กลับสู่ยุค 70 ฉันจะเป็นภรรยาแสนดีของคุณสามีที่รัก (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 29 รอดวิกฤติอีกครั้งแล้ว

            “พี่ชาย! เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ ทำไมทุกคนวิ่งไปทางท้ายหมู่บ้านกันหมดเลยล่ะ” จูเสี่ยวลี่ถามตะโกนถามออกไปอย่างใจไม่ดี คงไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับพี่สะใภ้หูกระมัง หากเป็นอย่างนั้นเธอจะให้อภัยตัวเองได้อย่างไร

            “เกิดเรื่องขึ้นกับแม่ม่ายหูแล้วน่ะสิ แต่ฉันก็ยังไม่เห็นกับตาหรอกนะว่ามันเป็นยังไงกันแน่ ได้ยินแต่คนเขาพูดกันว่าแม่ม่ายหูไม่น่ารอดแล้ว” ผู้ชายคนนั้นพูดจบก็รีบวิ่งไปที่ท้ายหมู่บ้านตามคนอื่น

            “อาหย่วน...พี่สะใภ้หูคงไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ ฉันไม่ได้ทำร้ายเธอใช่ไหม” จูเสี่ยวลี่พูดเสียงสั่น

            “คุณใจเย็นก่อน บางทีอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้” ซ่งหย่วนคว้ามือภรรยามาบีบไว้อย่างให้กำลังใจ “คุณจะไปดูที่บ้านพี่สะใภ้กับผมไหม หรือจะกลับไปรอฟังข่าวที่บ้าน”

            จูเสี่ยวลี่กัดฟัน “ฉันจะไปกับคุณด้วย”

            “คุณแน่ใจนะ” ซ่งหย่วนมองภรรยาอย่างเห็นใจ

            “ฉันจะไปกับคุณด้วย” จูเสี่ยวลี่พูดย้ำ

            “ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปดูด้วยกัน” ซ่งหย่วนปั่นจักรยานไปที่ท้ายหมู่บ้านด้วยความเร็ว

     

            ที่หน้าบ้านของแม่ม่ายหู

            ‘หูจื่อ’ ลูกชายวัยสามขวบของแม่ม่ายหูเขย่าร่างมารดาแล้วร้องไห้ “แม่ครับ แม่อย่าหลับนะ คุณตาคุณยายที่อยู่แถวนี้บอกว่าถ้าแม่หลับแม่จะไม่ตื่นมาเล่นกับผมอีก ผมสัญญาว่าต่อไปผมจะไม่หิวบ่อยและผมจะไม่ดื้อกับแม่ แต่แม่ห้ามหลับนะครับ”

            หูจื่อเป็นเด็กที่มีการสื่อสารที่ดีมาก และเขายังเป็นเด็กรู้ความมากคนหนึ่ง เมื่อทุกคนเห็นแม่ม่ายหูที่นอนหายใจรวยรินแล้วยังมีเด็กชายตัวน้อยคอยร้องเรียกอยู่ไม่ห่าง ทุกคนก็เกิดความสงสารจนร้องไห้ออกมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีใครกล้าเข้าไปดูอาการ แต่ต่อให้มีหมอฝีมือดีมาอยู่ตรงนี้ แม่ม่ายหูก็คงไม่มีโอกาสรอด ก็ดูมีดยาวที่เสียบอยู่ที่ท้องของเธอนั่นอย่างไร มีดเสียบลึกไปมากขนาดนั้น ทั้งเลือดยังไหลออกมาไม่หยุด โอกาสรอดชีวิตแทบจะไม่มี

            “หลบไปก่อน” หมอชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งมาดูอาการแม่ม่ายหู

            แต่เมื่อเขาเห็นสภาพของแม่ม่ายหูก็เอาแต่ส่ายหน้า “ช่วยไม่ได้แล้ว”

            ซ่งหย่วนกับจูเสี่ยวลี่มาถึงที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขาเห็นสภาพของแม่ม่ายหูก็ต้องตกใจ ทั้งคู่รีบวิ่งเข้าไปนั่งลงข้างแม่ม่ายหู

