ใบดาบอันคมกริบกำลังจ่ออยู่ที่บริเวณคอของเวล นั่นทำให้เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากวางปืนที่ถืออยู่ลง พร้อมทั้งยกมือทั้งสองข้างขึ้นอย่างช้า ๆ เมื่อนิค เดฟ และเจมส์เห็นดังนั้น พวกเขาก็ทำตามอย่างไม่รีรอเพื่อความปลอดภัยของชีวิต
“ พวกแกเป็นใคร! เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่!” เสียงของชายปริศนาที่อยู่ด้านหลังกล่าว
“ ใจเย็นก่อนนะครั… ”
“ ฉันถามว่าพวกแกเป็นใคร!! ”
เมื่อสิ้นเสียงดังกล่าว ก่อนที่คลาร์กหัวหน้าหมู่บ้านจะพูดขึ้น
“ หยุดเดี๋ยวนี้นะเควิน! เก็บดาบนั่นไปซะ! ” ชายแก่ค่อย ๆ ลุกขึ้นพร้อมตวาดเสียงดัง
“ พ..พ่อ!? พวกนายเก็บดาบเดี๋ยวนี้! ”
กลุ่มคนที่มาพร้อมกับชายคนดังกล่าวที่ชื่อว่าเควินได้เก็บดาบเข้าฝักตามคำสั่ง ทำให้พวกเวลสับสนกับสถานการณ์ตรงหน้าเล็กน้อย และพวกเขาก็ค่อย ๆ นำมือลง
“ ฉันขอโทษที่เสียมารยาทกับพวกท่านจริง ๆ นะ นี่ลูกชายฉันชื่อเควินเป็นหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างเล็ก ๆ ที่ดูแลหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ได้โปรดอย่าเอาความจากเขาเลย ”
“ ไม่เป็นไรครับ มันก็แค่ความเข้าใจผิด และอีกอย่างก็ไม่มีใครเป็นอะไรด้วย ”
“ นี่เควินลูกรู้ไหมว่าชายคนนี้เป็นใคร เขาเป็นคนที่ช่วยหมู่บ้านนี้เอาไว้นะ! รีบขอโทษพวกเขาเดี๋ยวนี้ ” คลาร์กหันไปดุลูกชายของตน
“ เอ๊ะ!? เอ่ออ.. ขอโทษจริง ๆ นะครับ ผมคิดว่าพวกคุณเป็นพวกโจรมาปล้น หรืออะไรพวกนี้สะอีก ผมเข้ามาก็เห็นทุกคนกำลังก้มหน้าให้คุณ ผมก็คิดว่าคุณกำลังทำอะไรไม่ดีก็เลย- ”
“ เอาหน่า ๆ ผมบอกแล้วมันก็แค่ความเข้าใจผิด ไม่เป็นไรหรอก แต่คราวหน้าช่วยถามกันก่อน อย่าเอาของมีคมมาจ่อคอกันแบบนี้ มันน่ากลัว ฮ่า ๆ ” เวลพูดพร้อมเอามือไปจับบ่าของเควิน
“ ผมเข้าใจแล้วครับ ขอบคุณที่ให้อภัยในความโอหังและความโทสะของผมด้วย ว่าแต่พวกคุณเป็นใคร กิลด์นักผจญภัยส่งพวกคุณมาหรอ? แต่การแต่งตัวพวกคุณดูไม่ใช่คนแถวนี้นะ ”
“ พวกผมไม่ใช่นักผจญภัยหรอก พวกผมแค่ผ่านมาแถวนี้พอดี และเห็นว่าหมู่บ้านนี้กำลังโดนบุกโดยพวกตัวเขียวหรือก็อบลินตามที่พวกคุณเรียกกัน พวกเราก็คิดว่าชาวบ้านน่าจะอยู่ในอันตรายก็เลยช่วยไว้ ”
“ ไม่ว่าเรื่องจะเป็นยังไง พวกคุณก็ช่วยชีวิตคนในหมู่บ้านนี้เอาไว้ พวกผมต้องขออภัยที่เสียมารยาทอีกครั้ง และขอบคุณที่ช่วยหมู่บ้านแห่งนี้ไว้ครับ ”
