[จบบริบูรณ์]ฉันมีระบบไลฟ์สตรีมจักรวาล

    134 เรดเกท D07

    [  พี่ชาย อีกนานไหมจะได้เข้าไปในเกท ]


    [  ฉันอยากจะออกจากไลฟ์ แต่ก็กลัวว่าจะพลาด ทำยังไงดี ]


    ไลฟ์สตรีมของยอร์ชเปิดค้างเอาไว้ ผ่านมาแล้ว 23 ชั่วโมงนับตั้งแต่ที่เขาเดินทางมาถึงรอยแยกระดับ D หมายเลข 07  เรดเกทที่ต้องเข้าไปเคลียร์ยังไม่ได้ดึงพวกเขาทั้ง 100 คนเข้าไปด้านใน


    กิลด์ลูดร้ายังคงปกติไม่มีใครหายไป กิลด์สิบศาสตราก็เช่นเดียวกัน  ยานรบที่มาส่งเดินทางจากไปแล้วเหลือเพียงฮันเตอร์ที่ต้องทำภารกิจเพียงเท่านั้น


    “ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรดเกทจะดึงเข้าไปตอนไหน แต่ฉันรู้สึกได้ว่าตัวเองอาจจะได้เข้าไปในเร็วๆนี้แหละ ”


    [  ให้มันจริงเหอะพี่ ผมรอไม่ไหวแล้ว ]


    หากเป็นช่วงเวลาอื่นยอร์ชคงจะกระโดดถีบหน้าคนดูที่อยากให้เขาเข้าไปตายในเรดเกท แต่ตอนนี้เขาพอใจกับความรู้สึกที่กำลังจะเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง เนื่องจากว่าไททันเนียร์ที่ชื่นชอบการพนันกลับมาแล้ว แม้พิกกะลูนจะหายไปเพราะพวกมันมาแค่ตอนเช้าเพื่อดูว่าเขากินอะไร การมาของไททันเนียร์ทำให้เขาได้แต้มเพิ่มในบางส่วน แม้มันจะเป็นแต้มที่ได้ยากมากกว่าพิกกะลูนก็ตาม


    “ ว่าไปแล้วก็ไม่มีมนุษย์ต่างดาวเผ่าพันธุ์ใหม่เข้ามาเลย ฉันจะต้องทำยังไงถึงจะดึงพวกมันมาได้กัน ”


    ยอร์ชลูบคางตัวเองเล็กน้อย การต่อสู้ดึงดูดได้เพียงไททันเนียร์ อาหารดึงดูดพิกกะลูน เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อดึงดูดมนุษย์ต่างดาวตัวอื่น


    แต่แล้วเขาก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวจนฉีกยิ้มกว้าง หากออกจากเรดเกทได้เขาจะลองไลฟ์สตรีมการเรียนสาขาเอนจิเนียร์และสาขาเล่นแร่แปรธาตุดู เผื่อจะมีมนุษย์ต่างดาวที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีมาดูไลฟ์ของเขาจนเกิดการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี


    ไม่แน่เขาอาจจะอัพเกรดไอรีนให้แข็งแกร่งยิ่งไปกว่านี้ได้หลายขั้น และอาจจะเข้าถึงเทคโนโลยีที่สามารถทำลายล้างได้แม้กระทั่งดวงดาว


    ขณะที่กำลังยิ้มหวาน ไอรีนได้แจ้งเตือนให้เขาทราบถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังก่อตัวที่เท้าก่อนจะคลุมทับร่าง มันเป็นพลังงานรูปแบบเดียวกันกับที่ส่งเขาเข้าสู่เรดเกท E013 พริบตานั้นเองเขาก็พบว่าตนเองเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพื้นดินแตกระแหงราวกับว่าที่นี่แห้งแร้งไม่เคยมีน้ำมาก่อน


    เมื่อมองไปรอบๆ ทุกอย่างเป็นสีส้มอมแดงราวกับว่าเป็นผิวของดวงดาวที่แห้งแร้ง พอมองขึ้นไปด้านบนเขาเห็นเพียงพระอาทิตย์ดวงใหญ่ มันไม่ใช่พระอาทิตย์ดวงเดียวกันกับระบบสุริยะของเขาเพราะไอรีนตรวจสอบพลังของพระอาทิตย์ได้ ยอร์ชจึงรู้ว่าตอนนี้เขาเข้าสู่เรดเกทแล้ว


    แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกกังวลคือทุกคนหายไป เกทและเรดเกทที่มีข้อมูลจะส่งฮันเตอร์ไปรวมกัน แต่เรดเกทที่เขาเข้ามาในครั้งนี้กลับต่าง มีเพียงแค่เขาที่ยืนอยู่ท่ามกลางพื้นดินแห้งแร้งเต็มไปด้วยเสาหินทิ่มแทงขึ้นมาจากพื้นราวกับว่าพวกมันเป็นคริสตัลที่ตกผลึกมาหลายพันปี


    “ ทุกคนแย่แล้ว! ”


    สีหน้าของยอร์ชเปลี่ยนไปในทันที เขาต้องการทำให้คนที่ดูอยู่รู้สึกหวาดกลัวไปกับตัวของเขาที่เหลือเพียงตัวคนเดียว


    “ ผมเข้ามาในเรดเกทแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่มีใครอยู่กับผมเลย ไม่รู้ว่าผมหลุดออกจากกลุ่มมาแค่คนเดียว หรือว่าทุกคนหลุดออกจากกลุ่มเหมือนกันกับผม ”


    ยอร์ชมองไปยังข้อความกะพริบข้างหางตา มันคือข้อความจากสมาชิกกิลด์สิบศาสตราที่รับหน้าที่ในการช่วยเหลือพวกเขาในการกวาดล้างเรดเกท


    “ เรียกฉันว่าแซม ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ”


    ยอร์ชดึงแซมเข้ามาในไลฟ์โดยแสดงใบหน้าของอีกฝ่ายที่มุมขวาล่างเพื่อไม่ให้เกะกะ ในระหว่างตอบคำถามเขาได้กวาดกล้องไปรอบๆเพื่อให้เห็นรอบด้าน พื้นที่ที่เขาอยู่เต็มไปด้วยฝุ่นสีแดงลอยตลบอบอวลจากพายุที่มีความเร็วในการเคลื่อนที่ 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


    “ หน่วยที่เตรียมเอาไว้ที่ด้านนอกรอยแยกกำลังไปตรวจสอบ นายช่วยมองหาสัญญาณจากคนอื่นๆที่อาจจะเข้าไปในเกทให้ที ”


    ยอร์ชหันกล้องทั้ง 20 ตัวไปรอบด้านเพื่อจับพลุสัญญาณที่อาจจะจุดขึ้นในเร็วๆนี้ ทันใดนั้นเองเขาก็พบว่ามีพลุจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าหลายตำแหน่ง


    สัญลักษณ์จากพลุทำให้รู้ว่าจุดใดบ้างเป็นคนของกิลด์สิบศาสตราและกิลด์ลูดร้า จากจำนวนพลุที่จุดขึ้นมาทำให้รู้ว่าทุกคนอยู่คนละตำแหน่งภายในเรดเกทแห่งนี้


    “ ยอร์ช ไม่มีใครอยู่ด้านนอกเกท ”


    “ ครับ เมื่อกี้นี้มีการจุดพลุสัญญาณแล้ว ทุกคนน่าจะถูกส่งเข้ามาในเกททั้งหมด ”


    “ งั้นก็เริ่มภารกิจได้ ”


    จากข้อมูลที่ทางกิลด์ส่งมาให้ มีแนวทางที่เขาจะต้องปฎิบัติตาม หากว่าทุกคนอยู่ในที่เดียวกันพวกเขาจะต้องจัดทีมสำรวจ แต่หากไม่ได้อยู่ด้วยกันพวกเขาจะต้องรวมกลุ่มให้เร็วที่สุด


    พลุสัญญาณที่จุดขึ้นเมื่อครู่ไม่ได้บอกเพียงแค่ว่าพวกเขาเป็นคนจากกิลด์ใด พลุของแต่ละกิลด์ที่ใช้ จะมีพลุหลักและพลุรอง


    คนที่ใช้พลุหลักจะมี 5 คน ส่วนคนที่ใช้พลุรองจะมีทั้งหมด 45 คน ใครก็ตามที่ใช้พลุรองจะต้องรีบเดินทางไปยังจุดที่มีพลุหลัก กิลด์สิบศาสตราและกิลด์ลูดร้าใช้สัญญาณพลุที่เหมือนกันเพื่อนำทุกคนมารวมกลุ่ม


    หลังจากยอร์ชให้ไอรีนคำนวณระยะทางจากพลุที่ใกล้ที่สุด เขาจึงตรวจสอบความพร้อมของตนเองก่อนจะออกเดินทาง


    ชุดฝึกซ้อมของสถาบันถูกปิดทับด้วยชุดเกราะสีดำรัดรูป ความหนาของเกราะราว 1 เซนติเมตร สามารถป้องกันการโจมตีของมอนสเตอร์เลเวล 26 ได้ดีในระดับหนึ่ง มันคือชุดที่ทำให้เขาใช้พลังของไซบอร์กได้เต็มที่ แขนขวาและขาขวาถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอาวุธเลเวล 26 จากระบบ