            “พี่สะใภ้ ทำใจดีๆ ไว้นะคะ ฉันจะกับอาหย่วนจะพาพี่เข้าเมืองไปหาหมอเดี๋ยวนี้” จูเสี่ยวลี่พูดไปก็ร้องไห้ไป

            “พี่สาว! พี่สาวช่วยแม่ผมด้วย ช่วยพาแม่ผมไปหาหมอทีนะครับ” หูจื่อจำพี่สาวคนสวยคนนี้ได้ เพราะช่วงหลังเธอเอาอาหารกับขนมมาให้เขากับแม่อยู่หลายครั้ง

            “อาหย่วน! ในหมู่บ้านเราไม่มีรถ คุณให้พี่สะใภ้นั่งเบาะหลังจักรยานแล้วผูกเธอกับตัวเพื่อพาเธอเข้าไปหาหมอในเมืองได้ไหมคะ” จูเสี่ยวลี่ถามสามี

            ซ่งหย่วนรีบหันไปถามหมอชาวบ้าน “ถ้าดึงมีดออกแล้วห้ามเลือดไว้ เรายังพอมีเวลาพาพี่สะใภ้ไปส่งโรงพยาบาลทันไหมครับ”

            “ทำอย่างนั้นไม่ได้ เราไม่ควรดึงมีดออกเพราะเราไม่รู้ว่ามีดโดนอวัยวะสำคัญส่วนไหนหรือเปล่า” หมอชาวบ้านบอก

            “แล้วเราจะช่วยเธอได้ยังไงครับหมอ”

            หมอชาวบ้านส่ายหน้า “น่าจะไม่มีทางแล้วล่ะ”

            แม่ม่ายหูใช้กำลังที่มีอยู่จับมือซ่งหย่วนกับจูเสี่ยวลี่ “ฉันฝากให้พวกเธอดูแลลูกชายฉันหน่อยได้ไหม”

            “พี่สะใภ้อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ หูจื่อต้องการแม่ ไม่มีใครดูแลเขาได้ดีเท่าพี่แล้วค่ะ” จูเสี่ยวลี่ร้องไห้อย่างหนัก “เป็นเพราะฉันใช่ไหมคะ ฉันขอโทษนะคะ”

            แม่ม่ายหูได้ยินคำพูดของจูเสี่ยวลี่ก็นึกขึ้นได้ว่าเธอยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จ เธอมองไปเห็นหัวหน้าหมู่บ้านกับหัวหน้าฝ่ายผลิตที่รีบวิ่งมาดูเหตุการณ์ “คุณลุงหัวหน้าหมู่บ้านคะ”

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้นสะใภ้หู ใครมันใจร้ายทำเธอได้ขนาดนี้” หัวหน้าหมู่บ้านถามเสียงเครียด

            “แม่ม่ายจางค่ะ แม่ม่ายจางเข้าใจผิดว่าฉันไปติดพันผู้ชายของหล่อน แต่ฉันไม่ได้ทำ คุณต้องจับหล่อนกับผู้ชายของหล่อนไปรับโทษข้อหาคบชู้ให้ได้นะคะ” แม่ม่ายหูพูดเสียงแผ่ว

            “แม่ม่ายจางเหรอ? หล่อนจะทำร้ายเธอไปทำไม”

            แม่ม่ายหูมองไปที่แม่ม่ายจางที่นั่งตัวสั่นอยู่ แม้ว่าแม่ม่ายจางจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอจะไปแย่งเสิ่นต้าไห่ แต่หากให้เธอเลือกที่จะจัดการกับผู้ชายเลวสักคน เสิ่นต้าไห่จะเทียบกับความเกลียดชังที่เธอมีต่ออาจารย์ไฉได้อย่างไร อีกทั้งหากเธอทำให้อาจารย์ไฉเลิกไปสร้างความวุ่นวายให้กับครอบครัวของจูเสี่ยวลี่ได้ ก็เท่ากับว่าเธอได้ตอบแทนบุญคุณคุณอาซ่งเฉียงได้แล้วไม่ใช่หรือ

            “แม่ม่ายจางกับอาจารย์ไฉคบชู้กัน และลูกสาวของหล่อนก็เป็นลูกนอกสมรสของอาจารย์ไฉ หล่อนคิดว่าฉันไปมีสัมพันธ์กับชู้ของหล่อน หล่อนก็เลยมาทำร้ายฉันค่ะ”

