Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 44 การมาของศาสตราจารย์ลูเซียโน่

    ตอนที่ 44การผ่าตัดตอนแรกดนัยค่อนข้างนิ่งและมีสมาธิมากแต่ทว่าเมื่อเขาผ่าตัดเนื้อเยื่ออกไปจนถึงชั้นกะโหลกซึ่งต้องใช้เลื่อยสำหรับผ่าตัดในที่สุดดนัยก็เริ่มเสียสมาธิและมือของเขาก็เริ่มสั่นวี๊ด !! เสียงเลื่อยกำลังผ่าเข้าไปในกะโหลกของฮิคาริดนัยในตอนนี้นั้นเขารู้สึกเย็นไปทั้งตัวการหายใจของเขาเริ่มไม่เป็นจังหวะตึก !! ตึก !! ตึก !! ดนัยที่กำลังใช้เลื่อยอยู่นั้นเขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองกำลังเต้นอย่างรุนแรงจนเหมือนกับมันจะหลุดออกมาจากทรวงอกใจเย็นไว้ดนัยนายทำได้นายซ้อมมาเยอะนายต้องทำได้ดนัยเริ่มให้กำลังใจตัวเองแต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลจนหมอยูมิเริ่มสังเกตเห็นว่าเขาแปลกไป“หมอดนัยเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” หมอยูมิถามหลังจากเห็นสีหน้าของดนัยไม่ดีเท่าไหร่“ผมไม่เป็นไ....” ดนัยกำลังจะตอบว่าไม่เป็นอะไรแต่ก็ต้องชะงักไปเพราะฮิคาริพูดแทรกขึ้นมาเธอเองก็สังเกตเห็นอาการของดนัยเช่นกัน“ใจเย็นดนัยฟังฉันนะนายต้องสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อเติมออกซิเจนเข้าไปในร่างกายมันจะช่วยได้เวลานายวิตกกังวล” ฮิคาริเตือนพลางบอกวิธีแก้หลังจากเห็นสีหน้าดนัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ซู้ด !! ดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็หยุดมือลงก่อนจะสูดหายใจลึกๆเพื่อตั้งสติและเมื่อร่างกายได้ออกซิเจนจากการหายใจเข้าไปเป็นจำนวนมากก็ทำให้ดนัยเริ่มรู้สึกดีขึ้น“ขอโทษนะฮิคาริที่ทำให้กังวลเพราะคนที่วิตกในการผ่าตัดนี้ควรจะเป็นเธอมากกว่าฉัน” ดนัยพูดออกมาก่อนจะหันไปหาหมอยูมิ“ผมไม่เป็นไรแล้วครับขอโทษที่ทำให้กังวล” ดนัยพูด“พยาเข้านะคะคุณน่ะไม่ได้อยู่คนเดียวยังมีฉันกับฮิคาริอยู่เราจะสู้ไปด้วยกัน” หมอยูมิพูดถึงเธอจะไม่เห็นและไม่รู้สึกถึงฮิคาริก็เถอะดนัยพยักหน้าเบาๆก่อนจะลงมือเจียกะโหลกของฮิคาริต่อวี๊ด !! ดนัยใช้เวลาเจียกะโหลกเพื่อเปิดเข้าสู่สมองอยู่เกือบยี่สิบนาทีในที่สุดเขาก็เห็นสมองสีชมพูสดด้านในกึก !! ดนัยวางกะโหลกที่พึ่งจะผ่าออกมาอย่างเบามือลงในถาดที่หมอยูมิเตรียมเอาไว้“ขอแว่นด้วยครับ” ดนัยพูดกับหมอยูมิผู้ช่วยคนเดียวของเขา“นี่ค่ะ” หมอยูมิขยับเลนส์แว่นที่อยู่บนหัวของดนัยลงมา“ถ้าพร้อมแล้วเริ่มเลยดนัยค่อยๆใช้เครื่องมือขูดและดูดเอาราที่เห็นออกนายมองเห็นราใช่มั้ย” ฮิคาริถาม“อืมพอจะมองเห็นอยู่” ดนัยพยักหน้าเนื่องจากสมองนั้นเป็นสีชมพูสดส่วนเชื้อราที่ติดอยู่ในสมองเธอนั้นมันออกเป็นจุดสีขาวๆนั่นเองทำให้มองได้เห็นง่าย“ตรงจุดที่มองเห็นน่ะมันง่ายแต่ตรงที่ยากคือเชื้อราขนาดเล็กที่อยู่ในร่องของสมองต่างหากล่ะนายต้องค่อยเอามันออกอย่างช้าๆพยายามอย่าให้เครื่องมือทำสมองฉันเสียหาย” ฮิคาริพูดดนัยได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าก่อนจะค่อยๆลงมือผ่าตัดเอาเชื้อราออกอย่างเบามือการผ่าตัดดำเนินไปเรื่อยๆโดยมีฮิคาริคอยกำกับแทบจะตลอดจนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงต่อมา“สะ สะ สำเร็จแล้วใช่มั้ย” ดนัยพูดอย่างเหนื่อยอ่อนเขาผ่าตัดให้ฮิคาริมาเกือบสิบชั่วโมงแล้ว“เธอคิดว่าไงฮิคาริ” ดนัยเงยหน้าถามฮิคาริ“ฉันเองก็ตอบไม่ได้ว่าสำเร็จมั้ยเราต้องมารอดูกันว่าฉันจะฟื้นมั้ยหลังจากเวลาผ่านไป” ฮิคาริไม่สามารถตอบได้ว่าการผ่าตัดสำเร็จหรือไม่“หมอดนัยรีบเย็บปิดกระโหลกเถอะค่ะนี่ก็เช้าแล้วถึงวันนี้คุณจะหยุดแต่ฉันต้องไปทำงานนะคะ” หมอยูมิพูดดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็มองไปยังหมอยูมิที่ตาแทบจะลืมไม่ขึ้น“ครับขอเวลาเย็บสิบนาทีครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะรีบลงมือเย็บปิดกะโหลกให้เรียบร้อยและแล้วเวลาก็ผ่านไปยี่สิบนาทีในที่สุดดนัยก็เริ่มเย็บไหมปมสุดท้ายตอนนั้นเองจู่ๆฮิคาริก็มีปฎิกิริยาขึ้นมาอึก !! เสียงฮิคาริขบฟันเสียงดังจนดนัยได้ยินเสียงทำให้เขารีบเงยหน้ามองเธอว่าเป็นอะไร“ฮิคาริเธอเป็นอะไร !!” ดนัยอุทานออกมาเพราะภาพที่เขาเห็นคือฮิคาริกำลังใช้มือทั้งสองข้างกุมหัวของเธออยู่สีหน้าของเธอดูเกร็งและเจ็บปวดจากอะไรสักอย่างเธอพยายามจะอ้าปากพูดกับดนัยแต่ก็ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา“หมอยูมิฮิคาริไม่ปกติร่างกายเธอเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ดนัยรีบหันไปถามหมอยูมิ“เอ๋อวัยวะภายในเธอทำงานปกตินะคะฮิคาริเป็นอะไรเหรอคะ” หมอยูมิมองดูที่จอแสดงผลพลางถามดนัยอย่างสงสัย“ผมไม่รู้แต่เธอดูเจ็บปวดมากหรือผมการผ่าตัดของผมมัน....” ดนัยพยายามบอกอาการของฮิคาริให้หมอยูมิรับทราบแต่ยังไม่ทันจะพูดจบฮิคาริก็พยายามฝืนทนความเจ็บปวดพูดออกมาได้ในที่สุด“มะ...มะ...ไม่เป็นไรดนัยฉันก็แค่............” ฮิคาริพูดยังไม่ทันสิ้นประโยคจู่ๆร่างของเธอก็เลือนหายไปเสียอย่างนั้นทำให้ดนัยตกใจมาก“ฮิคาริ !!” ดนัยร้องตะโกนเสียงดังด้วยความตกใจก่อนจะหันไปพูดกับหมอยูมิเสียงดัง“หมอยูมิครับเช็คอาการของฮิคาริเร็วเข้ามันต้องเกิดอะไรสักอย่างแน่ๆเพราะจู่ๆวิญญาณของเธอก็หายไป” ดนัยพูด“คะ...คะ....ค่ะ” หมอยูมิรีบตอบก่อนจะตรวจอาการของฮิคาริอย่างละเอียดแต่ไม่ว่าเธอจะตรวจอย่างไรสภาพของฮิคารินั้นก็เป็นปกติ“บ้าจริงนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ยหรือว่าเป็นเพราะเราผ่าตัดพลาด” ดนัยสบถออกมาอย่างหัวเสียเขาเอื้อมมือไปหยิบกรรไกรมาเตรียมจะตัดไหมที่พึ่งเย็บปิดกะโหลกไปออกแต่ก็โดนหมอยูมิห้ามเอาไว้ก่อน“อย่านะคะหมอดนัยถ้าผ่าตัดต่อล่ะก็ร่างกายของฮิคาริจะทนไม่ไหวเอา” หมอยูมิพูด“แต่ว่าฮิคาริน่ะ....”“ฉันเชื่อค่ะว่าเธอจะไม่เป็นอะไรถึงแม้ฉันจะมองไม่เห็นเธอก็เถอะแต่ขอให้เชื่อในตัวของเธอด้วยค่ะการผ่าตัดของหมอดนัยในวันนี้น่ะสมบูรณ์แบบ” หมอยูมิบอกอืม...นั่นสินะต้องเชื่อในตัวฮิคาริสินะแล้วที่สำคัญการผ่าตัดวันนี้ก็ไม่มีข้อผิดพลาดเลยดนัยคิดในใจ“เฮ้อ...เอาล่ะครับผมจะเชื่อในตัวฮิคาริเธอแล้วกันแต่ก่อนอื่นเราพาเธอไปสแกนก่อนดีกว่าผมอยากรู้ว่ากำจัดเชื้อราออกไปได้หมดมั้ย” ดนัยถอนหายใจออกมา“ค่ะ” หมอยูมิพยักหน้าจากนั้นทั้งคู่ก็พาฮิคาริไปเข้าเครื่องสแกนอีกครั้งหลังจากผ่าตัดเสร็จซึ่งผลที่ได้จากการผ่าตัดในครั้งนี้นั้นเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมากเพราะพวกเขากำจัดเชื้อราออกไปได้มากถึงเก้าสิบห้าเปอร์เซนต์“แล้วมันยังเหลือแบบนี้จะไม่เป็นอะไรเหรอคะหรือว่าจะผ่าตัดอีกรอบ” หมอยูมิถาม“ไม่เป็นไรครับถ้าเชื้อราจำนวนไม่มากแบบนี้ร่างกายจะกำจัดออกไปได้เองแล้วเราก็ผ่าตัดอีกรอบไม่ได้แล้วเพราะเชื้อราพวกนั้นอยู่ในสมองส่วนที่ลึกที่สุดเราไม่สามารถผ่าตัดลงไปได้” ดนัยพูดหลายเดือนผ่านไปแปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! เสียงปรบมือดังไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโตเกียวภายในห้องประชุมที่สามารถจุคนได้เกือบสามร้อยคนนั้นเต็มแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่อยู่ในชุดสีขาวใช่แล้วคนพวกนี้ทั้งหมดคือหมอระดับหัวหน้าแผนกและรองหัวหน้าแผนกในเครือโรงพยาบาลทาเคนากะทั่วประเทศที่ห้องรับรอง“ขอบคุณศาสตราจารย์ลูเซียโน่มากค่ะที่มาบรรยายให้ความรู้พวกเรา” หมอนากิสะผู้เป็นหัวหน้าแผนกศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโตเกียวแห่งนี้พูดพลางจับมือกับศาสตราจารย์ลูเซียโน่ แคมเบลที่มาบรรยายให้ความรู้ในวันนี้“ไม่เป็นไรมิสนากิสะผมก็ยินดีเช่นกันที่ได้มาบรรยายที่นี่ผมหวังว่าความรู้ที่ผมศึกษามาทั้งชีวิตจะช่วยผู้ป่วยได้อีกเป็นจำนวนมากหลังจากถ่ายทอดมันให้พวกคุณ” ศาสตราจารย์ลูเซียโน่ยิ้มออกมา“ว่าแต่ฉันนึกไม่ถึงเลยนะคะว่าผู้อำนวยการโฮชิจะเชิญคนระดับคุณมาได้น่าเหลือเชื่อจริงๆ” หมอนากิสะพูดเพราะเมื่อสองเดือนก่อนตอนที่เธอได้ยินเรื่องข่าวลือที่ว่าผู้อำนวยการเชิญศาสตราจารย์ลูเซียโน่มาบรรยายที่ญี่ปุ่นนั้นเธอนึกว่าเป็นเรื่องล้อกันเล่นเสียอีกแต่ที่ไหนได้ดันเป็นเรื่องจริงเสียอย่างนั้น“เพราะมิสเตอร์โฮชิซึ่งเคยช่วยรักษาแม่ผมเอาไว้เมื่อสมัยตอนที่ท่านมาเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อหลายสิบปีก่อนอุส่าขอร้องทั้งทีทำไมผมจะไม่มาล่ะ” ศาสตราจารย์ลูเซียโน่พูดที่ผู้อำนวยการสามารถเชิญคนระดับนี้มาบรรยายที่โรงพยาบาลเราได้เป็นเพราะเคยผ่าตัดช่วยชีวิตแม่ของเขาเอาไว้นี่เองหมอนากิสะคิดในใจ“อย่างนี้นี่เองถ้าอย่างไรฉันในฐานะหัวหน้าแผนกศัลยกรรมของโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโตเกียวขอเป็นเจ้าภาพพาศาสตราจารย์และทีมไปเลี้ยงอาหารค่ำจะได้....” หมอนากิสะพยายามจะตีสนิทเอาไว้ด้วยการพาไปเลี้ยงอาหารค่ำแต่ยังพูดไม่ทันจบคู่สนทนาของเธอก็ยกมือเบรคขึ้นมาเสียก่อนทำให้หมอนากิสะต้องหยุดพูดไป“ขอโทษนะครับพอดีผมมีนัดกับมิสเตอร์โฮชิไว้แล้วถ้ายังไงผมกับทีมขอตัวก่อนแล้วกัน” ศาสตราจารย์ลูเซียโน่บอกพลางเดินออกไปทันทีทำให้หมอนากิสะได้แต่ยืนมองศาสตรจารย์ลูเซียโน่เดินไปจนพ้นสายตา“น่าสงสัยจริงๆแค่มาบรรยายไม่น่าจะพาทีมผ่าตัดของตัวเองมาครบทีมแบบนี้ผู้อำนวยการมีแผนอะไรเบื้องหลังการเชิญเขามาบรรยายหรือเปล่านะ” หมอนากิสะพูดสิ่งที่คิดขึ้นมาเบาๆทางด้านดนัยตอนนี้ดนัยกำลังนั่งเหงื่อตกอยู่ภายในห้องพักแพทย์ของเขาความแตกแน่...ความแตกแน่...ความแตกแน่ !!! ดนัยได้แต่คิดคำนี้อยู่ในใจซ้ำๆเพราะวันนี้นั้นศาสตรจารย์ลูเซียโน่จะทำการผ่าตัดฮิคารินั่นเองถ้าถึงเวลาแล้วล่ะก็เขาจะต้องรู้แน่ว่าได้มีการผ่าตัดสมองฮิคาริไปแล้วและเมื่อคืนพวกหมออิจิโนเสะและผู้อำนวยการก็ได้แอบมาขนย้ายร่างของฮิคาริไปในสถานที่พวกเขาเตรียมเอาไว้แล้วด้วยซึ่งที่ผ่านมาหมออิจิโนเสะและผู้อำนวยการนั้นแอบไปดูอาการฮิคาริอยู่บ้างตอนแรกทั้งสองคนก็ตกใจที่เห็นฮิคาริผมสั้นแต่ก็ได้หมอยูมิช่วยแก้ตัวเรื่องนั้นให้จนรอดมาได้แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกันเพราะก่อนผ่าตัดจะต้องมีตรวจร่างกายเธอก่อนแน่นอนซึ่งพอถึงตอนนั้นทุกคนจะรู้ทันทีว่ามันมีการผ่าตัดเกิดขึ้นกับร่างของฮิคาริ“ผ่าตัดก็สำเร็จไปตั้งนานแล้วร่างกายเธอก็ไม่ทรุดเลยตลอดหลายเดือนทำไมไม่ฟื้นขึ้นมาสักทีเล่ายัยบ้าเอ้ย !!!” ดนัยสบถออกมาเบาๆนี่เวลาก็ผ่านมาห้าเดือนแล้วหลังจากเขาลงมือผ่าตัดฮิคาริไปแต่ทว่าตั้งแต่ตอนนั้นฮิคาริก็ไม่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นคืนสติขึ้นมาเลยแถมตั้งแต่ที่วิญญาณเธอหายไปวันนั้นวิญญาณของเธอก็ไม่เคยปรากฏขึ้นมาอีกเลยจบ...

    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน