Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์

    ตอนที่ 43 พลังกายที่เปลี่ยนไป

    BRCO - บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ โดย MingGuang
    ตอนที่ 43 พลังกายที่เปลี่ยนไป
    เช้าวันต่อมา หลังจากหลินสวินกินข้าวเช้าเสร็จ เขาก็เตรียมพร้อมสำหรับการฝึกอีกครั้ง ครั้นเห็นซย่าจื้อยืนห่างออกไปหนึ่งจั้ง หัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความผยองเมื่อคืนเขาแทบจะไม่ได้นอน เพราะหลังจากฝึกลมปราณและพลังวิญญาณแล้ว เขาก็ทวนกระบวนท่าการต่อสู้ของซย่าจื้อวนไปวนมาอยู่เงียบๆ ในหัวทั้งคืนนี่คือศึกดวลพลังทางกายภาพ อันมีเป้าหมายเพื่อหลอมชำระร่างกาย หลังจากเมื่อวานที่หลินสวินพ่ายแพ้ไปนับครั้งไม่ถ้วน เขาก็ตระหนักได้ว่าร่างกายที่แข็งแกร่งก็เสมือนอาวุธชั้นยอดที่สามารถสังหารศัตรูได้เช่นเดียวกัน ดูอย่างซย่าจื้อเป็นตัวอย่าง พลังต่อสู้ของนางทรงอานุภาพเพียงพอที่จะข่มเหงผู้อื่นได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังวิญญาณด้วยซ้ำ“มาเริ่มกันเลย!”ซย่าจื้อสงบนิ่ง แสงอ่อนยามเช้าส่องกระทบใบหน้าของแม่นางน้อยเป็นประกายแห่งความบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ฟู่!หลินสวินพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่รีรอ ประหนึ่งอาชาไนยควบทะยาน ปลดปล่อยพลังอันหนักหน่วงและแข็งแกร่งหากสังเกตใกล้ๆ จะเห็นว่ากล้ามเนื้อของเขาเต้นตุบๆ ประหนึ่งริ้วคลื่น เขารวบรวมพละกำลังทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน จนร่างเกร็งดุจสายธนูที่เหนี่ยวจนสุด พร้อมจะยิงลูกธนูออกไปได้ทุกเมื่อกระบวนท่าพยัคฆ์คำรามคร้ามศัตรู!ทว่ายามเขาออกกระบวนท่านี้ ผลลัพธ์ของมันกลับแตกต่างจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง ทั้งเรียบง่าย ฉับไว และตรงไปตรงมา ขณะเดียวกัน พลังจากแขนก็ไหลไปรวมกับกระดูกสันหลังผ่านทางหัวไหล่ ขับเคลื่อนพลังจากกล้ามเนื้อระหว่างซี่โครง ขณะที่กล้ามเนื้อส่วนอื่นกระตุกเป็นเส้นลวดเขม็งเกลียวตู้ม!แม้แต่มวลอากาศก็ส่งเสียงระเบิดรุนแรงยามหมัดนั้นพุ่งปะทะซย่าจื้อหาได้ครั่นคร้ามไม่ เพียงขยับมือออกไป นางก็คว้าข้อมือหลินสวินไว้ได้อยู่หมัด ทว่าก่อนที่นางจะทันได้ออกแรง ก็รู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อข้อมือของหลินสวินกำลังสั่นด้วยความเร็วสูง จนกลายสภาพเป็นเรียบลื่นประดุจปลาไหลในบัดดลวินาทีนั้นเอง ข้อมือของหลินสวินก็หลุดจากการจับกุมที่เหนียวแน่นประหนึ่งสายรัดโลหะของซย่าจื้อดวงตาของหลินสวินฉายวาบ อย่างที่คาดไว้ไม่ผิด หากเขาควบคุมวิธีการออกแรงในกล้ามเนื้อต่างๆ ได้ ก็สามารถทำให้กระดูกและข้อต่อทั้งหมดขยับได้ เขาจะสามารถควบคุมพละกำลังทั้งหมดได้ตามใจปรารถนาแต่ก่อนเขารู้จักแต่เพียงการหยิบยืมพลังวิญญาณมาใช้ต่อสู้ หลังจากไตร่ตรองมาตลอดคืน เขาก็ตระหนักได้ในที่สุดว่าในทุกเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อต่อล้วนมีพลังอันแข็งแกร่งซุกซ่อนอยู่ ถ้าหากผสานมันเข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดี ก็จะนำมาซึ่งผลลัพธ์อันเหลือเชื่อหากเปรียบร่างกายกับสมรภูมิรบ เช่นนั้นกล้ามเนื้อและข้อต่อทั้งหลายก็คือกำลังพลที่อยู่ภายใน หากบังคับบัญชาดีๆ พลทหารเหล่านั้นก็จะเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดได้กระนั้นยังไม่ทันที่หลินสวินจะได้ชื่นชมยินดี นิ้วเรียวของซย่าจื้อก็ลื่นไหลดุจอสรพิษแผ่พังพาน ปลายนิ้วของนางแตะเบาๆ ลงบนข้อมือของหลินสวิน ฉับพลันหลินสวินก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาตรงข้อมือ ก่อนจะชาไม่รู้สึกอะไรอีกเลยโครม!แขนของเขาถูกจับยกขึ้นอีกครั้ง ก่อนทั้งร่างจะถูกเหวี่ยงลงพื้นอย่างแรงราวกับข้าวเปลือกถูกร่อนหลินสวินกัดฟันกรอดแล้วยืนขึ้น ก่อนพุ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งตอนนั้นเองที่ปลายนิ้วของซย่าจื้อกดลงบนข้อต่อตรงข้อมือของเขา การใช้พลังต่อเนื่องจากกล้ามเนื้อของเขาพลันชะงักลง ทั้งข้อมือชาวาบหลินสวินตระหนักได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด และระวังมากขึ้นในครั้งต่อไปกระนั้น เขาก็ยังถูกโค่นอีกครั้งภายในสองกระบวนท่าเท่านั้น!คราวนี้อีกฝ่ายเอาชนะเขาด้วยการเกี่ยวรัดข้อมือโดยไม่ให้ตั้งตัว มือของซย่าจื้อรัดข้อมือของเขาแน่นเหมือนบ่วงเหล็ก มือซ้ายของนางผลักออกข้างหน้า ในขณะที่มือขวายันออกด้านหลัง เกิดเป็นแรงกระทบตรงข้าม ที่เคลื่อนข้อต่อข้อมือของเขาอย่างจังกระบวนท่าทั้งหมดนั้นเรียบง่ายและรวดเร็วนัก ทำเอาข้อมือของหลินสวินสะบัดเสียงดังกร๊อบ เขาไม่รู้สึกเจ็บเลยจนกระทั่งร่างถูกเหวี่ยงลงพื้นนั่นเองนี่ก็คือการแยกเอ็นหักกระดูก!หลินสวินเคลื่อนข้อต่อข้อมือกลับเข้าที่ พลางมองไปที่ซย่าจื้อ นัยน์ตาปราศจากความขุ่นเคืองใดๆ เว้นเสียแต่จิตวิญญาณนักสู้ที่โหมไหม้ราวไฟคลั่งแม้จะพ่ายแพ้อีกครั้งภายในสองกระบวนท่าเท่านั้น ทว่าเขาก็ยังทำผลงานได้ดีกว่าเมื่อวาน หลินสวินรู้ชัดว่าตนเองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วทีเดียว!“อีกที!”หลินสวินตะคอกเสียงต่ำแล้วปลดปล่อยพลังอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่จำกัดการเคลื่อนไหวอยู่เพียงกระบวนท่าเพลงมวยยาตราทัพเท่านั้น ทว่ามือทั้งสองของเขากลับเคลื่อนไหวยืดหยุ่นกว่าเดิมนักตึง! ตึง! ตึง!ในเวลาต่อมา เกิดเสียงที่ทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนดังต่อเนื่องมาจากลานหน้าบ้านแห่งนั้นประตูใหญ่หน้าลานบ้านเปิดออกโดยไม่มีใครรู้ตัว เด็กกลุ่มหนึ่งลอบเข้ามา พวกเขาล้วนเป็นเด็กในหมู่บ้าน ครั้นเห็นอาจารย์ผู้ฝึกวิชาที่พวกเขายกย่อง พ่ายแพ้ให้กับซย่าจื้อครั้งแล้วครั้งเล่า ก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากหวอด้วยความสะพรึงด้วยวัยเพียงห้าหกขวบ ซย่าจื้อนับว่าอายุพอๆ กันหรือน้อยกว่าเด็กคนอื่นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ ครั้นได้มาเห็นนางล้มหลินสวินครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างนี้เป็นใครก็คงไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นหลินสวินถูกเหวี่ยงลงพื้นซ้ำแล้วซ้ำ พวกเขาก็ตื่นตระหนกหวั่นหวาด รู้สึกว่าเป็นบุญแล้วที่ตัวเองไม่เผลอยั่วโมโหซย่าจื้อไปก่อนหน้านี้ มิเช่นนั้นชะตากรรมของพวกเขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่อยากจะคิดไม่นานนักท่านลุงท่านป้าในหมู่บ้านที่ได้ยินเสียงก็มาออกันแน่น ท่าทางชมดูความคึกคักทั้งยังป่าวประกาศให้ยิ่งรู้กันทั่วกว่าเดิมพวกเขารู้สึกเจ็บแทนหลินสวิน แต่ก็ตกตะลึงกับความสามารถทางการต่อสู้อันทรงพลังของซย่าจื้อยิ่งกว่าพวกเขาเพิ่งรู้ว่าเด็กหญิงตัวน้อยงดงามคนนี้มีพลังการต่อสู้เหนือชั้นกว่าหลินสวินเสียอีก เป็นอะไรที่พวกเขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนนางเป็นเพียงเด็กผู้หญิงวัยห้าหกขวบจริงหรือต่อให้หลินสวินจะหน้าหนาหน้าทนแค่ไหน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขายขี้หน้าเมื่อถูกชาวบ้านจับจ้องเช่นนี้ เขากัดฟันกรอดไม่มีสักคำเล็ดลอดออกมา ก่อนทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการต่อสู้ตรงหน้าสำหรับซย่าจื้อผู้สงบนิ่งเช่นเคยก็สวนกลับเมื่อถูกโจมตี และเหวี่ยงหลินสวินกระแทกพื้นไม่ยั้งครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีความคิดจะไว้หน้าเขาแม้เพียงนิดบางทีในสายตาของนางอาจคิดแค่ว่า ทุกอย่างที่ทำไปก็เพื่อช่วยหลินหล่อหลอมร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องกระทำด้วยความจริงจังตั้งใจ หามีเรื่องของหน้าตาและศักดิ์ศรีอยู่ในหัวของนางไม่ครั้นเห็นหลินสวินร่วงโครมอย่างน่าอเนจอนาถซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้แต่เซียวเทียนเริ่นก็อดเวทนาเขาไม่ได้ ชายชรามองชาวบ้านรอบข้างแล้วโบกมือพลางพูด “ไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้ทำกันรึอย่างไร ถ้าไม่มีก็ไปขุดแร่ที่ภูผาปะทุควันเข้าสิ!”