่ก่อนหน้านั้น
“เจียงมีมี่หากให้เ้าแต่งกับองค์ชายสิบสี่ เ้าสามารถเปลี่ยนหลานของข้าให้กลับมาเป็เทียนหลันเซ่อคนเดิม”
“เพคะไทเฮา”เจียงมีมี่ ในร่างอ้อนแอ้นอรชรหญิงงามอันดับสองของแคว้นที่ใครๆ ต่างหมายปองนาง กล่าวรับคำมั่นเหมาะ แต่ใครจะรับไหวกับองค์ชายเสเพล และยังมีลูกติดอีกหนึ่ง กลิ่นเหม็นดังซากเน่าและยังเสียงหัวเราะเยาะจากเหล่าองค์ชายด้วยกันแม้แต่ขุนนางยังอดที่จะนินทาลับหลังไม่ได้
มีมี่กดริมฝีปากกับสีชาดสีชมพูระเรื่อ ใครสนไปไม่ไปเื่ของเขา มีมี่ก็แค่ทำให้เขาไป นั่งสางผมส่องกระจกหน้าตาเฉย คนอะไรจะสวยได้ขนาดนี้ หากเื่นี้เป็นิยายต้องตั้งชื่อเื่...ว่าย้อนเวลามาสวย 555 ว่าแต่มีมี่คนนี้เป็ใครทำไมต้องต้องงานกับองค์ชายไม่เอาไหนคนนี้ด้วย ถอนหายใจเหมือนคนจรจัดที่นั่งขอทานอยู่บนสะพานลอยในกรุงเทพ จะต่างกันหน่อยก็ตรงที่สูง หุ่นดี เสียงทุ้ม หล่อหรือเปล่าวะ ก็อย่างว่าใครมันจะหล่อเหมือนในนิยาย คนเราก็ต้องมีหน้าตาดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกันไป
“มีมี่”ร่างสูงของใครอีกคน ก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ คว้าข้อมือบางของมีมี่ไปกำไว้เหมือนกับคุ้นเคยกันมาแต่ชาติปางไหนมีมี่สะบัดมือออกทันที
“เฮ๊ย”ถึงจะหล่อขาดไหนแต่บอกไว้ก่อนมีมี่ไม่ง่ายนะ
“ ไปกับข้า”
“ทำไมต้องไป”
“ก็เราตกลงกันไว้ว่าจะทำให้เทียนหลันเซ่อขายหน้าจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี นี่เ้าจำที่ตกลงกันไว้ไม่ได้หรือ”
คนคนนี้พูดถึงเื่อะไรทำไมมีมี่ที่เป็ภรรยาต้องทำให้เทียนหลันเซ่อที่เป็สามีต้องขายหน้าด้วย คิ้วเข้มของมีมี่เลิกขึ้นด้วยความสงสัย หยินเซ่อ ก้มลงใบหน้าแทบจะชิดใบหน้าของมีมี่ สูดดมกลิ่นหอมข้างแก้ม
“เ้าลืมแล้วหรือมีมี่ของข้า ทุกอย่างที่ทำล้วนเพื่อเราสองคนได้อยู่ด้วยกัน”ซวยละ คนอะไร หล่อก็หล่อแล้วยังมาพูดจาเหมือนมีมี่ไปมีอะไรกับเขาแบบนี้ แล้วเทียนหลันเซ่อคนนั้นเล่า แล้วมีมี่จะทำตัวอย่างไร
“555ข้าลืมไปจริงๆ กันเถอะไปทำอะไรที่ท่านว่ากัน”รีบชิ่งหนีก่อนดีกว่าสายตาโลมเลียน่ากลัวว่าใจจะสั่น มีมี่แพ้คนหล่อกก้าวเดินออกห้องไป หยินเซ่อยิ้มมุมปากก่อนจะก้าวเดินตามมา
