ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    เข้าสู่สังเวียนโลหิต

            เมื่อต้าหมิงปรากฏตัวที่เมืองอสูรราตรีอีกครั้งข่าวนี้ก็กระจายออกไปทำให้ผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับตัวตนของอสูรคลั่งอีกครั้ง ต้าหมิงที่ได้รับรู้ความลับมากมายจากหอคอยอสูรจึงรู้ดีว่าโลกด้านนอกนั้นยิ่งใหญ่อย่างมากและที่นั่นเต็มไปด้วยอัจฉริยะมากมายที่เหนือกว่าเขา และถ้าต้าหมิงไม่มีตำราอสูรมายาหรืออสูรมายา ตัวของต้าหมิงก็ไม่ต่างจากอัจฉริยะทั่วไปในสายตาโลกด้านนอกเลย

            “มีเพียงการต่อสู้เป็นตายเท่านั้นที่จะทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว” ต้าหมิงคิด

            “นายท่าน ท่านต้องการไปยังสังเวียนโลหิตเลยหรือไม่” เหม่ยซูกล่าว

            “ใช่ ข้าต้องการไปยังสังเวียนโลหิตทันที” ต้าหมิงกล่าว

            “ถ้างั้นข้าจะอธิบายราระเอียดของสังเวียนอีกครั้ง สงเวียนโลหิตจะแบ่งออกเป็น 10 สนามประลอง สนามประลองแรกจะเป็นสนามประลองของพวกมือใหม่หรือผู้ที่ได้รับสัญลักษณ์เลข 1 และการจะเพิ่มจำนวนตัวเลขมีเพียงทางเดียวคือสังหารศัตรูบนสนามประลองเท่านั้นต่อให้ท่านสังหารอีกฝ่ายนอกสนามประลองระดับของท่านก็จะไม่เพิ่ม” เหม่ยจูกล่าว

            “แบบนี้นี่เอง เพราะแบบนั้นการลอบสังหารจึงไร้ความหมายสินะ” ต้าหมิงกล่าว

            “ใช่แล้ว และบนสนามประลองท่านสามารถสังหารอีกฝ่ายหรือปล่อยให้รอดกลับไปก็ได้ขอเพียงอีกฝ่ายยอมแพ้อีกฝ่ายก็จะถูกสังเวียนโลหิตตัดสิทธิ์และไม่สามารถเข้ามาในสังเวียนโลหิตได้อีกเลยในชั่วชีวิตนี้” เหม่ยซูกล่าว

            “ถ้ารอดชีวิตก็ไม่สามารถเข้าสังเวียนโลหิตได้อีกทางคือตายสินะ” ต้าหมิงกล่าว

            “ใช่แล้ว แต่ส่วนใหญ่การต่อสู้ในสังเวียนโลหิตนั้นโหดร้ายอย่างมากและมักจะจบลงด้วยความตาย” เหม่ยจูกล่าว

            “ถ้างั้นก็ยิ่งดี เพราะสิ่งที่ข้าต้องการคือการต่อสู้เป็นตาย” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับดวงตาส่องสว่างมากขึ้น

            หอคอยอสูรและสังเวียนโลหิตนั้นอยู่คนละทิศทาง หอคอยอสูรเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาเพื่อเสี่ยงโชค แต่สังเวียนโลหิตพวกเขามาเพื่อสังหารเท่านั้น การสังหารคือการขัดเกลาฝีมือและจิตใจอย่างดี แน่นอนบางคนก็เสียสติเพราะการสังหารมากเกินไป

            “ยินดีต้องรับสู่สังเวียนโลหิต การเข้าร่วมสังเวียนโลหิตจำเป็นต้องจ่ายค่าลงทะเบียนจำนวน 1 ล้านเหรียญทอง และทางเราจะประทับสัญลักษณ์โลหิตให้กับท่าน” เมื่อต้าหมิงเดินทางมาถึงสังเวียนโลหิตก็พบกับหญิงสาวที่ทำหน้าที่เก็บค่าลงทะเบียนอยู่หน้าประตู

            เมื่อมองผิวเผินหญิงสาวนางนี้เหมือนกับหญิงสาวที่งดงามทั่วๆไปและรังแกได้ง่ายแต่ถ้าคนมีสติจะพบว่ารอบๆตัวของหญิงสาวมีกลิ่นอายจิตสังหารที่เข้มข้นอย่างมาก

            “ไม่มีปัญหา” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับนำเหรียญมองส่งให้กับหญิงสาว

            หญิงสาวเมื่อได้รับเหรียญทองก็ลงตราประทับที่มือของต้าหมิงซึ่งตราประทับโลหิตนี้ปรากฎเป็นตัวอักษรเลขหนึ่ง

            “แล้วคนของข้าพวกเขาจะต้องลงทะเบียนหรือไม่” ต้าหมิงกล่าว

            “ไม่จำเป็นแต่พวกเขาจะต้องประทับตราผู้ติดตามของท่านเอาไว้แน่แน่นอนว่าย่อมมีค่าใช้จ่าย” หญิงสาวกล่าว

            “ไม่จำเป็นพวกเราเคยลงทะเบียนแล้ว” เหม่ยซูกล่าวพร้อมกับแสดงสัญลักษณ์โลหิตออกมา ซึ่งอสูรสังหารเองก็เช่นกัน

            “นี่พวกเจ้าเคยลงทะเบียนแล้วงั้นเหรอ” ต้าหมิงแสดงสีหน้าแปลกใจ

            “ต้องขออภัยที่ไม่ได้บอกนายท่านก่อน” เหม่ยซูกล่าว

            “ไม่เป็นไรถ้างั้นก็ไปกันเถอะ” ต้าหมิงกล่าว

            เมื่อต้าหมิงผ่านประตูขนาดใหญ่ สิ่งที่ต้าหมิงพบเห็นคือสนามประลองขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นบนแม่น้ำโลหิต กลิ่นอายโลหิตข้างในทำให้ต้าหมิงต้องแสดงสีหน้าคลื่นใส้

            “ก่อนอื่นนายท่านจะต้องทำความคุ้นชินกับสภาพของสังเวียนโลหิตเสียก่อน” เหม่ยจูกล่าวแนะนำ

            “อืม” ต้าหมิงพยักหน้าและสงบสติและทำจิตใจให้สงบ หลังจากนั้นไม่นานดวงตาสีทับทิมของต้าหมิงก็เปิดขึ้นและเจตจำนงแห่งการสังหารปรากฎออกมา

            “ไปกันเถอะ” ต้าหมิงและพวกเหม่ยซูเดินทางไปยังสนามประลองที่ 1 ทันที

            ต้าหมิงที่มองไปยังสนามประลองต่างๆพบว่าในสนามประลองต่างเต็มไปด้วยผู้คนกำลังมองดูการต่อสู้ด้วยความตื่นเต้น และนอกสนามประลองก็มีการพนันเกิดขึ้นเช่นกัน

            “มีเพียงสนามประลองที่ 10 เท่านั้นที่ไม่มีผู้คนสินะ” ต้าหมิงกล่าว

            สนามประลองที่ 10 ต่างก็เป็นตัวตนระดับจักรพรรดิเท่านั้นที่สามารถไปถึงเพราะงั้นจึงไม่มีใครยินดีมาเสี่ยงชีวิตในสนามประลองอย่างแน่นอน

            “หืม นั่นมันเด็กใหม่ไม่ใช่เหรอ” ชายคนหนึ่งกล่าวและมองต้าหมิงด้วยสายตายินดี

            “ว้าวมีเด็กใหม่เข้ามาด้วย แบบนี้ก็สวยสิ วันนี้ข้าจะได้รับคะแนนฟรีแล้ว”

            “ไป ข้าจะเป็นคนสู้กับเด็กใหม่เอง” เสียงของผู้คนต่างแสดงสีหน้าตื่นเต้น

            “ข้าต่างหาก”

            ต้าหมิงยกยิ้มขึ้นทันทีที่เห็นการแสดงออกของผู้คน คนเหล่านี้คิดว่าเขาเป็นเพียงเด็กใหม่ที่ง่ายต่อการรังแก

            “พวกโง่เขลา” เหม่ยจูกล่าว

            “พวกเขาไม่ผิดหรอก และอีกอย่างมันก็เป็นผลดีกับข้าอีกด้วย อืมแล้วข้าจะต้องสังหารกี่คนถึงจะสามารถยกระดับสัญลักษณ์ได้” ต้าหมิงกล่าว

            “ท่านจะต้องสังหาร 20 คนติดต่อกัน” อสูรสังหารที่เงียบอยู่กล่าวขึ้น

            “20 คนงั้นเหรอ ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ จากที่ข้าดูในสนามประลองที่ 1 ไม่มีใครอยู่ระดับจอมพลเลยเพราะงั้นสำหรับข้ามันไม่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับเดินไปยังสนามประลองที่ 1

            “นั่นเขานิ เขาเข้าร่วมกับสังเวียนโลหิตด้วยงั้นเหรอ” ในสนามประลองที่ 3 หมิงเย่ และพวกเหล่ยเฟิงต่างมองไปยังต้าหมิงด้วยสายตาแปลกใน พวกเขาไม่คิดว่าต้าหมิงจะกล้าปรากฎตัวในสังเวียนโลหิตแบบนี้

            เพราะใครๆต่างก็รู้ว่าในตอนนี้มีผู้คนมากมายหมายจะสังหารต้าหมิงอยู่ แน่นอนว่ามีหลายคนยังไม่รู้จักตัวตนของต้าหมิงโดยเฉพาะในสนามประลองที่ 1 ต่างพากันแสดงสีหน้ายินดีออกมา

            “ข้าต้องการประลอง” ต้าหมิงเดินไปหาชายชราที่นั่งอยู่ทางเข้าสนามประลอง

            “เด็กใหม่งั้นเหรอ เจ้าแน่ใจงั้นเหรอว่าจะลงประลองในทันที เจ้าไม่คิดจะทำความเข้าใจกับความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ก่อนงั้นเหรอ” ชายชรากล่าว

            “ไม่จำเป็น” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าสงบ

            “ถ้างั้นก็ตามใจเจ้า เจ้าแค่ต้องไปยืนอยู่บนสนามประลองและจะมีคนมาท้าทายเจ้าเอง แน่นอนว่าถ้าเจ้าต้องการจะหยุดการประลองก็ให้เดินออกมา” ชายชรากล่าว

            ต้าหมิงพยักหน้าและเดินขึ้นไปบนสนามประลองทันที และเมื่อต้าหมิงปรากฎเสียงโห่ร้องยินดีในสนามประลองที่ 1 ก็ดังขึ้น

            “เหยื่อชั้นดีมาแล้ว”

            “พวกหน้าโง่ที่มั่นใจในตัวเองมักจะตายเร็ว”

            “ข้าขอไปก่อนนะ”

            เสียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องดึงดูกสนามประลองที่ 2 และ 3 ทันที พวกเขาต่างหันมามองสามประลองที่ 1 และยิ้มอย่างเหยียดหยาม ในสังเวียนโลหิตมักจะมีอัจฉริยะมากมายต้องตกตายลงเพราะความอวดดีของตัวเอง

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน