ตอนที่ 35. คนขี้หึง
[ต่อพงษ์]
บรรลัยแล้ว บรรลัยแล้ว ก็พี่เอกน่ะสิครับทิ้งะเิลูกใหญ่ไว้ก่อนจะหลับ ผมมองใบหน้าที่ใสซื่อไร้พิษสงที่นอนในอ้อมกอดอย่างใจคอไม่ดี เป็ใครจะยังใจเย็นอยู่ได้บ้างล่ะเมื่อภรรยาหมาดๆของเราดันขอทำหน้าที่ของเราด้วย บุรุษอย่างต่อพงษ์เป็รุกอย่างเดียว เกิดมาไม่เคยต้องตกเป็เมืองขึ้นของใคร แล้วจู่ๆพี่เอกผู้แสนดีดันเอ่ยปากออกมา
...แย่แล้ว ทำไงดี ---->>> (-____-)’’
พี่เอกอาจจะแค่ง่วง เลยพูดไปอย่างนั้น แต่...ถ้าพี่เอกจริงจังล่ะ...แค่คิดก็สยองแล้ว...เอาไงดี ไอ้กรก็ไม่อยู่ น่าจะกำลังบินเข้าน่านฟ้าประเทศญี่ปุ่นอยู่ หรือไม่ก็กำลังสวีตกับวีณา โอย...ทำไมจะต้องมาไม่ว่างตอนที่้าความช่วยเหลือกันด้วยครับ ผมพยายามสลัดความกังวลเพราะเนื้อตัวของภรรยาสุดที่รักร้อนเหมือนจะเป็ไข้ เลยต้องยุติการคิดสะระตะมาดูแลคนที่ไม่สบายทั้งคืน พี่เอกตื่นมาก็เพ้อว่าหนาวหรือไม่ก็หิวน้ำก่อนจะหลับไปอย่างไม่ได้สติ ตื่นมาอีกวันหนึ่งก็ไม่สนใจจะกินอะไรเพราะโอดโอยว่าเจ็บและก็เอาแต่นอนจนผมเป็กังวล
สุดท้ายผมก็ต้องยกเลิกทริปที่เหลือรีบขับรถพาคนป่วยเข้ากรุงเทพในอีกวันต่อมา อาการปวดเมื่อยของพี่เอกไม่ได้ลดลงเหมือนอุณหภูมิของร่างกาย เมื่อถึงมือหมอผมก็โดนเอ็ดตะโรไปหนึ่งชุด ยังดีว่าเป็โรงพยาบาลของคนรู้จัก ไม่อย่างนั้นคงจะอายกว่านี้เป็เท่าตัว ถูกอาหมอดุไม่มีการสะทกสะท้านเท่ากับเห็นอาการหน้าซีดปากสั่นของคนรัก
“จะบ้าเหรอต่อ ทำรุนแรงอะไรขนาดล้มหมอนนอนเสื่อ ถุงยางก็ไม่ใช้อีก ไม่คิดจะเกรงกลัวโรคติดต่อบ้างเลยเรอะ” ผมได้ซึมเนื่องจากเถียงไม่ออก ทุกอย่างที่อาหมอพูดล้วนเป็ความจริงทั้งสิ้น ผิดเองก็ปล่อยให้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล นอกจากจะสร้างความเดือดร้อนให้พี่เอกแล้ว ยังไม่รู้จักป้องกันตัวทั้งคู่อีกต่างหาก
“ทำตัวเป็เด็กน้อยไม่ประสาไปได้ห๊ะเราน่ะ เกิดติดโรคขึ้นมาไม่ใช่แค่แกนะที่เดือดร้อน” อาหมอดุอีกยกใหญ่ ที่ผ่านมาผมอาจจะไม่ได้แนะนำญาติให้รู้จักมากนัก เพราะมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเื่ราวของผมกับพี่เอก แต่ตอนนี้แกเข้ามามีเอี่ยวด้วย ถ้าไม่พูดถึงก็คงจะดูไม่ดีเท่าไร
อาหมอมีชื่อเต็มๆว่า พรรณราย มีศักดิ์เป็น้องสาวแท้ๆของคุณพ่อ อย่าคิดว่าแกเป็ผู้ชายห่ามๆนะครับ อาหมอเป็ผู้หญิงสวยตามแบบฉบับคนจีน ผิวขาวเนียน ใบหน้ารูปไข่และรูปร่างผอมบาง ริ้วรอยบนใบหน้าบ่งบอกว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย แกแต่งงานแล้วก็เลิกกับบรรดาสามีทั้ง 3 และแว่วๆมาว่าจะมีคนที่ 4 เร็วๆนี้ ถ้าบรรดาลูกๆทั้ง 5 คนของคุณอาที่เป็ลูกพี่ลูกน้องกับผมไม่ขัดขวาง ลูกชายคนโตของอาหมออายุมากกว่าผมเสียอีก เพราะอาหมอแต่งงานไวเนื่องจากอากงอาม่าอยากให้รีบๆออกเรือนตามประสาคนจีนโบราณ ไม่ได้สนใจว่าลูกสาวมีวิชาความรู้เป็ถึงแพทย์หญิง
หลังจากหย่ากับบรรดาสามี อาหมอก็ได้ค่าเลี้ยงดูมาไม่น้อย แต่ด้วยนิสัยลูกคนจีนที่อยู่ไม่สุข แกก็เลยยังมาทำงานที่โรงพยาบาลอยู่จนถึงทุกวันนี้ เลยกลายเป็เื่โชคดีที่ผมไม่ต้องไปตอบคำถามของหมอท่านอื่น ถ้าพี่เอกรู้เื่ว่าพาแกมาให้หมอตรวจบั้นท้ายคงจะโวยวายลั่นเป็แน่
“อาการไข้เดี๋ยวก็หาย ตอนนี้ให้ยาปฏิชีวนะทางสายน้ำเกลือไปก่อน ถ้ารู้สึกตัวค่อยเปลี่ยนเป็ยาเม็ด” ผมได้แต่ครับ
“ทีหลังก็ระวังด้วยนะต่อ ทวารหนักมันไม่ได้ออกแบบมาให้เป็ที่ทำอะไรกันแบบนี้ ยิ่งคนที่ไม่เคยด้วยแล้ว อายังว่าโชคดีนะที่ไม่ติดเชื้อ เดี๋ยวผลเืออกแล้วอาจะมาคุยด้วยอีกที” อาหมอพูดซะผมสำนึกผิดแทบไม่ทัน
“อีกนานมั้ยครับที่พี่เอกจะหาย...”
“หายน่ะหายแน่ แต่ก็บอกไม่ได้ว่าอีกกี่วัน ทางที่ดีระยะนี้งดกิจกรรมหนักๆไว้ก่อนจนกว่าแผลจะแห้งสนิท ่นี้ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด คนไข้อาจจะมีอาการเืออกตอนขับถ่ายและอาจจะเจ็บมาก ต้องงดอาหารหนักๆด้วย”
“ครับอา”
“นี่แฟนเหรอ” อยู่ๆก็เปลี่ยนอารมณ์ซะงั้น
“ครับ”
“รักเค้ามากมั้ย”
“ครับ”
“รักมาก ก็ดูแลดีๆสิ รักเค้าแต่ทำไมทำเค้าเจ็บขนาดนี้ล่ะ” จ๋อยสิครับต่อพงษ์เอ๋ย ไม่เคยสำนึกผิดอะไรมากเท่านี้มาก่อนจริงๆ
พี่เอกตื่นขึ้นมาในอีกวัน รวมแล้วแกหลับไป 3 วันเต็มๆจากอาการป่วย พอตื่นขึ้นมาก็บ่นปวดระบมไปทั่ว แถมตอนเข้าห้องน้ำยิ่งน่าสงสาร เพราะมันยังบวมและมีเืไหลออกมา กว่าจะดีขึ้นก็ปาเข้าไปในวันที่ 5
“พี่เอก กินข้าวต้มหน่อยนะครับ”
“ไม่กิน พี่เบื่อ” ท่าทางแกคงจะเบื่อจริงๆ วันๆมีแต่ข้าวต้ม โจ๊ก วนไปแทบทุกมื้อ
“กินก่อนนะครับ จะได้กินยา”
“...” ท่าทางคนป่วยจะเหม็นเบื่อเอาเสียจริง พลิกตัวนอนตะแคงงอเข่าหันหลังให้บ่งบอกว่าอย่าเซ้าซี้
“นะครับ” ผมใช้ลูกอ้อน แต่เหมือนจะไม่เป็ผล รายนั้นโวยวายผมั้แ่รู้ว่าพามาหาหมอ แถมยังมีพยาบาลคอยมาล้างแผลที่บั้นท้ายให้อีก ่ที่นอนหลับยังไม่มีอะไร แต่่ที่ตื่นมาแล้วนี่สิ พี่เอกอายถึงขั้นหน้าแดงลามไปถึงใบหู ร่ำร้องขอพยาบาลผู้ชายมาทำแทน แต่ผมสกัดไว้ ไม่ไว้ใจให้ผู้ชายหน้าไหนมาเห็นก้นเมียผมทั้งนั้นแหละ
“ไม่กิน” แกคงงอนที่ผมไม่ยอมให้เปลี่ยนพยาบาล
“ไม่กินก็ไม่กิน ถ้าไม่หายก็ต้องเปิดตูดให้พยาบาลสาวๆมาเช็ดแผลไปอีกนานเลยนะครับ”
ครืดดดด ... เสียงล้อเลื่อนของรถรองจานขยับไปใกล้ตัวคนที่บอกว่าไม่เมื่อครู่ก่อนจะใช้มือตักกินด้วยใบหน้าเบื่อสุดขีด
“อยากกินส้มตำ อยากไปเตะบอล อยากออกจากโรงพยาบาล” บ่นอุบแบบนี้มาหลายวันจนผมชินซะแล้ว
“พี่เอกต้องรักษาตัวให้หายก่อน หายแล้วค่อยว่ากัน”
ควับ!...นั่นไง ใบหน้าอาฆาตแววตามาดร้ายพร้อมตัวหนังสือที่เขียนเต็มสีหน้าว่า ... ที่เป็แบบนี้เพราะใครล่ะ
...อย่างอนนานนะครับ ผัวกลัวแล้ววววว...
### ###
[เอกภพ]
อาการาเ็ใช้เวลาเกือบครึ่งเดือนกว่าจะหายเป็ปกติ ผมร่ำร้องออกจากโรงพยาบาลั้แ่อาทิตย์แรกและมารักษาตัวเองที่บ้านโดยมีไอ้คุณต่อดูแลอยู่ไม่ห่าง ความจริงแล้วผมไม่ได้โกรธที่เขาทำผมจนนอนซมหรอกครับ แต่ที่เคืองเพราะว่าดันพาไปนอนโรงพยาบาลที่อาหมอเป็รองผู้อำนวยการ แถมยังมีพยาบาลสาวๆสวยๆคอยมาดูแลทำแผลให้ไม่ขาดสาย ไม่เหลือแล้วภาพพจน์ผู้ชายแมนๆที่สั่งสมมา ใครเห็นก็คงรู้ว่าอะไรคือสาเหตุของอาการาเ็นี้ แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือ ผมจะต้องทำหน้าอย่างไรถ้าถึงเทศกาลรวมญาติของคุณต่อ่ตรุษจีน ไหว้บรรพบุรุษ พี่ๆน้องๆต้องแห่แหนมากันเนืองแน่น รวมไปถึงอาหมอพรรณรายด้วย ผมมองหน้าแกไม่ติดแล้ว
TT___TT ----->>> อยากจะร้องไห้
“วันนี้ผมอาจจะกลับดึกนะครับ ที่บริษัทมีงานเลี้ยง” งานเลี้ยงอีกละ เลี้ยงอะไรกันนักหนา
“ครับ” ตอนนี้ร่างกายผมเริ่มเข้าที่แล้ว แต่ก็ยังไม่เต็มร้อย ตอนเดินก็ยังขาเบียดหน่อยๆ มันเหมือนมีอะไรติดตูด
“พี่เอกไม่ต้องไปส่งก็ได้ พักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมขับรถไปเอง”
“...” ให้กระผมตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวทำไมฟะ!
“อย่าลืมกินยาให้ตรงเวลาด้วยนะครับ” ว่าแล้วพ่อตัวดีก็มาหอมแก้มก่อนไปทำงาน ผมนั่งเบื่อหน่ายที่บ้านสุดแสนวังเวงอย่างไร้อารมณ์ พอไม่ได้ทำหน้าที่ตัวเองก็เหมือนชีวิตมันขาดอะไรบางอย่างไป รู้สึกหวิวโหวงจนอยากจะหาอะไรมาทำคั่นเวลา
### ###
กว่าผมจะกลับมาเป็ปกติก็ใช้เวลาพอสมควร แต่ความจำปลาทองแบบเอกภพนั้นก็ลืมนับไปเลยว่าใช้เวลากี่วันกันแน่ คุณต่อก็คอยดูแลเป็อย่างดี แต่ก็ต้องงดกิจกรรมอย่างว่าเอาไว้ก่อน มากที่สุดก็แค่กอดจูบและผลัดกันตามประสาคู่รัก ถามว่าเข็ดไหม ตอบเลยว่าเข็ดและกลัว แต่จะทำยังไงได้ล่ะ รักเขาไปแล้วนี่
กิจกรรมที่ผมชื่นชอบอย่างหนึ่งก็คือการออกไปเตะฟุตบอล หลังจากที่มาทำงานกับคุณต่อก็ไม่มีโอกาสได้ไปวิ่งไล่ลูกกลมๆที่สนามใหญ่ใกล้บ้านอีกเลย มากที่สุดก็แค่ไปจองสนามฟุตซอลแถวออฟฟิศและนัดกับขาประจำที่เป็พนักงานในบริษัทนั่นแหละ ระยะหลังมานี่ผมห่างหายไปจากวงการลูกหนัง 5 คนหลายเดือน จากภาระกิจหลายๆอย่าง(รวมไปถึงนอนซมที่โรงพยาบาลด้วย) วันนี้เลยนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากจะกลับไปใช้กำลังขา
โดยปกติแล้วคุณต่อจะร่วมวงด้วย แต่อย่าคิดนะครับว่าพวกพนักงานออฟฟิศจะอ่อนข้อให้ มีแต่จะพยายามรุมสกรัมเสียมากกว่าคล้ายกับว่าเก็บกดกับการสั่งงานของเ้านายอย่างนั้นแหละ ที่คุณต่อต้องไปด้วยก็เพราะผมเป็คนขับรถให้ วันไหนที่ผมอยากออกกำลังกายแต่ี้เีเข้ายิมก็ต้องเปลี่ยนมาเล่นฟุตซอลแทน แรกๆคุณต่อก็เก้ๆกังๆเนื่องจากอ่อนซ้อม พอนานวันเข้าก็พัฒนาฝีเท้าจนเข้าขั้นเก่งเลยทีเดียว
“คุณต่อครับ เย็นนี้พี่จะไปเล่นฟุตซอลนะครับ” เป็ปกติของมนุษย์แฟนที่ตัวติดกันแทบจะ 24 ชั่วโมง ตอนเช้าที่ยังนอนในอ้อมแขน ผมก็เอ่ยปากออกมาก่อน คุณชายหาวอ้าปากกว้างก่อนจะเอาปากมาซุกที่ซอกคอ ดอมดมจนขนลุกไปหมด
“แต่เย็นนี้ผมไม่ว่างอ่า” เสียงงัวเงียด้วยอาการงอแง คุณต่อไปออกงานอีกแล้วครับ ซึ่งตอนนี้แกกันผมไม่ให้ไปด้วยแล้วเพราะกลัวจะโดนผู้ชายแทะโลมอีก ไม่รู้จะขี้หวงไปไหน (จริงๆผมก็ขอเองแหละว่าไม่อยากไป)
“ไม่เป็ไร พี่ไปส่งคุณต่อแล้วก็ไปเองได้”
“แต่ผมก็อยากไปกับพี่เอกนี่นา” พ่อคนขี้อ้อนกระชับอ้อมกอดจนแน่นไปหมด ผมนอนหันหลังให้เป็ประจำเพราะเป็ท่าที่คนกอดจะถนัด พวกเราต่างก็ตัวโตกันทั้งคู่ ต้องคอยจัดท่าทางให้เหมาะเจาะกัน
“แต่คุณต่อติดงานนี่ครับ”
“ใครไปบ้างอะ” เสียงยังงัวเงีย เพราะตอนนี้เพิ่งจะ 06.30 น.
“ก็เ้าเดิมๆ ผมยังไม่ได้เช็กในเฟซบุ๊กเลย”
“เดี๋ยวนี้ทันสมัยนะเนี่ย” ผมได้แต่ยิ้ม ต้องขอบคุณคุณต่อนี่แหละที่สอนวิธีใช้งานพวกโซเชี่ยลมีเดียต่างๆจนผมใช้งานจนคล่อง โดยส่วนใหญ่พวกเราจะนัดกันทางกลุ่มไลน์ แต่ถ้าคนไม่ครบผมหรือสมาชิกก็จะโพสต์หาสมาชิกทางเฟซบุ๊ก นัดแนะเวลาและสถานที่ จากนั้นก็ไปเจอกันที่สนามในตอนเย็นเลย
“แน่นอน อย่าลืมสิ นี่เอกภพนะครับ”
“หรา”
“ไม่เอาคุณต่อ” รายนี้ชอบเล่นที่เผลอ พอผมปล่อยช่องก็เอาหน้ามาซุกไซร้ที่ซอกคอและจับเอกน้อยที่มันชอบผงาดในตอนเช้าจนตัวอ่อนระทวยไปหมด แถมด้านหลังยังมีของแข็งๆทิ่มที่บั้นท้ายอีกด้วย อะไรจะพร้อมรบขนาดนี้
“ไม่ได้ เดี๋ยวนี้ทำตัวน่าหมั่นไส้เหรอ นี่แน่ะ” ผมได้แต่ร้องขอชีวิตเพราะไอ้คุณแฟนเล่นรุกมาประชิดตัวพรมจูบไปทั่วจนสั่นสะท้านไปหมดแล้ว ผู้ชายจะรู้กันดีว่าเราจะเคารพธงชาติกันทุกวันเป็เวลา ยิ่งเป็เวลาที่เราอยู่กับคนที่เรารักด้วยแล้ว แค่ได้กลิ่นเราก็มีอารมณ์ร่วม ไม่ต้องถามหรอกว่าเช้านี้จะจบยังไง ผมน่ะมีแต่เสียกับเสีย
“ไปอาบน้ำเลย” ผมผลักคนตัวใหญ่ที่นอนทับออกไป เหงื่อเต็มตัวเลยจากการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันเมื่อครู่ กลิ่นตัวของพวกเราโชยปะปนกันในอากาศผสมกับกลิ่นความสุขสมของผมที่โดนคุณต่อจัดให้แต่เช้า
“ไปอาบด้วยกันนะ” ไม่ต้องคิดจะใช้น้ำเสียงออดอ้อนเลยนะ ไม่หลงกลหรอก แล้วไม่ต้องทำตาหวานซึ้งด้วย ไม่มีทางที่คนอย่างเอกภพจะปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปกับคำเชื้อเชิญแน่นอน
“ก็ได้” ... ดีแต่ปากจริงๆ
### ###
สนามฟุตซอลอยู่ไม่ห่างจากออฟฟิศและบ้านคุณต่อเท่าไรนัก คะเนคร่าวๆก็อยู่กึ่งกลางระหว่างสองจุดนี้พอดี วันนี้คุณต่อมีงานเลี้ยงต้องออกจากบริษัทั้แ่บ่ายสามเพื่อไปแต่งตัวทำผมอะไรไม่รู้สารพัด เดิมทีคุณต่อจะแต่งตัวมาจากบ้านเพื่อร่วมงานตอนเย็นเลย แต่ระยะหลังๆอากาศมันร้อนจนเ้าตัวอยากจะกลับไปอาบน้ำอาบท่าที่บ้านแล้วค่อยออกมาอีกที
งานเลี้ยงคืนนี้เป็งานเปิดตัวอะไรก็ไม่รู้ ั้แ่คุณต่อเห็นชอบคำขอของผมที่บอกว่าไม่อยากออกงาน บวกกับความขี้หวงของเขาเอง ผมเลยรอดตัวไม่ต้องโดนควงไปด้วย ตอนนี้จึงไม่รู้ว่าแต่ละงานที่ไปคืองานอะไร หลังจากจอดรถไว้ที่โรงแรมที่จัดงานผมก็คว้าเป้และพุ่งตัวไปขึ้นรถไฟฟ้า ถึงที่สนามก็ทันเวลาพอดี
“ไงพี่เอก มาไวเป็ด้วยโว้ย” เสียงผองเพื่อนทักทายมาครับ พวกนี้เรียกผมว่าพี่กันหมดเพราะเกรงใจสถานะแฟนเ้านาย ตอนแรกๆเรียกคุณเอกจนผมเกร็งทำตัวไม่ถูก หลังๆมาก็ปรับเปลี่ยนเลยทำให้สบายใจและสนิทกันมากขึ้น
ใช่แล้วครับ คนที่ออฟฟิศรู้กันทั่วแล้วว่าผมกับคุณต่อเป็อะไรกัน แต่ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าพวกเขาจะพูดถึงผมในแง่ไหนบ้าง เนื่องจากเราไม่ใช่คนที่อยากรู้ไปเสียทุกเื่ ใครจะเอ่ยถึง นินทา ชื่นชมหรืออะไรก็ตามสบายเลยครับ เพราะทุกวันนี้เอกภพสบายดี แฟนก็หล่อดูแลดี แถมยังรักและหลงจนโงหัวไม่ขึ้นอีกต่างหาก
....มั่นใจมาก #ยืดอก #ชูคอ....