“แยกกันข้างหน้า เ้าเข้าไปก่อนข้าตามไปทีหลัง อย่าลืม เทียนหลันเซ่อจะต้องอับอายขุนนางและผู้คน เ้าจะต้องทำให้หลายคนในท้องพระโรงรู้ว่า เทียนหลันเซ่อน่ารังเกียจเพียงใด” โห เป็ใครมาทำอะไรแบบนี้กะจะไม่เผาผีกับสามีกำมะลอของมีมี่เลยหรือไร ใครดีใครเลวมีมี่งงไปหมดแล้ว จะเชื่อหมอนี่ดีไหม
ปอหลุนยิ้มกว้างดีใจเมื่อเห็น มีมี่ก้าวมาถึง หน้าประตูทางเข้าท้องพระโรง เทียนหลันเซ่อผู้มีหนวดเครารุงรัง ผู้นั้นเบือนหน้าหนีเสีย ชิ ใครง้อคงเป็เพราะนิสัยไม่ ปรานีปราศรัยกับใครนี่เองถึงถูกคนอื่นหมั่นไส้เอา
ยืนเก้เก้กังๆ ไม่กล้าเข้าไป
“นายหญิงท่านต้องชวนองค์ชายเข้าไปข้างใน” ปอหลุนเข้ามากระซิบบอก
“ทำไมเข้าไม่เข้าไปเอง”
“หากนายหญิงไม่นำองค์ชายเข้าไป เกรงว่าองค์ชายจะกลับตำหนักเสีย”
“มีข้าหรือไม่มีพวกเขาก็ไม่ได้ รู้สึกอะไร”น้ำเสียงเศร้าสร้อย มีมี่ััได้ชัดเจน มันจะยากตรงไหน
“ไม่เห็นต้องสนใจใคร”มีมี่คว้าข้อมือของ เทียนหลันเซ่อเดินนำเข้าไปข้างใน
ก้าวขาเข้าไปในท้องพระโรงที่ยิ่งใหญ่อลังการขุนนางรายรอบสองฝั่งเว้นเป็ช่องทางเดิน สุดทางเดินมีมี่ไม่กล้ามองเป็บัลลังก์ัที่ฮ่องเต้คงนั่งอยู่บนนั้น ก้มหน้ามองสองข้างทาง ขุนนางขันทีต่างแต่งกายเต็มยศเหมือนผีจีน
“องค์ชายสิบสี่และพระชายาเจียงมีมี่ องค์ชายน้อยจินเซ่อเสด็จจจจจจ”
“องค์ชายสิบสองหยินเซ่อเสด็จจจจจจ”เพียงอึดใจ หยินเซ่อผู้ที่มีมี่พบก็ตามมาติดๆ
เทียนหลันเซ่อประสานมือ มีมี่หันซ้ายหันขวาไม่กล้าเอาวะเป็ไงเป็กัน ประสานมือข้างเอวเหมือนในซีรีส์ย่อตัวลง แต่รองเท้าเ้ากรรม แม่งเอ๊ยมันพลิก ร่างเล็กทรงตัวไม่อยู่เซแซ่ดๆ เทียนหลันเซ่อก็ไม่ยอมรับร่างบาง จนกระทั่งร่างสูงในอาภรณ์ที่มองแวบเดียวก็รู้ว่าคงเป็องค์ชายอะไรสักอย่างถลาเข้ามารับไว้ หยินเซ่อยิ้ม นึกชื่นชมมีมี่ที่ทำให้เทียนหลันเซ่อขายหน้าั้แ่เริ่มต้น หารู้ไม่ว่ามีมี่ไม่ได้ตั้งใจ
“ชายาเ้าสิบสี่เทียนหลันเซ่อ งดงามอันดับสอง แต่กิริยาล้วนไม่งดงามอย่างใบหน้า”มีมี่ฉุนจัดขยับตัวออกจาอ้อมแขนของใครอีกคนปัดเนื้อปัดตัว