เมื่อเรื่องทุกอย่างดูคลี่คลายลง ทหารรับจ้างคนหนึ่งของเควินก็รีบเข้ามาตรวจสอบและรักษาหญิงที่บาดเจ็บโดยใช้เวทมนตร์รักษา โดยที่เขานำฝ่ามือมาทาบบริเวณแผลที่ขาของหญิงดังกล่าว เขากล่าวพึมพำบางอย่างและแสงสว่างสีเขียวอ่อนก็ปรากฏออกมาจากฝ่ามือ ก่อนที่แผลบริเวณนั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างรวดเร็วจนหญิงคนนั้นสามารถกลับมาเดินได้ตามปกติ เวลที่กำลังยืนดูอยู่เขาก็รู้สึกทึ่งอยู่ไม่น้อยกับสิ่งที่ตนนั้นได้เห็นอยู่ตรงหน้า
หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำการช่วยกันเก็บศพที่เหลือจนเวลาล่วงเลยไปถึงตอนค่ำ ชาวบ้านรวมตัวกันทำพิธีศพให้แก่ชาวบ้านผู้ล่วงลับ และทำการเผาศพเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้่อ กองไฟได้ถูกจุดขึ้นก่อนที่ไฟจะค่อย ๆ ลามเผาศพที่ถูกผ้าห่อเอาไว้อย่างช้า ๆ ในเวลานี้มีแต่เสียงของชาวบ้านที่ร้องไห้เสียใจต่อการจากไปของผู้อันเป็นที่รักพร้อมกับเสียงเพลงที่บรรเลงออกจากเครื่องดนตรีอย่างช้า ๆ ด้วยทำนองที่เศร้าโศก โดยที่เวลนั้นยืนพิงกำแพงดูพิธีศพอยู่ตรงบริเวณบ้านใกล้เคียง ก่อนที่คลาร์กจะเดินมาหาเวล
พวกเขาได้ใช้เวลาในการพูดคุยกัน เพื่อปรับความเข้าใจกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ระหว่างการสนทนาเวลก็ได้เข้าใจสถานการณ์ต่าง ๆ มากขึ้น โดยตัวของเวลในตอนนี้เขากำลังอยู่ในหมู่บ้านที่มีชื่อว่า ‘ หมู่บ้านโคลว์ ’ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ภายในอาณาจักรที่มีชื่อว่า ‘ อาณาจักรอาเทอร์มิธ ’ บนทวีป ‘ แอนตาเซียร์ ’ และโลกใบนี้ก็มีชื่อเรียกว่า ‘ โนอาห์ ’
“ ว่าแต่ท่านเวล ท่านมาจากที่ใดงั้นรึ? ทำไมท่านถึงไม่รู้เรื่องเหล่านี้ ”
“ ผมหรอ.. เอาเป็นว่าผมไม่ใช่คนแถวนี้ ผมมาจากที่ที่ไกลมากน่ะครับ ”
เวลเลือกที่จะตอบแบบนั้นไป เป็นเพราะเขาไม่รู้จะอธิบายยังไงบวกกับถ้าเขาเล่าความจริงออกไปอาจจะฟังดูเป็นเรื่องเหลวไหล เขาจึงเลือกที่จะพูดแบบอ้อม ๆ
“ ฉันเข้าใจแล้ว ท่านอาจมีเหตุผลที่ไม่อยากจะบอก ไม่ว่าถ้าจะมาจากอาณาจักรไหน ทวีปไหน หรือที่ใดก็ตาม นั่นก็ไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือท่านได้ช่วยหมู่บ้านแห่งนี้เอาไว้ ”
