“ข้าอยากได้ยากดพลัง”
ชายชราเงยหน้ามองซูเจินทันทีมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหลุบตาลงเช่นเดิม “...ไม่มี”
“ไม่มีจริงๆหรือ?” ซูเจินยังถามต่อ
“ตัวยาไม่มี แต่มีส่วนผสมอยู่สองอย่าง” ชายชราตอบ“อย่างเจ้าไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ ลดทอนพลังของตนเองก็ได้แล้ว”
“ทำเช่นนั้นตบตาได้เพียงคนที่พลังต่ำกว่าข้าเท่านั้นไม่สามารถหลอกคนที่มีประสบการณ์และมีพลังที่มากกว่าข้าได้”
“บอกท่านตามตรงข้าจะไปเข้าร่วมการสอบของสำนักสวรรค์ที่เมืองหลวง ข้าไม่ต้องการตกเป็นเป้าสายตา”ซูเจินเปิดเผยให้ชายชรารับรู้
สำนักสวรรค์?ชายชรามองสตรีตรงหน้าและคนอื่นๆที่เดินดูของในร้านกลุ่มคนพวกนี้จะเดินทางไปเข้าร่วมการสอบของสำนักสวรรค์หรอกหรือ?
คิ้วของชายชรากระตุกการสอบปีนี้ดูท่าจะวุ่นวายไม่น้อยทีเดียว
“เข้าใจแล้วแต่ข้ามีเพียงส่วนผสมเพียงสองตัวเท่านั้น เจ้ายังต้องการหรือไม่เล่า?”
“ต้องการ” ซูเจินตอบ ไม่มียาก็ไม่เป็นไรขอเพียงหาส่วนผสมได้ครบทั้งห้าอย่างนางก็สามารถปรุงโอสถออกมาได้ยากดพลังเป็นโอสถระดับต่ำขั้นสอง นางปรุงเองได้ไม่มีปัญหาตราบใดที่ไม่ใช่ยาที่สูงกว่าระดับสูงขั้นสี่นางก็ปรุงได้ทั้งนั้น
“ได้ รอเดี๋ยว” ชายชราบอกก่อนจะลุกขึ้นไปยังส่วนหน้าสักพักเขาก็กลับมาพร้อมกล่องไม้ขนาดเล็กที่มีกลิ่นหอมออกมาจางๆ
“หญ้าซ่อนเร้นกับใบน้ำค้างเขียว?”
“เจ้ามีความรู้ด้านสมุนไพร?เป็นผู้ปรุงยาหรอกหรือ?” ชายชราถามอย่างแปลกใจ เพียงได้กลิ่นก็บอกชนิดได้นับว่าเชี่ยวชาญไม่น้อย
“ไม่ใช่ ข้าแค่พอรู้อยู่บ้าง”ซูเจินเปิดกล่องออกดู สมุนไพรทั้งสองตัวนับว่ามีคุณภาพดีใช้ได้แต่จำนวนน้อยไปหน่อย คงเพียงพอสำหรับปรุงแค่ชุดเดียว
“ตกลงข้าเอา เท่าไหร่?”ซูเจินปิดฝากล่องเอาไว้เช่นเดิมเพื่อรักษาคุณภาพของสมุนไพร
“รวมกล่องเก็บข้าคิดหนึ่งหยกม่วง”
ซูเจินพยักหน้า นับว่าราคาสมเหตุสมผลในส่วนผสมทั้งห้าชนิด หญ้าซ่อนเร้นกับใบน้ำค้างเขียวนับว่าหาไม่ยากไม่ง่ายซูเจินเอาอาวุธที่ตนเองเลือกไว้ออกมาวางรวมข้างหน้า
“ข้าเอาอาวุธชิ้นนี้ด้วย “
“พัดเหล็กวายุ...เจ้าไม่ใช่สายเวท”สตรีนางนี้มีเรื่องให้เขาตกใจอยู่เรื่อยจริงๆ เห็นนางสามารถบอกบทเวทธาตุลมให้เจ้าเด็กน้อยนั่นได้เขาก็นึกว่านางเป็นผู้ใช้เวทเหมือนกัน
แต่พัดเหล็กวายุเป็นอาวุธสำหรับสายยุทธ์อาวุธของแต่ละสายจะมีหลักการใช้แตกต่างกันเล็กน้อยคืออาวุธสายเวทจะใช้การใส่พลังเวทลงไปในอาวุธเพื่อให้แสดงพลังออกมาความรุนแรงขึ้นอยู่กับระดับของวัสดุของอาวุธและพลังที่ใส่เข้าไปแน่นอนว่าอาวุธจะต้องมีความแข็งแกร่งพอที่จะรองรับพลังของผู้ใช้ได้หากผู้ใช้มีพลังที่รุนแรงเกินไปอาวุธก็อาจจะพังเนื่องจากรับไม่ไหว
ส่วนสายยุทธ์จะใช้อาวุธควบคู่กับวิชาการต่อสู้พลังของมันจะมาจากแกนเวทที่นำมาสร้างโดยตรงร่วมกับความรุนแรงของวิชาหากอาวุธมีระดับที่มากกว่าจะได้เปรียบผู้อื่นและมีข้อดีคือจะสามารถใช้อาวุธธาตุใดก็ได้ที่อยู่ในขอบเขตวิชาที่ฝึกฝน
พัดเหล็กวายุเป็นของชั้นเลิศที่เขาเก็บไว้อย่างดีไม่เป็นที่สะดุดตา แต่นางก็ยังอุตส่าห์ไปค้นจนเจอ ระดับของพัดเหล็กวายุไม่ใช่ย่อยมันเป็นอาวุธระดับสามขั้นต้น!
“ข้าเป็นผู้ใช้ยุทธ์”
“เฉพาะพัดเหล็กวายุคือ สามสิบหยกม่วงหากเจ้าซื้อมันสมุนไพรกล่องนี้ก็นับว่าข้าแถมให้ก็แล้วกัน”
“ได้ ท่านรอเดี๋ยว” ซูเจินไม่ต่อราคาเพราะนางรู้ว่าอาวุธระดับนี้ราคานับว่าถูกมากแล้ว หากนำมันไปประมูลคาดว่าจะได้ไม่ต่ำกว่าสี่สิบหยกม่วง
“จือเหลียงๆ มานี่หน่อย”ส่วนมากนางจะพกเงินติดตัวไว้จำนวนหนึ่งแต่ก็ยังไม่มากพอที่จะจ่ายค่าพัดเหล็กวายุด้ามนี้
“ขอรับ” จือเหลียงรีบวิ่งมาอย่างไว
“เอาตั๋วเงินมาให้ข้าสักสามสิบใบ” นางยื่นมือไปตรงหน้าจือเหลียง หน้าที่เก็บเงินส่วนใหญ่อยู่ที่เขา
“สามสิบใบ!”จือเหลียงตกใจกับจำนวนที่นายหญิงเรียกร้อง จำนวนเงินไม่ใช่น้อยๆเลยนายหญิงใช้จ่ายครั้งเดียวมากถึงเพียงนี้
แต่มันก็เป็นเงินของนาง แล้วเขาจะไปว่าอะไรได้จือเหลียงล้วงเอากล่องไม้กล่องหนึ่งออกมา ข้างในเต็มไปด้วยตั๋วเงินหลายสิบใบ หากเงินจำนวนมากๆมักจะนิยมใช้เป็นตั๋วเงินแต่มีข้อเสียคือมันเปียกน้ำและขาดได้ ข้อดีคือเบาและพกพาได้สะดวกกว่าหยกม่วง
ซูเจินรับตั๋วเงินแล้วส่งให้ชายชราชายชราก็ไม่ได้ใส่ใจนับ คนเช่นนางอย่างไรก็จ่ายครบซูเจินเอากล่องไม้ใส่สมุนไพรยัดใส่มือจือเหลียง
“เจ้าเก็บไว้ดีๆ...” ซูเจินบอก “เออจริงสิร้านท่านมีพวกอุปกรณ์เวทมิติบ้างหรือไม่? ที่เอาไว้เก็บของน่ะ”
“จะไปมีได้อย่างไร?เจ้าก็เห็นว่าร้านข้าเป็นร้านเล็กๆ จะไปมีของหายากอย่างอุปกรณ์เวทมิติได้อย่างไรไปหาเอาที่เมืองหลวงเถอะ ที่นั่นอาจจะมีอยู่บ้างสักสองสามชิ้นกระมัง” ชายชราขึ้นเสียงใส่นาง
ซูเจินยู่ปากใส่อีกฝ่ายนี่ขนาดบอกว่าเป็นร้านเล็กๆก็ยังมีของดีๆหายากมากเพียงนี้ ทำอย่างกับนางจะเชื่อ!แต่ก็อย่างว่าเวทมิติหายากพอๆกับผู้ใช้เวทเยียวยาคงหาอุปกรณ์ที่ผู้ใช้เวทมิติสร้างไม่ได้ง่ายๆ
“จือเหลียงไปบอกทุกคนว่าหากมีของถูกใจก็กว้านซื้อมาให้หมด”ร้านนี้มีของดีซุกซ่อนอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด หากดวงดีคงได้ของดีๆมาเพียบดังนั้นต้องขนมันไปให้หมด ฮ่าๆๆๆ
ชายชราเจ้าของร้านถลึงตาใส่ดรุณีน้อยคิดว่าเขาไม่ได้ยินหรืออย่างไรว่านางต้องการจะปล้นร้านของเขา?ตาดีแล้วยังเจ้าเล่ห์นักนะ ยังดีที่นางไม่ลงมือไปหยิบของเองไม่เช่นนั้นของดีๆในร้านเขาต้องโดนนางกวาดไปหมดแน่
“พวกข้าไปนะท่านผู้เฒ่า แล้วข้าจะแวะมาใหม่ฮ่าๆๆ” ซูเจินโบกมือลาชายชราเจ้าของร้านอย่างอารมณ์ดี พวกนางต่างร่ำรวยพอตัวเรื่องเงินทองไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกนาง พอนางบอกอยากได้อะไรก็กวาดซื้อมาให้หมด เหล่าลูกน้องของนางก็ขนมาหมดจริงๆ
มีของดีปะปนมาด้วยมากโขแม้จะราคาแพงแต่นางมองว่ามันคุ้มดี
“ไม่ต้องมาแล้ว ข้าจะไม่ขายให้พวกเจ้าอีกแล้ว!”แต่ละคนล้วนแต่ตาดี โชคล้วนเข้าข้างของดีที่เขาซุกซ่อนปนกับของธรรมดาหลายอย่างถูกพวกนางค้นเจอจนหมดได้เงินมาเยอะก็จริงแต่กลับไม่ค่อยคุ้มเลย!
“ไม่คิดว่าร้านโทรมๆเช่นนี้จะมีของน่าสนใจมากมาย”เหวินอี้บอก เขาก็ได้อาวุธกับของอื่นๆอีกหลายชิ้นของภายในมันก็วางปนๆกันเยอะแยะไปหมด แต่มีของหลายชิ้นให้บรรยากาศแปลกๆพอนางหญิงบอกว่าให้ซื้อของที่สนใจมาให้หมด เขาก็เลยซื้อมาเสียหลายชิ้น
แต่ราคานี่ทำเอาเขาขมวดคิ้วแล้วขมวดคิ้วอีกตั๋วหลายใบที่มารดายัดใส่มือมาให้ตอนออกจากหมู่บ้านปลิวหายไปหลายใบในเวลาสั้นๆเขาเริ่มจะเข้าใจสิ่งที่นายหญิงบอกตอนอยู่ในหอลานประลองแล้วหากใช้จ่ายเช่นนี้ต่อไป เงินที่มีอยู่ต้องหมดลงเร็วๆนี้แน่
นายหญิงยิ่งคาดโทษเขาไว้สามเดือนอยู่จากนี้ไปคงต้องใช้เงินระวังๆหน่อย
“ข้าก็บอกแล้วอย่างไรร้านแบบนี้แหละมักจะมีของดีเยอะแยะ” ซูเจินพูดยิ้มๆนางมองสองสาวใช้ที่แลกเปลี่ยนของดูกันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่ายุคไหนโลกไหนสตรีก็ยังคงชื่นชอบการซื้อของอยู่ดี
“ดาบเจ้าก็ดูดีไม่เลวนะ” ซูเจินพูดกับซิ่นทง
หลังจากที่เขาเลือกหาในกองอยู่นานก็เจอเล่มที่ถูกใจสภาพนับว่ายังใหม่อยู่มาก ที่สำคัญคือจับได้เหมาะมือ
“เจ้าใช้ดาบเป็นอาวุธหรือ?ไม่คนมีคนนิยมใช้กันเท่าไหร่นะ” เหวินอี้มองดาบในมือซิ่นทงส่วนมากคนจะนิยมใช้กระบี่มากกว่าดาบเพราะน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นมากกว่าจึงค่อนข้างแปลกใจ ที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยได้สังเกตอาวุธของอีกฝ่ายเพราะมันเล็กมากเมื่อเทียบกับอันใหม่ที่ถืออยู่
“ข้ามีดีที่พละกำลังน่ะ” ซิ่นทงตอบ
“กลับโรงเตี้ยมไปพักผ่อนกันได้แล้วมัวแต่ดูของเพลินเผลอครู่เดียวพระจันทร์ลอยสูงเพียงนี้แล้ว” ซูเจินบอก แล้วทุกคนก็เดินกลับโรงเตี้ยมก่อนจะแยกย้ายกันเข้าห้องพักของตัวเองซูเจินก็พูดขึ้น
“จริงสิ เราจะพักอยู่ที่นี่อีกวันพรุ่งนี้พวกเจ้าจะไปเดินเล่นกันก็ได้นะ แล้ววันมะรืนเราจะออกเดินทางกันแต่เช้าเฮยหลงข้าฝากเจ้าไปบอกคนอื่นๆที่เหลือด้วยนะ แล้วก็ไม่ต้องมาชวนข้าไปไหนล่ะ พรุ่งนี้ข้าจะพักผ่อนอยู่ที่ห้อง”
“ขอรับ” เฮยหลงรับคำสั่ง
“อ่อ...เจ้าเอาเรื่องร้านเมื่อกี้ไปบอกทุกคนด้วยนะแต่อย่าไปบอกกับคนอื่นล่ะ รู้กันแค่พวกเราก็พอ” ซูเจินกระซิบบอกเฮยหลงที่ข้างหู
เฮยหลงพยักหน้ารับทราบแล้วแยกย้ายกันไปห้องพักของตัวเอง