            สิ้นคำของแม่ม่ายหู ทุกคนต่างก็มองไปที่อาจารย์ไฉและครอบครัวของเขาเป็นตาเดียว จากนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้นไม่ขาดสาย เพราะไม่คิดว่าอาจารย์ไฉที่แสนสุภาพจะเป็นคนอย่างนี้

            แม่ไฉก็รีบหันไปมองสามีอย่างไม่อยากเชื่อเช่นกัน “คุณคะ ที่แม่ม่ายหูพูดมันหมายความว่ายังไง คุณ...คุณกับแม่ม่ายจางแอบไปเป็นชู้ลับหลังฉันเหรอ”

            “พ่อ! พ่อเป็นชู้กับแม่ม่ายจางเหรอ พ่อไม่รู้เหรอว่าเธอกับผม...” ไฉปาฉีรีบเอามือปิดปาก เขาจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเขากับแม่ม่ายจางก็เคยมีสัมพันธ์กันมาแล้วหลายครั้งเหมือนกัน

            อาจารย์ไฉก็ไม่คิดว่าแม่ม่ายหูจะพูดคำเหล่านี้ออกมา ถึงแม้เขาจะมีสัมพันธ์กับแม่ม่ายจางด้วยก็จริง แต่ลูกสาวของแม่ม่ายจางจะเป็นของเขาจริงหรือ เขาเคยถามแม่ม่ายจางมาหลายครั้งแต่แม่ม่ายจางก็ปฏิเสธ เขาจึงไม่คิดว่าลูกสาวของแม่ม่ายจางจะเป็นลูกสาวของเขา ส่วนเรื่องที่ว่าแม่ม่ายจางอาจโมโหเพราะคิดว่าแม่ม่ายหูจะครองตัวเขาไว้คนเดียวจนทำให้แม่ม่ายจางหึงหวงจนขาดสติ เรื่องนี้เขาก็ไม่แน่ใจ เพราะระยะนี้เขาก็ไม่ได้สนใจแม่ม่ายจางเหมือนเมื่อก่อนจริงๆ ยังไงแม่ม่ายหูก็เป็นเด็กสาวคราวลูก เขาก็ต้องให้ความสำคัญกับแม่ม่ายหูมากกว่าอยู่แล้ว เพียงแต่ให้คิดเท่าไหร่เขาก็คิดไม่ออกว่าอยู่ดีๆ ทำไมแม่ม่ายจางถึงเพิ่งมาระเบิดอารมณ์หึงในวันนี้

            “แม่ม่ายจาง! คุณบอกผมมาว่าตกลงคุณเป็นชู้กับใคร แล้วทำไมคุณถึงต้องมาหึงหวงและทำร้ายคนอื่นแบบนี้” หัวหน้าหมู่บ้านตะคอกถามแม่ม่ายจาง

            แม่ม่ายจางที่อยู่ในอาการตกใจไหนเลยจะฟังคำถามได้ชัดเจน เพียงแค่ได้ยินคำว่าชู้และคนที่ยืนอยู่ใกล้เธอที่สุดเป็นอาจารย์ไฉ เธอก็ชี้นิ้วไปที่เขาอย่างไม่ลังเล “เป็นเขา....”

            อาจารย์ไฉเหงื่อโซมไปทั่วร่างก่อนจะปฏิเสธ “โกหก! พวกหล่อนโกหกทั้งนั้น ผมเป็นคนยังไงทุกคนในหมู่บ้านต่างก็รู้กันดี ผมไม่มีทางทำเรื่องผิดศีลธรรมอย่างนั้นแน่นอน หากพวกคุณไม่เชื่อก็หาหลักฐานมาพิสูจน์ได้”

            “หลักฐานอยู่ในกระเป๋าเสื้อของแม่ม่ายจาง” แม่ม่ายหูบอก เธอจำได้ว่าแม่ม่ายจางเคยเอารูปถ่ายของตัวเองกับอาจารย์ไฉที่แอบไปถ่ายคู่กันพกติดตัวไว้ตลอดเวลา

            ผู้หญิงมีอายุที่ยืนอยู่บริเวณนั้นรีบเข้าไปค้นกระเป๋าเสื้อของแม่ม่ายจางแล้วหยิบกระเป๋าใส่เงินใบเล็กออกมาเปิดดู ก่อนที่เธอจะเอารูปถ่ายไปให้หัวหน้าหมู่บ้านและหัวหน้าฝ่ายผลิตดู “เป็นรูปถ่ายของแม่ม่ายจางกับอาจารย์ไฉจริงๆ ด้วย พวกเขาไปถ่ายรูปกันที่ร้านถ่ายรูปในเมือง เหมือนพวกเขากำลังถ่ายรูปแต่งงานไม่มีผิด”

            ยังไม่ทันที่หัวหน้าหมู่บ้านจะรับรูปถ่ายไปดู แม่ไฉก็มาคว้ามันไปดูเสียก่อน จากนั้นเธอก็ทิ้งตัวลงนั่งร้องไห้ “คุณทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง คุณนอกใจฉันไม่พอแต่คุณยังพานังม่ายคนนี้เข้าไปถ่ายรูปในเมืองอีก คุณหมดเงินไปกับมันเท่าไหร่ แต่กับฉันคุณกลับบอกให้ฉันใช้จ่ายอย่างประหยัด ไฉปาฉุย! คุณทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง”

            “หยุดโวยวายได้แล้ว! มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด” อาจารย์ไฉบอกภรรยาก่อนจะหันไปอธิบายกับหัวหน้าหมู่บ้าน “มันเป็นแค่ความเข้าใจผิด รูปถ่ายใบนั้นไม่มีอะไรเลย ก็แค่หล่อนอยากมีรูปถ่ายติดตัวไว้สักใบเท่านั้น หัวหน้าหมู่บ้าน...คุณก็รู้ว่าแม่ม่ายตัวคนเดียวมีชีวิตที่ลำบากขนาดไหน รูปถ่ายของผมก็แค่ช่วยป้องกันหล่อนจากผู้ชายคนอื่น ผมทำไปเพราะอยากช่วยหล่อนเท่านั้น”

            ระหว่างที่อาจารย์ไฉปฏิเสธจูเสี่ยวลี่ก็ตะโกนขึ้น “พี่สะใภ้!”

            หมอชาวบ้านเอามือไปอังที่จมูกก่อนจับชีพจร “แม่ม่ายหูเสียชีวิตแล้ว เราช่วยหล่อนไม่ได้แล้ว พวกคุณทำใจเสียเถอะ”

            “แม่! ไหนแม่บอกว่าถ้าผมเป็นเด็กดีแล้วแม่จะไม่หลับไง แม่ตื่นขึ้นมาสิ” หูจื่อร้องไห้เสียงดัง

            หัวหน้าหมู่บ้านลุกขึ้นยืนก่อนจะบอกชาวบ้าน “แม่ม่ายหูตัดขาดกับญาติหมดแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราช่วยกันทำพิธีศพอย่างง่ายให้เธอกันเถอะ ส่วนแม่ม่ายจางกับอาจารย์ไฉคงต้องรบกวนหัวหน้าฝ่ายผลิตพาพวกเขาไปส่งที่สถานีตำรวจด้วยนะครับ”

            หัวหน้าฝ่ายผลิตพยักหน้าก่อนจะเรียกชาวบ้านอีกสองสามคนให้พาตัวแม่ม่ายจางกับอาจารย์ไฉไปส่งที่สถานีตำรวจ

            ส่วนเสิ่นต้าไห่ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบนอกก็ผ่อนคลายลงได้เล็กน้อย แม้จะยังไม่วางใจได้มากนักแต่ยังดีที่แม่ม่ายหูไม่ได้พูดพาดพิงถึงเขา เพราะเหตุการณ์วันนี้มันเกิดขึ้นเพราะเขาเช่นกัน

            หลังจากเหตุการณ์ที่ไฉปาเม่ยแท้ง เสิ่นต้าไห่ก็ทำตัวเป็นสามีที่ดีของไฉปาเม่ยอยู่สักพัก แต่เสิ่นต้าไห่จะเลิกนิสัยเจ้าชู้ของตัวเองได้อย่างไรกัน เมื่อเห็นว่าไฉปาเม่ยวางใจให้เขาอยู่บ้านได้คนเดียว เมื่อเธอออกไปทำงานในทุ่งนา เขาก็แอบนัดแนะกับหญิงสาวหมู่บ้านข้างๆ มาแสดงความรักกันที่บ้าน ไม่คิดว่าวันนี้แม่ม่ายจางก็จะแอบย่องมาหาเขาด้วยความคิดถึงเหมือนกัน