“หยินเซ่อถวายพระพรฝ่าาทรงพระเจริญหมื่นปี และพลามะัยแข็งแรงเป็มิ่งขวัญของ ราษฎรและขุนนางยิ่งยืนนาน” เสียงของหยินเซ่อเหมือนจะเปลี่ยนอารมณ์โมโหของมีมี่ที่ถูกว่าให้หายไปเสียก่อน เกือบลืมตัว นั่นฮ่องเต้นั่นเป็ฮ่องเต้ที่ว่ากล่าว เทียนหลันเซ่อมองไปที่มีมี่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะเดินไปยังที่ว่างที่ถูกเว้นไว้ ข้างๆ มีมี่ก้มหน้าเดินตาม
“เห็นหรือยังฮองเฮา แม้แต่จะเอ่ยปากอวยพรให้ข้าเขายังไม่ทำ”ฮองเฮายิ้มเศร้าๆ
“ฝ่าาเทียนหลันเซ่อแต่เดิมพูดน้อยอยู่แล้วแค่วันนี้มาถวายพระพรพร้อมหน้าถือว่าสร้างความประหลาดใจ”มีมี่เงยหน้ามองใบหน้างดงามของฮองเฮา คนอะไรจะสวยได้ขนาดนี้นี่เองละมั้งที่สวยกอันดับหนึ่ง มีมี่เป็อันดับสอง
“ช่างเขา เอ้า มากันครบแล้วเริ่มงานเฉลิมฉลองได้”ขันทีนางในต่างเดินเป็แถวยกเครื่องเสวย ทั้งรูปลักษณ์และสีสันสวยงามเข้ามาวางตรงหน้าเหล่าองค์ชายและขุนนางที่ต่างประสานมือนั่งลงบนบนพื้นที่มีโต๊ะเล็กๆ ตรงหน้า ประกอบไปด้วยสุราอาหาร
“ไทเฮาเสด็จจจจจจ”หญิงชรารูปร่างท้วมเดินเข้ามาในท้องพระโรง หันมองมีมี่
“อืมมวันนี้ ชายาเ้าสิบสี่สวยสดใสเหมาะกับงานมงคล”มีมี่นึกคำพูดโต้ตอบว่าาจะพูดว่าอย่างไรดี ไทเฮาเพียงแต่ยิ้มๆ ไม่ได้ถือสาอะไร
“ชายาน้องสิบสี่ อยู่กับน้องสิบสี่ไม่ทันไรซึมซับนิสัย พูดน้อยมาเสียสิ้น”เมียขององค์ชายอะไรสักอย่างจีบปากจีบคอพูดเหน็บแนมมีมี่ มีมี่สูดลมหายใจขึ้นๆ ขึ้นเลย
“ขอบพระคุณ เอ๊ยของพระทัย เสด็จยาย”เวร ต้องเสด็จย่านี่
“ขอบพระทัยเสด็จย่า มีมี่เองก็เห็นว่าทั้งฮองเฮาและเสด็จย่าวันนี้รัศมีเปล่งปลั่งงดงามเกินหญิงใด มีมี่เอง แม้จะยังสาวอยู่แต่เมื่อมองแล้วกลับเห็นว่าคำพูดกล่าวเกินจริงหญิงงามอันดับหนึ่งต้องฮองเฮา หญิงงามอันดับสองจะต้องเป็ เสด็จย่าอย่างแน่นอน ”ได้ยินคำว่าตัวเองเป็อันดับสองมาจากหลายคนแล้ว ยกเอาเื่นี้มาเป็ประเด็นดีกว่ามีมี่ซะอย่าง
ฮองเฮายิ้ม ไทเฮาเองก็อมยิ้มเช่นกัน
“ช่างเข้าใจเปรียบเทียบ เ่ชนนั้นจึงวางใจเ้าสิบสี่ อยู่กับชายาคนนี้เห็นทีจะหมดห่วง อเอ้าลงมือกินกันได้แล้วย่าก็มาแล้วมีมี่อมยิ้มมองอากกหารตรงหน้า มีแต่ของมันๆ ไม่น่ากิน แปลก เวลาอ้อวนทำไมชอบกินอะไรที่มันๆ พอผอมมาเห้นของอะไรพวกนี้ไม่อยากจะแตะต้อง องค์ชายแต่ละคนล้วนหน้าตาหล่อเหลาสะอาดสะอ้านแต่ดูเทียนหลันเซ่อ ของมีมี่สิ ทำไม๊ ทำไม ทำตัวไม่สมกับเป็องค์ชายจะต้องปฏิวัติกันเสียใหม่ทั้งหมด มีมี่เอาแต่มองคนนู่นที่คนนี้ที เที่ยนหลันเซ่อเองก็เอาแต่รินสุรากระดกลงคอ
“ท่านจะมาถอนแต่เช้าอย่างนี้ไม่ได้”มีมี่ยื้อจอกสุราในมือของเทียนหลันเซ่อไว้ ตาจ้องตา ใบหน้าที่เต้มไปด้วยหนาวเคราก้มลงเอาปากคาบจอกสุราในทมือของมีมี่หน้าตาเฉย
“น้องสิบสี่ดื่มสุราหนักขนาดนี้เห็นไปจินเซ่อมองตามตาไม่กะพริบคาดว่าอีกไม่นานคงไม่ต่างจากน้องสิบสี่”องค์ชายห้าเฉิงเซ่อพูดขึ้น
“จินเซ่อมาหาย่า”ฮองเฮาเรียกเ้าตัวกระเปี๊ยกไป มีมี่ เริ่มเห็นเค้าลางบางอย่าง พ่อไม่รักพี่น้องรุมเกลียดจะมีคนที่รักหน่อยก็ ไทเฮากับฮองเฮา จะต้องรู้ให้ได้ว่าไปทำอะไรใครเขาถึงรุมเกลียดขนาดนั้น
“ขากถุย”ส่งเสียงขากเสลด มีมี่อ้าปากค้าง เมาหรือว่าแกล้งเมา หรือว่าร่างกายมีแอลกอฮอลล์อยู่ในกระแสเือยู่แล้วก็เลยเมาไวไปหน่อย
หยินเซ่ออมยิ้ม
“นี่ สุภาพหน่อยเห็นหรือไม่ว่าคนอื่นหัวเราะเยาะท่านกันหมดแล้ว”มีมี่กระซิบเบาๆ เทียนหลันเซ่อหาสนใจไม่ยกสุรากระดกลงคออีกจอกรินเพิ่มเองอีกจอกไม่รอให้ขันทีรินให้ มีมี่คว้าจอกสุรากระดกลงคอรวดเดียว หมดจอกเช่นกัน
เทียนหลันเซ่อรินอีกมีมี่ก็ยกขึ้นกระดกอีก เทียนหลันเซ่อจึง เลิกรินสุราเสีย
“เ้าห้ากับเ้าสิบสองหลายวันมานี้เื่สร้างเขื่อนเป็อย่างไรบ้าง”
“กราบทูลเสด็จพ่อทุกอย่างล้วนเรียบร้อยดีข้ากับน้องสิบสองเราสองคนช่วยกันควบคุมการซ่อมแซมเขื่อนที่แตกให้กลับมาใช้การได้ดี”
“อืม ดี ดีมากทีเดียว เ้าสองคนแบ่งเบาข้าได้ไม่น้อย”
“ฝ่าาตำแหน่งไท่จือ เหมาะที่จะเป็ขององค์ชายองค์ใดองค์หนึ่งในทั้งสองคนนี้”ขุนนางสอพลอคนหนึ่งเอ่ยปากขึ้น
“ข้าคงต้องไตร่ตรอง อีกไม่นานจึงจะมีการแต่งตั้งไท่จือแต่จากที่ดูแล้วก็คงเป็เ้าห้ากับเ้าสิบสองที่จะเหมาะสม”
เทียนหลันเซ่อ รินสุราลงจอกสุราอีกครั้งมีมี่ไม่คว้าจอกสุรา ปล่อยให้เขายกสุราเทลงคอ ลุกขึ้นยืน มี่มีหันหน้าหันหลังก้าวตามไปติดๆ เ้าเด็กกระเปี๊ยกนั่นไม่ยักตามนั่งกิน อาหารกับย่าเฉย