“ต้องรีบมาดิ เดี๋ยวไม่ทันได้เล่น ได้สนามยัง” ผมตอบและถามคนในทีม
“เรียบร้อยพี่ วันนี้เรามาแค่ 5 นะ รวมพี่ด้วยก็ 6 คนที่เหลือว่าจะตามมา ตอนนี้ต้องจอยทีมอื่นไปก่อน” ปกติจะมากันเป็สิบ
“ไม่มีปัญหา” ผมถอดเสื้อผ้าเปลี่ยนชุดกลางสนามนี่แหละ ตอนที่คุณต่อมาด้วยไม่มีทางได้ถอดตรงนี้หรอกต้องไปเข้าห้องน้ำลับตาคนทั้งๆที่คนที่มาก็ผู้ชายทั้งนั้น ไม่มีใครสนใจจะมาส่องก้นผมเหมือนไอ้คุณแฟนเลยสักคน
หลายคนคงจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับฟุตซอลแล้วนะครับ ผมขอข้ามเนื้อหาไปละกัน หลังจากที่ไม่ได้ซ้อมมาเป็เดือนทำให้รู้ว่าสังขารเป็สิ่งไม่เที่ยงจริงๆ เล่นไปแค่ 10 นาทีก็เหนื่อยจนก้าวขาแทบไม่ไหว เราจะเล่น 2 ครึ่ง เวลาครึ่งละ 20 นาที แต่ตอนนี้ผมอยากจะขอเปลี่ยนตัวซะแล้ว...บัดซบสิ้นดี
“พี่เอก วิ่งหน่อยพี่” ผมโดนกระตุ้นจากเพื่อนร่วมทีม ระยะสนามมันก็ไม่ได้กว้างเหมือนสนามใหญ่ แต่การที่วิ่งไปวิ่งมาเหงื่อท่วมตัวก็ทำให้หายใจติดขัดเลยทีเดียว
“พี่เอก จ่ายมาทางนี้” ผมส่งบอลไปตามเสียง จะเลี้ยงต่อก็ไม่ไหวเนื่องจากฝั่งตรงข้ามตามประกบเบียดไปมาแทบจะล้มหลายรอบ พอส่งบอลไปก็โดนเสียบ
โครม! .... ล้มเลยเรา
“เจ็บมั้ยครับ” เสียงหนึ่งถามและยื่นมือมาให้จับเพื่อฉุดขึ้น ด้วยสปิริตผมก็ยื่นมือไปจับและลุกขึ้นมา
“ไหว” ต้องกลั้นใจตอบ ดีที่จังหวะสกัดไม่แรง แข้งขาเลยไม่พลิกหรือพิการ (อันนี้ก็ว่าเกินไป)
“โทษด้วยนะครับ”
“สบายๆ” ผมชูนิ้วโป้งให้เพื่อบอกว่าโอเค ก่อนจะกลับไปวิ่งเตะจุดโทษ และผมก็ตีเสมอให้ทีมได้!
่เวลาพักครึ่ง ผมขอเปลี่ยนตัวแทบจะทันที พี่ๆน้องๆในทีมต่างก็เห็นด้วย เพราะท่าทางของผมเหมือนคนจะขาดใจตายเสียให้ได้ ่ครึ่งหลังเลยมีเวลาพักนั่งชมการแข่งขันข้างสนาม ก่อนจะมีใครคนหนึ่งมานั่งข้างๆ
“นั่งด้วยคนนะครับ” ผมมองไปตามเสียง คนเดิมที่เสียบผมจนล้ม
“เอาสิครับ”
“พี่เพิ่งมาเหรอครับ ผมเพิ่งเคยเห็น” ผมไม่ได้หันไปมองเขาแบบเต็มที่ เพราะมัวแต่ยกขวดน้ำมาซดและใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดตามใบหน้าและลำคอ
“จะว่างั้นก็ได้ ก่อนหน้านี้พี่มาบ่อย แต่เดือนที่แล้วยุ่งๆเลยไม่ได้มาเลย”
“อ่อ มิน่าล่ะถึงไม่เคยเจอกัน”
“น้องมาเล่นบ่อยเหรอ” ในเมื่อเขาชวนคุย ผมก็เลยต้องรักษามารยาท
“ผมเพิ่งมาเองครับ”
“อ้าว นึกว่าขาประจำ”
“จริงๆผมเล่นอีกสนามนึง แต่่หลังเพื่อนย้ายมาที่นี่น่ะครับ” ผมร้องอ๋อและพยักหน้ารับคำ
“เออ ผมชื่อจีโอ้นะครับ พี่ล่ะ”
“เอก พี่ชื่อเอกครับ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับพี่เอก” เป็ครั้งแรกที่ผมมองหน้าจีโอ้ตรงๆชัดๆจากการที่ยื่นมือมาเพื่อจับ จีโอ้เป็ผู้ชายผิวขาวระดับคุณต่อพงษ์เลยก็ว่าได้ ใบหน้าหล่อรูปหน้าเรียวคิ้วหนาและดวงตาชั้นเดียวที่ดูโตรับกับโครงหน้า จมูกโด่งเป็สันจนน่าอิจฉา รูปร่างผอมและสูงใกล้เคียงกับผม ลักษณะท่าทางดูเ้าชู้แพรวพราว แต่ก็เหมือนคนถ่อมตัวไปในที มองจากใบหน้าก็รู้ว่ายังเด็กมากน่าจะเพิ่งเรียนจบหมาดๆ
“ยินดีเช่นกันครับน้องจีโอ้”
“พี่มาเล่นที่นี่บ่อยมั้ยครับ” เหมือนจะเคยถามแล้วนะ แต่ผมก็ยังตอบ
“ปกติก็อาทิตย์ละ 2-3 วัน แล้วแต่วันไหนว่าง ถ้าเ้านายไม่ว่างพี่ก็ไม่ได้มา”
