านซื้อไปทั้งยังบังคับไม่ให้บริษัทขายโสมหิมะแล้วด้วย
แต่โชคดีที่จักรภพซื้อโสมหิมะมาก่อนหน้านั้นหนึ่งวันใช้เงินซื้อโสมหิมะตามที่ไตรภพได้สั่งไว้ ได้จำนวนโสมหิมะทั้งหมดครบตามจำนวนพอดี
“ลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับ 8”
“ลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับ 9”
“ฟู่อีกเพียงหนึ่งระดับเท่านั้น ก็จะสามารถตัดผ่านไปสู่ลมปราณชนชั้นสีครามได้”
ไตรภพถอนหายใจอย่างวิตกกังวลบัดนี้โสมหิมะไม่สามารถหาซื้อได้แล้ว แม้เขาจะให้จักรภพหาแหล่งขายโสมหิมะก็ตามแต่เขารู้สึกลึก ๆ ว่าเหตุการณ์การกว้านซื้อโสมหิมะทั่วภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่นั้น ดูจะไม่ใช่เรื่องปกติ
กริ๊ง กริ๊ง
“ฮัลโหลฉันไตรภพ นั่นใคร”
ไตรภพเอ่ยถามปลายสายเมื่อเห็นเบอร์แปลกได้โทรเข้ามา เสียงนั้นเป็นเสียงผู้ชายวัยกลางคน ไตรภพคุ้นเคยกับเสียงนี้มาก
“คุณไตรภพผมเอง มงคล”
“อ่าว คุณมงคลว่ายังไงครับ”
ไตรภพเปลี่ยนเสียงจากนิ่งเฉยเป็นกระตือรือร้นเขาเองก็ไม่ได้คุยกับมงคลมานานแล้ว ตอนนี้เขามีความรู้สึกดีให้กับมงคลหากไม่ได้มงคล ตอนนี้แม่เขาอาจจะไม่มีความสุขแบบทุกวันนี้ก็ได้
“ผมมีเรื่องขอร้องครับ”
มงคลเล่าเรื่องราวออกมาเขาอยากจะให้ไตรภพไปรักษาคน ๆ หนึ่ง ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อของเขาแม้เขาจะเป็นแค่ลูกภรรยาน้อย ไม่ได้ไปมาหาสู่กับบ้านใหญ่ก็ตามแต่สายสัมพันธ์พ่อกับลูกก็ยังคงอยู่ ยิ่งมารู้ว่าอาการของพ่อเขาทรุดหนักลงเรื่อย ๆเขาก็ยิ่งวิตกกังวล หมดหนทางที่จะรักษาจึงมาขอให้ไตรภพช่วย
หากแพทย์ทั่วแผ่นดินไม่สามารถรักษาได้ด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันเท่ากับว่าหมดหนทางรักษา แต่สำหรับมงคลหลังจากเขาได้สัมผัสกับไตรภพเขารู้ดีว่ายังคงมีความหวังที่จะรักษาพ่อของเขาอยู่
“ได้สิบอกวันและเวลาได้เลย”
“อาการพ่อของผมไม่ค่อยดีคุณไตรภพพอจะไปได้โดยเร็วที่สุดไหมครับ”
“ไม่มีปัญหา”
ไตรภพพลางคิดถึงว่ามีเรียนอีกสองวันคือ วันพฤหัสบดีและวันศุกร์ แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร การลาหยุดไม่ใช่เรื่องหนักหนาเขาเองก็อยากจะตอบแทนมงคลบ้าง จึงตอบรับไป
“เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมและวัชริศจะไปรับคุณไตรภพนะครับ”
“แล้วเจอกัน”
หลังจากพูดคุยคร่าวๆ ไตรภพจึงวางสายลง เขาได้บอกวัศพลและทัดดนัยว่าจะลาหยุดทั้งยังฝากจดหมายลาให้กับเพื่อนเขาไว้ด้วย
เช้าวันรุ่งขึ้นรถเบนซ์ S Classได้จอดที่หน้าหอพักเขา ทัดดนัยและวัศพลที่กำลังดูดบุหรี่บริเวณระเบียงห้องก้มหน้าลงมามองด้านล่าง เห็นชายสองคนโค้งให้ไตรภพก่อนที่จะเปิดประตูให้ไตรภพนั่งด้านหลัง
“S Class รุ่น Limited ด้วย รวยชิบ ไตรภพนี่ไม่ธรรมดาเลย”
วัศพลพ่นควันบุหรี่พูดลอย ๆ ออกมา ในขณะที่เขากำลังเหลือบไปมองทัดดนัยเขาเห็นทัดดนัยเหมือนตกอยู่ในภวังค์บางอย่าง จึงสะกิดเพื่อนของเขา
“เฮ้ย เป็นไรวะนายรู้จัก ?”
“รู้สิฉันก็คิดตั้งนานว่าใคร นั่น คุณมงคล เจ้าของศูนย์เบนซ์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดไงบ้านฉันซื้อขายรถกับเขาตั้งหลายคัน”
บ้านของทัดดนัยก็ทำธุรกิจขายรถยนต์มือสองค่อนข้างกว้างขวางในวงการธุรกิจรถยนต์ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะรู้จักมักคุ้นกับมงคล
ทั้งสองคนล้วนสงสัยในความเป็นมาของไตรภพเป็นอย่างยิ่งแม้จะรู้ว่าบ้านไตรภพค่อนข้างจะมีฐานะ แต่ก็มีเพียงแค่ธุรกิจร้านอาหารเท่านั้นแล้วทำไมถึงมีความสัมพันธ์กับมงคลทั้งยังเป็นความสัมพันธ์ที่เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาอีกด้วย
บนรถยนต์ไตรภพนั่งด้านหลังกับมงคล เขาสัมผัสได้ว่าทั้งมงคลและวัชริศได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรับร่างกายระดับที่สองแล้วหลังจากที่เขาได้ให้เม็ดยากับทั้งสองคนไป
ระยะเวลาเดินทางหากขับรถยนต์จากจังหวัดน่านไปเชียงใหม่จะใช้ระยะเวลาประมาณสี่ชั่วโมง แต่ด้วยสมรรถนะของรถยนต์ยุโรป S Classใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมงก็ได้มาถึงจังหวัดเชียงใหม่แล้ว
ในระหว่างทางไตรภพได้สอบถามสารทุกข์สุขดิบต่างๆ ทั้งยังพูดคุยเรื่องธุรกิจที่ไตรภพกำลังจะทำ โดยมงคลได้ขอหุ้นด้วยโดยจะลงเงินสดจำนวนหนึ่งร้อยล้านบาท แลกกับหุ้น 10 %
ตอนนี้กิจการของมงคลเฟื่องฟูมากขยับขยายออกไปหลายจังหวัด ทำให้ธุรกิจหลักร้อยล้าน เริ่มจะแตะที่หลักพันล้านแล้วเงินสดของเขาที่เสียให้ไตรภพไปหกสิบล้าน กลับได้คืนมาหลายเท่าเขาจึงมีเงินสดหนึ่งร้อยล้านบาทที่สามารถลงทุนเป็นเงินเย็นได้
“หนึ่งร้อยล้านบาทกับ10 %มันไม่น้อยไปหรอกหรอ”
ไตรภพยักคิ้วขึ้นแม้ตอนนี้บริษัทของเขาจะจดทะเบียนด้วยเงินทุนหนึ่งร้อยล้านบาทตามเงินที่ไตรภพสมทบให้กับกันยาแต่กลับได้รับเงินลงทุนเพิ่มอีกหนึ่งร้อยล้านบาทมาหากเขายินดีรับข้อเสนอนี้จะทำให้เงินทุนของบริษัทเขากลายเป็นสองร้อยล้านบาททันทีนั่นหมายความว่ากิจการจะสามารถขยับขยายเติบโตได้มากกว่าเดิมถึงสองเท่า
จริงอยู่ที่เงินจำนวนหนึ่งร้อยล้านบาทไตรภพไม่ได้ขัดสน เขาสามารถดึงเงินที่ให้จักรภพไปสามร้อยล้านบาทมาได้แต่เขาก็ไม่ต้องการจะดึงเงินส่วนนั้นมา เพราะโครงการภัตตาคารจักรพรรดิก็สำคัญไม่แพ้กัน
“ถึงแล้วครับคุณไตรภพ”
ไตรภพมองผ่านกระจกประตูบานใหญ่สีทางกะด้วยสายตายาวประมาณหกเมตร มีป้อมยามอยู่สองป้อมซ้ายขวาตรงประตูเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใส่ชุดและหมวกสีขาวเดินมาตะเบ๊ะให้กับรถของมงคล
“สวัสดีครับคุณมงคล”
“อืมฉันมาหาพ่อ”
“เชิญเลยครับ”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปล่อยให้รถเบนซ์สีดำผ่านเข้าไปไตรภพมองถนนภายในคฤหาสน์ด้วยความสนใจ จากประตูหน้าบ้านขับเข้าไปกว่าหนึ่งกิโลเมตรก็ยังไม่พบเจอตัวบ้านข้างทางเป็นสวนและบ่อขุดขนาดใหญ่
“กว้างขวางไม่น้อยเลยนะเนี่ย”
“ครับประมาณหนึ่งร้อยไร่ ถ้าผมจำไม่ผิด”
รถแล่นมาจดถึงคฤหาสน์สองชั้นขนาดใหญ่หน้าคฤหาสน์มีน้ำพุให้วนรถ รถยนต์ได้จอดตรงหน้าประตูทางเข้าพอดิบพอดี
“สวัสดีครับคุณอา”
“สวัสดีจิรุจ”
มงคลเปิดประตูลงไปเห็นผู้เป็นหลานกำลังยืนรอตนอยู่ เขายิ้มให้อย่างอบอุ่นเขาเองไม่มีลูกหลานจึงเอ็นดูลูกของพี่ชายต่างแม่เป็นพิเศษ
“มานี่สิอาจะแนะนำให้รู้จักกับหมอที่อาเชิญมา”
ไตรภพเปิดประตูก้าวลงจากรถด้วยความสง่างามโดยมีวัชริศเปิดประตูให้ ทันทีที่ลงจากรถสายตาของเขาและจิรุจก็ได้ประสานกัน
“นี่นายนี่เอง / แกนี่เอง”
“รู้จักกันด้วยหรอ?”