
จื่อเหลียง จื่อเหลียง เสียงเรียกหาจากคุณสามีตั้งแต่เช้าเลย นายหญิงไปไหน เว่ยเฉินไล่ถามบ่าวรับใช้ทีละคน นายหญิงตอนเช้านี้เห็นออกไปตลาดเจ้าค่ะ พอได้ยินนางกำนันพูดดังนั้นก็ไปอยู่รอหน้าประตูบ้าน ยืนรอด้วยความตื่นเต้นเดินไปมาจนตังกุยเวียนหัวไปหมดจึงพูดขึ้นมาว่า คุณชายตังกุยเห็นคุณชายเดินไปมา ตังกุยเวียนหัวไปหมดแล้ว
นั่นนายหญิงกลับมาแล้วพร้อมชี้มือจากนั้นทั้งสองคนที่ยืนรออยู่นานก็รีบไปช่วยขนผัก
จื่อเหลียงเจ้าไปทำไมของพวกนี้ให้บ่าวทำก็ได้ จากนั้นดึงจื่อเหลียงเข้ามาประชิดตัวใกล้ๆ ในวันนี้เจ้าว่างหรือเปล่า มีอะไรหรอเจ้าคะ เปล่าข้าถามว่าเจ้ายุ่งไหมหากเจ้ายุ่งก็บอกข้าก่อน ข้าว่างไม่ได้ยั่งอะไรเลยหลายวันมานี้ข้าเหมือนจะว่างงานนะ เว่ยเฉิน
จูงมือจื่อเหลียงแล้วไปขี่ม้าออกจากจวนทันทีท่าน ท่านจะพาข้าไปไหน วันนี้เป็นวันที่ข้าเจอเจ้าครั้งแรกที่สะพานในงานโคมลอยหลายปีมาแล้ว แต่ปีนี้เราไม่อยู่ในจวนและชมงานในเมืองหลวง ข้าจะพาเจ้าไปที่ที่หนึ่ง
ซึ่งเจ้าไปแล้วข้าว่าเจ้าคงชอบ
ทั้งสองคนนั่งม้าตัวเดียวกันควบม้าผ่าน
ลำธารเล็กๆที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดที่ได้จัดเตรียมเป็นพิเศษ จากนั้นก็ลงมาเดินข้ามสะพานไม้ไผ่ ก็มองเห็นกระท่อมเล็กๆอยู่กลางลำธารซึ่งบรรยากาศดีมาก ทั้งสองคนนั่งตกปลาพูดคุย พอตกเย็นก็เอาปลาที่ตกได้ย่างทำอาหารกินกัน เริ่มค่ำแล้วเจ้าเห็นไหม ดาว หิ่งห้อย ที่นี่ข้ามอบให้เจ้าเพียงคนเดียว ภรรยาที่รักของข้า
จากนั้นเว่ยเฉินก็โอบกอดจื่อเหลียงจากด้านหลังทั้งสองคนยืนชมดวงดาวและหิ่งห้อย
สักพักก็มีพลุไฟ มีโคมลอยบนฟ้าระยิบระยับดั่งดวงดาวเพิ่มมาอีก เว่ยเฉินจึงอุ้ม
จื่อเหลียงไปนอนบนเตียงไม้ไผ่ทั้งสองนอน
พูดคุยชมดวงดาว ชมหิ่งห้อย และโคมลอยกัน อยู่ๆเว่ยเฉินก็ถามขึ้นมาว่า
เจ้าอยากได้ลูกกี่คนทำเอาจื่อเหลียนเขินและหันไปอีกทางเว่ยเฉินจึงเอามือจับหัวจื่อเหลียงไว้แล้วพูดว่า เอา 10 คนดีไหมจากนั้นค่อยๆขยับริมฝีปากมาจูบปากจื่อเหลียงเบาๆค่ำคืนอันแสนโรแมนติกของทั้งสองก็เกิดขึ้น