            โชคดีของหญิงสาวหมู่บ้านข้างๆ ที่หลบออกจากบ้านของเสิ่นต้าไห่ไปได้ก่อน แต่เป็นโชคร้ายของแม่ม่ายหูที่เดินผ่านหน้าบ้านของเสิ่นต้าไห่มาพอดี แม่ม่ายจางที่ทนคิดถึงเสิ่นต้าไห่มาหลายวันจึงเข้าใจผิดคิดว่าที่เสิ่นต้าไห่ไม่เรียกหาเธอคงเพราะติดใจกับแม่ม่ายหูไปอีกคน ก็เหมือนกับอาจารย์ไฉที่ไม่ค่อยเรียกหาเธอก็เพราะติดใจกับแม่ม่ายหูเหมือนกัน

            อีกทั้งยังมีข่าวลือไม่ดีเกี่ยวกับลูกสาวว่าลูกสาวของเธอเป็นเด็กที่เกิดมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ โดยที่ไม่รู้เลยว่าใครเป็นต้นตอของข่าวลือ แม่ม่ายจางจึงเอาความอิจฉาและความโกรธทั้งหมดไปลงที่แม่ม่ายหู เป็นจังหวะเดียวกับวันนี้ที่แม่ม่ายหูใส่เสื้อตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมา ด้วยใบหน้าที่อ่อนเยาว์และแม่ม่ายหูยังดูสวยกว่าตนเองมาก แม่ม่ายจางวิ่งกลับบ้านไปเอามีดปลายแหลมตั้งใจจะมาขู่ทำร้ายแม่ม่ายหู แต่ใครจะคิดว่าแม่ม่ายจางจะสะดุดขาตัวเองล้มแล้วมีดเล่มนั้นก็เสียบเข้าไปที่ท้องของแม่ม่ายหูโดยที่แม่ม่ายหูไม่มีโอกาสหลบได้ทัน ด้วยความตกใจกลัวแม่ม่ายจางจึงนั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่พูดไม่จา

            เสิ่นต้าไห่กลัวว่าเรื่องราวความหึงหวงของแม่ม่ายทั้งสองคนจะโยงมาถึงเขา เขาแสร้งเป็นคนเข้ามาเห็นเหตุการณ์ก่อนจะวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านแล้วตะโกนบอกทุกคนเรื่องที่แม่ม่ายจางทำร้ายแม่ม่ายหู จากนั้นชาวบ้านก็วิ่งมาดูแล้วเกิดเหตุการณ์เปิดโปงชู้ขึ้น

     

            สองชั่วโมงให้หลังรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึงหมู่บ้านเตี้ยนสุ่ย เมื่อตำรวจเริ่มสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งก็มีไม่มากนัก ยังมีคำสารภาพของแม่ม่ายจางถึงสาเหตุที่ทำร้ายแม่ม่ายหู รวมถึงคำสารภาพของอาจารย์ไฉที่ว่าตนเองคบชู้กับแม่ม่ายจางจริง

            แม่ม่ายจางถูกจับในข้อหาฆ่าคนตาย โทษคือการประหารชีวิต ส่วนอาจารย์ไฉสืบไม่พบประเด็นอื่น เขาจึงถูกตั้งข้อหาคบชู้ โดยโทษที่ได้รับคือการแห่ประจานไปตามถนนและถูกส่งตัวไปใช้แรงงานในค่ายแรงงานเป็นเวลาสามเดือน

            ส่วนเสิ่นต้าไห่เมื่อได้รู้คำตัดสินก็รู้สึกโล่งใจที่เรื่องนี้สาวมาไม่ถึงตัวเอง ทำให้ครั้งนี้เขารอดวิกฤตมาได้อีกครั้งหนึ่งแล้ว

    คล้ายกับเรื่องกลับสู่ยุค 70 ฉันจะเป็นภรรยาแสนดีของคุณสามีที่รัก (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน