ภายในเมืองหนานเจียง
ขณะนี้กำลังมีฝนตกพรำ ๆ
หลินหยวนที่สวมหน้ากากเงินมุ่งหน้ามาถึงสมาคมนักล่า แล้วเปิดประตูเข้าไปด้านใน
บางทีอาจเป็เพราะวันนี้เป็วันฝนตก นักล่าหลายคนจึงมารวมตัวกันอยู่ที่ชั้น 1 เพื่อกินดื่มพูดคุยกัน
หลังจากที่พวกเขาเห็นเด็กหนุ่มเดินเข้ามา คนพวกนี้ก็เบิกตามองเขาก่อนจะหันไปเริ่มพูดคุยกัน
“นั่นมันไอ้เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ใช่เรอะ ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะอดทนได้ขนาดนี้ ดูเหมือนว่ามันจะมายกเลิกภารกิจนะ”
“ตลกชะมัด ตอนแรกทำเป็อวดดี มันคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งมากถึงขั้นจะฆ่าไททันได้พันตัวหรือไง ไม่รู้ว่าเป็เพราะไปเจอไททันที่นอกเมืองแล้ววิ่งหนีหางจุกตูดกลับมาหรือเปล่า”
“พวกนายพูดอะไรกัน เด็กใหม่คนนี้มีอะไรเหรอ?”
“อ้าว นายไม่รู้หรอกเหรอ ไอ้หน้าใหม่มันมาที่นี่เมื่อ 5 วันก่อน แล้วรับภารกิจระดับ E ที่ยากที่สุด”
“ฮ่า ๆๆ พวกเด็กใหม่นี่มันไฟแรงจริง ๆ พวกมันไม่กลัวตายเลยหรือไง แต่หลังจากผ่านความยากลำบากแล้วคงจะได้รับบทเรียนแล้วสินะ”
เมื่อบทสนทนาเหล่านี้เริ่มต้นขึ้น ก็มีคนเข้ามาร่วมวงมากขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นทุกคนก็รับรู้เื่ราวทั้งหมด
ในไม่ช้าสายตาของพวกนักล่าก็จับจ้องไปที่นักล่าหนุ่มสวมหน้ากากเงินเป็ตาเดียว
สำหรับพวกเขา การได้เห็นเด็กใหม่ที่ทำตัวโง่เขลาอย่างหลินหยวนมันช่วยให้ชีวิตที่น่าเบื่อดูมีสีสันมากขึ้น
ต่อมา เด็กหนุ่มค่อย ๆ เดินขึ้นไปชั้น 2 ภายใต้สายตาของทุกคนแบบไม่สะทกสะท้านใด ๆ
“สวัสดีค่ะ คุณนักล่า วันนี้้าให้ฉันช่วยอะไรคะ?”
พนักงานต้อนรับที่ลงทะเบียนภารกิจให้หลินหยวนมองเขาด้วยรอยยิ้มสุภาพ
แม้ว่าเธอจะได้ยินข่าวลือมาบ้างแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรต่อหน้านักล่าหนุ่มคนนี้มากนัก
สุดท้ายแล้วมีใครบ้างที่ไม่เคยเป็เด็กไร้เดียงสา?
ในฐานะคนทำงานบริการ หญิงสาวเองก็ไม่สามารถแสดงความรู้สึกส่วนตัวต่อผู้รับบริการได้มากนัก
จากนั้นหลินหยวนก็ถอดนาฬิกาที่ข้อมือออกส่งให้อีกฝ่าย “ผมจะมาส่งมอบภารกิจครับ”
“ได้ค่ะ ตามระเบียบของสมาคมนักล่าของเรา หากคุณ้ายกเลิกภารกิจ คุณจะต้องจ่ายค่าชดเชยจำนวนหนึ่ง—”
พนักงานสาวพูดไปได้เพียงครึ่งทาง จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนมีคนเอามือมาบีบคอเธอ แล้วเธอก็กลืนคำพูดที่เหลืออีกครึ่งกลับไป
ชั่วขณะนั้นแม้แต่บริเวณห้องโถงชั้นแรกของสมาคมนักล่าก็ยังเงียบลง
ตอนนี้ไม่มีใครพูดคุยกันเลยสักคนในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยว่าตนเองหูฝาดไปหรือเปล่า
จากนั้นหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาเหลือเชื่อ “ขอโทษค่ะ เมื่อกี้คุณบอกว่าอะไรนะคะ?”
หลินหยวนยังคงพูดซ้ำคำเดิมอย่างใจเย็น “ผมบอกว่าผมมาส่งภารกิจ มันเข้าใจยากนักเหรอครับ?”
“โอเคค่ะ ฉันจะดูให้นะคะ…”
พนักงานสาวรีบคว้านาฬิกามาเชื่อมกับระบบภารกิจทันที “บนนี้บอกว่าคุณรับภารกิจเมื่อ 5 วันก่อนใช่ไหมคะ ใน 5 วันนี้คุณล่าไททันทั่วไปได้ 1,000 ตัวพอดีซึ่งบรรลุเงื่อนไขของภารกิจ”
หลังจากกล่าวจบ แม้แต่ตัวเธอเองก็เริ่มไม่แน่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
จนกระทั่งตอนนี้มีเพียงความคิดเดียวที่หลงเหลืออยู่ในหัวของเธอ นั่นก็คือ… ระบบมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?
จะเป็ไปได้อย่างไรที่เขาจะล่าไททัน 1,000 ตัวได้ภายใน 5 วัน?
นี่เป็สิ่งที่มนุษย์ทำได้จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?
แม้แต่ผู้มีพลังพิเศษแรงก์ B ก็อาจไม่สามารถทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้
“มันล่าไททันพันตัวใน 5 วัน นี่หูฉันฝาดไปหรือไง?”
“บ้าไปแล้ว จะเป็ไปได้ยังไง ไททันตั้งพันตัว ในชีวิตนี้ฉันฆ่าไททันรวมกันยังไม่ถึงพันตัวเลยด้วยซ้ำ!”
“ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ หรือไอ้หมอนี่จะไปยุ่งกับข้อมูลอะไรบางอย่าง”
“ใช่แล้ว โกง มันจะต้องโกงแน่ ๆ!”
“เื่นี้จะต้องได้รับการสืบสวนอย่างละเอียด! ถ้าไอ้หมอนี่ไม่ถูกสอบสวน ความน่าเชื่อถือของสมาคมนักล่าจะยังมีอยู่อีกเหรอ?”
ใน่เวลาหนึ่ง ในบริเวณห้องโถงชั้นแรกของสมาคมนักล่าได้ตกอยู่ในความโกลาหล
พวกเขาไม่อาจยอมรับได้ว่าหลินหยวนซึ่งเป็เด็กใหม่ที่ดูเหมือนยังไม่พ้นวัยรุ่นสามารถทำภารกิจระดับ E ที่ยากที่สุดให้เสร็จภายในเวลาเพียง 5 วัน
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้พวกเขาได้เยาะเย้ยเ้าเด็กนี่เอาไว้มากมาย ถ้าอีกฝ่ายทำภารกิจนี้สำเร็จจริง ๆ นี่มันไม่ต่างจากการถูกตบหน้ากลางสมาคมเลยหรืออย่างไร?
ทางด้านหลินหยวนยังคงไม่สนใจคนกลุ่มนั้นแล้วถามพนักงานต้อนรับว่า “ผมแลกรับรางวัลได้เลยไหมครับ?”
“ตามกฎของสมาคม ขอเพียงนาฬิกาแสดงว่าภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถรับรางวัลภารกิจได้เลยค่ะ” หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อไปว่า “แต่ถ้าหากในภายหลังพบว่าข้อมูลนั้นเป็เท็จ สมาคมนักล่าของเราจะทำการสอบสวนเื่นี้จนถึงที่สุด เราหวังว่าคุณจะไม่ได้เพียงแค่บังเอิญทำภารกิจสำเร็จนะคะ”
ดูเหมือนว่าพนักงานต้อนรับก็ได้รับอิทธิพลจากความคิดของกลุ่มนักล่าเช่นกัน เธอเองก็ยังมีความสงสัยเกี่ยวกับตัวหลินหยวนไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีหลักฐาน เธอจึงทำได้เพียงแค่ทำตามหน้าที่ของตนเองเท่านั้น
ถัดมา หญิงสาวก็ขยับนิ้วแตะบนหน้าจอมอนิเตอร์ที่เครื่องปลายทางเพื่อออกรางวัลภารกิจให้กับนักล่าหนุ่มทันที
ในแม่ค้าก็มีข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นบนนาฬิกา
“ภารกิจล่าไททันของคุณเสร็จสิ้นแล้ว และรางวัลก็ได้โอนไปยังบัญชีของคุณเรียบร้อย คุณลองตรวจสอบดูก่อนนะคะ”
วินาทีต่อมาก็มีเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของหลินหยวน
เงินจำนวน 3 ล้านหยวนไม่ขาดไม่เกินถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของเขาเรียบร้อย
นอกจากนี้รางวัลภารกิจยังรวมถึงยาเพิ่มพลังปราณระดับต่ำ 10 เม็ด และยาเพิ่มพลังจิตระดับต่ำ 10 ขวด
ขอเพียงหลินหยวน้า เขาก็สามารถมาแลกรับรางวัลที่สมาคมนักล่าสาขาใดสาขาหนึ่งได้ตาม้า
ทว่าในขณะนี้ฝูงชนที่ชั้นล่างได้ตกอยู่ในความโกลาหลมากขึ้น
“ฉันอยากจะรู้นักว่าสมาคมนักล่ามีแต่พวกไร้สมองหรือไง นี่พวกคุณคิดว่ามันเป็ไปได้ไหมที่จะมีคนล่าไททันพันตัวได้ในเวลาแค่ 5 วัน?!”
“แถมยังออกรางวัลภารกิจให้มันอีก ฉันล่ะเหลือจะเชื่อจริง ๆ!”
“นี่พวกคุณกำลังดูถูกพวกเรานักล่าที่ต่อสู้เสี่ยงเป็เสี่ยงตายเพื่อล่าไททันงั้นเหรอ!!”
“เออใช่ ฉันเป็นักล่ามาทั้งชีวิต ฉันยังฆ่าไททันได้ไม่ถึงพันตัวเลย ไอ้หมอนี่ที่เป็แค่เด็กด้อยประสบการณ์มาเข้าร่วมสมาคมนักล่าได้ไม่นานจะทำสำเร็จได้ไงกัน?!”
“รีบเปิดโปงไอ้คนหลอกลวงนี่เร็วเข้า แล้วไล่มันออกจากสมาคมซะ! ไม่อย่างนั้นพวกเราไม่จบง่าย ๆ แน่!!”
หลินหยวนที่ได้ยินเสียงด่าทอดังมาจากด้านหลังก็หันไปมอง จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ก้าวไปที่ราวระเบียง
เนื่องจากบนชั้น 2 เป็โครงสร้างแบบวงแหวน เขาจึงสามารถมองเห็นฝูงชนที่กำลังประท้วงอยู่ด้านล่างได้ทั้งหมด
เด็กหนุ่มยิ้มแล้วพูดเสียงเรียบเฉยกับคนพวกนั้นว่า “ฟังให้ดี ถ้าอยู่มาจนแก่ปานนี้แล้วยังไม่สามารถฆ่าไททันได้ถึง 1,000 ตัว ทำไมไม่พิจารณาตัวเองดูบ้าง บางทีอาจเป็เพราะพวกคุณอ่อนเองหรือเปล่า?”
คำพูดนี้ได้ไปจี้ใจดำกลุ่มคนที่อยู่เบื้องล่างทันที
ไม่ต้องเอ่ยถึงนักล่าที่สบถด่าเขา แม้แต่คนอื่น ๆ ที่จงเกลียดจงชังเขาเหมือนกันก็ยังอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ
ไอ้เด็กนี่มันโง่มากจริง ๆ โง่แบบกู่ไม่กลับ!
ทางด้านนักล่าวัยกลางคน เมื่อถูกพูดแทงใจดำ เขาก็กระแทกเท้าข้างหนึ่งลงบนโต๊ะพร้อมกับชี้หน้าด่าอีกฝ่ายเสียงดัง “ถึงฉันจะอ่อน แต่ฉันก็ดีกว่าแก ไอ้คนขี้โกหก!!”
