ในการซื้อหุ้นมันไม่ยากเลยสำหรับคนทำเป็แต่กับคนที่ไม่ได้แตะเทคโนโลยีมา 5 ปีแล้วนั้น มันก็ต้องแคะแกะเกลาฝีมือกันหน่อยหลังจากที่พยายามมาแล้วกว่า3 ชั่วโมง และเหมือนอยู่ๆจินคิดบางอย่างออก
"ทำไมเราไม่ใช้เงินแก้ปัญหานะ"
ว่าแล้วก็ปิดคอมลุกเดินไปนอนทันทีเพราะนี่ก็เที่ยงคืนแล้ว
เช้าวันต่อมาจินทำการฝึกร่างกายตามปกติวิ่ง(ก็ยังเป็วิ่งสลับเดินอยู่) ดันพื้น ซิทอัพ ตอนนี้แค่ถึง่เที่ยงเขาก็ทำได้ครบตามจำนวนแล้วร่างกายจินตอนนี้พุงไม่โผล่เกิน่หน้าอกแล้ว ขณะที่กำลังสควอชอยู่ก็มีเสียงของคินดังขึ้นตรงประตู
"โอ้โห ฟิตหุ่นจะไปเดินแบบที่ไหนเนี้ย"คินเอ่ยแซวทันทีเพราะพี่ชายคนเดิมของเขาปกติแค่กินๆนอนๆเท่านั้นั้แ่เลิกเล่นกีฬามาก็ไม่เคยเห็นจินออกกำลังกายจริงๆจังอีกเลยภาพที่เห็นตรงหน้าเลยทำให้เ้าตัวอดแซวพี่ชายตัวเองไม่ได้
"ทำเื่ดรอปเสร็จแล้วเหรอ?"จินไม่ได้สนใจจะตอบกับคำถามไร้สาระของน้องชายเขาเลือกที่จะถามเื่ที่ตนให้คินไปจัดการแทน
"เรียบร้อยครับผม!"คินตะเบ๊ะพร้อมตอบ
"ดีมากพลทหาร"จินหยุดออกกำลังกายแล้วหันมาทางคิน
"รู้จักคนที่มีความรู้เกี่ยวกับเื่ หุ้น หรือตลาดหุ้นมั้ย"จินถาม
"ม่ายย~ ทำไมพี่จะเล่นหุ้นรึไง?"คินเอ่ยถามอย่างไม่ไคร่จะสนใจคำตอบนักและเดินไปนั่งในห้องรับแขกเพื่อดูทีวี
'สงสัยคงต้องหาเอง'จินเดินไปเปิดมือถือขึ้นมาดูรายชื่อในเครื่องว่าพอจะจำใครได้บ้างไหมที่พอมีความรู้ในเื่นี้
หลังจากที่กดเลื่อนดูไปซักพักเท่าที่จำได้ก็มีทั้งเบอร์ของแฟนเก่าที่พึ่งเลิกกันไปเพื่อนสมัยเรียนที่ั้แ่จบมาก็ไม่ได้คุยกันแล้วเพราะแต่ละคนก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเลื่อนดูสักพักก็เจอเพื่อนสมันเรียนอีกคนที่เป็ผู้หญิงพอนึกๆดูก็จำหน้าได้ลางๆเธอเป็คนที่มีความรับผิดชอบในการทำงานทำงานที่อาจารย์สั่ง เสร็จได้รวดเร็วมาก เวลามีงานกลุ่มจินจะชอบขออยู่กลุ่มกับเธอเพราะสิ่งที่เขาทำมีแค่ออกไอเดียส่วนเธอจะเป็คนปฏิบัติคุณสมบัติที่เป็เลขาในอุดมคติของจินเลย ว่าแล้วก็กดติดต่อไป
"ฮัลโหล นี่เบอร์ฝนรึป่าว นี่จินนะ"จิน
"หืม จินหรอลมอะไรหอบให้โทรมาล่ะเนี้ย? ร้อยวันพันปีไม่เห็นติดต่อมาถ้าจะยืมเงินไม่มีหรอกนะ"ฝน
"ไอ้นิสัยขี้งกนี่ยังเหมือนเดิมเลยนะว่าแต่่นี้ทำอะไร"จิน
"ก็สอนหนังสือไงฉันเป็ครู จะให้ทำอะไรล่ะ"ฝน
"พูดเหมือนเบื่อเลยนะ ไมไม่เปลี่ยนงานล่ะ"จิน
"สอนหน่ะไม่เบื่อหรอกแต่เบื่อที่ต้องมาทำอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่เกี่ยวกับการสอนมากกว่า"ฝน
จินที่ได้ยินดังนั้นก็ ก็ถามเข้าประเด็นทันที
"สนใจงานพวกเลขามั้ยเงินเดือน 5 หมื่นรู้จักเื่พวกซื้อขายหุ้นมั้ย"จิน
"5 หมื่นหรอ? ฮ่าๆๆได้จริงก็ดีสิหุ้นหรอเราก็เคยศึกษามาบ้างนะคิดว่าถ้ามีเงินสักก้อนเราก็จะลงทุนด้านนี้อยู่เหมือนกัน"ฝน
"เยี่ยมงั้นคุณได้งานแล้วครับคุณฝน"จินตอบกลับไปด้วยคำพูดที่ดูเป็ทางการ
"เดี๋ยวนะ เราต้องไปทำงานเป็เลขาใครอะไรยังไง"ฝนเริ่มงง กับสิ่งที่ได้ยิน แม้จะยังไม่ตกลงแต่เงินเดือน5หมื่นนี่มันหาง่ายขนาดนั้นเลยรึไง?
"ก็เป็เลขาให้เราไงเรา เดือนละ 5 หมื่นสนใจม๊ะ?"จิน
"เห้อ~ นิสัยขี้แกล้งนี่ยังไม่เลิกอีกเหรอถ้าไม่มีอะไรก็แค่นี้นะ"ฝนได้แต่ถอนหายใจเพราะจินชอบมีนิสัยที่ชอบพูดจริงจังเวลาล้อเล่น พูดล้อเล่นเวลาจริงจัง บางครั้งเธอก็เดาไม่ออกว่าเขาพูดจริงหรือพูดเล่นกันแน่
"เดี๋ยวๆฝน ใจเย็นอย่าพึ่งวางเราพูดจริงๆเรากำลังจะทำธุระกิจบางอย่าง แล้วตอนนี้ก็เริ่มไปแล้วด้วยเราอยากได้คนช่วยขอร้องล่ะนะสัญญาจ้าง30ปีเลยนะเงินเดือนขึ้นทุกปีด้วย"ที่จินเสนอเงินเดือนที่สูงนี้เพราะเขา้าคนที่มีความสามารถและไว้ใจได้มาช่วยด้วยและเขาต้องจ้างจริงแค่ปีเดียว เพราะหลังจากนั้นเงินก็ไม่มีความหมายแล้ว
"จริงหรอ?"ฝนถามเพื่อความมั่นใจ
"แน่นอน เราจะโอนเงินให้ก่อนเลยก็ได้เพื่อความแน่ใจ"
"ขอคิดดูก่อนได้มั้ย?"ฝนยังคงลังเลเพราะยังไงอาชีพครูก็มีความมั่นคงเพียงพอแล้วสำหรับเธอแต่งานใหม่ที่เสนอมาก็น่าสนใจเช่นกัน
"ให้ 1 วันพรุ่งนี้เราขอคำตอบ"จิน
"ได้ งั้นแค่นี้นะ"ฝน
"อ่าาา~ปลดเปื้องไปอีกหนึ่งเื่เราจะได้มีเวลาฝึกต่อจริงๆจังซักที"หลังจากที่จินคุยกับฝนเสร็จก็รู้สึกโล่งทันทีเพราะเท่าที่จำนิสัยของฝนได้ถ้าเธอไม่สนใจเธอคงตอบปฏิเสธแต่แลกแล้ว
"ทำไมผมได้แค่ 3 หมื่นแต่คนอื่นได้ตั้ง5หมื่น? นี่น้องพี่นะ"คินที่นังฟังบทสนทนาของพี่ชายกับปลายสายคนที่ชื่อฝนกล่าวออกมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจและหวังว่าจะได้ค่าจ้างเพิ่ม
"ซื้อหุ้นเป็หรอ?"จินถาม
"ไม่"คินตอบตามตรง
"งั้นก็ได้เงียบไป" จินพูดเสร็จก็ฝึกร่างกายต่อส่วนคินที่เห็นว่าไม่น่าจะได้เงินเดือนเพิ่มก็หันกลับไปดูทีวีต่อ
เช้าวันต่อมาเป็วันแรกในการทำงานของคินซึ่งก็โดนปลุกั้แ่ตี5
"นี่พี่จะปลุกผมอะไรเช้าขนาดนี้ ถึงผมจะได้เงินเดือนจากพี่แต่ผมก็มีสิทธิ แจ้งกรมแรงงานนะเนี้ยเวลาทำงานเช้าเกิ๊น"คินที่งัวเงียอยู่โวยวายอย่างหัวหมอพร้อมกับทำหน้าเหมือน้าจะนอนต่อ
ป๊อก!! เสียงมะเหงกลงหัวคิน
"โอ้ยย ทำไรของพี่เนี้ย"คินหันไปหาพี่ของเขาอย่างไม่พอใจนัก
"นายคิดว่างานกรรมกรคืองานแบบไหน"จินถามอย่างไม่สนใจอาการของน้องชาย
"ก็งานพวกใช้แรงเเลกเงินมั้ง"คินตอบกลับทันทีอย่างไม่คิดอะไรมากนัก
"แล้วนายว่าต้องใช้แรงแค่ไหนถึงคุ้มกับเงิน3หมื่น"จินถามต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ
คินที่ได้ยินคำถามนี้ก็เหมือนจะรู้ชะตากรรมของเขาต่อจากนี้แล้วว่าตัวเองหลวมตัวทำสัญญากับปีศาจเข้าให้แล้ว