ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 36 เตาหลอมระเบิด

             เขาเดินไปหยิบสมุนไพรที่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมดจำนวนหนึ่งชุดจากนั้นจึงกลับมายังที่เดิมเขาจัดเรียงสมุนไพรแต่ละชนิดไว้ตามลำดับอย่างเป็นระเบียบผู้คนที่มาเฝ้าดูการทดสอบต่างจ้องมองไปยังเฟยหลงผู้ที่ทดสอบได้คะแนนเต็มในรอบแรก

            เฟยหลงจ้องมองไปยังเตาหลอมเขาไม่เคยใช้เตาหลอมโอสถในการหลอมโอสถเลยแม้แต่ครั้งเดียวและอาจารย์ของเขาเองก็ไม่เคยสอนให้ใช้เตาหลอมโอสถเลยแม้แต่ครั้งเดียวเฟยหลงหันไปมองคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ทันที

            หลายคนเริ่มทำการจุดไฟ และใช้และอุ่นเตาหลอม หลายคนเริ่มที่จะทำการหลอมกลั่นโอสถแล้ว

            “ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว” เฟยหลงเริ่มจุดไฟในเตาหลอมและเริ่มอุ่นเตาหลอมจากนั้นเขาหยิบสมุนไพรแต่ละชนิดโยนเข้าไปในเตาหลอม เพียงไม่นานสมุนไพรชนิดต่าง ๆเริ่มกลั่นตัวเป็นของเหลว หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงครึ่งเฟยหลงพยายามที่จะควบคุมไฟในเตาหลอมแต่เนื่องจากเขาไม่เคยใช้เตาหลอมโอสถเลยแม้แต่ครั้งเดียวทำให้ความร้อนภายในเตาหลอมและความร้อนภายนอกเตาหลอมไม่สมดุลกันเป็นเหตุให้เตาหลอมเกิดรอยแตกร้าวในทันที

            เฟยหลงเห็นดังนั้นเขารีบถอยห่างออกมาทันที

            ตู้ม.....

            เตาหลอมของเฟยหลงระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในทันทีเหล่าผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบต่างหันมามองทางเฟยหลงในทันที

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า ได้คะแนนเต็มในรอบแรกแล้วยังไง เตาหลอมศิษย์ของเจ้าระเบิดแล้วจะเอาเตาหลอมที่ไหนมาหลอม ยังไงเจ้าก็แพ้ข้าแล้วรีบส่งโอสถมาให้ข้าเสียโดยดี”โอหยางลี่หัวเราะด้วยเสียงอันดัง

            “เจ้ารอดูไปก่อนข้าเองก็ลืมไปว่าข้าไม่เคยสอนเขาใช้เตาหลอมโอสถเลยแม้แต่ครั้งเดียว”

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า เจ้าลืมสอนการใช้เตาหลอมให้ศิษย์ของเจ้าแล้วยังมากล้าเดิมพันกับข้าอีกอย่างนั้นหรือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            เฟยหลงหลังจากตั้งสติได้เขาเดินไปยังลานด้านหน้าเพื่อที่จะเลือกไปเอาสมุนไพรชุดใหม่แต่เมื่อเขามองไปยังสมุนไพรที่เหลืออยู่กลับพบว่ามีสมุนไพรหลายชนิดนั้นหมดไปแล้วทำให้เขาต้องยืนคิดอยู่นาน

            ผู้คนที่มาชมเห็นดังนั้นต่างพากันวิพากวิจารณ์กันยกใหญ่เฟยหลงจ้องมองไปยังสมุนไพรที่เหลืออยู่ราว ๆห้านาทีในที่สุดเฟยหลงก็เริ่มหยิบสมุนไพร เมื่อสมุนไพรของเขาได้ครบตามจำนวนแล้วเขาจึงเดินกลับไปยังที่เดิม

            ทุกคนที่เข้าทดสอบต่างแอบหัวเราะเยาะเฟยหลงในใจเพราะเขาไม่มีเตาหลอมโอสถแล้วจะเลือกสมุนไพรไปอีกทำไมเฟยหลงเริ่มทำการคัดแยกสมุนไพรแต่ละชนิดและวางมันไว้ตรงหน้าอย่างเป็นระเบียบเช่นเดิม

            เฟยหลงค่อยๆ ปล่อยเปลวเพลิงออกมาจากมือทั้งสองของเขาเมื่อเพลิงมีความร้อนที่เหมาะสมเฟยหลงเริ่มโยนสมุนไพรชนิดต่าง ๆ  เข้าไปเพียงไม่นานสมุนไพรหลากหลายชนิดเริ่มกลั่นตัวเป็นของเหลวเฟยหลงควบคุมเปลวเพลิงได้อย่างคล่องแคล่ว เหล่าผู้ชมที่เคยหัวเราะเยาะตอนนี้กลับนิ่งสนิทโดยเฉพาะ โอหยางลี่ ที่หัวเราะดังจนทุกคนต้องหันไปมอง

            “การหลอมกลั่นแบบโบราณ”หนึ่งในผู้อาวุโสที่ควบคุมการทดสอบรอบที่สองถึงกับอ้าปากค้างเพราะน้อยคนนักที่จะหลอมกลั่นโอสถด้วยวิธีนี้ในปัจจุบันการหลอมกลั่นโดยวิธีโบราณเช่นนี้หาดูได้ยากเป็นอย่างยิ่งเหล่าผู้อาวุโสต่างลุกขึ้นมายืนดูเฟยหลงหลอมกลั่น

            ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นของเหลวทั้งหมดถูกเปลวเพลิงเผาไหม้สิ่งสกปรกออกไปจนหมดสิ้นเฟยหลงเริ่มบังคับให้ของเหลวแต่ละชนิดหลอมรวมเข้าด้วยกันของเหลวแต่ละชนิดเริ่มหลอมรวมกันด้วยความรวดเร็วผ่านไปสิบห้านาทีของเหลวทุกชนิดหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

            ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วหลาย ๆ คนหลอมโอสถเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาต่างหันมามองทางเฟยหลงในทันทีรวมถึงโปหลัวเองก็เช่นกัน เขาหลอมโอสถระดับสามเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกันจึงได้หันมามองทางเฟยหลง

            เฟยหลงใช้พลังปราณของเขาหลอมรวมกับเปลวเพลิงบีบอัดของเหลวเหล่านั้นเข้าด้วยกันเพียงไม่นานของเหลวที่ถูกบีบอัดพลันเปล่งแสงขึ้นมาในทันทีกลุ่มไอจากของเหลวพลันฟุ้งกระจายไปทั่วรอบ ๆของเหลวจนมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้

            หลังจากกลุ่มไอเหล่านั้นจางหายไปเม็ดโอสถจำนวนห้าเม็ดลอยอยู่เบื้องหน้าของเฟยหลง เขารีบเก็บโอสถใส่ในขวดหยกในทันทีหลังจากนั้นไม่นานเสียงประกาศจากผู้ดูแลการทดสอบก็ดังขึ้น

            “หมดเวลาการทดสอบเหล่าผู้อาวุโสจะเดินไปตรวจสอบโอสถของพวกเจ้าแต่ละคนเอง สำหรับผู้ที่หลอมกลั่นโอสถไม่ทันภายในระยะเวลาที่กำหนดขอให้ลงจากเวทีไปอยู่ด้านล่างก่อน”

            ในที่นี้มีเพียงหกคนเท่านั้นที่สามารถหลอมโอสถได้สำเร็จที่เหลือไม่สามารถหลอมกลั่นได้สำเร็จตามกำหนดระยะเวลาที่กำหนดได้ ผู้อาวุโสที่ทำการตรวจสอบโอสถมีอยู่ด้วยกันสามคนพวกเขาจะเป็นคนกำหนดระดับของโอสถและระดับของความบริสุทธิ์ของโอสถ

            เหล่าผู้อาวุโสเดินลงมาตรวจสอบโอสถของหงเช่อเป็นคนแรก

            “โอสถหลอมกายระดับสองความบริสุทธิ์หกส่วน นักหลอมโอสถระดับสองขั้นกลาง”

            จากนั้นเหล่าผู้อาวุโสจึงเดินมาตรวจสอบโอสถของจินซางซึ่งยืนอยู่ถัดมา

            “โอสถเสริมเวทระดับสองความบริสุทธิ์ห้าส่วน นักหลอมโอสถระดับสองขั้นกลาง”

            เหล่าผู้อาวุโสเมื่อเดินมาตรวจสอบของคนถัดไปซึ่งเป็นของโปหลัวลูกศิษย์ของโอหยางลี่พวกเขาใช้เวลามากกว่าคนอื่น จนทุกคนต่างลุ้นระทึกไปด้วย

            “โอสถทะลายฟ้าระดับสามความบริสุทธิ์เจ็ดส่วน นักหลอมโอสถระดับสามขั้นสูง”

            เสียฮือฮาตามมาทันที

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า เสียใจด้วยนะ ซุนหวู่ครานี้เจ้าก็ต้องแพ้ข้าอีกตามเคยเดิมพันครั้งนี้มากกว่าครั้งอื่นๆนับสิบเท่าเจ้าคงไม่เสียดายจนไม่กล้านำโอสถระดับเจ็ดเม็ดนั้นมาให้ข้าหรอกนะ”

            “อย่างพึ่งได้ใจไปเลยศิษย์ของข้ายังไม่ได้รับการประเมิน เขาเองก็หลอมโอสถสำเร็จเช่นเดียวกันเจ้าอย่าพึ่งได้ใจไปมากนักเลย”

            เหล่าผู้อาวุโสเดินมาตรวจสอบโอสถของซิงอี่ซึ่งทำคะแนนได้ดีในรอบแรกเช่นเดียวกัน

            “โอสถทะยานฟ้าระดับสามความบริสุทธิ์แปดส่วน นักหลอมโอสถระดับสามขั้นสูง”

            เมื่อสิ้นเสียงประกาศเหล่าผู้อาวุโสจึงเดินไปตรวจสอบโอสถของอู๋ทง  ที่อยู่ใกล้ ๆ กับซิงอี่พวกเขาปรึกษากันอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะประกาศออกมา

            “โอสถเสริมธาตุลมระดับสองความบริสุทธิ์สามส่วน นักหลอมโอสถระดับสองขั้นต่ำ”

            เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายเดินมาตรงหน้าของเฟยหลงพร้อมกับเปิดฝาขวดโอสถของเฟยหลงกลิ่นโอสถหอมตลบอบอวนไปทั่วบริเวณ จนพวกเขาเคลิบเคลิ้มเมื่อตั้งสติได้เหล่าผู้อาวุโสทั้งสามจึงเริ่มทำการตรวจสอบในทันที

            พวกเขาปรึกษากันอยู่นานพอสมควรก่อนที่จะประกาศออกมา

            “โอสถหัวใจมังกรระดับสี่ความบริสุทธิ์สิบส่วน นักหลอมโอสถระดับสี่ขั้นสูงสุด” 

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน