เมญ่ายิ้มกว้างขึ้น ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วใจของเธอ“ขอบคุณเจ้ามากนะนาฟ ข้ารู้สึกดีมากๆ ที่มีเจ้าอยู่ข้างๆ”
ทั้งสองยืนเคียงข้างกัน รู้สึกถึงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นาฟรู้ว่าหนทางข้างหน้ายังยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค
แต่ด้วยความเชื่อมั่นในกันและกัน เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างอย่างไม่หวาดหวั่นเพื่อหญิงสาวในดวงใจของตน
อยู่ๆเมญ่าก็ปรับเปลี่ยนสายตาที่มองชายหนุ่มเหมือนอยากจะค้นหาบางสิ่งจากชายหนุ่มเช่นกัน
“แต่เจ้าก็ดูเปลี่ยนไปเยอะมากนะนาฟ! ทั้งพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดและรูปแบบการใช้พลังเจ้าไปได้สิ่งพวกนี้มาจากไหน”
นาฟขยับเข้ามาใกล้เมญ่าแล้วเอ่ย
“อาจเป็นเพราะโชคเป็นส่วนหนึ่งและความต้องการที่จะปกป้องผู้คนที่ข้ารัก จึงผลักดันให้ตัวข้ามาถึงจุดนี้”
ขณะเอ่ยก็มองหน้าหญิงสาวอย่างชายที่ต้องการจะปกป้องหญิงผู้หนึ่ง
เมญ่าประสานสายตากับชายหนุ่มอย่างเคลิบเคลิ้มสุดท้ายก็ต้องละสายตาออกมาด้วยความขวยเขิน
“แต่ข้าก็เป็นห่วงเจ้าเหมือนกันนะศัตรูของเจ้าเองก็มีไม่น้อย” เมญ่าหันกลับมามองอย่างตั้งใจอีกครั้ง
“นาฟเจ้าต้องระมัดระวังตัวให้มากกลุ่มสมาคมและตระกูลใหญ่ที่บาดหมางกับเจ้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อจัดการกับเจ้า โดยเฉพาะพวกสมาคมใต้ดินที่ตอนนี้ตั้งค่าหัวเจ้าไว้เป็นอันดับต้นๆ แล้ว”
นาฟพยักหน้า แล้วเอ่ย “ขอบคุณที่เจ้าเป็นห่วงนะแต่ข้าไม่ยอมให้คนเหล่านั้นทำอะไรข้าได้ง่ายๆ หรอก”
“ก็ดีแล้ว....แต่อย่าประมาทเพียงเพราะว่ามีองค์หญิงจากราชวงศ์คอยดูแลความปลอดภัยให้ แถมยังแสดงความเป็นห่วงเป็นใยอยู่ตลอด” หญิงสาวหัวเราะเอ่ยอย่างประชดประชันใส่ชายหนุ่มพร้อมหันหลังเดินจากไป
“......เมญ่า! ชายหนุ่มรีบตามไปทันที
หลังจากเหตุการณ์การต่อสู้อันเข้มข้นและการเปิดเผยความลับที่ทำให้นาฟต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่เมญ่าต้องเผชิญนาฟมองหลังของเมญ่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
และเมื่อนางหันกลับมามองเขาความอบอุ่นในสายตาของนางทำให้เขารู้สึกมั่นใจว่าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องหญิงสาวอันเป็นที่รักให้ได้
บรรยากาศในเมืองฝั่งตะวันตกยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่องผู้คนเดินขวักไขว่บนถนนที่แสงไฟประดับประดาไปทั่วเมืองนี้ไม่เคยหลับใหลโดยเฉพาะในช่วงที่ใกล้จะมีการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่จะเกิดขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้าทุกมุมเมืองเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ บรรดาร้านค้าต่างๆได้จัดเตรียมสินค้าพิเศษและของที่ระลึกเกี่ยวกับการแข่งขันมาไว้ให้ผู้คนเลือกซื้อ
ธงและป้ายประกาศการแข่งขันถูกแขวนไว้ตามเสาไฟและหน้าร้านบางจุดมีกลุ่มนักดนตรีข้างถนนกำลังบรรเลงเพลงเพื่อสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเด็กๆ วิ่งเล่นด้วยความสนุกสนาน พลางเลียนแบบท่าทางของนักแข่งที่พวกเขาชื่นชอบ
ตลาดแลกเปลี่ยนกลางเมืองคึกคักเป็นพิเศษกลิ่นหอมของอาหารหลากหลายชนิดลอยมาแตะจมูก ผู้คนยืนรอคิวเพื่อซื้ออาหารจานโปรดบ้างก็นั่งทานกันที่โต๊ะเล็กๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมทางเดิน เสียงพูดคุยและเสียงเรียกหาของพ่อค้าแม่ค้าดังขึ้นเป็นระยะๆ
ที่ใจกลางเมืองมีจอภาพขนาดใหญ่ที่คอยแสดงภาพย้อนหลังของการแข่งขันที่ผ่านมาภาพนักแข่งที่กำลังเร่งเครื่อง วิ่งผ่านอุปสรรคต่างๆทำให้ผู้คนหยุดยืนดูด้วยความตื่นเต้นและลุ้นระทึก
ไม่ห่างจากจอภาพนั้น มีเวทีขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้สำหรับงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทีมงานกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน
ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้นที่ไม่อาจปิดบังได้ทุกคนต่างเฝ้ารอวันที่การแข่งขันชิงชนะเลิศจะมาถึง และเชื่อว่ามันจะเป็นเหตุการณ์ที่น่าจดจำไปอีกนานแสนนาน
นักแข่งที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศแต่ละคนต่างเก็บตัวเงียบช่างเครื่องของแต่ละคนต่างเตรียมการรถแข่งให้พร้อมที่สุดสำหรับรอบชิง
นาฟใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับคากิและไม่กล้าที่จะชักชวนเมญ่าออกมาข้างนอกเพราะเกรงจะได้รับอันตราย หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นมาจึงได้แต่พูดคุยกันผ่านทางเครื่องมือสื่อสาร
ในสถานศึกษา บรรยากาศยังตื่นเต้นและคึกคักไปทั่วทุกแผนกทุกคนต่างพูดถึงแต่เรื่องการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าตามทางเดินและห้องเรียนเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเกี่ยวกับนาฟผู้เป็นนักแข่งที่ทำเวลาได้ดีที่สุดในรอบคัดเลือก หลายคนหวังว่าจะได้พบเขาในสถานศึกษา
“เมื่อไหร่เขาจะกลับมานะ?” เสียงนักศึกษาคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ข้าได้ยินว่าทักษะการขับขี่ของเขายอดมากเลยนะ”อีกคนตอบพร้อมกับเปิดดูภาพบันทึกการแข่งขันย้อนหลัง ตามทางเดินมีการติดภาพของนาฟที่โบกมือทักทายระหว่างการแข่งขันนักศึกษาบางคนถึงกับสวมเสื้อสีแดงที่มีรูปรถแข่งของนาฟอยู่เพื่อแสดงการสนับสนุนสถานศึกษาดูเหมือนจะเต็มไปด้วยสีสันและความตื่นเต้น
แต่นาฟกลับเลือกที่จะเก็บตัว อยู่ในอาคารส่วนตัวของ คากิที่แผนกวิวัฒน์กลไก
“นายแน่ใจว่าจะไม่เอารถแข่งไปด้วยอย่างนั้นเหรอ!” ชายอ้วนคากิเอ่ยขึ้น
“ไม่ดีกว่าพวกนายใช้เวลาที่เหลือปรับแต่งรถอย่างเต็มที่เถอะ ฉันจะออกไปฝึกสมาธิเฉยๆ”นาฟกล่าว
“อืม...ก็ดีเหมือนกัน ฉันได้ความรู้ใหม่ๆจากบันทึกที่นายให้มา เลยอยากจะทดลองเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปอีกสักหน่อย”