“ต้องรอเ้านายว่างด้วยเหรอครับถึงจะมาได้” น้องเขาตั้งข้อสังเกต
“อ๋อพอดีพี่ต้องขับรถพาเ้านายไปโน่นมานี่น่ะ ถ้าวันไหนเค้าไปไกลๆพี่ก็ไม่ได้มา”
“อ๋อ เท่ห์จัง”
“เท่ห์ตรงไหน คนขับรถเนี่ยนะ” ผมขมวดคิ้ว
“อื้อ พี่เอกน่ะเท่ห์ ทำอะไรก็เท่ห์ไปหมดแหละ” หืม พูดจากำกวม อยู่ๆก็มาชมเรา คงจะไม่คิดจะจีบเราหรอกนะ น้องเอ๋ย ดูเบ้าหน้าพี่ด้วยไม่ได้หล่อพิมพ์นิยมนะครับ พี่น่ะหล่อแบบหายาก (หมายความว่าความหล่อของพี่น่ะหายาก)
“พี่เอกครับ”
“ครับ”
“ขอไลน์ได้มั้ยครับพี่ เผื่อวันไหนจะมาก็ไลน์บอกกัน” โอ้โห นี่ถ้าไม่ใช้ผู้ชายแมนๆมาขอเนี่ย ผมคงคิดแล้วว่าน้องจะมาจีบ
“ดะ ได้ดิ” ผมหยิบมือถือขึ้นมา พวกเราแอดไลน์กัน
ตึ๊ง! เสียงไลน์ของผมดังขึ้นเพราะจีโอ้ส่งข้อความมา
“เห้ยไอ้โอ้ มาแทนทีซิ” เสียงเพื่อนของน้องะโเรียก จีโอ้เลยขอตัวและวิ่งกลับเข้าไปในสนาม จังหวะการเล่นของน้องดูดีและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งวัยหนุ่มที่เอกภพวัยใกล้ 31 เห็นแล้วอิจฉา พอจบครึ่งหลัง พวกเราก็แพ้ไปแค่ประตูเดียว
หลังจากพักผมก็ลงเล่นต่อในเกมที่ 2 และก็เช่นเคย ลงได้แค่ครึ่งแรกก็หมดแรงอ่อนเปลี้ย ยังดีที่น้องๆที่ออฟฟิศตามมาจนตัวเล่นก่อนหน้านี้ได้พักบ้าง ใครบอกว่าเล่นฟุตซอลแค่ 40 นาทีไม่เหนื่อย ผมล่ะขอเถียงใจขาด ยังนึกนับถือกลุ่มน้องจีโอ้ที่ลงวิ่งได้สองเกมติด แถมเอาชนะไปได้อีก
RRRRRRRRRRRRRRR
“ครับคุณต่อ” ผมรีบรับสายที่โทรมา เวลาผ่านไปจนเกือบสามทุ่มแล้ว
[เป็ไงบ้าง เหนื่อยมั้ย]
“สุดๆ”
[เหนื่อยก็พักบ้างนะครับ อย่าหักโหม หมอห้ามทำกิจกรรมหนักๆ เพิ่งจะหายเอง] น้ำเสียงเ้าเล่ห์ขั้นสุด
“อะไรคุณต่อ ห้ามแซวนะครับ” ใจคอจะทำให้ผมหน้าแดงคาสนามรึไง “คุณต่อจะกลับหรือยังครับ”
[ใกล้ละ เดี๋ยวผมวนไปรับที่สนามนะ]
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ผมกลับเองดีกว่า”
[ไม่ได้หรอก]
“ทำไมไม่ได้ล่ะครับ”
[ก็เพราะตอนนี้ผมอยู่ข้างหลังพี่แล้วไง]
ผมหันขวับ เห็นคุณแฟนตัวสูงใหญ่ใส่สูทเต็มยศ แต่งทรงผมอย่างดีขับใบหน้าหล่อให้ยิ่งเด่น ไม่แปลกหรอกที่หลายๆคนในสนามต่างพากันมองมาทางนี้ เพราะคุณต่อดูเหมือนดาราที่หลุดมาจากทีวีเสียจริง อ้อ ... ผมลืมบอกไปนะครับว่าที่นี่มีหลายสนามครับ แยกโซนกันไปคนเลยเยอะ ....
“ทำไมเลิกไวจังเลยครับ” ผมถามแก้เก้อ ถ้าจะยิ้มให้ขนาดนี้อุ้มผมกลับบ้านเลยเถอะ
“ก็คิดถึงแฟนอะครับ เลยรีบมาหา”
“หืมมมมมมม” โอ้ มาย ก้อด ... เอกภพตายคาที่เลยครับ
“คุณต่อมารับพี่เอกเหรอครับ” พี่ๆน้องๆในทีมที่นั่งอยู่รอบๆต่างหันมาทักทายเ้านายอย่างเป็กันเอง คงเป็เพราะสนิทกันระดับหนึ่งแล้ว
“โห พี่เอกคือยอดคนจริงๆ ถึงขั้นให้คุณต่อมารับถึงที่”
“มึงน่ะแซวมากๆ ระวังโดนตัดโบนัสนะ”
“เออ ตัดมันเลยนะครับคุณต่อ” เสียงแซวและเสียงหัวเราะของกลุ่มเราค่อนข้างดัง คุณต่อไม่ได้ถือสาหาความอะไรจากคำพูดหยอกเล็กน้อย แกเคยบอกว่าดีเสียอีกที่ทุกคนเข้าใจและไม่รังเกียจผม ตอนนั้นผมยังถามเลยว่าเขาจะรังเกียจผมทำไม ผมไม่ได้เป็ฆาตกรโรคจิตนี่นา ... แล้วคุณต่อก็หัวเราะ
“คุณต่อมาก็ดี เมื่อกี้นะผมเห็นมีคนมาขอไลน์พี่เอกด้วย” อ้าว เช็ดเคร็ก!