    หลังจากตรวจสอบตัวเองแล้ว เขาจึงตรวจสอบรอบด้านเพราะต้องรู้ให้ได้ว่ามอนสเตอร์คืออะไร พลังลึกลับภายในพื้นที่สามารถสร้างความเสียหายเช่นไรให้กับตัวของเขาได้บ้าง


    ภายใต้การยืนนิ่งท่ามกลางเม็ดฝุ่นสีแดงลอยปะทะร่างจากแรงลมที่พัดผ่าน นอกจากเม็ดฝุ่นเหล่านี้จะทำให้ระคายเคืองตาแล้ว มันไม่สามารถทำอันตรายใดๆต่อตัวของเขาได้เลย


    ไอรีนค่อยๆรายงานการตรวจสอบทีละอย่าง อุณหภูมิของสถานที่แห่งนี้สูงถึง 80 องศาเซลเซียส สามารถต้มไข่ให้สุกได้โดยง่าย สำหรับเขาไม่นับว่าเป็นความร้อนที่มากเกินไป เมื่อรู้ว่าพลังของพื้นที่ปลอดภัย ยอร์ชจึงสแกนหาสิ่งมีชีวิตอื่นก่อนจะพบแรงสั่นสะเทือนบนพื้น


    [  ตรวจพบพลังชีวิตโดยรอบ ]


    จุดสีแดงปรากฎขึ้นรอบตัวจากการแสดงผลของไอรีน สถานการณ์ในตอนนี้แตกต่างจากวันที่เขาเข้าสู่เรดเกท E013 มอนสเตอร์ไม่ได้รอให้พวกเขาเดินทางเข้าไปล่ามัน แต่กลับผุดขึ้นมาจากพื้นเพื่อล่าพวกเขาที่กระจัดกระจายกันออกไป


    [  เลเวลเฉลี่ยของมอนสเตอร์อยู่ที่ 26 ]


    คิ้วของยอร์ชขมวดเข้าชนกัน เขาเป็นฮันเตอร์เลเวล 21  ค่า CON ที่เยอะกว่าปกติทำให้เขาสวมใส่อุปกรณ์เลเวล 26 ได้ เมื่อรวมกับค่าสถานะต่างๆที่ได้จากน้ำยาเพิ่มค่าประสบการณ์ทำให้เขาสามารถรับมือกับเลเวล 27 


    มอนสเตอร์ที่กำลังปรากฎตัวกลับมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 26 ทำให้เขาต้องรีบรวมกลุ่มกันกับคนอื่นทันที แต่ก่อนจะออกวิ่งเขาไม่ลืมให้ไอรีนสร้างภารกิจเพื่อให้กิลด์ส่งกุหลาบเข้ามาช่วยเหลือ


    “ ทุกคน ผมตรวจพบมอนสเตอร์กำลังมุดขึ้นมาจากพื้น จำนวนของพวกมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้น่าจะแตะ 500 ตัวไปแล้ว ผมอาจจะไม่มีเวลาคุยมากนักเพราะต้องรวมกลุ่มกับคนอื่นก่อน ”


    [  พี่ชาย มอนสเตอร์เลเวลเท่าไหร่ ]


    [  พวกมันคือตัวอะไร ]


    หลายคนเกิดความสงสัยพยายามสอบถามยอร์ชให้บอกเกี่ยวกับเลเวลและรูปร่างหน้าตาของมอนสเตอร์


    ทันใดนั้นสิ่งที่อยู่ใต้ดินได้โผล่หน้าของมันออกมาเจอเข้ากับกล้อง ทุกคนที่ดูอยู่ทางบ้านล้วนแล้วมองสิ่งมีชีวิตสุดแสนจะแปลกประหลาดด้วยท่าทางสงสัย


    พวกมันมีหัวโล้นราวกับมนุษย์ ดวงตา หู จมูก ปาก คล้ายกันกับพวกเขาไม่มีผิด เพียงแต่ว่าผิวหนังเป็นสีดำราวกับตกลงไปในถังน้ำมันดิบ


    ทันทีที่มอนสเตอร์เหล่านี้พาตัวเองออกมาจากพื้นดิน สิ่งแรกที่พวกมันทำคืออ้าปากเผยให้เห็นฟันสีดำราวกับถ่าน ฟันแต่ละซี่แหลมคมเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นพวกมันก็ได้กรีดร้องเสียงดังก่อนที่ทั่วร่างจะลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟ








     

    คล้ายกับเรื่อง[จบบริบูรณ์]ฉันมีระบบไลฟ์สตรีมจักรวาล ที่คุณอ่าน