การกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2

    บทที่ 47 ไม่เหมือนกับที่คิด

    บทที่ 47 ไม่เหมือนกับที่คิด

     

    เมื่อพูดขึ้นมาแล้วก็ยังแปลกใจไม่หาย พอผ่านเวลาเที่ยงตรง อาการท้องเสียของหลงอ้าวเทียนก็หายเป็นปลิดทิ้งอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

     

    ชายหนุ่มไม่มีอาการปวดท้องแล้ว แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนเพลีย แต่อย่างน้อยก็ไม่มีอาการท้องเสียอีก

     

    หลังเดินออกนอกเขตคฤหาสน์ รถออดี้รุ่น RS7 คันใหม่เอี่ยมก็มาจอดตรงหน้า

     

    ทหารใกล้ชิดที่มีชื่อว่าฮวาเสวี่ยหนิงถือดาบทำความเคารพ “นายน้อย ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วค่ะ”

     

    หลงอ้าวเทียนยืนตัวตรงพลางมองไปที่รถ “ตอนนี้ฉันต้องปกปิดตัวตนเพื่อให้งานประสบความสำเร็จ ดังนั้นจำเป็นต้องลดฐานะของตัวเองลงและปลอมเป็นคนธรรมดาทั่วไป แบบนี้ถึงจะทำงานได้สำเร็จ ไปเปลี่ยนรถ ยิ่งธรรมดาก็ยิ่งดี”

     

    ฮวาเสวี่ยหนิงรับคำ “ค่ะ”

     

    หลังจากนั้นไม่กี่นาที

     

    หลงอ้าวเทียนมองรถที่อยู่ตรงหน้า ลูบคางพลางครุ่นคิด

     

    “เสวี่ยหนิง”

     

    “ค่ะ นายน้อย”

     

    “นี่คือรถที่เธอหามาให้ฉันงั้นเหรอ?”

     

    “ค่ะ”

     

    หลงอ้าวเทียนอยากจะกระอักเลือดตาย

     

    รถคันตรงหน้านี้ยังเรียกว่ารถได้อีกงั้นเหรอ? นี่มันรถลากขยะชัด ๆ!

     

    อีกทั้งยังเป็นรถลากขยะที่ทรุดโทรมกินน้ำมันดีเซลซะด้วยสิ

     

    “ไอ้รถคันนี้...”

     

    ฮวาเสวี่ยหนิงพูด “นายน้อย นี่คือรถลากขยะยี่ห้อดัง กินน้ำมันดีเซล เดินเครื่องเต็มที่ เรียบง่าย ไร้รสนิยม เหมาะกับความต้องการของนายน้อยตอนนี้ค่ะ”

     

    หลงอ้าวเทียนมองฮวาเสวี่ยหนิง “...เธอนี่มันไร้สมองจริง ๆ ไปเปลี่ยนเอาอีกคันมา”

     

    “ไม่มีแล้วค่ะ”

     

    “ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ นายน้อย วันนี้ไม่ทันเวลาแล้ว ตารางเวลาของนายน้อยแน่นมาก ถ้าเสียเวลาต่อไปอีก เวลาจะไม่พอนะคะ”

     

    หลงอ้าวเทียนโกรธจนตัวสั่น “ได้! คันนี้ก็คนนี้ ยังไงซะ... มันก็เป็นแค่เครื่องทุ่นแรงเท่านั้นเอง”

     

    “เชิญนายน้อยขึ้นไปสตาร์ตรถด้วยตนเองเลยค่ะ!”

     

    “ต้อง... สตาร์ตยังไง?”

     

    “คันหมุนอยู่ตรงนี้ เสียบคันหมุนเข้าไปในช่องสตาร์ต หมุนคันหมุนให้เต็มแรง จากนั้นก็รอให้รถลากขยะส่งเสียงดังจนอยากจะกระโดดลงมาค่ะ”

     

    หลงอ้าวเทียนหน้าเสีย ก่อนจะเริ่มสตาร์ตรถลากขยะด้วยมือ

     

    เขาไม่เคยหมุนของพรรค์นี้มาก่อน รู้แต่เพียงว่าต้องออกแรงเยอะ ๆ ส่วนฮวาเสวี่ยหนิงคอยบอกวิธีอยู่ข้าง ๆ

     

    “นายน้อยต้องออกแรงอย่าหยุด หยุดไม่ได้ค่ะ”

     

    “นายน้อยอดทนต่อไปอีกพักหนึ่งนะคะ ใกล้จะติดแล้ว!”

     

    “แขนของนายน้อยต้องหมุนแรง ๆ ตอนนี้ต้องทุ่มแรงเต็มที่ จะออมแรงไม่ได้!”

     

    “นายน้อยไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ให้ฉันสตาร์ตดีกว่าค่ะ”

     

    หลงอ้าวเทียนนั่งบนรถลากขยะ ท้องไส้กระเทือนจนแทบจะทะลักออกจากปาก

     

    “เธอไปเอารถบ้านี่มาจากไหน?”

     

    เสียงของรถลากขยะดังเกินไป ทั้งสองจึงได้แต่ตะโกนคุยกัน

     

    ฮวาเสวี่ยหนิงตะโกน “เอามาจากชาวไร่คนหนึ่ง ใช้เงินเก้าหมื่นแลกมันมาค่ะ!”

     

    หลงอ้าวเทียนตะโกน “รถแบบนี้ราคาเก้าหมื่น!?”

     

    ฮวาเสวี่ยหนิงตะโกนตอบ “นายน้อยอย่าโกรธเลยค่ะ ฝนใกล้จะตกแล้ว”

     

    หลงอ้าวเทียนตะโกน “ปุ่มเปิดหลังคาพับได้อยู่ไหน?”

     

    ฮวาเสวี่ยหนิง “…นายน้อยตั้งความหวังสูงเกินไปแล้วค่ะ นี่เป็นรถลากขยะ ไม่มีหลังคา ไม่ว่าพับได้หรือพับไม่ได้ก็ไม่มีทั้งนั้นแหละค่ะ”

     

    หลงอ้าวเทียนแทบจะระเบิดตัวตาย “ตอนนี้ฝนใกล้จะตกแล้ว แบบนี้ฉันจะต้องทำยังไงล่ะ?”

     

    ฮวาเสวี่ยหนิงตะโกน “นายน้อย ฉันมีแผนรับมือค่ะ”

     

    “ว่ามา!”

     

    “ตากฝนค่ะ!”

     

    หลงอ้าวเทียนอยากจะฆ่าตัวตายหลังจากที่ได้ยิน “ให้ตายสิ! ยังดีนะที่แค่ตกปรอย ๆ เท่านั้น ที่นี่ห่างจากตัวเมืองเท่าไหร่? ถ้าตกแค่ปรอย ๆ แบบนี้ก็ไม่เป็นไร”

     

    เมื่อชายหนุ่มพูดจบ ท้องฟ้าก็ร้องดัง ‘ครืน ๆ!’ ไม่นานสายฝนก็เทลงมา ทั้งสองเปียกโชกเหมือนลูกเจี๊ยบตกน้ำ

     

    หลงอ้าวเทียนในเวลานี้เนื้อตัวเปียกปอนและหนาวจนตัวสั่น

     

    แรงกระเทือนของรถลากขยะทำให้ท้องไส้ของเขาปั่นป่วน เดิมทีท้องไส้ก็มีปัญหาอยู่แล้ว ตอนนี้เลยยิ่งมีปัญหาหนักขึ้นไปอีก

     

    สองมือของเขาจับพวงมาลัยแน่น สั่นสะเทือนไปทั้งตัว หลงอ้าวเทียนด่าด้วยความเจ็บใจ

     

    “ให้ตายเถอะ! เจอเรื่องซวย ๆ มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะซวยไปได้ตลอด!”

     

    ฮวาเสวี่ยหนิงรีบพูดตักเตือน “นายน้อยได้โปรดอย่าพูดพล่อย ๆเลยค่ะ!”

     

    “กลัวอะไร! เธอคิดว่ายังมีเรื่องที่ซวยยิ่งกว่านี้อีกเหรอ?”

     

    “นายน้อยระวังค่ะ ข้างหน้ามีหลุมอุจจาระ!”

     

    “อะไรนะ!?”

     

    “นายน้อย เสวี่ยหนิงขอแยกตัวไปก่อนนะคะ!”

     

    “อะไรนะ... โอ๊ย!”

     

    โครม!

     

    หลงอ้าวเทียนตกลงไปในหลุมอุจจาระที่น่าขยะแขยงเป็นอย่างมาก...

