ร่างสูงโปร่งของร้อยตำรวจเอกแทนเทพนายตำรวจหนุ่มวัยยังไม่ถึงสามสิบปีเดินก้าวยาวๆด้วยความรีบเร่งตรงไปที่ห้องทำงานของผู้บังคับบัญชาหลังได้รับคำสั่งเรียกตัวด่วนเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
เมื่อไปถึงเขาก็เคาะประตูก่อนที่จะเปิดและผลักเข้าไป
“เชิญนั่งสิ”
พันตำรวจเอกเทิดศักดิ์กล่าวขึ้นทันทีอย่างบ่งบอกว่ากำลังรอการมาของเขาอยู่แล้ว
“ท่านมีธุระสำคัญกับผมงั้นหรือครับ”
ผู้กองหนุ่มถามขณะเดินเข้าไปนั่งลงยังเก้าอี้เบื้องหน้าโต๊ะทำงานของผู้บังคับบัญชา
“นั้นมันของแน่อยู่แล้วละน่าผมคงไม่เรียกคุณมาพบด้วยเื่ไร้สาระหรอก”
พันตำรวจเอกเทิดศักดิ์กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังซึ่งหากเป็คนอื่นทั่วไปที่ไม่ได้สนิทสนมคุ้นเคยกันมาก่อนก็คงจะรู้สึกเกรงกลัวต่อท่าทางทรงอำนาจนั้นจนขวัญหนีดีฝ่อแต่คงไม่รวมถึงผู้กองหนุ่มคนนี้ เพราะนอกจากจะทำงานด้วยกันมาหลายปีแล้วทั้งสองก็ยังมีความสนิทสนมกันเป็ส่วนตัวในฐานะที่เป็อากับหลานกันอีกด้วย เพียงหากเป็เื่งานแล้วทั้งสองไม่เคยนำความสัมพันธ์ส่วนตัวนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้น แต่กับการต่อปากต่อคำแล้วมันก็เป็เหมือนกับอะไรที่อดไม่ได้จริงๆ
“ขอโทษครับ ผมผิดเองที่คิดว่าท่านอาจจะเรียกมาเพื่อชวนเล่นหมากรุก”
คำพูดขอโทษแบบแกมประชดประชันของผู้กองวัยหนุ่มทำเอาผู้บังคับบัญชาถึงกับถลึงตาดุใส่
“นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะ”
“เอ้า ก็ผมพูดจริงๆนี่ครับ”
ชายหนุ่มเ้าของใบหน้าหล่อเหลาผิวขาวสะอาดสะอ้านอย่างค่อนข้างจะขัดกับอาชีพที่ต้องอึดถึกและทนของตนยังยอกย้อนอย่างไม่ยอมแพ้จนอาและผู้บังคับบัญชาในร่างเดียวกันต้องขึ้นเสียงเข้มหนักขึ้นไปอีก
“พอได้แล้ว ผมมีงานด่วนให้คุณต้องไปทำ”
“งานอะไรครับ”
ผู้กองหนุ่มถามขณะกลั้นยิ้ม
“ติดตามดูความเคลื่อนไหวของมหาเศรษฐีที่มีกิจการทางธุรกิจหลายอย่างอยู่เบื้องหน้าแต่เื้ัคือพ่อค้ายาบ้ารายใหญ่อย่างใกล้ชิด”
“นั้นมันไม่ใช่งานหมูๆเลยนะครับ”
“ก็ใครไปบอกคุณว่าหมูล่ะ”
“เป็พระคุณอย่างสูงเลยครับ ที่เมื่อเจองานหินๆทีไรท่านมักจะนึกถึงผมก่อนเป็คนแรกเสมอ”
ชายหนุ่มอดที่จะพูดประชดออกไปอีกไม่ได้เมื่อรู้ว่างานที่ได้รับมอบหมายนั้นคืออะไร
“แล้วไม่ดีหรือไง นี่ผมช่วยคุณแท้ๆเลยน่ะ การได้เจอแต่งานหินๆมันทำให้คุณได้รับการเลื่อนยศเร็วกว่าคนอื่นไม่เห็นเหรอและมันก็ทำให้ผมมั่นใจด้วยว่าคุณจะต้องได้รับติดยศนายพลั้แ่ยังไม่แก่เลยทีเดียว”
พันเอกเทิดศักดิ์พูดแบบประชดออกไปบ้าง แต่เหตุผลจริงๆที่เลือกเขาผู้นี้นั้นเป็เพราะเชื่อในฝีมือมากกว่า หนุ่มเืร้อนผู้กล้าบ้าบิ่นแต่มีความฉลาดเป็กรด
“ผมกลัวว่าตัวเองจะตายเสียก่อนได้เป็นายพลนะสิครับ”
ผู้กองหนุ่มแย้งแบบไม่ถึงกับจริงจังนัก
“กลัวตายด้วยเหรอ ถ้ากลัวตายก็ลาออกจากการเป็ตำรวจแล้วไปช่วยงานที่ร้านขายดอกไม้ของแม่คุณซะสิ”
พันเอกเทิดศักดิ์กล่าวพร้อมกับปรายตาเหมือนจะค้อน
“โห ท่าน เล่นแรงนะเนี่ย”
นายตำรวจหนุ่มโวยวายตัดพ้อ
“เลิกพูดมาก แล้วมาดูรายละเอียดของงานที่ต้องทำได้แล้ว”
“ท่านก็พูดไปสิครับ ผมกำลังฟังอยู่”
นายตำรวจหนุ่มใหญ่วัยใกล้ห้าสิบส่ายหน้าอย่างระอากับความช่างต่อปากต่อคำแบบติดจะกะล่อนนิดๆของหลานชายหรือผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้ ซึ่งมีนิสัยอย่างนี้มาั้แ่เด็กๆแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ด้วยว่าความสามารถในการทำงานของหลานชายกำพร้าคนนี้ไม่ได้ดูขี้เล่นเหมือนบุคลิกภายนอกที่แสดงออกนี้เลยเขานับได้ว่าเป็นายตำรวจหนุ่มฝีมือเยี่ยมอีกคนหนึ่งของกองปราบได้เลยทีเดียว
“นี่คือรูปและข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเสี่ยประยูรที่ทางเราสืบทราบมาได้”
พันเอกเทิดศักดิ์กล่าวพร้อมกับผลักแฟ้มเอกสารหนาปึกเข้าไปตรงหน้าร้อยตำรวจเอกแทนเทพ
“ใครไปได้ข้อมูลมาจากไหนครับ”
ผู้กองหนุ่มถามขณะเปิดดูแฟ้มแล้วอย่างคร่าวๆ