[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    117 ถอย

    ตู้ม~!


    พื้นดินในจุดที่มีรูขุดลงไปจนถึงรังแมงมุมที่ 1 ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็วจากแรงระเบิดจนกลบรูไปทั้งหมด ภายใต้ใบหน้าตื่นตระหนกของพันตรีเจคอป เขาได้มองจ้องไปยังรูที่ทหารอีกหลายนายยังไม่ออกมา


    “ตรวจสอบความเสียหายเร็วเข้า!”


    เจคอปกวาดตามองไปรอบๆ ไม่จำเป็นต้องมีใครตอบก็รู้ได้ว่าคนที่อยู่ในรูตายไปทั้งหมดแล้ว แต่ที่เขาอยากได้คำตอบคือตอนนี้หัวรบได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดเมื่อครู่หรือเปล่า


    “พันตรีครับ ทุกอย่างปกติยกเว้นทหารที่อยู่ในรูครับ”


    ตู้ม~!


    เสียงระเบิดดังกึกก้องทำเอาทหารตกใจกับการระเบิดในจุดที่รูถูกกลบลงไป ทันทีที่ทหารกวาดตามองว่าเกิดอะไรร่างใหญ่ยักษ์ของแมงมุมก็ได้ปรากฎตัวต่อสายตาของทุกๆคนเพียงแต่ว่ามันไม่ได้มาแบบปกติเพราะร่างกายของมันในตอนที่พุ่งออกมาจากพื้นดินนี้ถูกแบ่งครึ่งเป็นสองส่วนจากการตัด


    “พันตรี ทหารทั้งหมดตายเหลือเพียงแค่ผมคนเดียว”


    แอชเชอร์รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเขาจับแมงมุมขุดดินตัวหนึ่งได้ระหว่างทางจึงบังคับให้มันขุดรูพาเขาออกมา 


    “แล้วระดับ S อีกคนล่ะ”


    “เขาพลาดถูกแมงมุมระดับ 8 โจมตีจึงตัดสินใจระเบิดชุดเกราะ ผลออกมาก็เป็นอย่างที่เห็น ผมขอตัวก่อน”


    แอชเชอร์บอกเจคอปพลางเดินกลับไปยังจุดที่น็อตประจำ ตอนนี้ชุดเกราของเขาพังเสียหายอย่างหนัก ระบบทุกๆอย่างล้วนเสียหายใช้การไม่ได้ เหลือเพียงแค่แกนมานาที่เขาใช้พยังชุดเกราะเดิน


    “คุณน็อต”


    เสียงเรียกทำเอาน็อตตกใจตื่นกับชุดเกราะบนตัวของแอชเชอร์ที่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย บางจุดมีรอยเหมือนถูกของเหลวหลอมละลาย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เข้าช่วยเหลือแอชเชอร์ได้ยื่นชิปบางอย่างให้พลางบอกกับเขาถึงเรื่องที่ต้องทำ


    “เก็บไว้ มันอาจจะเป็นหลักฐานในการสืบหาพวกที่ลงมือกับผมได้”


    “ร้อยตรีอย่าบอกนะว่าระดับ S ”


    “อย่าพูด เราจะคุยสิ่งนี้เมื่อกลับไปถึงฐาน ระดับ S ที่ไปด้วยกันทำการเสียสละด้วยการระเบิดชุดเกราะรู้เท่านี้พอ”


    “ได้ครับแล้วชุดเกราะ”


    แอชเชอร์กางแขนจากนั้นก็เปิดระบบเปลี่ยนถ่ายเกราะจนทำให้แผ่นโลหะบนชุดเกราะหล่นออกมาเหลือเพียงแค่ตัวบอดี้ชุดเกราะที่รอให้น็อตนำเกราะแผ่นใหม่ติดตั้งแทนเกราะเดิมที่พังเสียหาย เขาจำเป็นต้องทำให้ชุดเกราะกลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นจะต้องมีคนลงมือกับเขาอีกอย่างแน่นอน แม้ชุดเกราะจะไม่ได้ช่วยอะไรมากในตอนนี้ก็ตาม มันกลับทำให้เขาตบตาคนอื่นได้ว่าพลังที่ใช้ฆ่าเป็นของชุดเกราะ


    น็อตที่รู้หน้าที่ก็รีบเสียบสายชาร์จพลังมานาเข้าไปในชุดเกราะพลางเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่เข้าไปเพื่อให้ชุดเกราะทำงานได้อีกครั้ง


    “คุณน็อตพอจะรู้ไหมว่าภารกิจสำรองช่วยเหลือทหารที่ติดในรังแมงมุมมีคนรอดออกมากี่คน”


    “รู้ครับ จากรายงานบอกว่ามีทหารทั้งหมด 3,451 คนติดอยู่ในรังที่ 1 แต่การอพยพมีทหาร 345 คนตายระหว่างทาง”


    “พวกมันเริ่มแล้วเหรอ” หัวหน้าแอนเดอร์สันพุ่งกลับมาเปลี่ยนแกนมานาพลางแสดงสีหน้าตกใจเพราะชุดเกราะของแอชเชอร์พังเสียหายทุกส่วน ต่อให้น็อตจะเปลี่ยนเกราะใหม่เข้าไปก็ไม่สามารถกลับมาทำงานเต็มร้อยได้เหมือนเดิม


    “ใช่ครับ ขากลับน่าจะมีอีก ระวังตัวด้วยนะครับ”


    “เข้าใจแล้ว น็อตเร่งมือหน่อยคำสั่งถอยจะเริ่มในอีก 10 นาที”


    “ติดตั้งหัวรบเสร็จแล้วอย่างนั้นเหรอครับ” น็อตถามกับหัวหน้าแอนเดอร์สัน 


    “ใช่ อีก 10 นาทีเราจะทำการถอยออกไปจากสถานที่แห่งนี้ เร่งมือหน่อยเพราะขากลับเรามีเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น”


    ในช่วงที่เดินทางมาพวกเขาใช้เวลา 5 ชั่วโมงนิดๆ ขากลับจำเป็นต้องทำเวลาให้ได้ไม่เกิน 20 นาทีไม่อย่างนั้นพวกเขาจะหายไปพร้อมๆกับแมงมุม หลังจากที่หัวหน้าแอนเดอร์สันพูดจบเขาก็พุ่งออกไปยังแนวหน้าของทหารเพื่อร้องตะโกนบอกทุกๆคนให้รู้ถึงแผนการที่จะวิ่งกลับออไปจากที่แห่งนี้


    ระหว่างยืนกางแขนแอชเชอร์กวาดตามองไปรอบๆ การเดินทางออกจากสถานที่แห่งนี้ที่หัวหน้าบอกว่าจะเริ่มในอีก 10 นาทีข้างหน้าแอชเชอร์จึงอยากรู้ว่าทหารทั้งหมดที่อยู่ที่นี่พร้อมมากน้อยแค่ไหนในการทะลวงกลับออกไป ไม่เพียงเท่านั้นเขายังอยากรู้อีกด้วยว่าทหารที่ถูกช่วยออกมาจากรังเตรียมตัวไปถึงไหน การจะทะลวงออกไปไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่พร้อมก็เท่ากับว่าพากันวิ่งออกไปตายหมู่


    “ร้อยตรีผมเปลี่ยนเท่าที่จะทำให้ชุดเกราะกลับมาใช้งานได้เท่านั้นนะครับ ระวังตัวด้วยเพราะจุดอ่อนเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก”


    “แล้วชุดเกราะนี้สมบูรณ์กี่เปอร์เซ็นต์”


    “แค่ 60 % เท่านั้นครับ ส่วนนี่คือจุดที่ต้องระวัง”


    แอชเชอร์มองจ้องไปยังจุดสีแดงบนภาพโฮโลแกรมที่เขาจำเป็นต้องระวัง พลางพยักหน้า ตอนนี้ฟังก์ชันหลายอย่างถูกตัดออกไปทั้งหมด ไอพ่นสำหรับบิน ไอพ่นสำหรับช่วยในการเคลื่อนไหวถูกนำออกทั้งหมดแล้วถูกแทนที่ด้วยแผ่นโลหะหนา ชุดเกราะในตอนนี้ของแอชเชอร์จึงไม่ต่างจากชุดเกราะที่เขาเข้าไปในทีมขุดเจาะ มีเพียงแค่ชิ้นส่วนเกราะที่ช่วยป้องกันจุดตายเท่านั้น


    “แค่นี้ก็เพียงพอแล้วครับ”


    ปิ๊บปิ๊บปิ๊บ!


    สัญญาณไฟจากผู้ให้สัญญาณกระพริบอย่างถี่รัว เมื่อผู้ให้สัญญาณคนแรกจากทางกองทัพที่ 9 ให้สัญญาณถอย ทหารจากกองทัพอื่นๆที่มาช่วยเหลือก็เริ่มส่งสัญญาณกระพริบเช่นกัน เมื่อรู้ว่าได้เวลาในการเดินทางกลับออกไปจากสถานที่แห่งนี้แล้วนั้นหัวหน้าแอนเดอร์สันก็ได้ร้องตะโกนก้องสั่งทหารจัดแถวตอนทันที


    “ขากลับผมขอไปด้วยก็แล้วกัน”