“ข้าไม่ควรอยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำไป”ก้าวขาจากไปมีมี่ส่ายหน้า ปอหลุน วิ่งแน่บตามไป มีมี่ถอนหายใจก้าวตามไปอีกคนภารกิจแสนหินยากเย็นเหลือเกิน
“ปอหลุน ให้นางไปเสียข้าจะนอน”ปอหลุนยิ้มเจื่อนๆ มีมี่ส่ายหน้าก่อนจะนั่งลงที่หน้าห้องไม่เข้าไปนอนก็นอนไปสิ
ปอหลัน เดินมายืนข้างๆ
“นายของเ้า ข้าหมายถึงองค์ชายสิบสี่”
“ปอหลันไม่เข้าใจ”รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
“เขาทำไมถึงถูกคนอื่นเกลียดชัง”
“องค์ชายเป็ ลูกที่ถือกำเนิดจากฮองเฮาเพียงคนเดียว ซึ่งงองค์ชายองค์อื่นทรงถือกำเนิดมาจากอดีตฮองเฮาที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว”
“พ่อก็อยู่แม่ก็อยู่แล้วทำไมทำตัวแบบนี้”
“มีเสียงเล่าขานว่า องค์ชายอาจไม่ใช่ลูกของฝ่าา”
“แล้วเป็ลูกของใคร”ปอหลุนนปิดปากเงียบก่อนจะขยับตัวถอยห่าง
“นายหญิงเื่นี้เป็แค่เพียงเสียงร่ำลือไม่แน่ว่าจะเป็ความจริงอีกอย่างฝ่าามีบัญชาห้ามพูดถึงเื่นี้ หากใคร กล้าขัดบัญชาเกรงว่าจะถูกม้าแยกร่างเสีย”มีมี่กลืนน้ำลายลงคอม้าแยกร่างจะเจ็บขนาดไหน ไม่พูดก็ไม่พูดแต่ความอยากรู้มีมากเสียจริง มีมี่รอได้สักวันต้องรู้จนได้ละน่า
“นายของเ้าหลับไปแล้ว ปอหลุนไปหา มีดคมๆ มาให้ข้าหน่อย”
”นายหญิงท่านคิดจะทำอะไร”ปอหลุนทำสีหน้าตื่นใ
“ข้าไม่ฆ่านายเ้าหรอกเอามาก่อนก่อนที่เขาจะตื่น”ปอหลันจำต้อง ไปหามีดคมๆ มาให้ มีมี่”ที่แท่นนอนนั้นร่างสุงหลับใหลเหมือนกับอดนอนมาทั้งคืน มีมี่ก้าวขาเข้าไปช้าๆ นั่งลงบนแท่นนอน จรดมีดสั้นคมกริบเข้ากับกึ่งกลางลำคอกับปลายคาง
“เ้าจะทำอะไรข้า”ร่างสูงลืมตาพรึ่บ มีมี่ขึ้นคร่อมบนตัวอีกคนไว้ กดใบมีดลงบนใบหน้าหนวดเคราเขียวครึ้มกับถูกตัดติดใบมีดออกมา
“เ้า”มือใหญ่คว้ามือของมี่มีไว้แน่น
“อย่าดิ้นไม่อย่างนั้นได้เื”ขยับตัวขึ้นนั่งทับไปบนเอวหนา ลืมอะไรไปเสียสนิทว่านั่นมันจุดยุทธศาสตร์ของ ผู้ชาย เทียนหลันเซ่อเหลือบตามอง ร่างบางที่นั่งทับอยู่บนตัวเขา มีมี่ขยับมีดเบาสุดเบาโกน เอาหนวดเคราที่รกรุงรังนั้นออกเสีย เสียงหัวใจของเที่ยนหลันเซ่อเต้น รัวเร็ว