เซียวเทียนเริ่นรีบไล่ชาวบ้านที่มุงดูออกไปทันทีก่อนงับประตูปิด ปล่อยให้หลินสวินกับซย่าจื้อสู้กันตามลำพังในลานหน้าบ้านต่อไปยามราตรีคืบคลานเข้ามา หลินสวินกระโจนลงอ่างไม้อีกครั้งโดยมีบาดแผลทั่วเรือนร่าง ครุ่นคิดถึงรายละเอียดการต่อสู้ของวันนั้น ขณะที่ซย่าจื้อตรงเข้านอนทันที...เป็นเช่นเดิมอย่างนี้ติดต่อกันถึงห้าวันเต็ม!ระหว่างห้าวันนั้น หลินสวินไม่ทำอะไรเลยนอกจากประมือกับซย่าจื้อ และแน่นอน กิน ก่อนที่จะมาฟื้นฟูร่างกายในน้ำโอสถและทบทวนรายละเอียดการต่อสู้อยู่เงียบๆ คนเดียว เวลาผ่านไปแต่ละวันเช่นวันก่อนหน้า แม้จะดูน่าเบื่อทว่าแท้จริงแล้วก็ให้ผลที่น่าพึงพอใจระยะเวลาห้าวันส่งผลต่อพัฒนาการในการใช้พลังของหลินสวินอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เขาสามารถใช้พลังได้จากกล้ามเนื้อ ข้อต่อและกระดูกทุกส่วนในร่างกายแล้วนอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอย่างยิ่งกับร่างกายของเขา แม้จากรูปลักษณ์ภายนอก หลินสวินยังคงมีรูปร่างผอมสูงเช่นเคย ทว่าลึกลงไปภายใน กล้ามเนื้อและผิวหนังทุกส่วนของเขาทั้งแข็งแกร่งและแน่นปึ้กประหนึ่งเส้นเหล็ก และทุกเสี้ยวข้อต่อและกระดูกในกายของเขาก็ถูกเคี่ยวกรำขัดเกลาซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งหยกขัดแม้แต่ลมปราณและโลหิตของเขาก็ทรงพลังขึ้นกว่าแต่ก่อนนัก!ถึงความพ่ายแพ้ตลอดห้าวันนี้จะน่าหดหู่ ทว่าผลประโยชน์ที่ได้กลับเด่นชัดอย่างไม่มีข้อกังขา เพราะทำให้ร่างกายของเขาหลอมชำระและเปลี่ยนเป็นดียิ่งขึ้นแล้วแน่นอนว่านั่นทำให้หลินสวินกลับมาอารมณ์ดีได้อีกครั้งกระนั้นทั้งเลือดเนื้อของสัตว์ปีศาจ ข้าวศักดิ์สิทธิ์ และวัตถุดิบวิญญาณอื่นๆ อีกมากมายในบ้านก็ร่อยหรอไปในอัตราที่รวดเร็วจนน่าตกใจตลอดห้าวันมานี้ไม่เพียงแต่เขาต้องหมดเสบียงมากมายไปกับการรักษาตัวเอง แต่ความหิวของทั้งหลินสวินและซย่าจื้อก็เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนักอย่างในตอนนี้ หลินสวินกินเนื้อเสือดาวลายหิมะโตเต็มวัยครึ่งตัวกับข้าวสิบชั่งในหนึ่งมื้อ ส่วนปริมาณอาหารที่ซย่าจื้อต้องการในแต่ละวัน ย่อมต้องมากกว่าหลินสวินเป็นธรรมดาด้วยความต้องการที่มากถึงเพียงนี้ ทำให้เลือดเนื้อของสัตว์ปีศาจในบ้านของเขามีสิทธิ์หมดเกลี้ยงได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน ส่วนข้าวศักดิ์สิทธิ์ก็คงไม่พอสำหรับเดือนถัดไปเช่นกันหลินสวินเป็นอันต้องคิดหนักอยู่เรื่องเดียว จะหาเสบียงมาจากไหน!โชคดีที่ชาวบ้านเริ่มขุดแร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋นตามคำสั่งของเซียวเทียนเริ่นกันแล้วตอนนี้แร่ทองแดงจำนวนมากได้รับการขุดออกมาแล้ว หากกำจัดเศษแร่ปฏิกูลออกไป คงจะได้แร่ทองแดงเพลิงอย่างเดียวมากถึงห้าสิบชั่งหากพวกเขานำมันไปขาย ก็จะได้กำไรกันอย่างมหาศาลหลินสวินวางแผนจะเดินทางไปยังเผ่าอาทิตย์มรกตเพื่อขายแร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋น รวมถึงของมีค่าอื่นๆ ที่ระยะหลังมานี้เขาไม่มีความจำเป็นต้องใช้แล้ว ซึ่งน่าจะมากพอที่จะแลกเสบียงมาได้มากโขเช้าของวันที่ห้า เมื่อหลินสวินตื่นขึ้นก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าซย่าจื้อหายตัวไปแล้ว ทิ้งไว้ให้เขาเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า ‘ข้าจะรีบกลับมา’พร้อมๆ กับที่หลินสวินรู้สึกวางใจ ก็อยากหัวเราะขึ้นมาด้วยเพราะเห็นลายมือขยุกขยุยของนาง ซย่าจื้อเรียนรู้ตัวอักษรเหล่านี้มาจากเขา แม้นางจะสามารถสนทนากับเขาได้เป็นคุ้งเป็นแคว แต่ก็ยังไม่รู้ตัวอักษร เพื่อประโยชน์ในภายภาคหน้า หลินสวินจึงเริ่มสอนนางให้อ่านออกเขียนได้ในเมื่อนางบอกไว้แล้วว่าจะรีบกลับมา ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หลินสวินจึงเข้าครัวเพื่อไปเตรียมอาหารเช้าเมื่อหลินสวินยกอาหารร้อนๆ มาวางไว้บนโต๊ะ ประตูทางเข้าลานหน้าบ้านก็เปิดผางออกพอดี สัตว์ปีศาจแผงคอเพลิงตัวหนึ่งถูกโยนเข้ามากลางลานจนแผ่นดินสะเทือนนี่มันหมูป่าแผงคอเพลิงชัดๆ!ร่างของมันถูกรัดด้วยเส้นหวายใหญ่หยาบ ปากอุดไว้ด้วยโคลน มันจึงทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้โหยหวนออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นขณะเดียวกันร่างบอบบางของซย่าจื้อก็ปรากฏตัวขึ้น นางล้างมือ ลงมานั่งที่โต๊ะ และลงมือกินอาหารหลินสวินจ้องภาพนั้นตาปริบๆ เขาชี้ไปที่หมูตัวนั้นแล้วถาม “เจ้าออกไปเพื่อจับเจ้าสัตว์ตัวนี้มาอย่างนั้นรึ”ซย่าจื้อพยักหน้าแล้วกล่าวน้ำเสียงจริงจัง “หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว เจ้าก็ไปสู้กับเจ้าสัตว์นี่เสีย มีเพียงศึกที่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ เจ้าถึงจะรู้ว่าตัวเองแข็งแกร่งถึงขั้นไหนแล้ว”สีหน้าของหลินสวินยุ่งเหยิงขึ้นเล็กน้อย “หากข้าแพ้ ก็แปลว่าข้าอ่อนหัดกว่าหมูเช่นนั้นสิ” หลินสวินโอดซย่าจื้อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวอย่างหนักแน่น “ถูกเผงเลย”หลินสวินได้แต่สะเทือนใจ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่านางเพียงพูดเล่น แต่ตอนนี้นางกลับจับหมูป่าแผงคอเพลิงกลับบ้านมาสู้กับเขา นี่มันหยามกันชัดๆ!“คอยดูแล้วกัน ข้าจะไม่แพ้ให้ไอ้หมูนี่แน่!”หลินสวินถลึงตาใส่ซย่าจื้อ แล้วเขมือบอาหารบนโต๊ะลงท้องจนหมดด้วยท่าทางฮึกเหิม..........................
    TBCเข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ

    คล้ายกับเรื่องBattling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ ที่คุณอ่าน