ในขณะที่พิธีศพและเสียงเพลงอันแสนเศร้ายังคงดำเนินต่อ คลาร์กก็ได้ขอตัวเดินไปออกไปจากวงสนทนาก่อนที่เขาจะกลับมาพร้อมกับสิ่งที่ดูเหมือนผลไม้อะไรบางอย่างในมือ และเขาก็ยื่นมันให้แก่เวล
“ นี่อะไรหรอครับคุณคลาร์ก ”
“ ท่านรู้ไหม ทำไมหมู่บ้านแห่งนี้ถึงชื่อว่าโคลว์ ”
“ เอ่อ.. ไม่ทราบครับ ทำไมหรอครับ? ”
“ ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่าโคลว์ก็เพราะว่าหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ติดกับต้นโคลว์เยอะซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจหลักที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้มีรายได้ เรียกได้ว่าเป็นสมบัติของหมู่บ้านนี้เลยล่ะ ท่านลองชิมดูสิ เผื่อท่านอาจจะชอบ ”
“ กัดเข้าไปตรง ๆ แบบนี้เลยหรอครับ ”
“ ใช่แล้ว ”
ก่อนที่เวลจะนำผลไม้โคลว์เข้าปาก เขาก็สังเกตดูว่าผลนั้นรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร โดยผลโคลว์นั้นเป็นผลไม้ที่มีสีชมพู ลักษณะคล้ายกับลูกพีช เมื่อเวลกัดเข้าไป กร๊อบบ! ก็ทำให้เขาเห็นว่ามีเมล็ดสีแดงเข้มตรงแกนกลาง และรสชาติของมันนั้นคล้ายกับแอปเปิ้ลผสมส้มที่มีความเปรี้ยวและความหอมหวานอ่อน ๆ จากตัวผลโคลว์ ถึงรสชาติอาจจะแปลกใหม่สำหรับเวลแต่มันก็อร่อยอย่างลงตัว จนทำให้ถูกใจผลไม้นี้
“ ว้าว นี่มันอร่อยมากเลยครับคุณคลาร์ก ”
“ ใช่ไหมล่ะท่านเวล ถ้าท่านอยากทานอีกก็บอกได้เลยนะพวกเรายังมีอีกเยอะ พวกเราไม่มีอะไรมาตอบแทนท่านนอกจากจะทำได้แค่ให้ที่พัก อาหาร และผลไม้ชนิดนี้แก่ท่านเท่านั้น พวกเรารู้สึกละอายใจจริง ๆ ต้องขอโทษด้วยนะ ”
“ อย่าขอโทษบ่อยเลยคุณคลาร์ก คุณให้ผมแค่นี้มันก็มากเกินพอแล้ว และอีกอย่างคุณไม่ต้องกังวลไปหรอก อย่างที่ผมบอกมันเป็นหน้าที่ของพวกผมอยู่แล้ว เอาเป็นว่าถ้าผมต้องการอะไรเดี๋ยวผมจะมาขอเองนะคุณคลาร์ก ”
“ ท่านเวลช่างเป็นคนที่ดีจริง ๆ ”
“ อ่อจริงสิคุณคลาร์กไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วผมมีเรื่องขอร้องอะไรบางอย่าง ”
“ ว่ามาเลยท่านเวล ฉันจะหามาให้เท่าที่ทำได้ ”
“ ที่นี่มีห้องอาบน้ำหรืออะไรแบบนี้ไหมครับ ”
“ โอ้วว เรื่องนั้นเองรึ มีแน่นอนท่านเวล ท่านสามารถเดินตรงไปตามทางถนนเล็ก ๆ นี่ และท่านจะพบกับบันไดหินเมื่อท่านเดินขึ้นไปท่านก็จะเจอกับบ่อน้ำพุธรรมชาติที่หมู่บ้านเราได้ทำการตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม เราจะมีแบ่งฝั่งชายและฝั่งหญิง ท่านอย่าไปผิดฝั่งล่ะ ฮ่า ๆ ”
“ ขอบคุณครับคุณคลาร์กผมไม่ไปผิดแน่นอน ” เวลตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ ฉันล้อเล่น ๆ มันเป็นบ่อน้ำรวมน่ะ เอาเป็นว่าหลังจากท่านอาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้ว ท่านสามารถหาบ้านเพื่อพักผ่อนได้เลยนะ เดี๋ยวฉันจะเตรียมไว้ให้ เออจริงสิ ทำไมไม่ชวนพวกของท่านที่มาด้วยกันอีก 3 คนไปด้วยล่ะ ”
เวลได้หันไปหาทั้งสามคนที่กำลังยืนพูดคุยสนทนากันอยู่ในบริเวณพิธี
“ พวกนาย มานี่หน่อยได้ไหม ”
“ ครับหัวหน้า ”
ทั้งสามคนเดินมาหาเวลและคลาร์กก่อนที่เวลจะแสดงอะไรบางอย่างให้คลาร์กดู และจู่ ๆ ทั้งสามคนนั้นก็หายไปในอากาศต่อหน้าต่อตาคลาร์ก
“ ห้ะ!? พวกเขาหายไปไหน เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ”
“ คือว่า.. ผมจะอธิบายยังไงดี… ผมสามารถเสกได้น่ะ ”
“ ว่าไงนะ!? ฉ..ฉันไม่เข้าใจ เสกนี่หมายถึงเสกพวกเวทมนตร์งั้นรึ? ”
“ เอาตรง ๆ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก ผมรู้แค่ว่าผมสามารถเสกได้ทั้งสิ่งของและก็สิ่งมีชีวิตได้ และผมก็สามารถทำให้สิ่งเหล่านั้นหายกลับไปได้เช่นกัน พวกนี่มันเรียกว่าเวทมนตร์อย่างนั้นหรอครับ ”
“ ฉันบอกตามตรงนะ ฉันไม่เคยได้ยินเวทมนตร์อะไรแบบนี้มาก่อน เคยได้ยินแต่เวทมิติที่ต้องเอามือยื่นเข้าออก แต่มันต่างจากอันนี้โดยสิ้นเชิง และนี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตฉันที่ได้เห็นอะไรแบบนี้ ฉันคิดว่ามันไม่น่าใช่เวทมนตร์หรืออาจจะใช่ ถ้าใช่มันคงเป็นเวทมนตร์โบราณหรือเวทมนตร์แขนงใหม่ที่ไม่เคยมีใครค้นพบ แต่นี่มันบ้ามากกับการที่ท่านสามารถเสกอะไรมาก็ได้ ราวกับว่าเป็นพลังของพระผู้เป็นเจ้ายังไงอย่างงั้น ”
“ อย่างนั้นเองหรอครับ.. ” เวลจ้องมองไปที่มือของตน
ก่อนที่ภาพจะตัดไปในขณะที่เวลกำลังนอนแช่บ่อน้ำอยู่ เขาได้ยินแต่เพียงเสียงคล้ายจิ้งหรีดเบา ๆ ในยามค่ำคืน เวลจ้องมองไปที่พระจันทร์ที่มีแสงสอดส่องลงมาสะท้อนกับผิวน้ำด้วยสีหน้าที่เหม่อลอย ลมที่พัดอ่อน ๆ กระทบกับต้นไม้ที่มีสีชมพูคล้ายต้นซากุระ ทำให้ใบไม้ร่วงหล่นลงมาตามสายลมที่โบยพัดและตกลงสู่ผิวน้ำในที่สุด ในขณะเดียวกันเวลก็ได้แต่ครุ่นคิดถึงเรื่องที่พูดคุยกับคุณคลาร์กเกี่ยวกับเรื่องโลกใบนี้และพลังของเขา
