เจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน!

    ตอนที่ 54 เข้าค่ายรับน้องสนุกจังโว้ย!!!

    "กะ...เกิดอะไรขึ้น?" พี่บุญส่งถามขึ้นด้วยความงุนงง


    เขาและทีมงานพึ่งจะช่วยเหลือกลุ่มเด็กนักเรียนที่ตกน้ำกันเสร็จเรียบร้อย จู่ๆ ก็มีคนวิ่งมาบอกพวกเขาว่ามีเรื่องเกิดขึ้นอีกแล้ว


    แต่ทว่าหลังจากที่เขามาถึง พบว่ามีเด็กหนุ่มสองคนกำลังตะลุมบอนกับจระเข้ยักษ์ตัวเขื่องอยู่


    'เxี้ยไรวะเนี่ย?' นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นภายในใจพวกเขาทุกคนหลังจากได้เห็นภาพตรงหน้า


    ใจหนึ่งพวกเขาก็อยากเข้าไปให้ความช่วยเหลือ แต่ถ้าลองสังเกตดีๆ แล้ว จะพบว่าเจ้าจระเข้ยักษ์ตัวนั้นกำลังถูกมนุษย์สองคงยำเละอยู่ต่างหาก มันถูกพวกเขากระทืบเละจนหมดสิ้นสภาพความเป็นเจ้าแห่งหนองน้ำไปแล้ว


    ทันใดนั้นสองหนุ่มได้กอดรัดหางของเจ้าชาละวันน้อย พร้อมออกแรงเหวี่ยงมันใส่กับโขดหินขนาดใหญ่


    เสียง ตูม! ดังขึ้นภาพที่เห็นชวนรู้สึกจุกไม่น้อย แม้ว่าหินจะไม่แตกแต่ก็เกิดเป็นรอยร้าว


    เจ้าชาละวันน้อยเห็นภาพรางๆ ของมนุษย์สองคนที่ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ มันรีบพยายามจูนสติตัวเอง และออกแรงขาทั้งสองรีบคลานหนีลงน้ำไปทันที


    เมื่อมันเห็นว่ามนุษย์ทั้งสองเตรียมทำท่าจะกระโดดลงน้ำ แวบแรกมันได้คิดว่าจะจัดการมนุษย์ทั้งสองซะถ้ากระโดดลงมาในน้ำ เพราะนี่เป็นถิ่นของมัน


    แต่ความคิดนี่ต้องถูกพับลงไปทันทีเมื่อมันนึกย้อนไปว่าถูกมนุษย์ทั้งสองคนทุบตีจนเกือบจะสิ้นใจ ผิวหนังที่หนาเหมือนเกราะของมันราวกับว่าเป็นกระดาษ ไม่แม้แต่ช่วยเหลือมันได้เลยสักนิดเดียว


    สุดท้ายมันก็รีบว่ายหนีหายลึกไปทันที ภาวนาว่าชาตินี้อย่าได้เจอมนุษย์ทั้งสองคนนั้นอีกเลย


    วินเทอร์ยักไหล่อย่างไม่แยแส พร้อมเดินกลับไปที่ฐานกิจกรรม


    ตอนแรกฝูงชนได้ยืนรวมกลุ่มกันอยู่หนาแน่น แต่พอวินเทอร์กับเมฆาเดินมา พวกเขาต่างพากันพร้อมใจแหวกทางหลบ


    "พี่เกด ได้ตราปั๊มยังครับ?" วินเทอร์ถามขึ้นมา


    "ได้แล้วจ้ะ..." พี่ลูกเกดพยักหน้าอ้ำๆ อึ้งๆ


    "งั้นพวกเราไปฐานถัดไปเลยไหมครับ?"


    คนในกลุ่มรีบตอบตกลงกันอย่างทันควัน และพากันไปฐานกิจกรรมถัดไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ฝูงชนยืนมึนงงเป็นตัวโง่งม


    วินเทอร์และกลุ่มได้พากันเล่นกิจกรรมที่อยู่ในฐานต่างๆ จนเวลาได้ล่วงเลยไปเกือบเย็น และแน่นอนว่าฐานที่พวกของวินเทอร์ไปเล่นนั้น ไม่มีฐานไหนได้อยู่อย่างปกติสุขเลยแม้แต่น้อย


    พี่บุญส่งและทีมงานถึงกับปวดหัวจนความดันแทบขึ้น ตั้งแต่ได้เปิดค่ายกิจกรรมแบบนี้ขึ้นมา ไม่เคยมีรอบไหนที่มันจะยุ่งเหยิงและวุ่นวายได้ขนาดนี้เลย เด็กที่มาก่อนหน้านี้ถึงจะมีเฮ้วๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นแบบวินเทอร์


    ตั้งแต่ที่โรงเรียนบ้านหนองจระเข้แม่น้ำไนล์มา ทุกอย่างมันก็ฉิบหายกันไปหมดแล้ว! และนี่ยังต้องอยู่กับพวกเขาไปอีก 1 วัน 1 คืน เต็มๆ


    บุญส่งได้แต่ภาวนาว่ากิจกรรมในค่ำคืนนี้อย่าให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกเลย แค่ช่วงบ่ายก็ทำให้เขาเกือบเป็นบ้าแล้ว


    เด็กเกือบร้อยต่างพากันร่วงตกสะพานเหมือนมะม่วง ถ้าพวกเขาพาข้ามไปแบบปกติก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว แต่นี่จะเร่งรีบแตกตื่นอะไรกันก็ไม่รู้ ไม่ระมัดระวังตัวกันเลย?


    เหตุการณ์ถัดไปคือ จระเข้ยักษ์ 5 เมตรโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ และมีสองหนุ่มที่คิดว่าตัวเองเป็นไกรทองกลับชาติมาเกิด? พวกเขาทั้งคู่ได้เข้าไปสัประยุทธ์มือเปล่ากับเจ้าชาละวันจนสะเทือนฟ้าดิน?


    นี่เป็นแค่สองเหตุการณ์จากสิบกว่าเหตุการณ์ที่ทางค่ายประสบพบเจอในวันนี้ กิจกรรม walk rally ได้จบลงไปด้วยดี?


    กลุ่มเด็กนักเรียนได้ไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวเพื่อเตรียมกินข้าว และเข้าร่วมกิจกรรมสานสัมพันธ์ในคืนนี้


    ...


    โรงนอนจะถูกแบ่งเป็นสองฝั่งชายหญิง และในแต่ละฝั่งจะมีโรงนอนที่เป็นบ้านพักอยู่จำนวนมาก ในแต่ละบ้านพักจะสามารถนอนได้ราวๆ 20 คน


    วินเทอร์และเมฆาได้เดินลากกระเป๋ามาถึงบ้านพักที่เป็นหัวมุมตรงทางสามแยก บ้านพักหลังนี้ที่จริงแล้วเป็นของห้อง ม.4/1 แต่เนื่องจากว่าห้อง ม.4/4 มีวินเทอร์ที่เป็นผู้ชายคนเดียว เขาจึงต้องมานอนรวมกับห้องหนึ่ง


    ทีแรกหนุ่มๆ ห้องหนึ่งเตรียมที่จะระเบิดฟอร์ม ถ้าเกิดว่ามีเมฆาคนเดียวยังไม่เท่าไหร่ เพราะพวกเขาเรียนอยู่ห้องเดียวกันและรู้ว่านิสัยของเมฆาเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ ดูเคร่งขรึม ถ้าไม่มีใครไปกวนอะไรเขาก็ไม่มีปัญหาอะไร


    แต่สำหรับวินเทอร์นั้นแตกต่าง ชายคนนี้คนนี้คือเทพแห่งภัยพิบัติอย่างแท้จริง เหล่าหนุ่มๆ ในห้องหนึ่งเลยต้องอยู่กันอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว


    วินเทอร์ที่เห็นว่าบรรยากาศดูแปลกพิกล เขาจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สดใสร่าเริงว่า "พวกนายทำตัวตามสบายเหมือนปกติเลย!"


    หนุ่มๆ จากห้องหนึ่งได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ พูดง่ายแต่มันทำยากนะสิพี่ชาย! แค่พี่ยืนเฉยๆ พวกผมก็กลัวแทบตายแล้วครับ!


    ยังนับว่าบรรยากาศยังดีกว่าตอนแรกขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่วินเทอร์พูดออกมา แต่พวกเขาก็ยังมีความหวั่นเกรงกันอยู่ไม่น้อย


    วินเทอร์ยิ้มไม่สนใจ หลังจากที่เขากับเมฆาจัดของและเลือกที่นอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็หยิบชุดที่จะเปลี่ยนไปใส่ในคืนนี้ และได้เดินเปลือยท่อนบนนุ่งผ้าขนหนูสีขาวตรงไปยังห้องอาบน้ำชายที่อยู่ด้านหลังบ้านพัก


    แต่เมื่อพวกเขาทั้งคู่ได้มาถึงห้องอาบน้ำ จากตอนแรกที่ภายในนั้นวุ่นวาย แหกปากเสียงดังและมีการหยอกล้อแกล้งกัน ก็ต้องหยุดลงทันควัน


    เวลานี้กลุ่มคนภายในห้องอาบน้ำไม่กล้าที่แม้แต่จะส่งเสียงหรือขยับตัว พวกเขาทำได้แค่เพียงยืนสั่นงกๆ เหมือนลูกหมา


    วินเทอร์และเมฆาไม่สนใจท่าทีของพวกเขาแม้แต่น้อย ทั้งคู่เลือกโซนที่ว่างและถอดผ้าขนหนูที่นุ่งอยู่ออกไปพาดไว้ที่ราวแขวน ในตอนนี้ร่างกายของพวกเขาทั้งคู่ได้เปลือยเปล่า รอยสักที่ประทับอยู่บนร่างชวนให้พวกเขาทั้งคู่ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้นไปอีก


    สองหนุ่มได้หยิบเก้าอี้ตัวน้อยมานั่งและลงมือผลัดกันถูแผ่นหลังของกันและกันไปตามอารมณ์ เป็นธรรมชาติราวกับว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ปกติดูธรรมดา ไม่มีอะไรเลยแม้แต่น้อย


    แต่การที่ชายหนุ่มถูหลังให้กันแบบนี้เนี่ยแหละ มันกลับทำให้ทุกคนในห้องอาบน้ำต้องหวาดกลัวขนลุกซู่ ภาพตรงหน้าราวกับพวกยากูซ่าที่เห็นในหนัง ในการ์ตูนไม่ผิดเพี้ยน พวกเขาเริ่มคิดแล้วว่าที่แห่งนี้มันคือโรงอาบน้ำของยากูซ่าใช่หรือไม่?


    พวกเขาได้ถูกสองหนุ่มสยบหัวใจเอาไว้ ทำให้ทุกคนรู้สึกหายใจด้วยความลำบาก ไม่มีความกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา ยิ่งไม่จ้องพูดถึงความกล้าที่จะไปจ้องมองวินเทอร์กับเมฆาตรงๆ อีกเลย


    ทุกคนต่างภาวนาให้พวกเขาทั้งคู่รีบๆ อาบน้ำให้เสร็จและออกไปจากห้องนี้สักที! แต่เวลามันช่างเดินช้าเหลือเกิน...


    กลุ่มที่พึ่งเข้ามาใหม่ก็รู้สึกงุนงงไม่น้อยว่าทำไมถึงไม่มีใครอาบน้ำกันเลยสักคน ทุกคนเอาแต่ยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมสั่นงกๆ


    แต่เมื่อพวกเขาได้เดินเข้าไปในห้องอาบน้ำรวมก็รับรู้กันได้ทันทีว่าทำไม ทุกคนที่ยืนอยู่กับที่และสั่นไปมาเหมือนผีเข้า


    ป้ง! เสียงขันได้หล่นกระทบกับพื้น พร้อมร่างของคนผู้หนึ่งล้มลงไปนอนกองกับพื้นดังตุ้บ! ไอ้หนุ่มคนนี้มันได้ตกใจกลัวจนสลบคาห้องอาบน้ำไปแล้วเรียบร้อย


    ผ่านไปได้ราวๆ สิบนาที วินเทอร์กับเมฆาก็อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ได้เดินกลับไปยังบ้านพักของพวกเขาทันที


    เมื่อเทพปีศาจทั้งสองท่านได้จากไปแล้ว ทุกคนก็รู้สึกหายใจกันสะดวกทั่วท้อง เหมือนกับว่าได้ปลดพันธนาการออก


    "กูกลัวแทบตาย นึกว่าห้องอาบน้ำจะถูกย้อมไปด้วยเลือดซะแล้ว"


    "มึงเห็นรอยสักนั้นไหมวะ ตอนแรกกูคิดว่าเป็นสติกเกอร์กันน้ำ แต่พอได้เห็นชัดๆ แม่งของจริงนี่หว่า!"


    "ไอ้สองคนนี้แม่งเป็นยากูซ่าชัว! กูการันตีเลย ไอ้พวกห้องเก้าห้องสิบที่ว่าแน่ ดูเป็นลูกหมาน้อยไปเลย..."


    ผู้คนในห้องน้ำได้จับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส หลังจากที่วินเทอร์กับเมฆาได้ออกไปแล้ว


    "พวกเราต้องไปโรงอาหารที่เดิมใช่ไหม?" หลังจากวินเทอร์แต่งกายเสร็จแล้ว ก็ได้หันไปถามเมฆา


    "ครับ เมื่อกี้ผมได้ทักถามไปถามเอยแล้ว ดูเหมือนว่าพวกคุณหนูจะยังอาบน้ำกันไม่เสร็จ เธอบอกว่าคิวยาวมากอาจใช้เวลาเกือบชั่วโมง" เมฆาพูดขึ้น พลางดูจอโทรศัพท์ที่เป็นหน้าต่างแชทสนทนากับหวานใจตัวน้อยของเขา


    "ก็นะ..." วินเทอร์พยักหัวอย่างเข้าใจ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ผู้หญิงจะอาบน้ำนาน "งั้นพวกเราไปเดินรอบๆ หาอะไรทำรอ รู้สึกว่าจะมีร้านขายของชำด้วย ลองไปดูหน่อยละกัน"


    สองหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นพร้อมรองเท้าแตะคู่ใจ เดินเล่นเอ้อระเหยไปยังร้านขายของชำที่วินเทอร์พูดถึง


    "อ๊ะ! นี่มันไอติมแซนด์วิชนี่น่า" วินเทอร์หยิบห่อไอศกรีมสีส้มขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น


    "ไอติมแซนด์วิช?" เมฆาหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย


    "ใช่ๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว! แกได้พกเงินสดติดตัวมาไว้เปล่า?" วินเทอร์หยิบไอศกรีมแซนด์วิชขึ้นมาสี่ห่อ พร้อมขนมจุกจิกอีกมากมาย


    เมฆาได้ส่ายหัวเบาๆ พวกเขาทั้งคู่ไม่ได้พกเงินสดติดตัวกันมาเลย


    วินเทอร์จึงเดินไปถามป้าเจ้าของร้านว่าสแกนจ่ายได้หรือไม่ แต่ป้าก็งงว่าอะไรคือสแกนจ่าย ทำให้พวกเขาทั้งคู่ต้องยืมเงินคนที่เข้ามาซื้อของภายในร้านแห่งนี้แทน


    "เฮ้ยพวก! พอจะมีสักสองสามร้อยไหม ฉันขอหน่อย เดี๋ยวโอ-"


    วินเทอร์ยังไม่ทันพูดจบประโยคไอ้หนุ่มผู้โชคดีที่ได้รับการรับเลือกก็ทิ้งตัวลงคุกเข่าหมอบกราบ พร้อมยื่นกระเป๋าตังค์ที่หนาปึกให้กับวินเทอร์ทันที


    "ผะ...ผมให้แล้ว ผมให้แล้ว! ได้โปรดอย่าฆ่าผมเลย" ไอ้หนุ่มผู้โชคดีหมอบกราบด้วยความกลัว


    กลุ่มไทมุงที่กำลังดูอยู่ก็รู้สึกสงสาร ไอ้หนุ่มคนนี้ไม่น้อย


    'หมอนี่มันดวงซวยสุดๆ ดันไปเข้าร้านตอนที่สองคนนั้นกำลังซื้อของ และยังโดนไถ่เงินอีก...'


    วินเทอร์ยืนเกาหัวด้วยความงุนงง เขาแค่จะขอยืมเงินสดมาใช้ก่อน เดี๋ยวเขาจะโอนคืนไปให้ ไม่ก็รอเขาไปกดเงินที่ตู้แล้วเดี๋ยวจะคืนให้ทีหลัง แต่ไม่นึกเลยว่าไอ้หนุ่มคนนี้มันจะหวาดกลัวจนขี้หดตดหายแบบนี้...


    'มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นวะเนี่ย? นี่ฉันพูดข่มขู่มันไปเหรอ? ไม่นะ ฉันก็พูดแบบปกตินิ...'

    คล้ายกับเรื่องเจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน! ที่คุณอ่าน