จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 125 งานประมูลที่แสนวุ่นวาย 2 Re

            งานประมูลได้เริ่มต้นขึ้น  หญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีแดง (จีนกลาง : ฉีผาว) เผยให้เห็นทรวดทรงอันเย้ายวนเดินออกมา  เพื่อดำเนินการประมูลเหมือนทุกครั้ง


            เฟิงเทียนนั้นไม่ได้มาเพื่อประมูล  แต่มาเพื่อเปิดหูเปิดตาของตน  ขณะที่ไป่ชิกับไป่เชอะนั้นเกาะกระจกเป็นจิ้งจกกันเลยทีเดียว


            “หญิงสาวนั่นช่างงดงามยิ่งนัก” ไป่ชิกล่าวชม  ตาจ้องไปที่หน้าอกของหญิงสาวที่ดำเนินการประมูลแทบไม่กระพริบตา


            “หากฉันได้ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยา  ฉันจะไม่แลหญิงอื่นอีกเลย” ไป่เชอะกล่าว


            “ถ้างั้นก็ทำลายวรยุทธ์ของพวกนายซะ  แต่….คงต้องให้เธอคนนั้นยอมตกลงแต่งงานกับพวกนายซะก่อนนะ คิก คิก” ไป่โม่ลี่แซวทั้ง 2 คน


            “พอแค่นั้น  ส่วนพวกนายทั้ง 2 ก็เก็บอาการด้วย  ควรสำรวมกิริยามากกว่านี้  ให้เหมือนกับฉันที่เป็นนายน้อยของพวกนาย” ไป่ฉีกล่าว


            “ครับ” ทั้ง 2 คนรับคำ


            ตอนนี้ได้มีการเปิดให้ผู้ร่วมประมูลลงมาชมสินค้าที่ร่วมประมูลในครั้งนี้  เฟิงเทียนนั้นเดินดูของต่าง ๆ ด้วยความสนใจ  โดยมีไป่ฉีคอยส่งปราณบอกเขาว่าสินค้าไหนดีไม่ดีอย่างไร  ควรดูหรือสังเกตตรงไหนเป็นจุดสำคัญ  ทำให้เฟิงเทียนได้ความรู้มากมายจากการมางานประมูลครั้งนี้  เพียงแต่พอถึงแท่นแสดงสินค้าแท่นหนึ่งที่มีผู้คนมุงกันอยู่เต็มไปหมด  เฟิงเทียนที่อยากรู้อยากเห็นกำลังจะเดินเข้าไป  แต่ไป่ฉีได้ห้ามไว้ก่อน


            'ไม่ต้องเข้าไปหรอก  นั่นคือโอสถทะลวงราชันย์  ข้าเป็นคนนำเข้ามาประมูลเอง' ไป่ฉีกล่าว


            'เป็นของท่านอาจารย์หรือครับ  ใช่ที่ผมกินรึเปล่า' เฟิงเทียนถาม


            'ใช่ เป็นโอสถตัวเดียวกัน' ไป่ฉีตอบ


            เฟิงเทียนจึงไม่สนใจมันอีกต่อไป  เขาเดินไปดูสินค้าชิ้นอื่นต่อ  ส่วนแท่นแสดงสินค้าโอสถทะลวงราชันย์นั้นมีคนให้ความสนใจมาก  ด้วยคุณสมบัติที่สามารถช่วยให้ทำลายคอขวดของชั้นปราณนภาสู่ชั้นราชันย์ได้ และกลุ่มที่สนใจโอสถนี้มากที่สุดคือกลุ่มของชายหนุ่ม 5 คน


            'ตั้งแต่มายังโลกนี้  ข้าเพิ่งเคยเห็นโอสถความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วนก็วันนี้นี่แหละ' มู่โถวสื่อสารผ่านปราณ


            'นี่มันโอสถทะลวงราชันย์  หากได้มันมา  พวกเราก็สามารถทะลวงผ่านสู่ชั้นปราณราชันย์ได้สบายขึ้น  เพียงแต่จะมีปัญญาจ่ายรึเปล่าเท่านั้น  ตระกูลของพวกเราไม่ได้มีเงินมากพอที่จะไปสู้รบปรบมือกับพวกตำหนักเทพเสียด้วย' สุ่ยเหอกล่าว


            'ลองขอซื้อข้อมูลของผู้นำโอสถมาร่วมประมูลจากผู้อาวุโสสมาคมการค้าดีไหม' จินหลงถาม


            'คงเป็นไปไม่ได้  ปกติทางสมาคมจะปกปิดตัวตนของคนที่นำสินค้ามาประมูล  พวกเขาไม่บอกหรอก' ถูหร่างตอบ


            'งั้นก็คงต้องหวังว่าเหล็กลมปราณที่พวกเราสร้าง กับอาวุธที่นำเข้าประมูลครั้งนี้จะขายได้ราคานะ' ฮั่วเทียนกล่าว


            ทั้ง 5 คนพยักหน้าพร้อมกันก่อนจะเดินกลับไปนั่งประจำที่ของตนเอง  เมื่อพวกเขาเดินกลับไปนั่งที่ก็พบว่าผู้อาวุโสเอ้อซาน ได้มายืนรอพวกเขาอยู่แล้ว


            “ผู้อาวุโสเอ้อซาน  ได้ความว่ายังไงบ้างครับ” จินหลงถาม


            “ท่านอวี้กงอนุญาตให้พวกคุณเข้าพบได้หลังการประมูล  แต่คงมีเวลาไม่มาก  เพราะมีนัดประลองกับอู่กุยหลงจินต่อที่สนามประลองของเรา” เอ้อซานกล่าว


            “อะไรนะ  วันนี้มีการประลองระหว่างประมุขตำหนักเทพเต่ามังกรกับเทพกระบี่เหรอ” ฮั่วเทียนรู้สึกตื่นเต้น


            “น่าสนใจ  ที่จริงทางนี้เองก็อยากได้ข้อมูลการต่อสู้ของอวี้กงเหมือนกัน” สุ่ยเหอกล่าว


            “เช่นนั้นกระผมขอตัวก่อน  เพราะต้องไปเตรียมสถานที่ให้พร้อมสำหรับการประลองของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง” กล่าวจบผู้อาวุโสเอ้อซานก็หายไปจากสายตาของพวกเขา


            จากนั้นไม่นานการประมูลก็เริ่มต้นขึ้น  แม้จะไม่ค่อยดุเดือดมากนัก  แต่ก็ทำให้ทั้งไป่ชิ  ไป่เชอะ  ไป่โม่ลี่ และจี๋หลินเฟิงเทียน ตื่นเต้นอย่างมาก  พวกเขาต่างสนุกกับการลุ้นว่าใครจะให้ราคาสูงกว่ากัน  จนเป็นผู้ชนะการประมูลไป


            “สำหรับสินค้าประมูลรายการสุดท้ายนั้นเป็นโอสถทะลวงชั้นปราณ  มันสามารถช่วยให้ผู้ที่ติดอยู่ชั้นปราณนภาสามารถทะลวงชั้นสู่ปราณราชันย์ได้อย่างรวดเร็ว  ทางเราได้ทำการพิสูจน์เรียบร้อยแล้วว่าโอสถนี้เป็นของจริง  ความบริสุทธิ์ 10 ส่วน  ราคาเริ่มต้นที่….....” หญิงสาวบอกราคาเริ่มต้น  เพียงไม่นานราคาก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้ทะลุไปถึง 1,200,000 หยวนไปแล้ว


            “นายน้อย  ราคา 1 ล้านหยวนนี่ถือว่าเยอะหรือเปล่าครับ” ไป่ชิถาม


            “ราคาประมาณ 1 ใน 5 ของมูลค่าบ้านที่พวกนายอยู่ตอนนี้” ไป่ฉีตอบอย่างเฉยชา  เงินพวกนี้เทียบกับเงินที่ได้จากกระบี่ที่เขาเอาเข้าประมูลคราวที่แล้วไม่ได้เสียด้วยซ้ำ


            “งั้นก็แสดงว่าเป็นเงินที่เยอะมากสินะคะ” ไป่โม่ลี่กล่าว  ไป่ฉีพยักหน้า


            สุดท้ายการประมูลจบลงโดยโอสถนั้นถูกพวกตำหนักเทพกับพวกเสาหลักของยุทธภพประมูลไปได้คนละเม็ดสองเม็ด  ในราคาหลักล้านขึ้นไปทั้งนั้น


            “การประมูลวันนี้จบลงเพียงเท่านี้  แต่ทุกท่านอย่าเพิ่งจากไป  วันนี้มีการประลองของ 2 ผู้เยี่ยมยุทธ์  ฝ่ายหนึ่งเป็นประมุขตำหนักเทพ  ท่านอู่กุยหลงจิน  ส่วนคู่ประลองอีกท่านคือ ท่านเทพกระบี่ อวี้กง ค่ะ” หลังจากหญิงสาวกล่าวจบก็เกิดเสียงพูดคุยกันดังไปหมด  หญิงสาวจึงกระแอมเสียงดังเพื่อให้เสียงทั้งหมดเงียบลง  หลังเสียงทั้งหมดเงียบลงแล้ว  เธอจึงพูดต่อ


            “การประลองครั้งนี้จะใช้สนามการประลองหลัก  ผู้ที่ต้องการชมสามารถซื้อตั๋วเข้าชมได้ที่ด้านหน้าทางเข้าลานประลองได้ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น


            “อะไรกัน  ต้องเสียเงินด้วยเรอะ”


            “ทำไมไม่เปิดให้เข้าชมฟรีล่ะ”


            “จริงด้วย”


            “เงียบ” เสียงหญิงวัยกลางคนที่แฝงพลังปราณระดับจักรพรรดิดังขึ้น  ทำให้ทุกคนหันไปมองทางเวทีซึ่งเป็นที่มาของเสียง  พวกเขาเห็นหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมยืนอยู่ข้างหญิงสาวที่ดำเนินการประมูล


            “ใครน่ะ”


            “นั่นสิ”


            ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกัน  ไป่ฉีลุกขึ้นมองไปยังหญิงวัยกลางคนนั้นอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง  เขาลองตรวจสอบจิตวิญญาณดูก็พบว่าจิตวิญญาณของหญิงวัยกลางคนตรงหน้านั้นเป็นจิตวิญญาณเดียวกับคนที่เขารู้จัก


            'มารดาเจ้าเถอะ  นั่นมัน  ป้าจาง นี่นา  แล้วทำไมป้าจางมาอยู่ที่นี่ได้  ดูจากการแสดงความเคารพของผู้อาวุโสสมาคมการค้า  คิดได้อย่างเดียว  คือ  ป้าจาง เป็นประมุขของสมาคมการค้าตะวันจันทรา  ไม่ผิดแน่  โชคดีที่ข้านั้นซ่อนพลังปราณเอาไว้ตลอดเวลา  ไม่อย่างนั้นอาจถูกนางเพ่งเล็งได้' ไป่ฉีคิดและยังคงตกตะลึงกับความจริงตรงหน้า


            “ฉันคือจางหนี่หวัง  ประมุขของสมาคมการค้าตะวันจันทรา  ก่อนอื่นเจ้าพวกที่โวยวายอยากเข้าไปดูฟรีน่ะ  ฉันขอถามพวกแกหน่อย” จางหนี่หวังหยุดพูดก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปพร้อมกับโคจรลมปราณ


            “พวกแกคิดว่าสมาคมการค้าตะวันจันทราของเราเป็นองค์กรการกุศลรึยังไงกัน  ใช้สถานที่ฟรี ๆ  กินฟรี  ฉันไม่ต้องกินแกรบแทนข้าวรึไง  ลูกน้องฉันก็ต้องกินต้องใช้  อีกอย่างหนึ่งจำนวนคนมากขนาดนี้จะยัดเข้าไปยังไงหมด  ใครมีปัญญาจ่ายก็ได้เข้าไปดู  ส่วนพวกที่ไม่มีปัญญาจ่ายก็ไสหัวกลับไปซะ” จางหนี่หวังตะโกนเสียงดังแบบไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น  คนที่มีพลังปราณต่ำกว่าระดับราชันย์ต่างกระอักเลือด  บางคนเลือดออกทางหูบ้าง  จมูกบ้าง  หลังจากมองดูผลงานของตัวเองแล้ว  จางหนี่หวังก็พูดต่อ


            “ถ้าเข้าใจแล้วแยกย้ายได้” กล่าวจบจางหนี่หวังก็หันหลังเดินกลับไปหลังเวทีพร้อมกับสัมผัสพลังปราณที่จางหายไป


            'หือ พรางพลังปราณได้หมดในพริบตา  ยอดเยี่ยมจริง ๆ ขนาดพวกประมุขตำหนักเทพยังทำกันไม่ได้เลย  ดูถูกไม่ได้จริง ๆ ล่ะนะ' ไป่ฉียิ้มอย่างชื่นชม  ก่อนจะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น


            “เข้ามาได้” ไป่ฉีกล่าวอนุญาต


            หลังจากนั้นประตูก็ถูกเปิดออก  เป็นผู้อาวุโสเอ้อซานเดินเข้ามา  ตามด้วยชายหนุ่ม 5 คนเดินตามเข้ามา


            “เชิญนั่ง” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่  โดยมีไป่ชิ  ไป่เชอะและไป่โม่ลี่ยืนอยู่ข้างหลังโซฟาที่เขานั่ง


            ชายหนุ่มทั้ง 5 คนนั่งลงตรงโซฟาฝั่งตรงข้าม  ส่วนผู้อาวุโสเอ้อซานนั่งลงที่นั่งด้านข้างซึ่งอยู่ระหว่างคนทั้ง 2 กลุ่ม


            “ขอแนะนำตัวก่อนนะครับท่านอวี้กง  ตัวผมนั้นชื่อว่า ฮั่วเทียน  ถัดไปทางขวามือของผมอีก 4 คนตามลำดับชื่อว่า สุ่ยเหอ  ถูหร่าง  มู่โถว  จินหลง” ขณะที่ฮั่วเทียนกล่าวแนะนำ  แต่ละคนที่ฮั่วเทียนเอ่ยชื่อก็ประสานมือทำความเคารพอวี้กง


            “แล้วมีธุระอะไรกับเรา” ไป่ฉีถาม ถึงเขาจะรู้วัตถุประสงค์ของทั้ง 5 คนนี้แล้วก็ตาม


            “เอ่อ  พวกเราอยากจะขอฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านครับ” สุ่ยเหอกล่าวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ  เพราะชายตรงหน้าที่ถูกเรียกว่าเทพกระบี่  แม้จะดูสงบเงียบ  แต่ดูจากแววตาบ่งบอกได้ว่ากำลังสังเกตพวกเขาอยู่


            “พวกคุณต่างชำนาญปราณธาตุจนได้รับการยอมรับอยู่แล้ว  หากฝึกปรืออีกสักหน่อยจนถึงระดับราชันย์  พวกคุณอาจได้รับฉายาจากชาวยุทธ์เป็นแน่  ไม่เห็นมีความจำเป็นที่จะต้องฝากตัวเป็นศิษย์ของฉันแม้แต่น้อย  ฉันคิดว่าพวกคุณต้องการอำนาจการปกป้องจากฉัน  เพราะพวกคุณรู้ว่าพวกตำหนักเทพไม่กล้าปะทะกับฉัน  หากเข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองของฉัน  พวกนั้นจะไม่กล้าทำอะไรพวกคุณใช่ไหม” ไป่ฉีกล่าวเสียงเรียบ  แต่กลับเรียกความตกตะลึงให้กับทั้ง 5 คน


            'เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วงั้นเหรอเนี่ย  ช่างน่ากลัวจริง ๆ' ฮั่วเทียนคิด


            'ชายหนุ่มคนนี้แม้จะดูอายุยังน้อย  แต่การวางตัวราวกับประมุขพรรคไม่มีผิด  ไม่หยิ่งยโส  ไม่ข่มพวกเรา  แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีเจตนาร้ายกับพวกเราเช่นกัน  คนแบบนี้รับมือยาก  อ่านไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่' สุ่ยเหอคิด


            “หมายความว่าท่านจะไม่ยอมรับพวกเราเป็นศิษย์  แต่จะรับพวกเราเป็นผู้ติดตามใช่รึเปล่า” ถูหร่างถามขึ้น


            “ทำไมถึงคิดว่าฉันต้องให้พวกคุณเป็นผู้ติดตามด้วย  ฉันยินดีหยิบยื่นไมตรีให้กับพวกคุณ  พวกคุณมีอิสระในการเคลื่อนไหว  ขอเพียงไม่ขัดต่อหลักศีลธรรม  หากมีใครคิดรังแกพวกคุณ  พวกคุณแค่ส่งปราณเข้าไปยังสิ่งนี้เท่านั้น  ไม่นานฉันจะไปปรากฏตัวที่นั่น” ไป่ฉีพูดจบก็ส่งตรารูปกระบี่  มีลายเมฆล้อมรอบทั้ง 5 อันให้กับกลุ่มเบญจดารา


            ทั้ง 5 คนจ้องมองตราที่อวี้กงให้มาด้วยสายตาเบิกกว้าง  เพราะวัสดุที่นำมาทำนั้นคือเหล็กลมปราณขั้นสูง  ซึ่งตั้งแต่มาอยู่ที่โลกนี้  พวกเขายังไม่เคยพบมันเลยสักชิ้น


            “ขอบคุณท่านมาก  ว่าแต่ท่านไม่ต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยนจริง ๆ งั้นเหรอ” ถูหร่างถาม


