ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบสาม Harem Council 6
ต่อหน้าของผมทุกคนนั้นเรียกว่าแม้จะเป็นคนที่ไม่ใส่อะไรเลยยกเว้นปลอกคอและสายจูงในร่างเปลือยเปล่าตรงหน้าผมก็ตาม
พวกเขาจะต้องเป็นคนที่โดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่งหรือมียศมีตำแหน่งในจักรวรรดิเบื้องนอก
แม้จะเป็นสายวิชาชีพ ช่างฝีมือ Artisan ก็ต้องเป็นคนที่โดดเด่นที่จะเข้ามาอยู่ในบรรดาคนสองแสนคนหรืออาจจะเพิ่มเป็นสามแสนคนได้ในฮาเร็มส่วนตัวของผม
หลักการที่ว่ากันทั่วไปในจักรวรรดิคือ
สามารถส่งคนมากล่าววาจาต่อจักรพรรดิได้ข้างหมอนจะทำให้สามารถแก้ปัญหาได้เร็วมากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หรือกล่าวได้ว่าสภานี้คือการแสดงพลังทางการเมืองอีกทางหนึ่งนอกจากทางสภาแห่งรัฐที่แบ่งแยกเป็นสภาขุนนางHouse of Lord และสภาล่างHouse of common
มองในแง่หนึ่งจำนวนสองแสนคนที่ผมวางนโยบายเพิ่มเป็นสามแสนคนนี้ของสภาฮาเร็ม
คือการรวบรวมกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆด้วยจำนวนมากกกว่าจำนวนผู้แทนตามสภาต่างๆเสียอีกนั่นเอง
แม้แต่สภาขุนนางจำนวนของขุนนางที่จะอยู่ในสภาได้หรือยื่นขจ้อกฎหมายหรือยังยั้งกฎหมายก็จะถูกจำกัดโดยกฎหมาย
เพราะทางเทคนิคอำนาจของสภานั้นยังต่ำกว่าจักรพรรดิที่ถือว่า
ข้านี้ล่ะรัฐ
I am the State
แสดงถึงระบบที่แสดงว่าจักรพรรดิคือคนที่กุมอำนาจสูงสุดในรัฐไม่ใช่สภาอย่างที่เขาหลอกลวง
สภาต่างๆไม่ได้ทำในนามประชาชนหรือรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างที่เขาหลอกลวง
แต่ทำในนามของจักรพรรดิด้วยอำนาจของจักรพรรดิ เพื่อผลประโยชน์ของจักรพรรดิต่างหาก
ดังนั้นวิธีการที่นอกจากผ่านกฎหมายผ่านสภาปรกติ
จึงใช้ระบบ
คนข้างหมอน
กลยุทธ
กระซิบข้างหมอน
Pillow Talk
ในการที่แต่ละกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆในจักรวรรดิจะนำเสนอนโยบายต่อท่านจักรพรรดิได้
จะสังเกตได้ว่าจะเริ่มมีการทำให้อำนาจของจักรพรรดิเพิ่มมากขึ้นเรื่อยจากปริมาณของสภาฮาเร็ม
แต่จะลดอำนาจของสภาขุนนางและสภาล่างลงเรื่อยหากเทียบสัดส่วนกันนั่นเอง
แบบเดียวกับที่เราสังเกตว่าบางครั้งเมืองหลวงจะขยายขนาดหรืออำนาจมากขึ้น
แต่จังหวัดใหญ่ๆจะโดนแบ่งแยกย่อยลงเรื่อยๆ
เพราะการมีปริมาณและทรัพยากรมากคือความแข็งแกร่ง
การโดนลดปริมาณและทรัพยากรที่มีลงคือความอ่อนแอ
หากใครคิดจะพยายามลดอำนาจของผู้แทนเราลงไปนั่นแสดงว่าพวกเขาต้องการให้เราอ่อนแอลงนั่นเอง
“ได้เวลาปรนนิบัติแล้วเจ้าค่ะ”
แต่ละคนได้มาแนะนำตัวให้กับผมฟังว่ามาจากไหนหรือมาจากตระกูลใด