“การเตรียมการเป็ยังไงบ้างอเล็กซ์” ชายชราผมสีขาวร่างกายผอมซูบเอ่ยปากถามชายหนุ่มคนหนึ่งที่รูปร่างสันทัดซึ่งเดินมาด้วยกัน
“ตอนนี้การวาดวงเวทย์ใกล้เสร็จแล้วครับท่าน”อเล็กซ์หันไปตอบอย่างสุภาพพร้อมโค้งคำนับบุคคลตรงหน้า
“งั้นเหรอ” คำตอบเสียงแห้ง ๆจากปากของชายชราให้ความรู้สึกที่หนาวเย็นไปถึงแก่นกระดูกสันหลังทำเอาอเล็กซ์รู้สึกขนลุกซู่ก่อนที่ทั้งสองจะเดินต่อไปด้วยกันแล้วเข้าไปในตอกแห่งหนึ่งก่อนที่จะหายตัวไปอย่างลึกลับ
ในเช้าวันอาทิตย์ที่แสนสดใสแสงแดดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างกระทบกับใบหน้าของเด็กชายที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่บนเบาะที่แสนนุ่มนิ่มทำให้เด็กชายต้องตื่นขึ้นมาขยี้ตาก่อนจะลุกไปดึงผ้าม่านมาปิดหน้าต่างไว้แล้วกลับไปนอนต่อจนเวลาล่วงเลยมาเที่ยงวัน ซึ่งเป็่ที่อาทิตย์กำลังลอยอยู่ตรงกลางท้องฟ้าแสงแดดสาดส่องไปทั่วสารทิศ อากาศร้อนขึ้นเป็อย่างมากทำเอาเด็กชายที่หลับอุตุอยู่บนเบาะเหงื่อแตกไหลซก ๆก่อนที่จะเด็กหนุ่มจะลุกขึ้นนั่งเพื่อสลัดความง่วงก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อขจัดความร้อนให้หายไป
เสียงน้ำไหลผ่านฝักบัวเวทย์มนต์ที่จะคอยปรับระดับอุณหภูมิของน้ำให้เป็ไปตามผู้ใช้นั้น้าน้ำค่อย ๆ ไหลชโลมร่างกายของไฮด์ ทำให้ความง่วงที่ยังคงมีอยู่จางหายไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ไฮด์จะนั่งลงกับพื้นให้น้ำไหลโดนตัวไปเรื่อย ๆพลางคิดถึงสิ่งที่ตนเองต้องทำในวันนี้
หลังจากแต่งตัวเสร็จไฮด์เดินไปหยิบขนมที่อยู่ตรงหัวเตียงเพื่อมากินรองท้องก่อนที่จะเดินไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วเปิดตู้เพื่อนำกระเป๋าสัมภาระออกมาจากนั้นไฮด์จึงได้เลือกเสื้อผ้าสำหรับไปใช้เข้าค่ายสำหรับหนึ่งอาทิตย์ยัดใส่ลงในกระเป๋าเดินทางเวทย์มนต์เพราะถึงแม้ขนาดกระเป๋าที่ดูภายนอกจะมีขนาดที่เล็กแต่สามารถบรรจุของได้เป็จำนวนมากและไม่ใช่แค่เพียงเสื้อผ้าเท่านั้นไฮด์ได้นำคัมภีร์ธาตุดินที่ได้ซื้อมาจากลุงพ่อค้าในตลาดใส่ลงไปด้วยเพื่อว่าการเข้าค่ายในครั้งนี้เขาจะได้ฝึกใช้เวทย์มนต์คาถาในคัมภีร์นี้ซักที
หลังจากเสียเวลาอยู่ซักพักจนเวลาเลยมาถึง่บ่ายสามไฮด์ที่จัดแจงของเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้เดินไปหยิบแหวนที่ไปซื้อมาวันก่อนมาสวมใส่ที่นิ้วทันทีที่สวมแหวนไฮด์รู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ที่ไหลเวียนในร่างกายสามารถไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายของไฮด์รู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมาก่อนที่ไฮด์จะลองใช้พลังเวทย์มนต์ของตัวเองสร้างลูกทรงกลมที่บนฝ่ามือแต่ชั่วขณะที่สร้างลูกทรงกลมก็สลายหายไปเกือบจะในทันทีทำให้ไฮด์ตระหนักได้ว่าตนเองนั้นยังต้องฝึกฝนอีกเยอะ
ใน่เย็นของวันไฮด์ออกจากบ้านเพื่อออกไปหาอะไรกิน เพราะนอกจากขนมที่กินรองท้องไปตอนเที่ยงแล้วก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยหลังจากนั้นไฮด์เดินเรียบถนน ไปเรื่อย ๆ ผ่านผู้คนที่คุ้นหน้าบ้าง คนแปลกหน้าบ้างก่อนที่จะมาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งไฮด์จึงก้าวเท้าเข้าไปในร้านก่อนที่จะเดินไปยังมุมที่มีคนน้อยที่สุด ที่ๆเป็ส่วนตัวที่สุด ก่อนจะสั่งอาหารมากินแล้วกลับบ้านไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับเข้าค่ายในวันพรุ่งนี้
อาทิตย์สาดแสงส่องในยามเช้าทอท้องฟ้าให้กลายเป็สีทองอร่ามไฮด์ลุกขึ้นตื่นด้วยความตื่นเต้นทีต้องเดินทางไปเข้าค่ายในวันนี้เป็เวลาหนึ่งอาทิตย์ ก่อนที่ไฮด์จะสปริงตัวเองลุกออกจากเตียงแล้วเดินตรงไปอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จแล้วจึงเดินไปหยิบกระเป๋าสัมภาระที่เตรียมไว้แล้วออกเดินทางไปโรงเรียนในทันที
“ทุกคนมากันครบยัง” เสียงอาจารย์ชั้นประจำคลาสดินเอ่ยถามเหล่านักเรียนในที่ปรึกษาของเธอเอง
“ครบแล้วครับ” อดัมตอบกลับไป
“ดีมาก งั้นเดี่ยวทุกคนก็เตรียมตัวออกเดินทางได้”อาจารย์เอิร์นพูดต่อ
“อาจารย์ครับ เราจะไปเข้าค่ายฝึกที่ไหนกันครับ”แคลนยกมือถามขึ้นมา
“หือ อาจารย์ยังไม่ได้บอกพวกเธออีกเหรอ” อาจารย์เอิร์นถามขึ้นด้วยความงุนงง
“ใช่ครับ/ค่ะ” พวกนักเรียนทุกคนตอบพร้อมกัน
“สถานที่ที่เราจะไปเข้าค่ายฝึกกัน ก็คือท้องทุ่งแห่งชีวิต” อาจารย์เอิร์นพูดตอบคำถาม
“มันเป็ที่แบบไหนค่ะอาจารย์” เจนยกมือถามขึ้น
“ไว้ไปถึงพวกเธอก็รู้เอง” อาจารย์เอิร์นไม่ได้ตอบคำถามอะไรก่อนจะบอกให้เหล่านักเรียนเดินตามเธอมา
ณภายในห้องห้องหนึ่งของโรงเรียนเวทย์มนต์มอเทรีย ที่ปูพื้นห้องสีขาวอีกทั้งผนังก็ใช้สีขาวในการตกแต่งห้อง กลายเป็ห้องที่ขาวโพร่นมองไปทางไหนก็มีแต่สีขาว ก่อนที่ประตูห้องจะค่อย ๆ แง่มออกมาปรากฏให้เห็นร่างของเหล่าเด็กนักเรียนประจำคลาสธาตุดินที่เดินตามหลังอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเขา
“อาจารย์เอิร์นค่ะ อาจารย์พามาห้องนี้ทำไมค่ะ” แซนดี้เดินไปถามอาจารย์เอิร์นที่ตอนนี้กำลังเดินนำอยู่ข้างหน้า
“ห้องนี้เราจะใช้ในการเคลื่อนย้ายไปยังท้องทุ่งแห่งชีวิตกัน” อาจารย์เอิร์นหันมาตอบแซนดี้ก่อนจะให้เหล่านักเรียนของเธอเดินเข้าไปข้างในจนหมดก่อนที่เธอจะปิดประตูแล้วเดินยังพวกนักเรียน
อาจารย์เอิร์นหยิบคฑาไม้สีแดงดำของเธอออกมาแล้วสะบัดไม้แกว่งไปมาทำให้นักเรียนในห้องทุกคนต่างหันไปมองอาจารย์เอิร์นเป็ทางเดียวกันทุกสายตาจับจ้องการใช้เวทย์มนต์ของอาจารย์เอิร์นที่พวกเขาได้เห็นเป็ครั้งแรกโดยที่ไม่ได้ส่งเสียงอะไรรบกวนเลยแม้แต่น้อย
“จงเคลื่อนย้าย ท้องทุ่งแห่งชีวิต” ทันทีที่อาจารย์เอิร์นกล่าวจบประโยคห้องทั้งห้องก็ส่องแสงสว่างจนแสบตาทำเอาทุกคนในห้องต้องหลับตาลงจนแสงดับวูบไปทำให้ทุกคนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาดูก่อนที่จะพบว่าตัวเองนั้นมายืนอยู่ตรงทุ่งกว้างๆ เป็ทุ่งสีเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา และมีป่าอยู่ไม่ไกลจากตรงที่พวกเขาทุกคนยืนอยู่อีกทั้งที่แห่งนี้ยังรายล้อมไปด้วยูเาล้อมรอบ มีเสียงนกเสียงแมลงร้องเป็ทำนองขับขาน ก่อนที่อาจารย์เอิร์นจะบอกให้ทุกคนตามมา โดยเธอนำไปทางตรงไปยังป่าที่อยู่ไม่ไกลจากตรงที่ทุกคนอยู่
“ั้แ่วันนี้จนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของการฝึกเราจะพักกันที่นี้” อาจารย์เอิร์นพูดบอกเหล่าเด็กนักเรียนของเธอ
“แต่ที่นี้มีแต่ป่านะครับแล้วเราก็เอามาแค่เสื้อผ้าที่เอาไว้เปลี่ยนเองนะครับอาจารย์” บิลถามขึ้น
“งั้นเริ่มเรียนบทแรกของการฝึกเลยแล้วกันเวทย์มนต์ก็คือสิ่งที่พวกเราพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน”อาจารย์เอิร์นพูดก่อนเว้นวรรคเพื่อดูว่าเหล่านักเรียนของเธอได้ตั้งใจฟังกันหมดไหม ก่อนจะเริ่มพูดต่อ
“ดังนั้นเวทย์มนต์ก็นับได้ว่าเป็เครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกและสบายขึ้น” และอาจารย์เอิร์นพูดต่อ
“ไหนลองบอกอาจารย์สิบิลว่าถ้าในสถานการณ์แบบนี้เราสามารถใช้เวทย์มนต์ทำอะไรได้บ้าง”อาจารย์เอิร์นหันไปถามบิล
“ผมคิดว่าเราสามารถใช้เวทย์มนต์ก่อกองไฟตั้งแคมป์และให้ความอบอุ่นได้ครับ” บิลตอบออกไป
“นั้นก็ถูกแต่มันปัญหาเื่ไฟเราสามารถใช้การเสียดสีของไม้หรือไฟแช็คในการแก้ไขปัญหาได้” อาจารย์เอิร์นเริ่มพูดต่อ
“แต่ในกรณีนี้ที่เราทุกคนไม่ได้เอาเต็นท์หรืออะไรมาเลยเราสามารถใช้เวทย์มนต์แก้ไขปัญหายังไงได้บ้าง” คราวนี้อาจารย์เอิร์นไม่ได้ถามเพียงแค่บิลแต่หันไปถามเหล่านักเรียนทุกคนแต่กลับไม่มีคำตอบจากเหล่านักเรียนของเธอเลย
“งั้นดูไว้อาจารย์จะแสดงให้เห็นเองเมื่อพวกเธอสามารถควบคุมเวทย์มนต์ได้ตาม้าก็สามารถที่ทำทุกสิ่งได้ตามที่พวกเธอ้า”อาจารย์เอิร์นบอกเหล่านักเรียนของเธอก่อนที่จะหันไปยังป่าที่รกทึบก่อนจะหยิบไม้คฑาไม้สีแดงดำของตัวเองออกมา แล้วเริ่มใช้ไม้คฑาเขียนวงเวทย์มนต์ลงในอากาศพร้อมร่ายเวทย์มนต์
“เวทย์มนต์แห่งพืชจงสัมฤทธิ์ผลเหล่าต้นไม้ทั้งหลาย จงตามคำสั่งของข้า” เมื่อร่ายคาถาเสร็จต้นไม้ที่หนาทึบในป่าเริ่มขยับไปตามไม้คฑาของอาจารย์เอิร์นที่กำลังโบกไปมาต้นไม้เริ่มค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากกันโดยใช้รากในการเคลื่อนไหวไปยังทิศที่้าจนเกิดเป็ที่โล่งกว้าง ก่อนที่อาจารย์เอิร์นจะสะบัดไม้คฑาต่อแต่ในคราวนี้กลับมีรากของต้นไม้โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินแทน และรากต้นไม้เ่าั้เองค่อยพุ่งทะยานสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เหนือดิน และรากเ่าั้มค่อยๆ มาผสานกันเป็ครึ่งวงกลม หลาย ๆ อันเมื่อเสร็จสิ้นก็ปรากฏให้เห็นเต็นท์โดมทรงกลมหลายหลัง
เหล่านักเรียนที่ยืนดูได้แต่อึ้งและตะลึงกันไปตาม ๆ กันก่อนที่อาจารย์เอิร์นจะหันกลับมามองเหล่านักเรียนของเธอแล้วพูดขึ้น เพื่อเรียกสติของเหล่านักเรียนของเธอ
“อย่ามัวแต่ยืนอึ้ง ใครอยากจะพักในโดมหลังไหนก็เลือกเอารีบไปเก็บของแล้วมากลับมารวมตัวกันได้แล้ว” อาจารย์เอิร์นออกคำสั่ง
“ครับ/ค่ะ” เหล่านักเรียนที่ได้สติกลับมาต่างเดินเข้าไปเลือกเต็นท์โดมที่พวกเขาเลือกแล้วนำสัมภาระไปวางไว้ก่อนที่จะกลับออกเพื่อมาตามที่อาจารย์เอิร์นได้สั่งไว้
‘อาจารย์เอิร์นเล่นใหญ่แฮะ’ ไฮด์คิดในใจก่อนที่จะเดินเข้าไปในเต็นท์โดมรากไม้ที่ตัวเองเลือก เมื่อเข้าไปข้างในก็พบว่าข้างในไม่ได้กว้างมากพออยู่ได้อย่างมากแค่สองคนเท่านั้นอีกทั้งภายในโดมรากไม้นี้อาจารย์เอิร์นได้ใช้เวทย์มนต์พืชปูพื้นหญ้าขึ้นมาทำให้พื้นภายในโดมนั้นมีหญ้านุ่มๆ งอกขึ้นมา ให้ััเหมือนเดินบนผ้าพรมที่นุ่มนิ่มก่อนที่ไฮด์จะตั้งกระเป๋าสัมภาระไว้แล้วออกไปยังที่อาจารย์เอิร์นได้นัดหมายไว้