            “ข้อแลกเปลี่ยนนั้นมีแน่  เมื่อพวกคุณแข็งแกร่งขึ้น  ให้ตั้งสำนักขึ้นมาสำหรับฝึกสิ่งที่โลกนี้เรียกว่าตำรวจ หรือผู้ควบคุมกฎระเบียบ  พูดง่าย ๆ ก็คือฉันต้องการให้พวกคุณสร้างตำรวจยุทธภพขึ้นมา  ฉันเชื่อว่าพวกคุณทำได้” ไป่ฉีกล่าวจบก็วาดมือครั้งหนึ่ง  ปรากฎขวดกระเบื้องสีขาว 5 ขวดออกมา


            “สิ่งนี้คือ….” ฮั่วเทียนกล่าว  หัวใจเขาเต้นรัว  เพราะรู้ว่าเบื้องหน้านั้นคือสิ่งใด


            “โอสถเสริมลมปราณ  สิ่งนี้ใช่ไหมที่พวกคุณต้องการ  ถึงได้มาที่โรงประมูลกันวันนี้” ไป่ฉีกล่าว


            “ท่านอวี้กง  ท่านราวกับเทพเซียนจริง ๆ ไม่ว่าพวกเราคิดอะไร  ท่านก็ดูออกหมด  ความคิดของท่านราวกับชูเยว่ที่บินอยู่เหนือวิหคทั้งปวงทีเดียว” จินหลงกล่าวชมจากใจจริง  เพราะดูเหมือนเทพกระบี่ตรงหน้าเขานั้นใจกว้างไม่น้อยทีเดียว


            “เป็นอันว่าธุระของพวกคุณหมดเพียงเท่านี้ใช่ไหม” ไป่ฉีถาม


            “ครับ  นอกจากขอการปกป้องจากท่านแล้ว  ยังหวังให้ท่านช่วยชี้แนะการฝึกฝนให้  ซึ่งดูเหมือนท่านจะแก้ปัญหานี้ให้กับพวกเราแล้วด้วยโอสถเสริมลมปราณชั้นสูง” สุ่ยเหอตอบ


            “พวกคุณมีวิธีฝึกเฉพาะตัว  ดังนั้นหากฉันชี้แนะไปคงไม่เป็นผลดีต่อพวกคุณ” ไป่ฉีกล่าว


            หลังจากกลุ่มเบญจดาราได้จากไปเมื่อบรรลุข้อตกลง  ไป่ฉีจึงลุกขึ้นจากโซฟา  โดยมีผู้อาวุโสเอ้อซานเดินนำทางไปยังสนามประลองสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง  ระหว่างทางนั้นผู้อาวุโสปาถูได้เดินเข้ามาหาไป่ฉี


            “ผู้อาวุโสปาถู  ตั๋วเข้าชมที่เราสั่งให้มอบให้กับเฟิงเทียน  ท่านจัดการเรียบร้อยแล้วหรือยัง” ไป่ฉีถาม


            “จัดการเรียบร้อยแล้วครับ  ส่วนอีก 3 ใบนี้สำหรับผู้ติดตามของท่าน” ผู้อาวุโสปาถูยื่นตั๋วสำหรับเข้าชมการประลองให้


            ไป่ฉีรับมาและยื่นมันให้กับไป่ชิ  ไป่เชอะและไป่โม่ลี่


            เมื่อถึงประตูทางเข้าสนามประลอง  ไป่ฉีได้เดินแยกไปอีกทางเพื่อไปยังห้องเตรียมตัว  ส่วนไป่ชิ  ไป่เชอะ และไป่โม่ลี่นั้นเดินเข้าประตูพร้อมแสดงตั๋วเข้าชมการประลอง  ซึ่งที่นั่งของทั้ง 3 นั้นอยู่ติดกับเฟิงเทียน  ส่วนพวกตำหนักเทพและพรรคใหญ่ได้ซื้อตั๋วที่นั่งพิเศษเอาไว้


            ที่นั่งพิเศษนี้ลักษณะเหมือนกับห้องวีไอพีทุกอย่าง  เพียงแต่ขาดเล็กลงมาก


            ไป่ฉีทำการเปลี่ยนชุดเป็นชุดที่ทอจากเส้นไหมของสัตว์อสูรหนอนไหมสวรรค์ ระดับจักรพรรดิ  ที่เอวเหน็บอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายด้ามกระบี่  หากแต่ไม่มีใบกระบี่


            “เท่านี้ก็เตรียมการพร้อมแล้ว” ไป่ฉีเตรียมหน้ากากครึ่งหน้าซีกซ้ายเอาไว้  เขาสวมมัน  ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปตามทางเดินยาว  เพื่อเดินออกไปยังสนามประลอง

    _______________________________

    ฝากเพจนิยายด้วยนะครับ=0w0=


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948