บทที่37 ถล่มถ้ำหิมะ
หลังจากตัดสินใจสร้างกลไกวงเวทระดับมหาเวทแล้วมีนจึงจำเป็นต้องยอมเสียเงินก้อนใหญ่ไปอีกครั้ง เพื่อกว้านซื้ออัญมณีธาตุระดับสูงเป็นจำนวนมากถึง132 ก้อน เนื่องจากเจ้า “จตุดารามหาบงกช” วงนี้ นอกจากจะมีจำนวนจุดตัดถึง 65จุดแล้ว เส้นเชื่อมระหว่างจุดตัดทั้งหมดของมัน...ยังมีมากถึง 132 เส้น
เป็นเพราะหญิงสาวต้องการลดภาระในการจ่ายพลังเวทให้แก่มหาเวทวงนี้จึงเป็นต้องยอมลงทุนซื้ออัญมณีระดับสูงมาจากตลาดออนไลน์อีกครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนเงินถึง14,300 เหรียญทอง และในรอบนี้ราคาเฉลี่ยต่อก้อนที่มีนต้องจ่ายออกไปกลับสูงถึง 108เหรียญทองต่อก้อนเลยทีเดียว
เมื่อเห็นว่าบริเวณที่ตัวเองอยู่ในเวลานี้ไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ แล้ว หญิงสาวจึงสามารถบ่นพึมพำออกมาโดยไม่จำเป็นต้องหวาดระแวงหรือเกรงว่าผู้ใดจะมาได้ยิน จนถูกหาว่าบ้าได้ “โอ๊ย!!เสียเงินเป็นว่าเล่นอีกแล้วยัยมีนเอ๊ย...ท่านอาจารย์ไม่เห็นเคยบอกเอาไว้เลยว่าอาชีพจอมอาคม มีเรื่องชวนให้เสียเงินราวกับเททิ้งมาก่อนเลยอ่ะ”
ซึ่งความจริงแล้วอาชีพจอมอาคมนั้น ไม่มีความจำเป็นต้องสูญเสียเงินมหาศาล เพื่อซื้ออัญมณีธาตุเหล่านี้มาใช้งานเช่นที่มีนทำอยู่นี้ก็ได้...เพราะหากผู้เรียกใช้งานฯมีพลังเวทมากพอสำหรับจ่ายให้วงเวททำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด
เพียงแต่...ในเวลานี้มีนไม่ได้มีค่าพลังเวทมากถึงขนาดนั้น ดังนั้นอัญมณีเหล่านี้ จึงเป็นทางออกของแหล่งพลังงานฯซึ่งจะทำหน้าที่ลดภาระในการจ่ายพลังเวทมนตร์ให้แก่วงเวทแทนตัวของหญิงสาวนั่นเอง และที่สำคัญ...กว่าจอมอาคมมือใหม่ทั้งหลายจะสามารถพัฒนาทักษะของอาชีพฯ จนได้รับรูปแบบกลไกบทมหาเวทมาใช้งาน จอมอาคมเหล่านั้น...ก็มีค่าพลังเวทสูงสุดมากพอที่จะสามารถจ่ายให้แก่บทมหาเวทโดยไม่สะดุดแล้วหรืออาจจะเรียกได้ว่า จอมอาคมมือใหม่อย่างมีน กลับได้รับการปลดล็อกเงื่อนไขฯ และได้รับบทมหาเวทมาใช้งานได้ไวกว่าเพื่อนร่วมอาชีพรายอื่นๆ นับ 10 เท่า
“จอมอาคม” อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอาชีพสายนักเวทที่มีคุณสมบัติเข้าขั้น “โกง” ได้อย่างไม่กระดากปากนักสาเหตุก็เป็นเพราะ “ความยืดหยุ่น” ในการเรียกใช้งานทักษะของอาชีพนี้นี่เอง
โดยปกติแล้วอาชีพสายนักเวทผู้ใช้งานทักษะฯ หรือผู้เรียกใช้งานบทร่ายเวทมนตร์หากมีพลังเวทไม่เพียงพอต่อการจ่ายให้แก่บทเวทบทนั้นก็จะไม่สามารถเรียกใช้งานบทร่ายฯ หรือทักษะเวทมนตร์ออกมาได้ ทางเดียวที่พวกมันจะเรียกใช้งานเวทมนตร์เมื่อพลังเวทของตัวเองไม่เพียงพอ นั่นก็คือการ “หยิบยืม”พลังจากไอเทมเวทมนตร์ชนิดต่าง ๆ หรือ “ดูดซับ” เอามาจากพลังที่อยู่ในอัญมณีธาตุมาแปลงเป็นแหล่งพลังงานของตนแต่กระนั้นการดึงเอาพลังที่อยู่ในอัญมณีเวทมนตร์ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่สามารถทำได้โดยง่ายเพราะในแต่ละครั้งที่นักเวทเรียกดึงเอาพลังงานที่อยู่ในอัญมณีธาตุมาใช้งาน จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เรียกว่า“ระยะคูลดาวน์” ของทักษะอยู่ ซึ่งคูลดาวน์ที่ว่านี้ กลับมีระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควรเลยทีเดียว
ผิดกับบรรดาจอมอาคมทั้งหลายพวกมันสามารถดึงพลังเวทมนตร์ที่อยู่ในอัญมณีธาตุชนิดต่าง ๆ มาจ่ายให้แก่วงเวทที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้ตามเงื่อนไขของวงเวทวงนั้น ๆ โดยไม่จำเป็นต้องกังวลสนใจในเรื่องระยะเวลาคูลดาวน์ของการใช้งานอัญมณีธาตุเลยด้วยเหตุนี้ จึงทำให้จอมอาคมสามารถเรียกใช้งานวงเวทที่มีพลังทำลายสูง ซึ่งใช้พลังเวทในการเรียกใช้งานมากกว่าจำนวนพลังเวทที่ตัวเองมีอยู่ได้อย่างอิสระภายใต้เงื่อนไขที่ว่า วงเวทวงนั้น จะต้องมีแหล่งพลังงานเพียงพอที่จะทำให้วงเวทแสดงผลออกมาได้...
ในเมื่อตัวของมีนเองไม่มีพลังเวทมากพอสำหรับจ่ายให้แก่กลไกมหาเวทบทที่ว่า แต่กลับริอ่านอยากจะใช้บทมหาเวทฯซึ่งมีความทรงพลังเกินตัวเช่นนี้ ดังนั้นจอมอาคมสาวผู้อยากรู้อยากลอง...ก็ต้องก้มหน้ารับกรรมจากการเป็น “เทพทรู” ต่อไปอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น…
มีนสร้างวงเวทฯจนเต็มพื้นที่ของปากทางเข้าถ้ำหิมะซึ่งมีขนาด 5 เมตร แม้ว่าความใหญ่โตของมันจะไม่ได้มากมายอะไรแต่รายละเอียดปลีกย่อยที่ถี่ยิบเช่นนี้ ก็ทำให้จอมอาคมสาวต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจในการลงอักขระให้แก่วงเวทวงนี้จนรู้สึกเหนื่อยล้าหมดสิ้นเรี่ยวแรงไปไม่น้อยเลยทีเดียว
ผ่านไปกว่า5 ชั่วโมงแล้ว กลไกมหาเวทของจอมอาคมสาวเพิ่งจะผ่านไปได้แค่ครึ่งทางแม้ว่ามีนจะมีทักษะ [เทคนิคการแกะสลัก] ระดับเชี่ยวชาญที่ช่วยให้การสลักลงอักขระเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 10 เท่าแล้วก็ตามแต่ด้วยขนาดอันใหญ่โต บวกกับรายละเอียดเงื่อนไขของวงเวทที่วุ่นวาย อีกทั้งนี่ยังเป็นครั้งแรกที่หญิงสาวได้สร้างชิ้นงานที่ใหญ่โตขนาดนี้ดังนั้นมันจึงทำให้ระดับความเร็วในการสร้างกลไกมหาเวทของจอมอาคมสาว...ดูเชื่องช้าราวกับเต่าคลาน
“ขอให้มันคุ้มค่าเถอะเพี้ยง!!!” ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล หากไม่ได้ด้วยกลก็ต้องใช้การบนบานศาลกล่าวแล้วงานนี้
……
……
“สำเร็จ!!” มีนตะโกนลั่นด้วยความยินดีปนโล่งใจ
หลังจากได้ทำไปพักไปจนใช้เวลารวมกันแล้วกว่า 15 ชั่วโมง ในที่สุดกลไกวงเวทระดับมหาเวทวงนี้ ก็สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจนได้...
หญิงสาวไม่รอช้ารีบใช้ทักษะสายศิลปะเพื่อตกแต่งและเสริมพลังให้แก่วงเวทในทันที “[ตกแต่งงานศิลป์]!!”
และในการนี้หญิงสาวก็ไม่ลืมที่จะขอพร จากพลังงานลึกลับที่มองไม่เห็น ส่งพลังมาให้ตนอีกทางหนึ่งด้วย‘เจ้าประคู๊ณ...สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ช่วยลูกช้างด้วยนะเจ้าคะขอให้ลูกช้างได้รับการประเมินงานศิลป์ในระดับสูง ๆ หน่อยนะเจ้าคะ…’
“ผู้เล่นมนตราตกแต่งงานศิลป์สำเร็จได้รับการประเมินงานศิลป์ระดับ ‘กักขฬะ’ ค่ะ”
“ฉิบ!! ซะงั้นอ่ะ” มีนรู้สึกอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ ให้แก่ความพยายามของตัวเอง
หญิงสาวเริ่มแก้ไขตกแต่งวงเวทเพิ่มเติมด้วยมืออีกครั้งจนทำให้มันดูมีความงดงามมากขึ้นกว่าเดิมอีกนิดหน่อย...
และเมื่อเวลาผ่านไปจนครบ10 นาที มีนก็เรียกใช้งานทักษะฯ อีกรอบหนึ่ง “[ตกแต่งงานศิลป์]!!”
“ผู้เล่นมนตราตกแต่งงานศิลป์สำเร็จได้รับการประเมินงานศิลป์ระดับ ‘งดงาม’ ค่ะ”
ความสวยงามของวงเวทฯเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย ส่วนค่าความวิจิตรที่ได้รับการประเมินเองก็เช่นกัน…แต่ดูเหมือนว่า หญิงสาวจะยังไม่พอใจในตัวเลขที่ได้รับ
มีนเหลือโอกาสในการเสี่ยงวัดดวงสำหรับประเมินชิ้นงานเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ซึ่งมีนก็ไม่ลังเลที่จะเลือกตกแต่งวงเวทฯเพื่อเข้ารับการประเมินอีกครั้ง
10นาทีต่อมา…
“สาธุฯ ท่านเทวดาเจ้าขาลูกช้างขอให้ค่าความวิจิตรที่ประเมินออกมาเป็นระดับพิศวงทีเถิดเจ้าประคู๊ณฯ เพี้ยง!!” มีนอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง “[ตกแต่งงานศิลป์]!!”
“ค่าความวิจิตร”ของชิ้นงานนั้นหาได้ขึ้นอยู่กับ “ดวง” หรือ “พลังงานอันลึกลับ” แต่อย่างใด แม้ว่าค่าโชคของหญิงสาวจะมีมากมายสักเพียงไหน...ก็ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์เพราะค่าแห่งโชค ไม่สามารถส่งผลช่วยให้ค่าความวิจิตรของชิ้นงานที่เข้ารับการประเมิน...เป็นไปในทิศทางที่เป็นบวกได้เลย
“ผู้เล่นมนตราตกแต่งงานศิลป์สำเร็จได้รับการประเมินงานศิลป์ระดับ ‘เลิศเลอ’ ค่ะ”
“เฮ้อ!! ฝีมือของเราไม่ถึงขั้นสินะ...สงสัยเราคงต้องฝึกวาดบ่อย ๆ ซะแล้ว”มีนบ่นออกมาราวกับรู้สาเหตุแล้วว่า ตัวเองต้องฝึกพัฒนาฝีมือในส่วนไหน ก่อนความคิดอันเรื่อยเปื่อยจะผุดขึ้นมาให้จอมอาคมสาวได้ต่อยอดความฟุ้งซ่านออกไปไกล‘ถ้ามีตรายางก็คงจะดีสินะ…’
“เอ๊ะ?!ตรายาง...”
