บทที่ 6: ปิดบัญชีเื
ยามบ่ายคล้อย แสงแดดเริ่มอ่อนแสงลง แต่บรรยากาศภายใน 'โรงพนันตระกูลหวัง' กลับร้อนระอุไปด้วยเสียงะโเชียร์และกลิ่นเหงื่อไคลของเหล่าผีพนัน
ที่นี่คือรังของ 'เถ้าแก่หวัง' ผู้มีอิทธิพลประจำหมู่บ้านและเ้าหนี้หน้าเืที่ชาวบ้านต่างหวาดกลัว
ปัง!
ประตูไม้บานใหญ่ของโรงพนันถูกผลักเปิดออก เสียงอึกทึกภายในเงียบลงชั่วขณะ ทุกสายตาหันไปมองผู้มาเยือน
ร่างผอมโซในชุดชาวนาเก่าๆ ยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู แม้เสื้อผ้าจะดูซอมซ่อ แต่แววตาที่กวาดมองไปรอบๆ กลับคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวจ้องมองลูกไก่
"หลี่หยาง?" เสียงใครคนหนึ่งอุทานขึ้น "มันกล้ามาที่นี่ได้ยังไง? อยากโดนซ้อมจนตายรึ?"
ชายหน้าบากที่แขนขวายังมีผ้าพันแผลพันอยู่ (คนที่โดนเทียนิจี้จุดเมื่อวาน) รีบกระซิบบอกชายร่างอ้วนพุงพลุ้ยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สักบุหนังเสือตรงกลางโถง
"เถ้าแก่... มันมาแล้วขอรับ ไอ้สวะหลี่หยาง"
เถ้าแก่หวังวางถ้วยชาลง ใบหน้าอูมไขมันแสยะยิ้มเหยียดหยาม เขาโบกพัดจีบในมือเบาๆ "โฮ่... ข้านึกว่าเ้าจะหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้วเสียอีก กล้าโผล่หัวมาที่นี่ มีเงินมาคืนข้าหรือยัง? หรือจะเอาเมียมาขัดดอก?"
เสียงหัวเราะครืนดังไปทั่วโรงพนัน
เทียนิไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาเดินก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่น ฝูงชนแหวกทางให้อย่างประหลาดใจ บรรยากาศรอบตัวเขามีแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้อากาศดูหนาวเย็นลง
เมื่อเดินมาถึงโต๊ะบัญชีหน้าเถ้าแก่หวัง เทียนิล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ
เคร้ง!
ก้อนเงินตำลึงแปดก้อนถูกโยนลงบนโต๊ะไม้อย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ก้อนเงินสะท้อนแสงตะเกียงเป็ประกายวาววับ
"แปดตำลึง" เทียนิเอ่ยเสียงเรียบ "เงินต้นห้า ดอกเบี้ยสาม... หมดหนี้กันที"
ความเงียบเข้าปกคลุมโรงพนันอีกครั้ง คราวนี้เงียบกริบจนได้ยินเสียงหายใจ
เถ้าแก่หวังเบิกตากว้าง จ้องมองเงินบนโต๊ะด้วยความไม่อยากเชื่อ ชาวนาจนๆ ที่ไม่มีปัญญาซื้อข้าวกิน จะหาเงินแปดตำลึงมาได้ภายในวันเดียวได้อย่างไร?
"จะ... เ้าไปขโมยใครมา!?" ชายหน้าบากตะคอก
"เงินบริสุทธิ์ ข้าหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง" เทียนิปรายตามอง "นับดูสิ ครบหรือไม่?"
เถ้าแก่หวังหรี่ตาลง ความโลภในใจเริ่มทำงาน เงินแปดตำลึงวางอยู่ตรงหน้าแล้วก็จริง แต่เขารู้สึกเสียดาย... เสียดายที่จะปล่อย 'วัวนม' ตัวนี้ไปง่ายๆ ยิ่งเห็นหลี่หยางหาเงินได้เร็วขนาดนี้ ยิ่งทำให้อยากขูดรีดเพิ่ม
"อืม... แปดตำลึง ครบถ้วน" เถ้าแก่หวังลูบคาง แสร้งทำสีหน้าลำบากใจ "แต่เ้าหลี่หยาง... เมื่อวานลูกน้องข้าไปทวงหนี้ เ้ากลับทำร้ายร่างกายพวกเขา ค่ารักษาพยาบาลของอาเปียว (ชายหน้าบาก) เ้าคิดว่าจะไม่รับผิดชอบรึ?"
เทียนิเลิกคิ้ว "เ้า้าเท่าไหร่?"
"ค่าทำขวัญและค่ารักษา... อีก 2 ตำลึง!" เถ้าแก่หวังยื่นคำขาด ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ
ฝูงชนเริ่มซุบซิบ นี่มันรีดเืกับปูชัดๆ หลี่หยางเพิ่งหาเงินมาได้ จะไปมีเพิ่มอีกได้อย่างไร
เทียนินิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มออกมา เป็รอยยิ้มที่ทำให้เถ้าแก่หวังรู้สึกหนาวสันหลังวาบ
"2 ตำลึงสินะ..."
เทียนิล้วงมือเข้าไปในอกเสื้ออีกครั้ง หยิบเงินออกมาอีก 2 ก้อน วางกระแทกลงบนโต๊ะ
เคร้ง!
"รวมเป็ 10 ตำลึง... พอใจหรือยัง?"
เถ้าแก่หวังตาเป็ประกายวาวโรจน์ รีบคว้าเงินทั้งหมดมากอดไว้ "ฮ่าๆๆ! ดี! ดีมาก! เ้านี่มันรู้ความจริงๆ หลี่หยาง!"
"ช้าก่อน"
เทียนิวางมือทาบลงบนกองเงินที่เถ้าแก่หวังกำลังกอบโกย มือที่ผอมแห้งแต่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กกดทับมืออูมๆ ของเถ้าแก่ไว้แน่น
"ข้าจ่ายเงินให้เ้าแล้ว... ทีนี้ตาข้าบ้าง" เทียนิเอ่ยเสียงต่ำ
"จะ... เ้าหมายความว่ายังไง?" เถ้าแก่หวังหน้าซีด พยายามดึงมือออกแต่สู้แรงกดไม่ได้
เทียนิหยิบ 'ถ้วยน้ำชา' ดินเผาที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาด้วยมืออีกข้าง เขาถือมันไว้ในระดับสายตา
"เงิน 2 ตำลึงที่ข้าเพิ่มให้... ข้าไม่ได้ให้เป็ค่ารักษาลูกน้องเ้า"
"ละ... แล้วค่าอะไร?"
เพล้ง!
เทียนิบีบถ้วยชาในมือแตกละเอียดเป็ผงฝุ่น! ไม่ใช่แค่แตกเป็ชิ้น แต่ถูกพลังนิ้วบดขยี้จนกลายเป็เม็ดทรายร่วงกราวลงบนกองเงิน
คนทั้งโรงพนันอ้าปากค้าง การจะบีบถ้วยดินเผาให้แตกนั้นคนแข็งแรงอาจทำได้ แต่การบดให้เป็ผงด้วยมือเดียว... นั่นต้องใช้วรยุทธ์ภายใน!
"2 ตำลึงนี้... คือค่าทำขวัญที่พวกเ้าบังอาจไปข่มขู่ลูกเมียข้า" เทียนิก้มหน้าลงกระซิบข้างหูเถ้าแก่หวังที่ตัวสั่นงันงก
"และถือเป็ 'ค่าโลงศพ' ล่วงหน้า... หากข้าเห็นพวกเ้า หรือลูกสมุนหน้าไหน ไปเพ่นพ่านแถวบ้านข้าอีกแม้แต่เงา... สิ่งที่จะแหลกละเอียดในครั้งหน้า จะไม่ใช่ถ้วยชา แต่เป็คอหอยของเ้า!"
จิตสังหารอันเข้มข้นแผ่พุ่งออกมาจากร่างเทียนิ มันรุนแรงจนเถ้าแก่หวังกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ กางเกงเปียกชุ่มไปด้วยน้ำสีเหลือง
เทียนิปล่อยมือ ผลักเถ้าแก่หวังจนหงายหลังตกเก้าอี้ แล้วหยิบ 'สัญญาหนี้' ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาฉีกทำลายทิ้งเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย โปรยลงพื้น
"หมดเวรหมดกรรม"
เขาหันหลังเดินออกจากโรงพนัน ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของเหล่านักเลง ไม่มีใครกล้าขวางทาง ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว
...
ทันทีที่เดินพ้นเขตโรงพนันมาได้สักพัก เทียนิก็ต้องรีบหาที่ลับตาคน แล้วทรุดตัวพิงกำแพง หอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าซีดเผือด
"บ้าเอ๊ย..." เขากุมหน้าอกที่เจ็บแปลบ "ร่างกายนี้... แค่ใช้พลังปราณเล็กน้อยบีบถ้วยชา ก็สะท้อนกลับจนเกือบกระอักเื"
เขาฝืนใช้พลังเฮือกสุดท้ายเพื่อข่มขู่เถ้าแก่หวัง หากมีการต่อสู้ยืดเยื้อ เขาแพ้แน่ แต่โชคดีที่ 'การแสดง' ของเขาแเีจนศัตรูกลัวหัวหด
เทียนิรอจนลมหายใจกลับมาเป็ปกติ จึงเดินไปที่ตลาด ซื้อข้าวสาร 5 ถัง เนื้อหมูสามชั้น 2 ชั่ง และเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ลูกกับเมีย ก่อนจะแบกของทั้งหมดเดินกลับบ้าน
เมื่อกลับถึงกระท่อม พระอาทิตย์ก็ตกดินพอดี
ฟางเหนียงและเสี่ยวเป่ากำลังนั่งกอดเข่ารอเขาอยู่ที่หน้าประตูด้วยความเป็ห่วง พอเห็นเงาตะคุ่มแบกของพะรุงพะรังเดินมา ทั้งสองก็รีบวิ่งเข้าไปหา
"ท่านพี่! ท่านเป็อย่างไรบ้าง? พวกมันทำอะไรท่านไหม?" ฟางเหนียงจับตัวเขาหมุนดูร่องรอยาแ
"ข้าไม่เป็ไร" เทียนิวางของลง ยิ้มจางๆ "หนี้สินทั้งหมด... จบสิ้นแล้ว"
"จ... จริงหรือขอรับ?" เสี่ยวเป่าตาโต
"จริง" เทียนิลูบหัวลูกชาย "และนี่... คือรางวัลของคนเก่ง"
เขาหยิบห่อขนมน้ำตาลปั้นที่แอบซื้อมา ยื่นให้เด็กน้อย เสี่ยวเป่าร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ ะโโลดเต้นไปรอบๆ
คืนนั้น ภายในกระท่อมที่เคยอึมครึม กลับมีเสียงหัวเราะและกลิ่นหอมของหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊ว เป็คืนแรกที่ครอบครัวหลี่ได้นอนหลับอย่างสนิทใจ โดยไม่ต้องหวาดผวากับเสียงเคาะประตูยามวิกาล
เทียนินอนมองเพดาน ฟังเสียงลมหายใจของภรรยาและลูก เขารู้สึกถึงความสงบในจิตใจแบบที่ไม่เคยััมาก่อนในชีวิตจอมมาร
'การปกป้อง... ก็ให้ความรู้สึกไม่เลวเหมือนกัน'
แต่เขารู้ดีว่าความสงบนี้เป็เพียงชั่วคราว
เงิน 10 ตำลึงหมดไปแล้ว ความยากจนยังคงอยู่ และที่สำคัญ... เขาเริ่มรู้สึกถึงสายตาที่มองมาจากเงามืดในเมืองชิงเฟิง
'หอโอสถร้อยสมุนไพร... พวกมันคงไม่ปล่อยให้คนขายยาตัดราคาอย่างข้าลอยนวลแน่'
เทียนิหลับตาลง เตรียมพร้อมรับมือกับพายุลูกใหม่ที่จะมาถึง