    แอชเชอร์เสียบสายพลังงานเข้ากับชุดเกราะเช่นเดิม พลางหยิบธนูขนาดใหญ่กระโดดขึ้นไปบนหลังรถ การยิงธนูของเขาสามารถช่วยทหารเดินทางกลับได้ดีที่สุด แม้จะเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้ใช้งานขวานเพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์ แอชเชอร์กลับคิดว่าตอนนี้ต้องตัดเรื่องเก็บประสบการณ์ทิ้งไปก่อน เขาจำเป็นต้องเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ถอยกลับให้ได้ เรื่องมอนสเตอร์แอชเชอร์ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด แม้จะมีมอนสเตอร์ 8 ดาวโผล่ออกมาด้วยสิ่งที่ผู้บัญชาการเตรียมเอาไว้ให้สามารถฆ่ามันได้ในครั้งเดียว แต่ที่แอชเชอร์รู้สึกวิตกมากที่สุดในตอนนี้คือ เขาไม่รู้ว่ากลุ่มขนนกสีแดงต้องการจะเล่นงานเขาด้วยวิธีไหน ยังดีที่ช่วงเดินทางมาเขาได้ให้ระบบตรวจสอบหาระเบิดใต้ดินเอาไว้แล้ว จึงรู้สึกโล่งใจที่จะไม่ถูกดักโจมตีด้วยระเบิด


    “เน้นไปที่การทะลวงผ่าน เรามีเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น ทหาร~!!!”


    ดาบในมือของหัวหน้าแอนเดอร์สันชูขึ้นฟ้าก่อนจะตวัดไปด้านหน้าฆ่าแมงมุมที่ถาโถมเข้ามาเพื่อเปิดทาง จากนั้นขบวนทหารกองทัพที่ 7 ก็เริ่มก้าวเดินออกจากจุดที่ติดตั้งหัวรบก่อนที่การก้าวเท้าของพวกเขาจะค่อยๆถูกเร่งความเร็วจนกลายเป็นการวิ่ง


    ตู้ม บรึ้ม ฉั๊วะ~!


    แอชเชอร์มองไปยังทหารที่อยู่ด้านหน้าตอนนี้ทุกๆคนล้วนแล้วตวัดสกิลออกไปรอบด้านจนเกิดแสงหลากสีจากธาตุมากมายที่ออกมาจากทหารแต่ละคน ถึงอย่างนั้นการโจมตีของทุกๆคนกลับไม่ได้เน้นในการฆ่า พวกเขาทำเพียงแค่สกัดการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์เท่านั้นเพราะตอนนี้ภารกิจหลังของพวกเขาคือหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้โดยเร็วด้วยวิธีไหนก็ได้ที่ไม่จำเป็นต้องหยุดเท้า


    พิ้ว~!


    ธนูในมือของแอชเชอร์เริ่มทำงานอีกครั้งหนึ่งด้วยการใช้สกิลโปรยฝนยิงธนูออกไปทุกๆทิศทาง โดยเน้นไปยังด้านหน้าของกลุ่มทหารเพราะจะทำให้การวิ่งรวดเร็วที่สุด

    สำหรับหัวรบไม่จำเป็นต้องเฝ้าแล้ว หลังจากกองทัพที่ 9 ตั้งการระเบิดของหัวรบเสร็จ มันจะปลดปล่อยพลังงานมากมายออกมารอบตัวจนเกิดเป็นบาเรียป้องกัน จนกว่าระเบิดจะนับถอยหลังตามเวลาที่ตั้งเอาไว้บาเรียถึงจะถูกเปิดออก ในระหว่างที่หัวรบกำลังนับถอยหลังนี้เองนั้นทหารจึงจำเป็นต้องวิ่งออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้


    “เร็วเข้า เร็ว~!”


    “ดึงเพื่อนที่ล้มขึ้นมาด้วย เราต้องออกไปด้วยกัน~!”


    “วิ่ง~!”


    หัวหน้าแอนเดอร์สันร้องตะโกนสุดเสียงพลางใช้พลังของชุดเกราะมาร์คเอทเปิดทางพาทหารวิ่งอย่างรวดเร็วกลับไปยังค่าย ภายใต้การวิ่งกลับไปมอนสเตอร์มากมายต่างถาโถมเข้ามาโจมตี แต่พวกมันก็ถูกฆ่าตายอย่างรวดเร็วด้วยทหารที่โถมกำลังไปยังการถอย มอนสเตอร์ตัวไหนที่ขวางทางล้วนแล้วร่างขาดออกจากกันเป็นหลายชิ้น ส่วนตัวไหนที่พุ่งเข้ามาโจมตีด้านข้างแถวของทหารพวกมันต่างก็กระเด็นกระดอนออกไปจากพลังของสกิล ไม่สามารถเข้ามาขัดขวางได้ ภายใต้การช่วยเหลือของระดับ S 2 คน หนึ่งใช้ดาบหนึ่งใช้ธนูยิงเปิดทางเหล่าทหารต่างเร่งกำลังในการวิ่งเพิ่มมากยิ่งขึ้นหลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องของแมงมุม 7 ดาวที่โผล่มาสมทบ


    “วิ่งวิ่งวิ่ง วิ่งต่อไป~!”


    พิ้ว~!


    ลูกธนูสีฟ้าพุ่งไปรอบๆ มอนสเตอร์ 7 ดาวที่คิดจะเข้ามาขัดขวางล้วนถูกลูกธนูแช่แข็งจนตกตายไปทั้งหมด  ทันใดนั้นการแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ฟังว่ามันแจ้งเตือนอะไรร่างกายกลับตอบสนองด้วยสัญชาตญาณด้วยการเอียงตัวหลบก่อนจะถูกกระแทกบริเวณท้องน้อยร่วงตกลงไปจากหลังคารถถูกสายชาร์จลากจูงไป


    [แจ้งเตือน สถานะร่างกายลดลง 30 %]


    แอชเชอร์ใช้มือจับไปยังท้องน้อยหลังจากรู้ว่าเขาถูกยิงจากระยะไกลด้วยสไนเปอร์ที่สามารถทะลวงเกราะมาร์คเอทได้


    “ร้อยตรีเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”


    น็อตหันมาถามแอชเชอร์พลางแสดงสีหน้าตกใจเพราะตอนนี้มีเลือดจำนวนมากไหลออกมาจากท้องของแอชเชอร์


    “มีคนซุ่มยิง คุณน็อตระวังตัวด้วย”


    “จากทิศไหนเหรอครับ”


    “ยังไม่รู้ครับ ผมขออยู่เงียบๆก่อน”


    แอชเชอร์สั่งให้ระบบรักษาด้วยการใช้ฟอสเอนเนอร์จี้ พลางให้ระบบตรวจสอบวิถีการยิงเมื่อครู่นี้ว่ามาจากทิศทางไหน ซึ่งการร่วงตกลงมาของแอชเชอร์ไม่มีใครสนใจเพราะเขาเกาะรถเอาไว้ทุกคนจึงคิดว่าเขาไม่ได้เกิดอันตรายจึงไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือ  อีกอย่างระดับ S เป็นตัวตนที่เคลื่อนที่ตลอดเวลาทุกคนจึงคิดว่าการตกลงมาเกาะข้างรถของแอชเชอร์เป็นเรื่องปกติ   ในระหว่างรอให้ระบบตรวจสอบนี้เองแอชเชอร์ก็มองไปยังจุดสีแดงที่ลอยอยู่หางตาบ่งบอกถึงตำแหน่งที่ลูกกระสุนปริศนาพุ่งเข้ามาโจมตี ปรากฎว่าระยะการยิงกระสุนอยู่ไกลเกิน 100 เมตร เขาจึงรู้ว่าคนที่ยิงจะต้องอยู่ในสถานที่ปลอดภัยและอยู่ในพื้นที่สูงมาก


    “คุณน็อต เตรียมสิ่งที่ผู้บัญชาการมอบไว้ให้ผมหน่อย ถึงเวลาที่ต้องใช้งานมันแล้ว”


    แอชเชอร์กระโดดขึ้นไปบนหลังรถ ภายในพื้นที่มืดๆแต่ถูกยิงจากระยะไกลได้ แอชเชอร์ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่อีกฝ่ายมองเห็น ด้วยแสงสกิลจากทหารเป็นเหมือนกับตะเกียงชั้นดีใช้ส่องนำทางทันทีที่เขาขึ้นไปยืนบนหลังคารถเพื่อตรวจสอบว่าชายที่ซุ่มยิงยังซุ่มอยู่อีกหรือเปล่าแอชเชอร์ก็ได้เอียงตัวหลบกระสุนพลางมีแผลถูกเจาะที่หัวไหล่จนหล่นไปข้างรถเช่นเดิม


    “คุณน็อต”


    “เสร็จแล้วครับ อย่าลืมนะครับว่าชุดเกราะรับความเสียหายจากการยิงได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น”


    “แล้วกระสุนมีเท่าไหร่”


    “6 นัดครับ”


    “งั้นเดินทางกันเลย ผมขอทำธุระสักหน่อยก่อน”


    แอชเชอร์คว้าไปยังปืนสไนเปอร์ที่น็อตเตรียมเอาไว้ก่อนที่เขาจะเดินหายเข้าไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงแค่ความวิตกที่มอบให้มือซุ่มยิงที่พยายามสอดส่องมองหาตัวของเขา







     


    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน