กลิ่นหอมจาง ๆ ของชาผู่อิดชั้นดีลอยวนอยู่ในห้องรับรองพิเศษ "เหมันต์นิรันดร์" บนชั้นสามของโรงเตี๊ยมจันทราคาร บรรยากาศระหว่างไป๋ลี่เซียนและเซียวอวี้เจ๋อเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่ถูกคั่นกลางด้วยกระแสความคิดอันเฉียบคมของคนทั้งสอง
เซียวอวี้เจ๋อวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกระเบื้องเคลือบอย่างแ่เบา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นยังคงจับจ้องมองดรุณีตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งระคนแปลกใจ ในตอนแรก เขาเพียงแค่รู้สึกสนใจข่าวลือแปลก ๆ เกี่ยวกับคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ที่กล้าหาญชาญชัยประกาศถอนหมั้นตระกูลเฟิง และลากคอแม่เลี้ยงหน้าเืมาลงโทษด้วยชั้นเชิงทางกฎหมาย แต่เมื่อได้มาสบตาและนั่งสนทนาจริง ๆ เขากลับพบว่าสตรีวัยสิบห้าปีผู้นี้ ไม่มีเค้าโครงของความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย แววตาของนางนิ่งสงบ ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลเกินกว่าสตรีในหอห้องทั่วไปจะจินตนาการถึง
"แม่นางไป๋ช่างทำให้ข้าประหลาดใจยิ่งนัก..." เซียวอวี้เจ๋อเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก "คนส่วนใหญ่ในเมืองหลวง ต่างพากันซุบซิบนินทาว่าท่านเป็สตรีอาภัพผู้มีดวงชะตากาลกิณี แต่ในยามนี้ เมื่อข้าได้มานั่งอยู่เบื้องหน้าท่าน ข้ากลับรู้สึกว่าสตรีผู้นี้ช่างกุมกุญแจดอกสำคัญที่จะสั่นคลอนแวดวงการค้าของเมืองหลวงเอาเสียจริง ๆ"
ลี่เซียนแย้มยิ้มบางเบา นางไม่ได้แสดงอาการเขินอายหรือตื่นเต้นต่อคำชมของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแม้แต่น้อย นางยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ ก่อนจะวางลงอย่างสง่างาม
"คำนินทาของชาวบ้านก็เป็เพียงสายลมที่พัดผ่านไปเท่านั้นเ้าค่ะท่านเซียว คนโง่เขลากลมเกลียวกันเชื่อเื่งมงาย แต่คนฉลาดเช่นท่าน ย่อมมองเห็นคุณค่าที่แท้จริง... ว่าแต่ ที่ท่านเซียวส่งเทียบเชิญข้ามาในวันนี้ คงไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงแค่มานั่งชมดูหน้าตาข้าเพื่อชื่นชมหดอกกระมังเ้าคะ?" ลี่เซียนเอ่ยหยอกเย้าอย่างมีชั้นเชิง
เซียวอวี้เจ๋อหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นแฝงไว้ด้วยความพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด "สมกับเป็คุณหนูไป๋... พูดจาตรงไปตรงมาและเข้าประเด็นได้ถูกใจข้ายิ่งนัก"
เขากวาดสายตามองเอกสารและแผ่นกระดาษที่ลี่เซียนเตรียมติดตัวมาด้วย ก่อนจะเอ่ยต่อ "ข้าได้ยินมาว่า เมื่อไม่กี่วันก่อน ท่านได้นำเสนอแิเื่ 'เครื่องสำอางและสมุนไพรบำรุงผิวสูตรพิเศษ' ที่ไม่เคยมีปรากฏในท้องตลาดแคว้นต้าเฉินมาก่อน และร้านค้าที่ท่านเพิ่งทวงคืนมาจากแม่เลี้ยง ก็ตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางย่านการค้า... ข้ามีความสนใจอยากจะร่วมลงทุน หรือซื้อสิทธิ์ขาดในการจัดจำหน่ายสินค้าเ่าั้ ท่านคิดเห็นอย่างไร?"
คำถามของเซียวอวี้เจ๋อไม่ใช่เื่น่าแปลกใจสำหรับลี่เซียนเลยแม้แต่น้อย ในยุคสมัยที่การค้าขายยังยึดติดกับรูปแบบเดิม ๆ สินค้าความงามและการดูแลรักษาผิวพรรณสำหรับชนชั้นสูงและเหล่าฮูหยินขุนนางยังเป็ช่องว่างทางการตลาดขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีใครเจาะลึกอย่างจริงจัง และนาง—ผู้ซึ่งมาจากอนาคตและมีความรู้เื่สูตรสมุนไพรโบราณผสมผสานกับวิทยาการล้ำสมัย ย่อมรู้ดีว่านี่คือ "บ่อทองคำ" ที่จะทำกำไรมหาศาลได้อย่างรวดเร็วที่สุด
ทว่า ลี่เซียนกลับส่ายหน้าเบา ๆ ช้า ๆ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ต้องขออภัยท่านเซียวด้วยเ้าคะ... ข้อเสนอเื่การ 'ขายสิทธิ์ขาด' ข้าคงต้องปฏิเสธ" ลี่เซียนเอ่ยปฏิเสธอย่างนิ่มนวลแต่เด็ดขาด
เซียวอวี้เจ๋อชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ "ปฏิเสธอย่างนั้นหรือ? แม่นางไป๋รู้หรือไม่ว่า หากร่วมมือกับเครือข่ายการค้าของข้า สินค้าของท่านจะสามารถกระจายไปทั่วทุกแคว้นได้ภายในเวลาไม่ถึงเดือน เหตุใดจึงปฏิเสธโอกาสทองเช่นนี้เล่า?"
"ข้าไม่ได้ปฏิเสธการร่วมมือเ้าค่ะท่านเซียว..." ลี่เซียนประสานสายตาสบกับบุรุษหนุ่มตรง ๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ข้าปฏิเสธแค่การ 'ขายสิทธิ์ขาด' ต่างหาก... สมุนไพรและเครื่องสำอางสูตรเหล่านี้ เปรียบเสมือนบุตรในไส้ของข้า ข้าไม่มีวันยอมยกกรรมสิทธิ์ให้ใครเด็ดขาด หากท่านเซียวสนใจอยากจะร่วมงานกับข้าจริง ๆ เรามาเจรจากันในรูปแบบของ 'หุ้นส่วนทางธุรกิจแบบเท่าเทียม' จะดีกว่าเ้าคะ"
"หุ้นส่วนทางธุรกิจแบบเท่าเทียม..." เซียวอวี้เจ๋อทวนคำ ดวงตาคมกริบเป็ประกายวาววับขึ้นมาทันที เขารู้สึกทึ่งในความกล้าหาญและวิสัยทัศน์ของดรุณีวัยสิบห้าปีผู้นี้เหลือเกิน คนธรรมดาทั่วไปเมื่อเจอข้อเสนอจากมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล ย่อมรีบคว้าไว้ด้วยความดีใจ แต่นางกลับเลือกที่จะเจรจาต่อรองเพื่อยืนหยัดบนฐานะที่เท่าเทียมกัน
"น่าสนใจมาก..." เซียวอวี้เจ๋อแย้มยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพเซียนดูทรงเสน่ห์และน่าเกรงขามยิ่งขึ้น "เช่นนั้น แม่นางไป๋ลองบอกแผนธุรกิจลับฉบับของท่านให้ข้าฟังหน่อยสิว่า ร้านค้าแห่งแรกที่ท่านวางแผนจะเปิด มันมีความพิเศษและจะทำกำไรมหาศาลได้อย่างไร จนทำให้ท่านมั่นใจว่าจะต่อกรกับตระกูลขุนนางใหญ่โตได้?"
ลี่เซียนสูดหายใจเข้าลึก ๆ นางหยิบแผนผังและกระดาษบันทึกที่นางร่างลวดลายการตกแต่งร้านและการแบ่งประเภทสินค้าออกมากางลงบนโต๊ะ ดวงตากลมโตสุกสกาวฉายแววความมุ่งมั่นและเฉียบคม
"ท่านเซียวโปรดลองจินตนาการดูนะเ้าคะ..." ลี่เซียนเริ่มต้นอธิบายด้วยน้ำเสียงกังวานใสและมั่นใจ "ในเมืองหลวงแห่งนี้ บรรดาฮูหยิน คุณหนูตระกูลใหญ่ และเหล่าสตรีสูงศักดิ์ ต่างทุ่มเงินนับหมื่นตำลึงไปกับการซื้อเครื่องประดับและผ้าแพรเพื่อประดับความงามภายนอก แต่พวกนางกลับละเลยการดูแลรักษาผิวพรรณ เส้นผม และความอ่อนเยาว์จากภายใน..."
เซียวอวี้เจ๋อนิ่งฟังอย่างตั้งใจ ทุกถ้อยคำที่ลี่เซียนเอ่ยออกมาล้วนแต่เป็มุมมองทางการค้าที่ล้ำสมัยและเฉียบคมอย่างยิ่ง
"แผนธุรกิจของข้าคือการเปิดตัวร้านค้าแบรนด์ความงามระดับพรีเมียม นามว่า 'หอสุวรรณมาลา' (์แห่งความงาม) โดยสินค้าหลักจะแบ่งออกเป็สามกลุ่มใหญ่ ๆ ด้วยกันเ้าค่ะ"
ลี่เซียนชี้ไปยังกระดาษบันทึกทีละส่วน:
แป้งผลัดผิวและชาสมุนไพรลดริ้วรอยสูตรลับเฉพาะ: ผลิตจากดอกไม้หายากและสมุนไพรป่าที่มีสรรพคุณช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่อง ขาวเนียนละเอียด และช่วยขับสารพิษในร่างกาย ซึ่งสตรีในยุคนี้ยังไม่มีความรู้เื่นี้
น้ำมันหอมระเหยและสบู่สมุนไพรธรรมชาติ: ที่ให้กลิ่นหอมติดกายยาวนานตลอดทั้งวัน แทนที่การใช้เครื่องหอมแบบดั้งเดิมที่ฉุนเฉียวและจางหายได้ง่าย
ชุดบำรุงเส้นผมและครีมหมักผมสูตรเข้มข้น: ที่จะช่วยแก้ปัญหาผมแห้งเสีย แตกปลาย และทำให้เส้นผมดำเงางามสลวยดั่งแพรไหม
"ท่านคิดดูเถอะเ้าค่ะท่านเซียว..." ลี่เซียนเงยหน้าขึ้นสบตากับเซียวอวี้เจ๋อ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า "หากเรากำหนดราคาขายให้สูงลิ่ว เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็ 'สตรีชนชั้นสูงและภริยาขุนนางผู้มั่งคั่ง' โดยใช้กลยุทธ์สินค้าจำนวนจำกัด (Limited Edition) เพื่อสร้างค่านิยมและความ exclusivity... ภายในเวลาไม่ถึงสามเดือน หอสุวรรณมาลาของเราจะไม่เพียงแต่ทำกำไรคืนทุนทั้งหมด แต่จะกลายเป็ศูนย์กลางแฟชั่นความงามที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแคว้นต้าเฉินอย่างแน่นอน!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับรองอีกครั้ง ทว่าในครั้งนี้ เป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและความประทับใจอย่างขีดสุด เซียวอวี้เจ๋อนั่งนิ่งมองดรุณีตรงหน้าราวกับนางเป็แม่ทัพผู้กุมแผนยุทธ์ศาสตร์ระดับประเทศ กลยุทธ์การตลาดแบบแบ่งกลุ่มเป้าหมาย การสร้างค่านิยม และการจำกัดจำนวนสินค้า เป็แิทางธุรกิจที่แม้แต่พ่อค้าผู้คร่ำหวอดในวงการมานานนับสิบปีอย่างเขายังไม่เคยคิดค้นหรือพบเจอมาก่อน!