“ใคร” นั่นไง น้ำเสียงที่เฮฮากลายมาเป็ดุดันซะแล้ว ปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทัน
“ไม่มีอะไรหรอก น้องเค้ามาเสียบพี่จนล้มเลยมาขอโทษน่ะ”
“ขอโทษอะไรมีขอไลน์ด้วย” น้องๆในทีมต่างแยกย้ายเพราะรู้ดีว่าเ้านายคนนี้น่ะขี้หวงมาก ทิ้งะเิไว้แล้วให้กูเก็บกวาดสินะ
“น้องเค้าบอกว่าจะได้นัดกันมาเตะบอล”
“คนไหน” นั่นไง ไม่ยอมจบจริงๆ อยากตบกบาลไอ้คนฟ้องจังเลย ไอ้เราน่ะไม่ได้คิดเกินเลยหรอก แต่คนของเราน่ะขี้หวง
“คนโน้น” ผมชี้ไปทางจีโอ้ที่ถอดเสื้อโชว์กล้ามแน่นๆวิ่งไล่บอลในสนาม แววตาคุณต่อมองอย่างไม่สบอารมณ์
“....”
“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณต่อ กลับกันเถอะ” คนตัวสูงยังยืนนิ่ง แววตาเคร่งขรึมไม่หยุดจ้อง จีโอ้ที่ส่งบอลให้เพื่อนก็ชลอฝีเท้าและวิ่งเหยาะๆในสนาม คนเราน่ะเหมือนมีสัญชาติญาณกันนะครับว่ามั้ย ถ้ามีใครมาจับจ้องเรานานๆเราก็จะรู้สึกอึดอัดและรับรู้ได้ เช่นเดียวกับคนที่โดนมอง เขาสบสายตากับคุณต่อด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะยิ้มและโบกมือให้ผมที่ยืนข้างๆ...โอย เหมือนโดนสุมไฟยังไงก็ไม่รู้
“กลับกันเถอะครับ” คุณต่อมองอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะคว้าข้อแขนผมให้เดินตามไปอย่างเงียบเชียบ
พอถึงในรถ บรรยากาศก็ยังดูอึมครึมจนััได้ จากที่ไม่คิดอะไรก็เริ่มจะคิดละว่าแฟนของเราเนี่ยขี้หึงขี้หวงเกินไปไหม ผมไม่ได้คิดแล้วนอยด์หรือว่าจะหงุดหงิดอะไรนะครับ แค่ไม่อยากให้คุณต่อไม่สบายใจมากกว่า เพราะผมไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับน้องที่ชื่อว่าจีโอ้เลยแม้แต่น้อย หรือจะพูดให้ตรงประเด็นก็คือ ผมไม่ได้รู้สึกว่าผู้ชายคนอื่นจะมีอะไรที่น่าดึงดูดเท่าแฟนเด็กที่นั่งหน้าบูดคนนี้เลยสักคน ยิ่งคุณต่อคิดมาก ก็จะเครียดมาก ผมไม่อยากให้เื่ของผมมาเป็ประเด็นหลักทำให้ในหัวต้องคิดโน่นคิดนี่ แค่เื่งานทุกวันนี้คุณต่อก็เหมือนลงไปต่อสู่ในาแล้วครับ จะให้มาคิดเล็กคิดน้อยเื่แฟนตัวเองอีกก็ใช่ที่
ผมเร่งแอร์เพื่อหวังให้อากาศเย็นๆช่วยดับความงุ่นง่านของคุณต่อไปได้บ้าง สภาพผมตอนนี้คือเหงื่อท่วมตัวเนื่องจากไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนทุกครั้ง พ่อตัวดีน่ะสิครับคว้าแขนลากมาขึ้นรถโดยไม่สนใจว่าจะเหม็นเปรี้ยวแค่ไหน พอมานั่งในรถแล้วก็นิ่งเงียบไปซะดื้อๆ
“คุณต่อ ไม่ออกรถเหรอครับ” ผมเป็ฝ่ายทำลายความเงียบ
“พี่เอก รำคาญผมมั้ยอะครับ” หืมมมม อยู่ๆทำไมถามแบบนี้
“พี่จะรำคาญคุณต่อเื่อะไรล่ะครับ”
“พี่ไม่รำคาญผมจริงนะ ทั้งๆที่ผมงี่เง่าขี้หึงไม่เข้าเื่” ออ ที่เงียบไปเพราะกำลังคิดเื่นี้เองหรอกเหรอ
“คุณต่อหึงได้” ผมอ้อมแอ้ม
“พี่เอกว่าอะไรนะครับ” เ้าตัวหันมาสบตาเป็ครั้งแรก ลานจอดรถมืดแสงไฟสลัวอยู่ไกลลิบๆ ชวนบรรยากาศเป็ใจอีกละ
“พี่บอกว่า คุณต่อมีสิทธิ์หึงพี่ได้ครับ ก็เราเป็แฟนกันไม่ใช่รึไง”
“ใช่ครับ ใช่” ทีงี้ล่ะหน้าบานเชียวครับก่อนจะคว้าคอผมไปฟัดหอมๆจูบๆพัลวัน
“ไม่เอาคุณต่อ พี่ตัวเหม็น”
“ไม่เห็นเหม็นเลย หอมออก ได้กลิ่นแล้วคึกคัก ฟอดดดดดดดดดดดด” หอมจะแก้มจะช้ำไปหมดแล้วโว้ยยยยยย
“โอยยยย คุณต่อ ไม่เอ๊า” ผมพยายามดันแต่อีกฝ่ายก็ยื้อ แถมยังจับมือผมไปจับอะไรบางอย่างที่พาดตัก
“เห็นมั้ย ว่ามันคึก” ผมหน้าแดง ไม่คิดว่าแฟนเด็กจะหื่นได้ขนาดนี้
“คุณต่อ! หยุดเลยนะ” ผมชักมือออกแต่ก็โดนตะปบไว้แน่น
“ห้ามปล่อย ไม่งั้นผมจะไม่หายงอนเื่ไอ้เด็กนั่น” เอาแล้วไง จะให้งอนต่อถึงบ้านแล้วค่อยเคลียร์ หรือว่าแค่จับเกียร์พ่อคุณไปเรื่อยๆตามคำสั่งดีหว่า....
....แล้วผมก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย....
คุณๆที่อ่านมาตลอดคงจะนึกในใจว่า ทำไมอีตาเอกเนี่ยมันยอมคุณต่อตลอดเลย แน่ล่ะว่าผมเป็คนใจอ่อน แต่ที่มากไปกว่านั้นคือผมดันไปตกหลุ่มรักเขาั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้ จากที่คิดมาตลอดว่าตัวเองน่ะเป็ชายแท้ แมนทั้งแท่ง แต่การโดนคุณต่อตามหยอดตามตื๊อและคอยดูแลมาตลอดเลยทำให้หลวมตัวไปจนได้ พอรักไปแล้ว ผมก็อยากดูแลรักษาไว้ให้ดี อะไรที่ยอมได้ก็ยอม อันไหนที่ไม่ยอมก็ต้องคุย
การที่ผมเป็คนห่ามๆประมาณหนึ่ง เลยทำให้ไม่มีบทรักออดอ้อนออเซาะให้ฟินมากนัก มันค่อนข้างเขินนะที่จะต้องมาเขียนอธิบายเวลาที่คุณต่อมาอ้อน ออเซาะหรือเอาคางมาถูไถที่ลำคอ หรือแม้กระทั่งตอนที่ผมนอนหงายและคุณต่อก็พลิกมานอนคะแตงเอาหน้าซุกที่หน้าอกผมแล้วถูไถใบหน้าไปมาจนจั๊กจี้ เวลาที่นอนกอดกัน หรือนั่งอยู่ด้วยกันเงียบๆ มันเป็มุมที่ผมรู้สึกสบายใจ แต่ก็เขินอายทุกครั้งที่จะเขียนมันลงไป
“พี่เอก พี่เอก”
“ครับ” ผมสะดุ้ง คิดอะไรไม่รู้เรื่อยเปื่อย
“เหม่ออีกแล้วนะ” นั่นไง ทำท่าเหมือนจะดุเลย “เรียกตั้งนานไม่ตอบ”
“พี่คิดอะไรไปเรื่อยน่ะ”
“รู้แล้วล่ะ ไปครับ ไปอาบน้ำ” ผมก้มมองสภาพตัวเองในชุดกีฬาเหม็นอับก่อนจะถอดเสื้อผ้าออกโดยง่าย ตอนนี้ไม่มีใครอายใครแล้วครับ แก้ผ้าเดินโทงเทงจนชินตา
“คุณต่ออาบให้หน่อยสิ” วันนี้ี้เีถูตัว
“อะไรนะครับ” น้ำเสียงนั้นบอกว่าไม่เชื่อหูตัวเอง
“ไม่มีอะไรครับ” ผมยียวนกลับ ไม่อยากพูดเยอะ เดี๋ยวได้ใจ ปกติยอมที่ไหนล่ะที่จะให้อีกคนอาบน้ำให้หรืออาบน้ำพร้อมกัน มันค่อนข้างน่าอายนะที่มีคนตัวเท่าั์แออัดกันในห้องอาบน้ำและถูหลังไปมา ส่วนใหญ่ที่อาบด้วยกันก็เพราะถูกบังคับตลอดแหละ ไม่เคยเอ่ยปากชวนก่อนแบบนี้เลย...จริง จรี๊งงงงงงงงงงงงงงง #โทนเสียงต่ำ
“เดี๋ยวสิพี่เอก รอผมด้วย” ท่าทางถอดเสื้อผ้าแบบเร่งรีบของมนุษย์ตัวโตนั้นชวนให้ขบขัน ผมเร่งฝีเท้าเพื่อจะรีบไปในห้องน้ำ แต่เสียงกระแทกฝีเท้าของอีกคนก็ไล่ตามมาติดๆ ไอ้อะไรๆที่แกว่งไปมาชวนใไม่ได้ทำให้คุณต่อละอายแก่ใจหรอก รายนั้นเขาหน้าหนา
“มาทำไม ใครชวน”
“ไม่ต้องชวนก็จะมา” สุดท้าย มือใหญ่ก็จับขอบประตูห้องน้ำไว้ได้ก่อนที่ผมจะปิดมันลง สายตาไอ้เอกภพดันก้มไปมองไอ้ที่เคยแกว่งเปลี่ยนสถานะจากของอ่อนเป็ของแข็งอย่างระอาใจ
“ไม่ต้องมาชี้หน้าเลย คนหื่น”
“ถึงผมจะหื่น แต่ผมก็หื่นแต่กับพี่นะ” ไอ้คำพูดน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่การที่คุณต่อผู้หล่อเหลามาดดีใช้ไอ้ท่อนแข็งๆมาดันต้นขาให้ผมขยับเข้าไปในห้องน้ำน่ะมันคืออะไรฟระ! คุณจะคิดไหมว่าผู้ชายแบบคุณต่อพงษ์ผู้เคร่งขรึมมีหน้ามีตาในสังคมจะเป็ได้ถึงขั้นนี้
“ไม่ต้องเลยคุณต่อ ไม่ต้องดันมา โอ๊ย จะบ้าตาย”