ตู้เซ่าฝู่คิดถึงวิธีการวางเงินเดิมพันในการประลองของสุดยอดห้าสกุลที่ผ่านมาขณะมาที่ร้านเป่าไหล ก็ตั้งใจแต่งตัวปกตัวสถานภาพของตัวเองจะได้ไม่มีใครเห็นว่าผู้เข้าร่วมการประลองเพียงคนเดียวของบ้านสกุลตู้กลับมาแทงเงินเองเช่นนี้หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายอันไม่พึงประสงค์ขี้นได้
ตอนแรกตู้เซ่าฝู่อยากวางเงินเดิมพันให้ตัวเองแต่พบว่าครั้งนี้ตัวเองก็เป็นจุดสนใจหลักในการเดิมพันครั้งนี้ด้วย ดังนั้นอัตราที่ได้จากเงินเดิมจึงพันต่ำต่อให้ทุ่มเงินไปหมดตัว ต่อให้ตัวเองเป็นผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งสุดท้ายก็ชนะได้ในอัตราเพียงสามเท่า
อัตราเงินรางวัลที่ได้จากการชนะเพียงสามเท่ารวมเป็นเงินทั้งหมดเก้าหมื่นกว่าเสวียน ตัดเงินต้นออกไป ชนะได้เงินมาเพียงหกหมื่นหกพันเสวียน
มีเพียงผู้ประลองที่ไม่ได้เป็นตัวเด่นของงานจึงมีอัตราในการชนะที่สูงกว่าร้อยเท่า
ตู้เซ่าฝู่คิดแวบวิธีหนึ่งออกมาได้เขาทุ่มเงินสุดตัวกัดฟันลงเงินเดิมพันไปกับไป๋เหมยแห่งบ้านสกุลไป๋
ไป๋เหมยผู้ฝึกฌานขั้นสดับเวหาในระดับขั้นที่แปด หากเข้ารอบสิบคนแรกได้ จะได้รับเงินในอัตราสามสิบเท่าเข้ารอบห้าคนสุดท้ายเงินรางวัลจะกระโดดไปถึงร้อยยี่สิบเท่าหากเข้าถึงรอบสี่คนสุดท้าย จะได้เงินรางวัลเป็นร้อยหกสิบเท่าเลยทีเดียว
ตู้เซ่าฝู่จึงกัดฟันยอมเสี่ยงเดิมพันในครั้งนี้ดังนั้นการประลองครั้งที่ผ่านมาจึงเกิดภาพเหตุการณ์ที่ทำให้แต่ละบ้านสกุลใหญ่กับคนอื่นๆงงงวยกัน
ใบแทงผู้ประลองนี้ชนะเงินรางวัลในจำนวนที่สูงมากตู้เซ่าฝู่ไม่ได้เป็นคนโง่ไร้เดียงสา เขาเองก็ไม่เชื่อใจร้านเป่าไหล จึงเรียกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนออกมารออยู่ด้านนอกเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
เมื่อเข้ามาในร้านเป่าไหลแล้ว ตู้เซ่าฝู่ก็พบว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรหากเขาไม่คิดมาอย่างดีและป้องกันไว้ก่อนแล้วจะกล้าเข้ามาในถ้ำเสือเช่นนี้ได้อย่างไร
“ปึงปึงปึง!”
ในเวลาไม่นาน ก็มีเสียงดังโครมครามมีคนถีบทุบประตูร้านเป่าไหลได้ยินเสียงซอกแซกดังออกมาไม่ขาดสายและมีเสียงของคนจำนวนมากที่กรูกันเข้ามาบริเวณนี้
ตู้เซ่าฝู่มองไปที่หวงซันที่ถูกตนจับตัวไว้อยู่จากนั้นก็ยิ้มบางๆ ออกมา กระซิบบอกเขาไปว่า “เจ้าก่อเรื่องแล้วก่อเรื่องใหญ่เข้าแล้ว”
“ซู่ๆ”
เมื่อตู้เซ่าฝู่พูดจบเงาของคนจำนวนมากก็มาถึงที่ร้านแห่งนี้กันแล้วบริเวณนั้นอบอวนไปด้วยพลังปราณอย่างหนาแน่น
เงาของคนจำนวนมากบุกเข้ามาได้สำเร็จ ทั้งร้านเป่าไหลถูกรุมล้อมไว้อย่างแน่นขนัด
ผู้ที่มามีเยี่ยเป่าหลินแห่งบ้านสกุลเยี่ยอั้นชิงซงแห่งบ้านสกุลอั้น ฉินจงฉยงแห่งบ้านสกุลฉิน ไป๋ซวี่หรูแห่งบ้านสกุลไป๋ตู้เจิ้นอู่ ตู้จื้อสยงแห่งบ้านสกุลตู้ รวมถึงยอดฝีมืออื่นๆ แต่ละบ้านสกุลไม่แปลกเลยที่เสียงคำรามดังสนั่นของอสูรพยัคฆ์จะเรียกความสนใจของสุดยอดบ้านสกุลให้เข้ามาหา
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น เมื่อกี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
ทุกคนมองดูสภาพการณ์รอบๆบริเวณนั้นที่เต็มไปด้วยซากของการต่อสู้ ทุกคนต่างมองด้วยความงงงวย
“ตู้เซ่าฝู่”
ขณะที่ทุกคนเห็นสภาพบริเวณนั้นที่กระจุยกระจายเละเทะและพบว่าตู้เซ่าฝู่อยู่ด้วยสีหน้าก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอั้นชิงซงแห่งบ้านสกุลอั้น เขามองไปรอบๆ สีหน้าตกใจและซีด
“เซ่าฝู่ ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?” เมื่อตู้จื้อสยงเห็นตู้เซ่าฝู่ก็รีบรุดเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่
“ท่านลุงสอง ข้าไม่เป็นไร”
ตู้เซ่าฝู่ยิ้มออกมา จากนั้นก็กวาดตามองสภาพที่นี่ที่เละเทะจนดูไม่ได้เพราะใบแทงผู้ประลองเพียงใบเดียว
เรื่องที่อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนปรากฏตัวตู้เซ่าฝู่บอกไปเพียงว่าตัวเองไม่รู้เรื่อง อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวนั้นจู่ๆก็ปรากฏตัวออกมา ฆ่าหัวหน้าสามของพวกเขาและก็จากไป
เมื่อตู้จื้อสยงได้ยินเรื่องราวคร่าวๆ ของตู้เซ่าฝู่เขาที่ใจร้อนจะทนและเก็บอารมณ์ได้อย่างไร ตะโกนอย่างโมโห “ไอ้สารเลว ติดหนี้คนของบ้านสกุลตู้ของข้าคิดเบี้ยวเงิน คนของบ้านสกุลตู้เจ้าริยังบังอาจมารังแกพวกเรา จับคนของร้านเป่าไหลทุกคนมัดเอาไว้ ร้านเป่าไหลปิดไปก่อนเลย”
เมื่อตู้จื้อสยงพูดจบ บรรดาคนของบ้านสกุลตู้ที่มาด้วยกันทั้งหลายต่างพุ่งเข้าไปจัดการสั่งสอนทั้งเตะทั้งถีบและจับพวกคนของร้านเป่าไหลที่เหลือมัดไว้กับพื้น
คนของร้านเป่าไหลผู้น่าสงสารไม่มีใครกล้าโต้ตอบเลยในเมืองสือเฉิงจะมีใครกล้าหือกับสุดยอดห้าสกุลได้ล่ะ
ขณะนี้หากยังคิดที่จะโต้ตอบเกรงว่ายอดฝีมือของบ้านสกุลตู้จะฆ่าพวกเขาให้สิ้นเสียตรงนั้นได้ในทันที
คนที่มาที่นี่ของแต่ละบ้านสกุลสีหน้าเปลี่ยนเมื่อได้ยินตู้เซ่าฝู่เล่าสถานการณ์ทั้งหมดคร่าวๆให้ฟัง ทุกคนต่างเข้าใจกันแล้วว่าเหตุใดตู้เซ่าฝู่จึงเอาแต่ปกป้องไป๋เหมยแห่งบ้านสกุลไป๋โดยตลอดในการประลอง
ทุกคนต่างเข้าใจกันว่าตู้เซ่าฝู่วางแผนไว้อย่างดิบดีแล้วว่าจะวางเงินเดิมพันกับร้านเป่าไหลและเงินจำนวนที่สูงลิบลิ่วขนาดนี้สามารถทำให้ร้านเป่าไหลล้มละลายได้อย่างแน่นอน
ห้าล้านสองแสนเสวียนเชียวนะขนาดสำหรับสุดยอดห้าสกุลเองก็นับว่าเป็นจำนวนเงินก้อนยักษ์ที่หามาได้ยาก
"เจ้าตู้เซ่าฝู่ช่างเจ้าเล่ห์และร้ายกาจมากเหลือเกิน!”
ยอดฝีมือแต่ละบ้านสกุลที่มาต่างถอนหายใจ เด็กหนุ่มที่ดูสดใสใบหน้าใจดีไม่มีพิษไม่มีภัยคนนี้ที่จริงแล้วเป็นเด็กหนุ่มที่ร้ายกาจ โหดเหี้ยมและเจ้าเล่ห์เหนือคำบรรยาย
“อั้นชิงซง เรื่องนี้เจ้าจะอธิบายกับข้าอย่างไรหากให้เหตุผลที่ดีกับข้าไม่ได้ บ้านสกุลตู้ไม่ปล่อยไปง่ายๆ แน่!”
ตู้เจิ้นอู่หันไปจ้องอั้นชิงซงด้วยความโมโหสีหน้าเคร่งขรึมแสดงออกว่าจริงจังไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใด
“ตู้เจิ้นอู่ เจ้าหมายความว่าอะไร เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้าเลย!” อั้นชิงซงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ตู้เจิ้นอู่สะบัดชายแขนเสื้อที่ยาวสักครู่จ้องอั้นชิงซง กล่าวว่า “เจ้าอย่ามาทำเป็นเฉไฉเจ้าบังอาจคิดจะฆ่าหลายชายของข้า ทำเช่นนี้อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจล่ะ ร้านเป่าไหลมีกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยคอยหนุนหลังอยู่นั่นก็หมายความว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบ้านสกุลอั้น!”
สายตาของบ้านสกุลอื่นๆ ต่างจ้องมองไปที่อั้นชิงซงคนของแต่ละบ้านสกุลจะไม่รู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไรเบื้องหลังแต่ละบ้านสกุลล้วนมีกำลังอื่นๆ คอยหนุน ร้านเป่าไหลและกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยที่จริงก็คือพรรคพวกเดียวกัน
กลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยเองก็คือกำลังที่ของหนุนบ้านสกุลอั้นด้วยเรื่องนี้ในหมู่บ้านสกุลใหญ่แต่ละบ้านถือเป็นเรื่องเปิดเผยไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด
“กลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยกับบ้านสกุลอั้นของข้าไม่ได้เกี่ยวอะไรกันแม้แต่น้อยเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้าเลย”
อั้นชิงซงกัดฟันตอบคำถามอย่างเลิ่กลั่กในใจโกรธแค้นแทบอยากจะจับพวกคนของร้านเป่าไหลมาฉีกเป็นชิ้นๆ เจ้าพวกบ้านี่กล้ามาจัดการตู้เซ่าฝู่อย่างชัดเจนเปิดเผยเช่นนี้ได้อย่างไรนี่ไม่เท่ากับรนหาที่ตายเลยหรือ ต่อให้บ้านสกุลอั้นอยากลงมือจัดการก็ไม่มีทางใช้วิธีที่เปิดเผยหาตรงๆมาสร้างภัยให้กับตัวเองภายหลังเช่นนี้ได้หรอก
หากเขายอมรับว่าเกี่ยวข้องกับร้านเป่าไหลก็เท่ากับว่ายอมรับว่าครั้งนี้ร้านเป่าไหลเกี่ยวข้องกับบ้านสกุลอั้นและรวมหัวสมคบคิดกันจะสังหารตู้เซ่าฝู่
ท่ามกลางสายตามากมายที่กำลังจับจ้องไม่ว่าเพราะเกียรติหรือการแก้แค้น ขณะนี้บ้านสกุลตู้ไม่มีทางปล่อยบ้านสกุลอั้นไปง่ายๆแน่
อั้นชิงซงไม่ได้กลัวบ้านสกุลตู้ทว่าเขาไม่อยากต้องมาต่อสู้กับบ้านสกุลตู้ในขณะนี้ช่วงเวลาพิเศษแบบนี้จะมาปล่อยไปง่ายๆ ไม่ได้ และยิ่งไปกว่านั้นหากตอนนี้เขายอมรับก็เท่ากับว่าบ้านสกุลตู้กลายเป็นฝ่ายที่มีเหตุผลไปปริยาย บ้านสกุลอั้นจะกลายเป็นฝ่ายต้องตั้งรับ
ดังนั้นไม่ว่าอย่างอั้นชิงซงคิดว่าเขาต้องห้ามยอมรับเด็ดขาดทำได้เพียงยอมละทิ้งร้านเป่าไหล ปล่อยมือจากกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยไป
เพียงแต่อั้นชิงซงยังไม่รู้ว่าร้านเป่าไหลเองก็เป็นฝ่ายที่ถูกรังแก เมื่อกี้ก่อนที่บ้านสกุลใหญ่แต่ละบ้านมาถึง พวกเขาไม่มีใครรู้ว่าชายหนุ่มที่สวมผ้าคลุมศีรษะคือตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้มิเช่นนั้นพวกเขาคงไม่กล้าลงมือกับตู้เซ่าฝู่หรอก
“อั้นชิงซงไม่เกี่ยวกับเจ้าก็ดีแล้ว หากเกี่ยวกับบ้านสกุลอั้นของเจ้าล่ะก็อย่าหาว่าข้าใจไม้ไส้ระกำลงมือกับบ้านสกุลของเจ้าล่ะ ถ้าเจ้าเกี่ยวข้องละก็ต่อไปหากเจอทายาทลูกหลานของบ้านสกุลอั้นของเจ้า ข้าก็จะฆ่าไม่เว้นสักคน!” ตู้เจิ้นอู่จ้องอั้นชิงซงตาเขม็ง ครั้งนี้เขาโมโหจริงๆ
ตู้จื้อสยงถีบคนของร้านเป่าไหลที่ถูกมัดคนหนึ่งจนลอยกระเด็นแต่ก็ยังไม่หายแค้น เขาหันหลังไปพูดกับรองผู้บัญชาการองครักษ์ของบ้านสกุลตู้ตู้ฉีที่อยู่ด้านหลังกล่าวว่า “ตู้ฉี แจ้งยอดฝีมือในบ้านสกุลของพวกเราเตรียมตัวไปเทือกเขาอสุรกาย บังอาจมาลงมือกับคนของบ้านสกุลตู้ บ้านสกุลตู้จะทำลายกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยให้สิ้นซาก!”
“คุณชายรอง ข้าจะรีบเตรียมการเดี๋ยวนี้” ตู้ฉีพยักหน้าจากนั้นก็เดินถอยหลังแล้วรีบไปจัดการตามคำสั่ง
บ้านสกุลอื่นๆ ได้ยินก็สีหน้าเปลี่ยน ตู้เซ่าฝู่เป็นทายาทที่มีพรสวรรค์และแข็ งแกร่งที่สุดของบ้านสกุลตู้ในขณะนี้คนของร้านเป่าไหลคิดจะฆ่าตู้เซ่าฝู่ เป็นการทำเกินกว่าจุดที่บ้านสกุลตู้ยอมรับได้ บ้านสกุลตู้ต้องทำอะไรให้หนักแน่นและเด็ดขาดเพราะบ้านสกุลตู้เป็นหนึ่งในบ้านสกุลใหญ่ที่ต้องรักษาเกียรติและอำนาจและนี่เป็นการแสดงจุดยืนของบ้านสกุลตู้ให้บ้านสกุลอื่นๆ เห็นอีกด้วย
เพียงแต่คนของบ้านสกุลใหญ่หลายคนและเยี่ยเป่าหลินต่างคิดสงสัยเหตุใดคนของร้านเป่าไหลจึงกล้าทำอะไรโง่ๆ มาคิดจัดการคนของบ้านสกุลตู้ได้นี่มันเท่ากับหาเรื่องตายชัดๆ
“เหอะ บ้านสกุลตู้ของข้าไม่ได้ฆ่าคนนานมากแล้วหลายคนคงลืมบ้านสกุลตู้ของข้ากันไปแล้ว คิดว่าบ้านสกุลตู้ของข้าจะมารังแกกันได้ตามใจ!”
ตู้จื้อสยงยกบาทาถีบไปที่อกของคนของร้านเป่าไหลคนหนึ่งไปอย่างแรงชายคนนั้นบาดเจ็บสาหัสกระดูกร้าวไปทั้งร่างในทันที กระอักเลือดสำลักโลหิตออกมาปริมาณมาก
“เซ่าฝู่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คนบางคนเขาคิดไม่เป็นสิ่งที่ควรจัดการก็จัดการตามสมควรไปเถิด”
เยี่ยเป่าหลินเริ่มพูดบ้างแล้วความหมายของคำพูดประโยคนี้หมายถึงว่าเขาเองก็เห็นด้วยกับการกระทำของบ้านสกุลตู้ยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับบ้านสกุลตู้ และเห็นด้วยอย่างชัดเจนเรื่องการกำจัด กลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยให้ล่มสลาย
ไป๋ซวี่หรูแห่งบ้านสกุลไป๋จินจงฉยงแห่งบ้านสกุลฉินนิ่งเงียบไม่ออกความเห็นใดๆ พวกเขาต่างรู้ดีว่ากลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยเกี่ยวข้องกับบ้านสกุลอั้นอย่างแน่นอนทว่าเรื่องนี้พวกเขาก็แอบดีใจที่เห็นบ้านสกุลคู่แข่งต้องประสบปัญหา
บ้านสกุลตู้กำจัดกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยเท่ากับการตัดกำลังของบ้านสกุลอั้น ครั้งนี้บ้านสกุลอั้นเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบแต่พูดอะไรไม่ได้มีความทุกข์ในใจที่ไม่อาจแย้งออกมาได้
“เพียงแค่จู่ๆ ในเมืองสือเฉิงก็มีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนปรากฏตัวออกมามันสามารถซ่อนตัวจากสายตาของพวกเขาไปได้ ทั้งยังสังหารหัวหน้ากลุ่มสามของกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยระดับฌานของมันไม่ใช่น้อยๆ เลย” เยี่ยเป่าหลินพูดต่อไปเขาสนใจมากกว่าว่าเหตุใดอยู่ดีๆ ก็มีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนปรากฏตัว
“เรื่องนี้ต้องตรวจสอบให้ดี ไม่แน่ว่ามีกลุ่มอสูรและปีศาจในเทือกเขาอสุรกายที่วางแผนจะบุกรุกเข้ามาในเมืองสือเฉิง”
ยอดฝีมือแต่ละบ้านสกุลใหญ่ต่างก็ครุ่นคิดกับปัญหานี้อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่มีระดับฌานสูงส่งปรากฏตัวในเมืองสือเฉิงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ หากมีอสูรกลุ่มใหญ่คิดจะบุกรุกเข้ามาในเมืองสือเฉิงคงไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไร
เพียงแต่คนของแต่ละบ้านสกุลใหญ่ค้นหาสาเหตุกันตั้งนานแล้วแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบอะไร
จากนั้นคนของแต่ละบ้านสกุลใหญ่จึงต้องปรึกษาหารือร่วมกันและเพิ่มการตรวจสอบเพื่อจะได้ป้องกันเหตุการณ์อสูรจำนวนมากบุกเข้ามาในเมืองสือเฉิง
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้พูดอะไรตลอดช่วงนั้นทำเพียงยืนอยู่ข้างหลังลุงสองเงียบๆ เขาไม่สามารถบอกทุกคนได้ว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเป็นของเขาเอง
ตู้เซ่าฝู่ได้ยินมาจากปากตู้เจิ้นอู่และตู้จื้อสยงว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เมืองสือเฉิงกำลังประสบเหตุการณ์ไม่สงบมากมายอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเป็นไพ่ตายที่เอาไว้ใช้ปกป้องเขาในขณะนั้นรวมถึงเป็นไพ่สำคัญที่ช่วยเหลือบ้านสกุลตู้ได้ ดังนั้นตู้เซ่าฝู่ยังไม่อยากเปิดเผยความลับนี้
สุดท้ายหลังจากแต่ละบ้านสกุลออกจากร้านเป่าไหลและร้านเป่าไหลติดหนี้ตู้เซ่าฝู่ก้อนมหาศาล ร้านเป่าไหลจึงกลายเป็นร้านค้าที่บ้านสกุลตู้ควบคุมแทน
ในเมืองสือเฉิงร้านเป่าไหลเป็นร้านค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดนอกจากร้านค้าของสุดยอดห้าสกุลเลยทีเดียวมีมูลค่าไม่น้อยเลย