นี่ไม่ใช่แค่แผนธุรกิจธรรมดา... แต่มันคือการปฏิวัติวงการการค้าของแผ่นดินต้าเฉินโดยฝีมือของเด็กสาวอายุสิบห้าปี!
เซียวอวี้เจ๋อหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและชื่นชมอย่างแท้จริง ดวงตาคมกริบมองลี่เซียนด้วยประกายแสงที่ลึกล้ำยากจะหยั่งถึง
"ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ แม่นางไป๋!" เซียวอวี้เจ๋อตบมือเบา ๆ เป็การชื่นชม "ข้า 'เซียวอวี้เจ๋อ' ทำการค้ามาครึ่งค่อนชีวิต เพิ่งเคยพบเห็นวิสัยทัศน์ทางการค้าที่ล้ำเลิศและเฉียบคมเช่นนี้เป็ครั้งแรกในชีวิต ตกลง! ข้าตกลงร่วมลงทุนกับท่านในรูปแบบ 'หุ้นส่วนทางธุรกิจ' โดยข้าจะเป็ผู้สนับสนุนเงินทุนทั้งหมดในการขยายสาขา จัดหาเส้นทางการขนส่งสินค้าที่ปลอดภัย และใช้เครือข่ายการค้าของข้าหนุนหลัง หอสุวรรณมาลาแห่งนี้... ส่วนผลกำไร เราจะแบ่งกันคนละครึ่ง (50/50) ท่านคิดว่าอย่างไร?"
ข้อเสนอที่ใจปล้ำและให้ผลประโยชน์อย่างยุติธรรมที่สุด ทำให้ลี่เซียนแย้มยิ้มกว้างขึ้นอย่างพึงพอใจ นี่คือพันธมิตรที่ทรงพลังที่สุดที่นางกำลังตามหา การมีเซียวอวี้เจ๋อเข้ามาหนุนหลัง ไม่เพียงแต่ทำให้แผนธุรกิจของนางไร้ซึ่งอุปสรรคใด ๆ แต่ยังเป็การสร้างเกราะคุ้มกันอันแข็งแกร่ง ที่ต่อให้ตระกูลขุนนางหน้าไหนก็ไม่กล้าเข้ามารังแกนางได้อีกต่อไป
"ตกลงตามนี้เ้าค่ะท่านเซียว..." ลี่เซียนยื่นมือเรียวบางออกไปตรงหน้าอย่างสง่างาม "หวังว่าพวกเราจะร่วมมือกันสร้างอาณาจักรเงินตราที่สั่นะเืแผ่นดินนี้ไปด้วยกัน"
เซียวอวี้เจ๋อยื่นมือหนาออกมาััจับมือตอบรับกับนางััที่อบอุ่นและมั่นคงนั้น ราวกับเป็การให้สัญญาทางใจระหว่าง "ราชินีแห่งการค้า" และ "มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล" ที่จะร่วมกันพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของแคว้นต้าเฉินไปตลอดกาล
แผนธุรกิจลับฉบับคนยุคใหม่ได้ถูกวางรากฐานไว้อย่างมั่นคงแล้ว ก้าวต่อไปคือการเตรียมตัวเปิดฉาก "หอสุวรรณมาลา" ให้ะเืเลื่อนลั่น และเตรียมต้อนรับวันที่บรรดาตระกูลเฟิงและตระกูลเดิมผู้โลภมากจะต้องคลานเข่าเข้ามากราบกรานขอความเมตตาจากนางด้วยความสิ้นหวัง!