เสียงฝีเท้าของม้าที่หมอญาดาขี่กำลังวิ่งช้าๆเข้ามาที่ฟาร์ม
“ยู่วว!”ร่างบางก้าวลงจากม้าพนักงานประจำฟาร์มเดินมารับม้าจากเธอ หญิงสาวเดินตรงไปที่ฟาร์มม้าที่หมอตะวันอยู่ สายตาหวานสอดส่ายหาคนที่เธออยากพบ
“ไปไหนแล้วนะ... หรือว่าไปที่อื่นแล้ว...”
“สวัสดีครับคุณหมอญาดา”เสียงคนงานในฟาร์มม้าเอ่ยกับเธอเมื่อเห็นว่าเธอกำลังหาอะไรสักอย่าง
“อ้อ สวัสดีค่ะ”ใบหน้าหวานยิ้มให้กับคนงานในฟาร์ม
“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?”
“อ้อ ไม่มีค่ะ เอ่อ...คือว่าเห็นหมอตะวันไหมคะ?”
“อ้อ คุณหมอตะวันอยู่ตรงนั้นไงครับ” คนงานชี้ไปอีกทางหญิงสาวหันหน้ามองตามไปทันที ก็เห็นร่างสูงที่มองหากำลังนั่งทำอะไรบางอย่าง ถ้าไม่สังเกตก็คงมองไม่เห็น
“ขอบใจนะ”เธอยิ้มให้คนงานก่อนจะเดินไปยังที่ที่หมอหนุ่มอยู่
“ทำอะไรอยู่คะ?” หมอตะวันเงยหน้าขึ้น
“อ้าวคุณหมอญาดา ขี่ม้าเสร็จแล้วเหรอครับ?”
“ค่ะ”
“เอ่อ คือว่า คุณหมอ”ใบหน้าที่ซับสีแดงจากการตากแดดขี่ม้า ดูมีเหลือดฝาดกำลังก้มเข้าไปใกล้ชายหนุ่มตรงหน้า ตะวันเงยหน้าขึ้นมาทันทีใบหน้าขาวดวงตาตี๋ๆสบตากับเธอพอดี ใกล้เพียงลมหายใจ รอยยิ้มหวานที่สุดของหมอญาดาถูกส่งออกไปให้ชายหนุ่ม ดวงตาตี๋ของตะวันเบิกกว้างขึ้นด้วยความใพร้อมหันหน้าหนีอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“เอ่อ... หมอตะวันช่วยไปส่งญาดาหน่อยได้ไหมคะ?” เสียงหวานทีเอ่ยข้างๆแก้มชายหนุ่ม ตะวันหันหน้ามาหาเธออีกครั้ง
“เอ่อ เดี๋ยวผมให้.....”
“นะคะ”ญาดาออดอ้อนเสียงหวาน พร้อมกระพริบตาสวยๆให้เขาเธอทำหน้าให้น่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ญาดารอได้ค่ะ รอให้คุณหมอเสร็จธุระก่อนก็ได้ค่ะ วันนี้ญาดาไม่รีบ” หมอตะวันลอบถอนหายใจเบาๆ เมื่อรู้ว่าเขาไม่อาจปฏิเสธเธอได้
“งั้นคุณหมอรอผมสักครู่นะครับ”
“ค่ะ”เมื่อชายหนุ่มตอบรับ ญาดาก็ถอยหากออกมาให้เขาได้มีพื้นที่ในการทำงาน ร่างบางเดินไปนั่งรอ แต่สายตาหวานก็แอบมองหนุ่มตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งชายหนุ่มตรวจม้าเสร็จก็เดินไปล้างมือแล้วเดินมาหาเธอ
“ไปกันครับ”
“คุณหมอเสร็จแล้วเหรอคะ?”
“ครับ”คำตอบสั้นที่ตอบเธอ ความจริงเธอค่อนข้างจะชินเพราะตลอดเวลาที่เธอรู้จักเขา เขาก็มักจะเป็อย่างนี้ สุภาพ พูดน้อย ค่อนข้างรักษาระยะห่าง แต่ว่าเธอก็ไม่ยอมแพ้หรอก ใบหน้าหวานคิดในใจ ก่อนจะหันไปหาเขาเมื่อขึ้นนั่งบนรถเรียบร้อย
“แล้วคุณหมอจะไปไหนต่อหรือคะ?”
“ฟาร์มแพะครับ”ร่างบางตาโต เมื่อรู้จุดหมาย
“เอ่อ ไปด้วยได้ไหม?”หมอตะวันหันหน้าจากถนน กลับมามองเธอ หมอญาดาหลุบตาต่ำเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองถนน
“คุณหมอกำลังจะกลับไม่ใช่เหรอ?”คำถามที่ออกมาจากปากคนหน้านิ่ง ว่าแล้วเชียว เธอเดาคำตอบของเขาถูก เขาจะยอมให้เธอไปด้วยง่ายๆได้ยังไง
“ค่ะ แต่ว่าวันนี้ญาดาหยุด เมื่อรู้ว่าคุณหมอจะไปฟาร์มแพะ ญาดาก็อยากไปด้วย”ประโยคสุดท้ายเสียงเบามากกกก หมอตะวันหันหน้ามองเธออีกครั้ง ดวงตาสองคู่สบประสานกัน
“เอ่อ...คือว่าญาดาไม่ได้ไปนานแล้วค่ะ”
“ญาดาสัญญาว่าจะไม่รบกวนคุณหมอแน่นอนค่ะ”สามนิ้วชูขึ้นพร้อมกัน สายตาหวานมองคนตรงหน้า ลุ้นรอว่าเขาจะว่ายังไง เกิดมาเธอก็ไม่เคยหน้าด้านขนาดนี้มาก่อน แต่กับผู้ชายตรงหน้ามันทำให้เธอกล้าพอที่จะพูดออกไป หากเธอไม่พูด ทุกโอกาสระหว่างเธอกับเขาก็อย่าหวังว่ามันจะเกิดขึ้น ญาดาถอนหายใจแ่เบา เธอก้มลงมองมือตัวเอง เหมือนว่าเธอจะรู้คำตอบแล้ว ว่าจะต้องโดนปฏิเสธแน่ ตะวันหันหน้ากลับมามองหญิงสาวด้านข้างด้วยหัวใจที่อ่อนลง
“ก็ได้ครับ ถ้าคุณหมอไม่เบื่อ” คำตอบที่ได้ยินทำให้หมอสาวรีบหันหน้าไปหาเขาทันที
“ไม่เบื่อค่ะ”เธอส่งยิ้มหวานให้เขาอีกครั้ง
“ดีใจขนาดนั้นเลยหรือครับ”
“ค่ะ”เธอพยักหน้าตอบเขา หมอตะวันหันหน้ากลับไปมองถนนพร้อมรอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนใบหน้าเล็กน้อย
“เขายิ้ม”หมอญาดาพูดกับตัวเองในใจเมื่อเห็นว่าหมอหนุ่มยิ้ม นั่นมันทำให้เธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ หมอตะวันหันกลับมามองหญิงสาวข้างกายอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่ยิ้มและมองเขาไม่เลิก จนใบหน้าหวานหุบยิ้มทันทีพร้อมรีบหันหน้าออกมองหน้าต่าง
…..
เสียงคุยกันที่ดังมาจากข้างหลังทำให้เหมือนฝันเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่กำลังอ่าน
“มาพร้อมกันเชียว”
“อืมเสร็จพร้อมกันพอดี”น้อยหน่าเอ่ย
“เอาไง ไปกินข้าวก่อนหรือไปส่งเอกสารก่อน”เหมือนฝันถามความเห็นเพื่อน
“กินข้าว”คำตอบจากเพื่อนทั้งสาม ทำทุกคนต่างหัวเราะพร้อมกัน
“ตอนบ่ายมีสอบอีกนะ รีบไปเถอะ” น้อยหน่าเสริมอีกครั้ง
“อื้มมไปกัน” สี่เพื่อนสนิทเดินไปที่โรงอาหารของคณะ ที่ตอนนี้มีคนไม่มากนัก ต่างคนต่างเดินไปสั่งอาหาร
หลังจากกินข้าวเสร็จทั้งสี่คนก็เดินไปส่งเอกสารตอบกลับเื่ฝึกงานกับอาจารย์ที่ปรึกษา
“สวัสดีครับ/ค่ะ”ทั้งหมดเดินเข้าไปหาอาจารย์ประจำรายวิชาฝึกงาน เหมือนฝันยื่นเอกสารให้อาจารย์ อาจารย์รับมาเปิดดู
“เร็วมากกกก”อาจารย์อ่านหนังสือตอบรับพร้อมตอบลูกศิษย์ที่ยืนรอยู่ ทำเอาทั้งหมดยิ้มให้กัน
“อือที่นี่ดีนะรุ่นพี่พวกเธอก็ไปเมื่อปีที่แล้ว”
“สอบเป็ไงบ้างละ?”
“ยากกกกมากกครับอาจารย์”นาวาเอ่ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสียงหัวเราะของเพื่อนๆดังตามมา
“สู้ๆ!”
“งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะอาจารย์”
“อือ ไปเถอะ”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ”ทั้งหมดกล่าวขอบคุณอาจารย์ก่อนจะเดินออกจากห้อง
“สอบชั้นไหนนะ”ฉลามเอ่ย
“ชั้นห้า”นิ้วเรียวสวยของฉลามที่สวยกว่าผู้หญิงหลายๆคนกดเลขชั้นเมื่อก้าวเข้าไปในลิฟท์
“นี่ฉลาม...ทำไมมือนายสวยขนาดนี้อ่ะ”น้อยหน่าอดไม่ได้ที่จะถามเพื่อนเพราะอิจฉา มันเป็ไปไม่ได้ที่จะสวยกว่ามือเธอ แต่มันก็เป็ไปแล้ว
“เธอถามมันกี่รอบแล้ว คำตอบก็เหมือนเดิม” เป็นาวาที่เอ่ยตอบแทนฉลาม ฉลามแอบหันไปมองเหมือนฝันเล็กน้อยเมื่อเพื่อนอีกสองคนคุยกัน
“นอกจากจะนิ้วสวยแล้วคนก็หล่อนะ”นิ้วสวยชี้มาที่หน้าตัวเอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า เพื่อนๆต่างขำ
“ใช่ไหมเหมือน?”คำถามนั้นฉลามตั้งใจจะถามเหมือนฝัน เหมือนฝันหันมายิ้มให้เพื่อน
“จร้า หล่อออมากกกกก”เสียงลากยาวทำเอาฉลามอมยิ้มอย่างพอใจที่เห็นเธอชมเขาแบบไม่เต็มใจนัก
“หล่อทำไมไม่มีแฟนสักทีละ ฉันไม่เห็นว่านายจะมองใครเลย”น้อยหน่าแซว ฉลามก็มองมาทางเหมือนฝัน เหมือนฝันหันไปมองฉลามรอว่าเพื่อนจะตอบว่าอะไร แต่กลายเป็ว่าเธอถูกเขาจ้องอยู่ก่อนแล้ว นั่นทำให้เธอต้องก้มลงดูมือถือ เธอหลบสายตาเพื่อน ความจริงเธอก็พอจะจับสังเกตุเพื่อนมาั้แ่ปีสามแล้วที่ท่าทีของฉลามที่มองเธอต่างออกไป แต่ว่าเธอไม่เคยคิดอะไรกับเขามากเกินกว่าเพื่อนจริงๆ และนับวันเหมือนว่าเพื่อนเธอจะยิ่งแสดงออกมายิ่งขึ้น
.....
“ไอ้หมอฉันจะไม่อยู่สองสามวันนะ มีธุระต้องลงกรุงเทพ” ฐานทัพเอ่ยกับหมอตะวันขณะนั่งทานข้าวเที่ยงที่ครัวกลางของฟาร์ม หมอตะวันเงยหน้ามองเพื่อน ก่อนจะพยักหน้ารับทราบ
“ฝากฟาร์มด้วย” หมอตะวันพยักหน้าอีกครั้ง
“นี่แกจะหวงคำพูดไปไหนว๊ะ?”
“จะให้ถามว่าอะไร ไปไหนเหรอ? ผมไม่ใช่แฟนคุณสักหน่อยนี่ครับ ที่จะต้องถามลายระเอียด อีกอย่างเื่ฟาร์มมันก็เป็หน้าที่ของผมอยู่แล้วไหมครับ ผมแค่รับทราบก็พอว่าเ้านายไม่อยู่”
“เออ ฉันละยอมแกจริงๆ เมื่อไหร่จะมีคนทำให้แกพูดได้เยอะขึ้นนะ หวงจริงๆไอ้คำพูดนิ พ่อดอกพิกุล”
“คุณฐานละครับเมื่อไหร่จะมีแฟน บอกแต่ผมเถอะ ลงไปกรุงเทพครั้งนี้อาจจะเจอก็ได้นะ...”
“เฮ้ย! เื่ที่ไม่ควรพูดดันพูด” ฮ่า ฮ่า ฮ่า สองหนุ่มต่างหัวเราะให้กัน
“แล้วนายจะไปวันไหนล่ะ?”
“พรุ่งนี้”หมอหนุ่มพยักหน้ารับทราบ
“ไม่ต้องห่วงเื่ฟาร์มหรอกผมจะดูแลเด็กๆของคุณฐานเป็อย่างดี” ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสียงหัวเราะของทั้งสองเมื่อต้องแลกฝีปากกัน ต่างก็ไม่มีใครยอมใคร
.....
ตลอดสองสัปดาห์เป็่สอบที่กดดัน และวันนี้เป็วันสอบวันสุดท้าย
“โอ้ยยย! วันสุดท้ายแล้วววว เฮ้อ...” เสียงโอดครวญของน้อยหน่าดังขึ้น เหมือนฝันเดินมาตบไหล่เพื่อนเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ
“เหมือนฉันละอิจฉาเธอจริงๆเลย นิ่งสุดๆ”
“ใครบอกเธอล่ะ ฉันก็ไม่ต่างกันหรอกน่า เพียงแต่ไม่ได้บ่นเท่านั้นเอง”เหมือนฝันหัวเราะเสียงดังเมื่อแหย่เพื่อนได้
“จ๊ะ เพื่อนบ่นจ๊ะ”
“เราไปฉลองสอบเสร็จกันไหม? เหน็ดเหนื่อยมาสองสัปดาห์แล้ว ไปผ่อนคลายกัน” นาวาเอ่ยชวนเพื่อน
“อืม”ฉลามพยักหน้าเห็นด้วย
“ก็ดีนะ ไปนะเหมือน”น้อยหน่าหันหน้ามาชวนเธอ
“ไปสิ” เหมือนฝันตอบตกลงเพื่อนๆเธอมักจะไม่ค่อยปฏิเสธเพื่อนหากว่าเพื่อนๆตัดสินใจเพราะส่วนมากแล้วเธอจะเป็ส่วนน้อยซะมากกว่า แต่ว่าก็ไม่ใช่ว่าเธอจะกินไม่ได้ เพียงแต่ว่าเธอไม่ค่อยจะไปบ่อยๆเท่านั้นเองนอกจากว่าโอกาสสำคัญๆที่เพื่อนๆของเธอต่างไปกันซึ่งเธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้
“ร้านไหนดี?”น้อยหน่าเอ่ยถาม
“แหม!! ทีอย่างนี้ละไวจริงๆเลยนะแม่คุณ” เหมือนฝันเอ่ยแซวเพื่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“ก็คนมันอีใจอ่ะ จะสอบเสร็จสักที แถมเทอมสุดท้ายแล้ว ก็เกือบจะจบแล้วป่ะ? ขอหน่อยน่านะ”น้อยหน่าเอาแขนสอดเข้ามาที่แขนของเหมือนฝันอย่างออดอ้อน
“จร้าา แล้วแต่เพื่อนฉันเลยยย”เสียงลากยาวของเหมือนฝันทำให้น้อยหน่ายิ้มอย่างพอใจ
“ให้ฉลามเลือกดีกว่า นายไปบ่อย”น้อยหน่าโยนมาให้ฉลาม ทำเอาคนที่นิ่งๆฟังสาวสาวพูดกันต้องหันมาร้อนตัวเมื่อเ้าเพื่อนตัวดีดันบอกว่าเขาไปบ่อย ร่างสูงหันมามองเหมือนฝัน
“เปล่าสักหน่อย ใครบอกเธอกันว่าฉันไปบ่อย เธอมั่วแล้ว”
“นายนั่นแหละ ฉันรู้นะ เพื่อนฉันบอกว่าเห็นนายอยู่บ่อยๆ”เอาแล้วไงฉลามหน้าเหลอหล่าพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
“เข้าห้องสอบกันเถอะ” เหมือนฝันหยุดการพูดคุยของเพื่อพร้อมเตรียมตัวเดินเข้าห้องสอบ
“เหมือน”เหมือนฝันหันกลับมามองฉลาม เธอเลิกคิ้วเป็คำถามว่าเรียกเธอมีอะไรหรือเปล่า
“โชคดีนะ”
“โชคดีเหมือนกัน”