หลินหยวนที่ได้ยินเช่นนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ไม่คิดเลยว่าจะได้พบเจอคนที่มั่นหน้าขนาดนี้”
หลังจากที่เขาพูดแบบนั้น คนรอบข้างก็กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว
ถึงแม้ว่าเ้าเด็กคนนี้จะดูเหมือนปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แต่มันก็ปากจัดมากจริง ๆ
แล้วสิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือ สำหรับหลินหยวนแล้วนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
เด็กหนุ่มใช้มือทั้งสองข้างจับราวระเบียง กวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดเสียงเ็าว่า “พูดตามตรง ผมไม่รู้ว่าพวกคุณไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ในแง่ของความแข็งแกร่ง คุณก็เก่งไม่เท่าผู้มีพลังแรงก์สูง ๆ พวกนั้น ในแง่ของความน่าเคารพนับถือ คุณก็ด้อยกว่าทหารที่ยืนหยัดต่อสู้ในสนามรบมาก”
“วัน ๆ พวกคุณเอาแต่นั่งดื่ม คุยโวเื่ที่เคยฆ่าไททันแค่ 2-3 ตัวจนคิดว่าตัวเองมีส่วนทำประโยชน์ให้ประเทศชาติเอาไว้มากมาย พวกคุณมันก็ไม่ต่างจากกบในกะลาที่วัน ๆ ใช้ชีวิตซ่อนตัวอยู่ในกะลาเท่านั้น”
“พอเห็นว่าใครก็ตามมาข้ามหน้าข้ามตาตัวเองก็พยายามจะดึงพวกเขาให้ตกต่ำไม่ต่างจากตัวเอง นั่นเป็เพราะคุณไม่ยอมรับว่ามีคนที่แข็งแกร่งกว่าคุณต่างหาก”
“คงมีเพียงพวกขยะเปียกเท่านั้นที่จะไปกองรวมกันก้นถัง!!”
คำพูดของหลินหยวนไม่ต่างจากการลากคนพวกนี้ไปตบกลางสี่แยก
อย่างไรก็ตาม สำหรับพวกเขาคำพูดเหล่านี้ล้วนเป็ความจริงที่ไม่อาจยอมรับได้ นอกจากมันจะไม่ทำให้ทุกคนคิดได้แล้ว มันยังทำให้พวกเขารู้สึกโมโหมากอีกด้วย
ในตอนที่นักล่าหนุ่มพูดจบ หลายคนก็ชี้หน้าด่าเขาจนฟังไม่ได้ศัพท์
“แกกล้าดียังไงถึงมาสั่งสอนพวกเรา ไอ้เวร แกคิดว่าแกเป็ใคร!!”
“แกก็แค่กุเื่ขึ้นมาหลอกคนอื่น นี่ยังกล้ามาพูดจาไร้สาระที่นี่อีกเรอะ หน้าด้าน!”
“ฉันจะบอกให้นะ ถ้าวันนี้แกไม่อธิบายเื่นี้ให้กระจ่าง อย่าหวังเลยว่าจะได้ก้าวออกจากประตูสมาคมนักล่า!”
หลินหยวนมองดูใบหน้าโกรธแค้นของคนที่อยู่เบื้องล่างด้วยท่าทางไม่รู้สึกรู้สา แม้จะถูกข่มขู่เขาก็ไม่เกรงกลัวใด ๆ
ยิ่งพวกเขารู้สึกโกรธมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหมายความว่าความคิดของเขานั้นถูกต้องแล้ว
ในทุก ๆ ยุคสมัยจะต้องมีฮีโร่ถือกำเนิดขึ้น และยังมีพวกขี้ขลาดที่กลัวตายจนเอาแต่คุยโวโอ้อวดว่าตัวเองก็เป็ฮีโร่
ในสายตาของคนเหล่านี้ไม่มีเื่ของประเทศ ไม่สนใจมนุษยชาติ มีเพียงผลได้ผลเสียของตนเองเท่านั้น
*******************************************
SkySaffron: เป็ไงล่ะ อึ้งกันทั้งสมาคมเลย พอเขาทำได้ก็หาว่าโกงอี๊ก!