     

    ฮวาเสวี่ยหนิงตะโกนอยู่ด้านบน “นายน้อย ออกมาจากหลุมเร็ว ๆ เลยค่ะ!”

     

    หลงอ้าวเทียนตวาด “ช่วยหน่อยสิ ขาของฉันโดนรถลากขยะทับ!”

     

    “นายน้อย รถลากขยะราคาถูกทิ้งมันไปเถอะค่ะ ร่างกายของนายน้อยนั้นล้ำค่า อยู่ในหลุมอุจจาระนาน ๆ ได้ที่ไหนกัน? นายน้อยได้โปรดตัดใจซะเถอะค่ะ!”

     

    “ฉันบอกว่าขาของฉันโดนทับ! ช่วยขยับรถออกให้ที!”

     

    “นายน้อย ฉันขอเชิญให้นายน้อยออกมาจากหลุมอุจจาระด้วยค่ะ!”

     

    “รถลากขยะ! โอ๊ย! มันทับขาฉัน! ขยับมันออก! ...ขยับมันออกไปที!”

     

    ฮวาเสวี่ยหนิงพูดด้วยความละอาย “ทำไมนายน้อยถึงไม่บอกตั้งแต่แรกล่ะคะ?”

     

    “เอามันออก!!”

     

    “ถ้าบอกซะตั้งแต่แรกก็จบเรื่องแล้วค่ะ!”

     

    “ขยับมันออก!!!”

     

    “ทำไมถึงไม่บอกตั้งแต่แรกคะเนี่ย?”

     

    …

     

    ลู่เฉิงเหวินนอนหลับสบายได้ครู่หนึ่ง

     

    พอตื่นขึ้นมาก็เริ่มครุ่นคิดถึงชีวิต

     

    เขาจะมานั่งรอความตายแบบนี้ไม่ได้หรอก!

     

    ตอนนี้จะหนีก็หนีไม่พ้น ได้แต่อยู่ต่อเพื่อคิดวิธีรับมือกับบทในตอนหลัง ๆ

     

    ถ้าต้องรับมือกับบทที่มีความซับซ้อนแบบนี้ ฉันจะต้องมั่นใจว่าตัวเองมีสติสมบูรณ์พร้อม มีพละกำลังแข็งแกร่ง และจะต้องมีสภาพจิตใจที่สดชื่น คิดในเชิงบวกอยู่ทุก ๆ วัน

     

    ดังนั้น ฮ่า ๆ การใช้ชีวิตหรูหราอย่างเต็มที่ มันเป็นสิ่งที่ควรต้องมี!

     

    เจี่ยงซือหานเดินตามหลังเขา

     

    คนรับใช้สองคนเปิดประตูห้องแต่งตัว

     

    ให้ตายสิ! เป็นความสุขของคนรวยจริง ๆ นึกไม่ถึงเลย!

     

    ห้องแต่งตัวมีความลึกถึงสิบกว่าเมตร

     

    ทั้งสองด้านคือตู้เสื้อผ้าสูงติดเพดาน

     

    เมื่อคนรับใช้เปิดประตูด้านซ้าย เขาก็เห็นว่าภายในเต็มไปด้วยเสื้อผ้าราคาแพง มีเสื้อผ้ารูปแบบต่าง ๆ เก็บแยกไว้ตามฤดูกาล และแขวนเก็บในตู้อย่างเป็นระเบียบ

     

    พอประตูด้านขวาเปิดออก ภายในเป็นรองเท้ารูปทรงสวยงามต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าหนัก รองเท้ากีฬา รองเท้าไพรเวต หรือรองเท้าชายหาด...

     

    ภายในตู้หนึ่งจัดเก็บนาฬิกาข้อมือที่มียี่ห้อนับร้อยเรือน ดูละลานตายิ่งกว่าเคาน์เตอร์ขายนาฬิกาซะอีก

     

    อีกตู้หนึ่งเก็บเครื่องประดับนานาชนิด มีทั้งกระดุมแขนเสื้อของชุดสูท เข็มขัดยี่ห้อดัง แหวนทองคำแท้ แว่นกันแดดสุดหรู...

     

    ลู่เฉิงเหวินตาลายไปหมด เขาบอกกับเจี่ยงซือหาน “เอาเสื้อผ้ากับรองเท้าทั้งหมดไปบริจาค”

     

    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2 ที่คุณอ่าน