“อิอิ”มีนคิดแผนการดี ๆ ออกอีกแล้ว...
“เอาล่ะรอบนี้ คงได้แค่นี้แหละมั้ง เพิ่มพลังโจมตีขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์...ก็ถือว่าไม่เลวไปเสียทีเดียว”
หลังจากได้พักผ่อนฟื้นฟูพลังกายพลังใจเรียบร้อยแล้วมีนจึงเดินออกไปยังปากถ้ำฯ เพื่อนัดแนะกับชายทั้ง 5 ที่รออยู่...เกี่ยวกับแผนการดำเนินงานในขั้นต่อไป
โดยแผนการที่หญิงสาวได้วางเอาไว้คือ อันดับแรกตนจะเข้าไปโจมตีบอสลิงหิมะ เพื่อให้เจ้าบอสได้เรียกลูกสมุนจำนวน1,000 ตัวออกมา จากนั้นตนก็จะล่อพวกลิงน้อยเหล่านั้น มาสังหารหมู่ตรงพื้นที่ใจกลางของโถงทางเดินภายในถ้ำ...ด้วยกลไกวงเวททั้ง30 วง
เมื่อสังหารลูกสมุนของบอสลิงหิมะเสร็จสิ้นคนทั้งหมดจะร่วมมือร่วมใจกัน “รุมสังหาร” บอสลิงหิมะผู้โดดเดี่ยวให้สิ้นชีพลง...อย่างรวดเร็ว
แม้คนทั้ง 5จะรู้สึกว่า แผนการที่หญิงสาวเสนอออกมาจะเต็มไปด้วยช่องโหว่ แต่เมื่ออีกฝ่ายกล่าวยืนยันอย่างหนักแน่นว่า“มีความเป็นไปได้” ดังนั้นทั้งหมดก็ได้แต่ยอมรับในการตัดสินใจของจอมอาคมสาวผู้นี้แต่โดยดี
มีนร่ายเวทจำนวน3 บท และหน่วงทิ้งไว้ให้ลอยวนอยู่รอบ ๆ ตัว ก่อนจะเดินเดี่ยวเข้าไปในห้องโถงหลักซึ่งเป็นที่อยู่ของบอสลิงหิมะ…
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นราชาระดับ 250 ‘ราชาลิงหิมะ’ หากผู้เล่นเสียชีวิต ระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
เมื่อเห็นร่างของเจ้าบอสลิงจ๋อนั่งอยู่ตรงบัลลังก์ด้านในสุดของโถงโดยมีลูกสมุนจำนวน 10 กว่าตัวรายล้อมอยู่ หญิงสาวก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบปลดปล่อยบทเวทที่หน่วงไว้โจมตีเข้าใส่ร่างของบอสและลูกสมุนของมันทุกตัว ด้วยบทเวทธาตุสายฟ้าในทันที
“ปลดปล่อย!![โซ่อัสนี]!!”
สายฟ้าจำนวน3 เส้น ส่องประกายแปลบปลาบไปทั่วทั้งห้องโถง พวกมันพุ่งออกจากใบหอกทะเลดาวมุ่งตรงเข้าหาร่างของบอสลิงหิมะที่อยู่ห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!!ๆ ๆ ๆ
เส้นสายฟ้าทั้ง3 เส้นพุ่งตรงเข้าหาบอส ก่อนจะแตกออกเป็นเส้นแขนงทั้งในแนวระนาบและแนวดิ่งตลอดทั้งเส้นอย่างต่อเนื่องก่อนพวกมันแล่นเข้าหาลิงหิมะตัวอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ จากตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งและพุ่งทะยานต่อกันไปเป็นทอด ๆ
หลังจากเปิดฉากโจมตีหญิงสาวก็ยังไม่หยุดแค่นั้น “ปลดปล่อย!! [อัสนีพิโรธ]!!”
เกิดวงเวทขนาด10 เมตร ในตำแหน่งพื้นด้านล่าง โดยมีจุดที่ราชาลิงหิมะยืนอยู่เป็นศูนย์กลางจากนั้นไม่นานก็มีกลุ่มเมฆดำสูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร ซึ่งมีเส้นสายฟ้าส่องประกายแปลบปลาบโผล่ขึ้นมากลางอากาศบริเวณเหนือศีรษะของเป้าหมายเพียงอึดใจ...สายฟ้าสีเหลืองทองจำนวนไม่ต่ำกว่า 30 เส้น ก็แล่นผ่านลงมายังพื้นเบื้องล่างอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งอาณาเขตวงเวทฯ
เสียงสายฟ้าที่ผ่าลงมาดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งโถงถ้ำทั้งบอสลิงหิมะและลูกสมุนต่างก็ถูกเส้นสีเหลืองสว่างโจมตีและลดพลังชีวิตลงไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียวอีกทั้งเส้นสายฟ้าเหล่านี้ ยังสามารถสร้างอาการอัมพาตและมึนงงให้แก่เป้าหมายได้เป็นระยะๆ อีกด้วย
แต่กระนั้นบอส ก็คือ บอส พลังเวทธาตุสายฟ้าที่มีความรุนแรงเพียงเล็กน้อยย่อมไม่สามารถทำให้มันเกิดอาการผิดปกติได้นาน
หลังจากราชาลิงหิมะสลัดหลุดจากอาการผิดปกติได้จึงเริ่มแสดงอาการโมโหออกมาให้เห็น มันส่งเสียงร้องดังกังวานไปทั่วทั้งห้องโถงฯ จากนั้นไม่นานบริเวณพื้นรอบๆ ใกล้กับผนังถ้ำหิมะแห่งนี้ ก็ปรากฏวงเวทสีทองกระจายอยู่โดยรอบโถงของถ้ำหิมะ เมื่อกะคร่าวๆ กลับมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 40 วง
เมื่อรู้ว่าแผนการขั้นแรกสำเร็จแล้ว หญิงสาวก็ไม่คิดจะหยุดรอให้พวกลูกสมุนลิงหิมะปรากฏตัวและกระจายกำลังมาล้อมตัวเองเอาไว้ดังนั้นมีนจึงรีบพุ่งตัวถอยออกมาจากจุดเดิมที่ตนเคยอยู่ มุ่งหน้าไปยังปากทางเข้าโถงถ้ำหิมะอย่างรวดเร็ว
สมุนลิงหิมะจำนวนมากเริ่มทยอยกันออกมาจากวงเวทฯพวกมันไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้เป็นนาย ต่างก็มุ่งตรงมายังผู้บุกรุกในทันที
ส่วนหญิงสาวซึ่งหยุดร่างรออยู่ที่ปากทางเข้าห้องโถงกลับยังไม่ถอยเข้าไปในช่องทางเดินของโถงถ้ำในทันที เพียงแต่รอจังหวะให้เจ้าลิงจ๋อพวกนั้นมุ่งตรงเข้ามาหาตนพร้อม ๆ กัน
สมุนลิงหิมะซึ่งได้ออกมาจากวงเวทในตำแหน่งที่ใกล้กับจุดที่หญิงสาวยืนอยู่ เริ่มขยับกายเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เป้าหมายมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้นมีนจึงปลดปล่อยบทเวทที่ตัวเองหน่วงเอาไว้อีกบทหนึ่งอย่างรวดเร็ว “ปลดปล่อย!![ม่านอัสนี]!!”
เส้นสายฟ้าน้อยใหญ่ได้ผสานถักทอจนเกิดเป็นร่างแหก่อนจะกลายเป็นโดมอัสนีอันหนึ่ง ซึ่งมีรัศมีการทำงาน 2.5 เมตร คลุมครอบร่างผู้เรียกใช้งานและปากทางเข้าถ้ำเอาไว้
เมื่อลูกสมุนลิงหิมะเข้ามาใกล้ร่างของพวกมันต่างก็ถูกประกายสายฟ้าจากโดมโค้งดังกล่าวพุ่งเข้าโจมตีอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวจนทำให้พวกมันหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะล่าถอยออกไปตั้งหลักในที่สุด
เมื่อปรากฏมีศัตรูผู้บุกรุกอยู่ตรงหน้าอีกทั้งทางด้านหลังยังมีราชาของพวกมันอยู่ มีหรือ? เจ้าจ๋อลูกสมุนเหล่านี้จะถอยหนีไปที่ไหนได้นักรบลิงหิมะทั้งหลาย ต่างพยายามหาวิธีทำลายโดมสายฟ้าที่ขวางอยู่ให้สลายลงไป พวกมันใช้ทั้งอาวุธในมือทุบทำลายหรือแม้กระทั่งใช้ยอมลงทุนใช้ร่างของตัวเองพุ่งเข้าชนม่านบาเรียสายฟ้าที่ดูเหมือนจะบอบบางอันนี้
แม้ว่าร่างของพวกมันจะถูกพลังจากม่านสายฟ้าโจมตีสวนกลับจนทำให้พลังชีวิตลดลงอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้น สมุนลิงหิมะต่างก็พร้อมยอมสละชีวิตของตัวเองโถมทุบทำลายม่านสายฟ้าอันนี้ให้พินาศลงให้จงได้
ไม่นาน...ลิงหิมะจำนวนกว่าพันตัวต่างก็มากระจุกตัวกันอยู่ด้านหน้าของม่านสายฟ้าตรงข้ามกับหญิงสาวแล้ว แววตาตาของพวกมันแต่ละตัวล้วนบ่งบอกถึงความรู้สึกอันเขียดขึงที่มีต่อศัตรูผู้บุกรุกคนนี้
หลังจากมีนเห็นว่าน่าจะได้เวลาแล้ว จึงได้หยุดจ่ายพลังให้แก่ม่านอัสนี ก่อนจะถอยร่นกลับเข้าไปในโถงทางเดินของถ้ำอย่างรวดเร็ว
เมื่อไม่มีม่านสายฟ้ามาเป็นปราการคอยขัดขวางเจ้าลิงหิมะที่ยืนออกันอยู่ตรงปากทางเข้าฯ ต่างก็กรูกันเข้ามาภายในทางเดินของถ้ำอย่างรวดเร็วเพื่อหมายจะสังหารผู้บุกรุกคนนี้ให้ได้
มีนถอยร่นลึกเข้ามาเรื่อยๆ อย่างเป็นจังหวะ ส่วนกลุ่มของเจ้าลิงหิมะ ต่างก็เคลื่อนที่มุ่งหน้าติดตามเป้าหมายอย่างไม่ลดละ
มีนพยายามรักษาระยะห่างพร้อมกับเพ่งมองดูหางแถวของเจ้าลิงกลุ่มนี้ในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังพยายามชะลอความเร็วของทัพหน้าลิงหิมะอยู่เป็นระยะด้วยการยิงทักษะเวทมนตร์ [โซ่อัสนี] ออกไปเป็นช่วง ๆ
ระยะทางเพียงแค่ไม่กี่สิบเมตรแต่หญิงสาวกลับรู้สึกว่า เวลาที่ผ่านไปช่างยาวนานนับสิบนับร้อยปี มีนพยายามให้ดึงสติของตนให้มีสมาธิอยู่กับขั้นตอนการลากสัตว์อสูรฝูงนี้ให้มากที่สุด
มีนไม่อยากพลาดและจะพลาดไม่ได้
ชายทั้ง 5 ที่รออยู่ตรงปากทางเข้าถ้ำฯต่างก็ลุ้นและเฝ้ารอด้วยใจระทึก พวกมันพยายามหายใจเข้าออกให้แผ่วเบาอย่างถึงที่สุดเพราะเกรงว่า เสียงลมหายใจของพวกตนจะไปทำลายสมาธิของจอมอาคมสาว
เวลาผ่านไปราว 5นาที และในที่สุด...สิ่งที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง
มีนลากลูกสมุนลิงหิมะมาจนถึงกลไกวงเวทอันสุดท้ายแล้วซึ่งหางแถวของลิงหิมะฝูงนี้ ก็ได้เข้ามาอยู่ในอาณาเขตกลไกกับดักวงเวทวงแรก ด้วยแล้วเช่นกัน...
จอมอาคมสาวเป่าปากถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะตะโกนปลดปล่อยพลังทำลาย ซึ่งอยู่ในวงเวททั้ง 30 วง ออกมาอย่างรวดเร็ว “ปลดปล่อย!! [แดนอัสนีสังหารเทพ]”
วงเวทสีทองพร้อมด้วยอักขระทั้ง20 ตัว ในวงเวทบนผนังถ้ำหิมะได้ปรากฏขึ้นมาให้เห็นอย่างพร้อมเพรียง แสงสว่างเรืองรองค่อยๆ หมุนวนอย่างช้า ๆ ก่อนที่อีกฟากฝั่งของผนังถ้ำฯ จะปรากฏวงเวทที่มีลักษณะเดียวกันขึ้นมาอีกวงพวกมันทั้งสองต่างก็หมุนวนสอดรับซึ่งกัน โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เกิดขึ้นกับวงเวททั้ง30 วง ที่หญิงสาวได้สลักไว้...ในเวลาเดียวกัน
เปรี้ยง!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เส้นอัสนีนับพันนับหมื่นเส้นวิ่งสลับไปมาระหว่างวงเวททั้งสองฟากบนผนังถ้ำหิมะแห่งนี้
ตลอดระยะทางกว่า50 เมตร ที่วงเวทแสดงผลฯ ทำให้เกิดแสงสว่างวาบจนแสบตาปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณทางเดินภายในถ้ำเสียงสายฟ้าฟาดดังกึกก้องราวกับท้องฟ้ากำลังถล่ม มันดังเสียจนหญิงสาวเจ้าของวงเวทฯต้องยกมือขึ้นมาอุดหู
เส้นอัสนีเมื่อกระทบถูกร่างของเป้าหมายฯ ความร้อนแรงของมันก็ทำให้ผิวหนังที่เคยปกคลุมไปด้วยขนสีขาวกลับกลายเป็นหนังที่เปลือยเปล่าและไหม้เกรียมราวกับเป็นตอตะโก พร้อมกับสร้างตัวเลขค่าความเสียหายออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง
ลิงหิมะเหล่านี้ต่างส่งเสียงร้องโหยหวนและดิ้นพล่านด้วยความทุรนทุราย จนหญิงสาวอดเกิดความเวทนาต่อพวกมันไม่ได้
แม้เวลาการแสดงผลของวงเวทฯจะผ่านมาเพียงไม่กี่วินาที แต่พลังชีวิตของลิงหิมะกว่าพันตัวนี้กลับลดลงไปมากกว่าครึ่งหลอดแล้ว
รูปแบบกลไกวงเวท“ระดับกลาง” ของจอมอาคมจำนวน 3 รูปแบบนี้ แบ่งเป็นกลไกเวทสำหรับการผนึก 1 รูปแบบ ส่วนอีก2 รูปแบบนั้น จะเป็นกลไกเวทสำหรับใช้ในการโจมตีโดยเฉพาะ
กลไกวงเวทของจอมอาคมที่เน้นใช้โจมตีสร้างความเสียหายโดยตรงแก่เป้าหมายจากจำนวนรูปแบบกลไกวงเวททั้งหมด 10 รูปแบบ หากไม่นับกลไกบทมหาเวทฯ รูปแบบวงเวทที่หญิงสาวเลือกใช้ในเวลานี้คือ กลไกวงเวทที่มีความ “รุนแรง” เป็นอันดับ 2 รองจากกลไกวงเวทในรูปแบบที่ 7 หรือ“ดาราซ้อน” แล้ว
ส่วนสาเหตุที่หญิงสาวไม่เลือกใช้“ดาราซ้อน” ซึ่งมีพลังทำลายสูงสุดรองจากบทมหาเวทก็เพราะว่า ดาราซ้อน เป็นกลไกวงเวทที่มีความสลับซับซ้อนตามชื่อของมันอีกทั้งยังมีการกำหนดเงื่อนไขที่ยุ่งยากกว่า “จตุดารา 5 ชั้น” อยู่หลายเท่า นอกจากนี้หลังจากที่มีนได้คำนวณแล้วว่าตัวเองคงไม่สามารถจ่ายพลังเวทเพื่อควบคุมการทำงานของวงเวททั้ง 30 วงพร้อมกันได้แม้จะมีอัญมณีธาตุระดับสูงช่วยแบ่งเบาภาระในการจ่ายพลังส่วนใหญ่ไปแล้วก็ตาม ดังนั้นมีนจึงคิดว่าสถานการณ์เช่นนี้ “จตุดารา 5 ชั้น” ถือว่าเป็นรูปแบบวงเวทที่มีความเหมาะสมที่สุด อีกทั้งพลังโจมตีของมันก็ยังสูงพอจะสังหารเจ้าลิงหิมะเหล่านี้ได้อย่างแน่นอนเพราะถึงอย่างไร...ช่วงก่อนหน้านี้ ตัวเองเพียงเรียกใช้งานกลไกวงเวทขั้นต้นหนำซ้ำยังจ่ายด้วยพลังเวทที่มีอยู่ในร่างเพียงอย่างเดียว ก็ยังสามารถสังหารเจ้าจ๋อพวกนี้ลงได้(แม้จะใช้เวลานานไปสักหน่อยก็ตาม)
เมื่อเป็นเช่นนี้เพื่อความไม่ประมาท มีนจึงยอมลงทุนงัดเอากลไกวงเวทขั้นกลางออกมาใช้งานในครั้งนี้ โดยหมายจะสังหารสมุนลิงหิมะระดับ 230 ให้ตายลงอย่างรวดเร็ว เพราะยิ่งพวกมันตายลงอย่างรวดเร็วมากเท่าไหร่...ตนก็ยิ่งจะปลอดภัยและอุ่นใจมากขึ้นเท่านั้น
“ยิ่งชักช้า...ยิ่งยุ่งเหยิง”คือ สิ่งที่มีนยึดถือมาโดยตลอด
กลไกวงเวทระดับกลางพลังโจมตีของมันก็สูงพออยู่แล้ว ยิ่งได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นอีก 250เปอร์เซ็นต์ จากทักษะ [สร้างเงื่อนไข] ระดับเชี่ยวชาญ รวมทั้งยังเสริมพลังจากค่าความวิจิตรของชิ้นงานศิลป์ อีก10-50 เปอร์เซ็นต์ มันก็ยิ่งทำให้ความรุนแรงของกลไกเวททั้ง 30 วงนี้...รุนแรงมากขึ้นเป็นทวีคูณ
เพียงไม่ถึงครึ่งนาทีบรรดาลูกสมุนที่ราชาลิงหิมะเรียกออกมาทั้งหมด ก็ถูกสังหารกลายเป็นละอองแสงสีเทาหายไปพร้อม ๆ กับก้อนอัญมณีธาตุที่หม่นแสงลงไป จนกลายเป็นก้อนหินสีขาวขุ่นไร้พลังเพียงก้อนหนึ่งเท่านั้นและผลจากการสังหารโหดลิงหิมะกว่าพันตัวนี้ มันก็ทำให้ระดับของหญิงสาวเพิ่มขึ้นมาอีกหลายระดับก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ระดับ 234 อย่างรวดเร็ว...
“สำเร็จ!!” มีนตะโกนออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าแผนการขั้นแรกจะสำเร็จไปได้อย่างงดงาม ทว่า...ความดีใจที่หญิงสาวแสดงออกกลับยังไม่ถือว่าสุดเสียทีเดียว นั่นก็เพราะความสำเร็จที่เกิดขึ้นตรงหน้า...เป็นเพียงแค่ความสำเร็จในขั้นต้นจากแผนการทั้งหมดเท่านั้น...
“สุดยอด!!” ชายทั้ง 5 กล่าวออกมาด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่ไม่ต่างไปจากหญิงสาวมากนัก
“ท่านมนตราเป็นจอมอาคมที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยครับ...” เลออนกล่าวชื่นชมหญิงสาวอย่างจริงใจ
“ใช่ท่านมนตราคือ ความหวังของพวกเรา...คือความหวังของเสด็จพ่อ...คือความหวังของอาณาจักรอันฟอนโซเราอย่างแท้จริง...”องค์ชายเฟร์นันโด้กล่าวด้วยสำนึกขอบคุณ
“ขอบคุณค่ะพวกเรารีบทำตามแผนกันต่อเถอะค่ะ” มีนกล่าวขอบคุณเรียบ ๆ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
เพียงแต่...ในใจหญิงสาวตอนนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกตึงเครียดอยู่ไม่น้อย แม้ตนจะจัดการกับลูกสมุนของราชาลิงหิมะได้แล้วแต่เมื่อบอสยังไม่ตาย...และภารกิจยังไม่จบ พวกตนจะยังวางใจอะไรไม่ได้ในตอนนี้
มีนรีบนำน้ำยาฟื้นพลังฯขึ้นมาดื่ม ก่อนจะรีบทำตามแผนการในขั้นต่อไปทันที
เมื่อกลับสู่ห้องบอสมีนทำการผนึกเวทเสริมพลังให้แก่ตัวเองและพวกอย่างรวดเร็ว จากนั้นชายทั้ง 5 ต่างก็รีบมุ่งหน้าเข้าหาลูกสมุนของบอสทั้ง10 ที่รายล้อมอารักขาราชาของพวกมันเอาไว้ ส่วนตัวมีนเอง ก็เริ่มร่ายบทเวทฯ ก่อนจะหน่วงพวกมันเพื่อรอโอกาสโจมตีสนับสนุนพรรคพวกของตนอีกทางหนึ่ง
ลูกสมุนซึ่งถือเป็นองครักษ์ของราชาลิงหิมะจำนวน 10 ตัว เคลื่อนร่างเข้ามาจู่โจมชายทั้ง 5 อย่างรวดเร็วแต่กระนั้นด้วยระดับความแข็งแกร่งที่พอ ๆ กัน รวมไปถึงความแตกต่างในแง่ของจำนวนซึ่งไม่ได้มีมากเหมือนครั้งก่อนหน้า จึงทำให้ชายทั้ง 5 มีโอกาสได้แสดงฝีมือ ให้สมกับเป็นอัศวินระดับ230 เสียที
นักรบทั้งหมดต่างประสานงานร่วมมือต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามอย่างเป็นระบบฯการต่อสู้กับลิงหิมะจำนวน 10 ตัว ถือว่าไม่หนักหนาเกินไปนัก แต่การต่อสู้กับลิงหิมะระดับองครักษ์กลุ่มนี้ก็ยังพอทำให้พวกมันทั้ง 5 รู้สึกตึงมืออยู่บ้าง
[โล่แห่งแสง] บาเรียป้องกันการโจมตีของเหล่าอัศวินเริ่มทำงานคอยต้านรับการโจมตีจากลิงหิมะทั้ง 10 ตัว นักรบแห่งอันฟอนโซกลุ่มนี้ ได้แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนโดยอัศวินทั้ง 2 คน จะรับหน้าที่เป็นตัวชนให้แก่คนทั้งหมด ส่วนอีก 3 คนที่เหลือ จะคอยประสานงานและโจมตีศัตรูที่เข้ามาปะทะ
[คลื่นทำลาย] [พายุดาบ][กังหันดาบ] และทักษะอื่น ๆ ของสายนักรบฯ ถูกคนกลุ่มนี้เรียกใช้งานออกมาอย่างต่อเนื่อง
ฉัวะ!ตูม! ๆ ๆ บรึ้ม ๆ ๆ
เส้นรัศมีดาบนับสิบๆ เส้น ทั้งกวาดขวางทั้งพุ่งตรง ต่างกระหน่ำโจมตีเข้าใส่ลูกสมุนลิงหิมะตัวที่เป็นเป้าหมายอย่างไม่มียั้งมือ
[ดาบทลายภูผา] บรึ้ม!!
ความรุนแรงในการโจมตีที่อัศวินเหล่านี้แสดงให้เห็นช่างสมกับที่พวกมันเป็นนักรบระดับสูงของอาณาจักรหนึ่ง แรงระเบิดจากทักษะ [ดาบทลายภูผา] ทำให้ร่างของลิงหิมะหลายตัวกระเด็นออกไปไกลหลายเมตร
“[ดาบตัดนภา]” ฟุบ...เปรี้ยง!!
นักรบคนหนึ่งเรียกใช้ทักษะดาบตัดนภาพุ่งตัวเข้าไปหาเจ้าลิงยักษ์ตัวที่กระเด็นออกไป พร้อมกับฟาดฟันเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
เจ้าลิงจ๋อเป้าหมายตัวนั้นซึ่งเสียหลักอยู่ก่อนแล้ว เมื่อโดนท่านี้เข้าไปกลับทำให้มันไม่อาจควบคุมการเคลื่อนไหวได้อย่างใจนึกส่งผลให้นักรบคนดังกล่าวสามารถใช้จังหวะนี้ แทงสวนไปที่ขั้วหัวใจอย่างง่ายดาย ก่อนที่เจ้าลิงหิมะผู้โชคร้ายตัวแรกจะล้มฟุบคว่ำหน้าลงและตายไปในที่สุด
แม้สถานการณ์การต่อสู้ในเวลานี้ทางฝั่งลูกสมุนลิงจะเริ่มตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ทว่าราชาลิงหิมะกลับยังคงนิ่งเฉยและเฝ้ามองการต่อสู้อย่างไม่ใส่ใจนักอีกทั้งมันยังไม่มีทีท่าว่า จะลุกออกจากบัลลังก์และเข้ามาให้การช่วยเหลือลูกสมุนของตัวเองแต่อย่างใด
เมื่อบอสยังไม่ลงมือและชายทั้ง5 ก็ยังไม่เพลี่ยงพล้ำ ดังนั้นหญิงสาวจึงไม่คิดที่จะลงมือแต่อย่างใด มีนเพียงแค่คอยคุมเชิงและจับจ้องความเคลื่อนไหวของราชาลิหิมะเอาไว้พร้อมกับคอยเสริมพลังให้แก่อัศวินทั้ง 5 อย่างต่อเนื่อง
เมื่อได้บัพเสริมพลังจากหญิงสาวชายทั้ง 5 ก็เปรียบดังเสือติดปีก พวกมันค่อย ๆ กุมความได้เปรียบในการต่อสู้มากขึ้นเรื่อยๆ
และไม่นาน ลูกสมุนของราชาลิงหิมะก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น...
ราชาลิงหิมะขยับตัวลุกขึ้นจากบัลลังก์แล้ว…
หลังจากที่มันเอาแต่จ้องมองการต่อสู้ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว...ตลอดเวลากว่า5 นาที
วาบ...
ง้าวสีทองอันใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นในมือของราชาลิงหิมะในเวลาแค่ชั่วพริบตาหลังจากที่อีกฝ่ายเดินก้าวออกมาจากบัลลังก์ จากนั้น...
ฟ้าว!!
บอสลิงหิมะ ทะยานร่างอันใหญ่โตของมันลงมายังตำแหน่งที่ชายทั้ง5 ยืนอยู่ พร้อมกับเงื้อง้าวสีทองขนาดยักษ์ไปทางด้านหลัง ก่อนจะเหวี่ยงฟาดลงมาอย่างหนักหน่วงและรุนแรง
“หลบเร็ว!!” มีนตะโกนบอกชายทั้ง 5 ให้หลบออกไปจากพื้นที่บริเวณนั้น พร้อมกับปลดปล่อยบทเวทธาตุสายฟ้าโจมตีเข้าใส่ร่างของลิงยักษ์ในทันที
บรึ้ม!!
เปรี้ยง!!
พื้นถ้ำในจุดที่ชายทั้ง5 ยืนอยู่ ปรากฏหลุมกว้างกว่า 1 เมตร พวกมันทั้ง 5 คนต่างก็ถูกแรงกระแทกจนร่างกระเด็นลอยละลิ่วไปไกลกว่า3 เมตร
บนร่างของราชาลิงหิมะเกิดรอยไหม้จางๆ ตรงบริเวณแผงอกอยู่หย่อมหนึ่ง แต่กระนั้นมันกลับไม่ได้สนใจรอยที่เกิดบนร่างแต่อย่างใดราชาลิงยักษ์หันขวับมาทางหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งร่างเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายในทันที
แต่มีหรือ?หญิงสาวจะยืนนิ่งเป็นหุ่น ให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีได้โดยง่าย
มีนรู้ว่า หากตนคิดพุ่งตัวหลบก็คงไม่อาจรอดพ้นไปจากการโจมตีที่กำลังจะมาถึงของอีกฝ่ายได้เป็นแน่ เมื่อเป็นเช่นนี้หญิงสาวจึงเรียกใช้งานทักษะ [พุ่งชน] ซึ่งสามารถเคลื่อนเป็นระยะทางสั้น ๆ ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาชั่วพริบตา ย้ายร่างของตัวเองออกไปอยู่ทางด้านข้างรอดพ้นการปะทะกับเจ้าลิงยักษ์ได้อย่างหวุดหวิด
ชายทั้ง 5 ต่างเรียกใช้งานทักษะของตัวเองออกมาใช้โจมตีเจ้าบอสตัวนี้อย่างต่อเนื่อง
ตูม ๆ ๆ ๆ
“สเตฟาน!! วูล์ฟ!! ยันมันไว้...” เลออนตะโกนสั่งการฯ ก่อนจะให้สัญญาณนักรบอีกคนหนึ่ง“จาคอป!! นับ 3 แล้วเล็งไปที่ดวงตาของมัน”
“3….2….1” ทั้งเลออนและจาคอป ต่างก็นับถอยหลังอย่างพร้อมเพรียง
[ดาบประกายแสง!!]x 2
เส้นแสงสีขาวจำนวนสองเส้นพุ่งจากปลายดาบของจาคอปและเลออน มุ่งตรงไปที่ราชาลิงหิมะ โดยมีเป้าหมายเป็นดวงตาของมัน...
การปิดกั้นประสาทการมองเห็นถือเป็นเรื่องอันชาญฉลาดสำหรับการต่อสู้กับศัตรูในระยะประชิด เพราะเมื่อศัตรูตาบอดอีกฝ่ายก็ไม่สามารถเรียกใช้ทักษะแบบล็อกเป้าโจมตีได้ เมื่อศัตรูล็อกเป้าโจมตีไม่ได้การโจมตีย่อมสะเปะสะปะ...ไม่สามารถหวังผลจากการโจมตีได้อีกต่อไป
เคร้ง!!
แต่ราชาลิงหิมะเหมือนจะรู้ทันมันยกง้าวขึ้นมาป้องกันดวงตาของตัวเองในทันที แต่นั่น...กลับกลายเป็นว่า มันได้เปิดช่องโหว่ช่องใหญ่ที่หน้าอกขึ้นมาแล้ว
“ตอนนี้แหละองค์ชาย!!” ขุนพลเฒ่าตะโกนสั่งการฯ
สิ้นเสียงเลออนองค์ชายเฟร์นันโด้ที่รวบรวมพลังโจมตีเอาไว้ที่ปลายดาบ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการต่อสู้ฯก็ได้ทะยานร่างพุ่งเข้าไปแทงราชาลิงหิมะในตำแหน่งหัวใจอย่างรวดเร็ว
“[ดาบประกายแสงรวมศูนย์]!!”
ประกายแสงจากรัศมีดาบของชายหนุ่มเกราะทองถูกควบรวมพลังเอาไว้จนกลายเป็นเส้นเดียว และเปล่งแสงสว่างวาบออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนพุ่งตรงเข้าไปยังตำแหน่งที่เป็นเป้าหมายในชั่วพริบตา
ฉึก!บรึ้ม!!
แรงระเบิดจากพลังทำลายเกิดขึ้นตามมาอย่างรวดเร็วแผงหน้าอกบริเวณหัวใจของราชาลิงหิมะเกิดเป็นรอยไหม้ จนขนสีขาวที่ปกคลุมบริเวณนั้นหายไปอีกทั้งรอยแผลนั้นยังลึกเข้าไปจนเห็นซี่โครงอีกด้วย...
ราชาลิงหิมะส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดมันพยายามยกง้าวขึ้นและกวาดขวางไปที่เป้าหมายตรงหน้าอีกครั้ง
แต่ทว่า...สเตฟานและวูล์ฟพวกมันต่างก็รู้หน้าที่ของตัวเอง ทั้งสองยกโล่ขึ้นมาป้องกันการโจมตีจากอีกฝ่ายเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที
ตูม!!
แม้ว่าอัศวินทั้งสองจะป้องกันการโจมตีนี้ได้แต่ด้วยพละกำลังของบอส รวมไปถึงแรงเหวี่ยงจากง้าวอันใหญ่ยักษ์นั้น ก็ทำให้ร่างของทั้งคู่ถูกแรงอัดจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง
หญิงสาวซึ่งหยุดนิ่งรอจังหวะอยู่เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงรีบปลดปล่อยบทเวท [โซ่อัสนี] ที่หน่วงไว้อย่างรวดเร็ว เส้นสายฟ้าจำนวน 3 เส้น พุ่งออกจากปลายใบหอกเข้าพันรัดลำตัวรวมทั้งแขนสองข้างของราชาลิงหิมะเอาไว้
เมื่อชายทั้ง 5ได้จังหวะ พวกมันจึงโถมตัวเข้ามากระหน่ำโจมตีเข้าใส่ราชาลิงหิมะทันที
แม้จะถูกเส้นสายฟ้าทั้ง3ของหญิงสาวพันธนาการร่างท่อนบนเอาไว้ อีกทั้งยังถูกรุมกระหน่ำโจมตีจากอัศวินทั้ง5 แต่...เจ้าลิงหิมะตัวนี้ กลับไม่ได้แสดงอาการเดือดดาลเพิ่มขึ้นไปจากเดิมแต่อย่างใด
ร่างของราชาลิงหิมะคล้ายหยุดนิ่งกลายเป็นกระสอบทรายให้กลุ่มนักรบจากดินแดนแห่งแสงได้รุมกระหน่ำโจมตีมาเป็นเวลานานเกือบ 5นาทีแล้ว แต่ทว่าพลังชีวิตของมัน...กลับลดลงไปแค่ 2 ส่วนเท่านั้น
ราชาลิงยักษ์จ้องมองมาทางหญิงสาวผู้พันธนาการร่างของมันด้วยแววตาอันลึกล้ำก่อนรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย จะปรากฏขึ้นที่มุมปากของมัน
ไม่นาน...สิ่งที่ทุกคนไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้
ร่างกายของลิงหิมะเริ่มเปล่งแสงสีแดงจาง ๆ ออกมา
ขุนพลเฒ่าเลออนที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นกลับรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ก่อนที่มันจะออกคำสั่งต่ออัศวินทั้งสอง พร้อมกับพุ่งร่างของตัวเองเข้ามาในตำแหน่งที่จอมอาคมสาวยืนอยู่“ทุกคนถอยออกมา!! สเตฟาน!!วูล์ฟ!! ปกป้ององค์ชาย...”
............