จู่ ๆ เวลก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างอยู่ในพื้นใต้น้ำ โดยสิ่งนั้นมันได้สะท้อนกับแสงของพระจันทร์อย่างพอดิบพอดี นั่นจึงทำให้เขารีบดำลงไปและขุดมันขึ้นมาด้วยมือเปล่า เมื่อล้างน้ำดูดี ๆ รูปร่างของมันก็ได้ปรากฏอย่างชัดเจน สิ่งที่อยู่ในมือเวลนั้นเป็นผลึกใสสี่เหลี่ยมสีชมพูที่ถูกเจียระไนมาอย่างพิถีพิถัน พร้อมกับตัวอักษรที่เวลไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่เขาก็สามารถอ่านมันได้ โดยรวมแล้วผลึกก้อนนี้มีลักษณะและสีที่ดูสวยงามเป็นอย่างมาก
“ นี่มันอะไรเนี่ยอัญมณีงั้นหรอ? เขียนว่าอะไร.. ‘ ความเมตตา ’ เหวออ!!? ”
เมื่อสิ้นคำพูด จู่ ๆ ผลึกสี่เหลี่ยมก้อนดังกล่าวก็เรืองแสงสีเหลืองอมชมพูออกมาทำให้เวลนั้นตกใจเป็นอย่างมากจนเผลอทำผลึกร่วงหล่นลงไปในน้ำ เวลเอื้อมมือไปเก็บมันขึ้นมาอีกครั้ง แสงที่ออกมาจากตัวผลึกนั้นคงที่อยู่ได้ไม่นานราว 30 วิ ก่อนที่แสงจะค่อย ๆ เลือนหายไปและกลายเป็นผลึกสีชมพูดั่งเดิม เวลได้แต่สงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปชั่วครู่ เวลที่คลายความสงสัยลงไม่ได้ สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะลุกขึ้นออกจากบ่อน้ำพุเพื่อไปถามคลาร์ก เผื่อว่าเขาจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับผลึกชิ้นนี้ เวลได้เสกเสื้อผ้าอย่างง่ายออกมา อย่างเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะเพื่อนำมาสวมใส่ ก่อนจะที่เขาจะเดินลงบันไดหินไปโดยไม่ลืมที่จะนำผลึกสีชมพูไปด้วย
“ เฮ้! คุณคลาร์ก ”
“ อ้าวว่าไงท่านเวล บ่อน้ำพุเราอาบสบายไหม ”
“ สบายมากเลยครับ แถมบรรยากาศยังสวยสุด ๆ อีก บ่อน้ำในฝันเลยครับ ”
“ ฮ่า ๆ ท่านชอบก็ดีแล้ว ชุดท่านดูแปลกตาดีนะ อ่อแล้วก็ฉันเตรียมบ้านพักไว้ให้ท่านแล้วนะ เผื่อท่านอยากจะนอนเลย ”
“ ขอบคุณมากครับคุณคลาร์ก ว่าแต่ผมมีเรื่องอยากจะถามอะไรหน่อย ”
“ ว่ามาได้เลยท่านเวล ”
“ อันนี้คืออะไรหรอครับ มันเหมือนเป็นก้อนผลึกสีชมพู แถมมีอักษรอยู่ตรงกลางด้วย ” เวลยื่นผลึกไปให้คลาร์กดู
“ อืมม ไหนฉันดูซิ.. โอ้สวยจริง ๆ แล้วมันเขียนว่าอะไรฉันอ่านไม่เห็นรู้เรื่องเลย ”
“ มันเขียนว่าความเมตตาครับ ตอนผมพูดจบมันเรืองแสงด้วย มันหมายความว่าอะไรครับคุณคลาร์กพอจะทราบไหม ”
“ ความเมตตา? แล้วท่านอ่านออกได้อย่างไง ฉันยังไม่เคยเห็นภาษาแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลยนะ ”
“ เดี๋ยวนะคุณคลาร์กพูดไปแล้วไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย คุณคลาร์กช่วยพูดความเมตตาใหม่อีกรอบได้ไหมครับ ”
คลาร์กได้แต่ทำหน้าตาสงสัยแต่ก็ทำตามเวลโดยที่ไม่ได้คิดอะไร
“ ความเมตตา ”
“ …………………….. ”
“ ไม่เห็นมีอะไรออกมาเลยท่านเวล? ”
“ เดี๋ยวผมขอลองเองอีกรอบ ”
คลาร์กได้ทำการยื่นผลึกคืนให้แก่เวล ก่อนที่เวลจากกล่าวขึ้น “ ความเมตตา ”
แสงสว่างสีเหลืองอมชมพูได้สว่างจ้าออกมาจากผลึกอีกครั้ง ก่อนที่มันจะค่อย ๆ หายไปดั่งเดิมเหมือนกับก่อนหน้านี้ นั่นทำให้คลาร์กแสดงสีหน้าตกใจอยู่ไม่น้อย
“ นี่ไงคุณคลาร์ก ผมบอกแล้วมันเรืองแสงด้วย ”
“ นี่มันอะไรท่านเวล ท่านไปเอามาจากที่ไหน ”
“ ผมเจออยู่ในใต้พื้นบ่อน้ำด้านบนน่ะครับผมก็เลยหยิบมันขึ้นมา ผลึกนี้มันคืออะไรครับ? ”
“ ฉันก็ไม่รู้ ฉันไม่เคยเห็นผลึกแบบนี้มาก่อนเลย อาจจะเป็นหินเวทมนตร์รึเปล่า? ”
“ หินเวทมนตร์หรอครับ? ”
“ แค่อาจจะนะ ฉันไม่เคยเห็นวิธีใช้งานและหน้าตาหินเวทมนตร์แบบนี้มาก่อนเลย มันหน้าตาดูเหมือนเครื่องประดับหรืออัญมณีอะไรสักอย่างมากกว่า แล้วทำไมท่านถึงอ่านภาษาที่เขียนไว้ออก และทำไมมันถึงเรืองแสงแค่กับท่าน ”
“ ผมก็ไม่รู้ ผมเลยลงมาถามคุณคลาร์กเผื่อคุณจะรู้อะไรกับผลึกก้อนนี้ ”
“ อืมม.. ฉันไม่รู้เรื่องของผลึกก้อนนี้หรอก แต่รู้แค่เรื่องของบ่อน้ำพุที่หมู่บ้านนี้ใช้กันหรือบ่อน้ำพุที่เจ้าไปอาบนั่นแหละ ท่านอยากรู้ไหมล่ะ ”
“ อยากรู้ครับ ”
“ เท่าที่ฉันรู้คือหมู่บ้านโคลว์ของเราตั้งอยู่ใกล้กับบ่อน้ำพุธรรมชาตินี้มาช้านาน ชาวบ้านก็ใช้ในการอาบน้ำกันมารุ่นสู่รุ่น บ่อน้ำพุนี้เลยกลายเป็นสมบัติอีกอย่างนึงของหมู่บ้านเพราะเนื่องจากใช้สืบต่อกันมาช้านาน พวกชาวบ้านเลยทำการตกแต่ง ซ่อมบำรุง และรักษาความสะอาดอยู่ตลอด แต่ถ้าเรื่องอายุของบ่อน้ำพุในหมู่บ้าน ฉันก็ไม่มั่นใจว่าบ่อนี้อยู่กับหมู่บ้านนี้มานานขนาดไหน อาจจะหลักร้อย หรืออาจจะหลักพันปีเลยก็ได้ แต่ที่แปลกค่ือรอบ ๆ บ่อน้ำนั้น ใบของต้นไม้กลับเป็นสีชมพู ในส่วนนี้ไม่มีใครรู้ อาจเคยมีคนในหมู่บ้านรุ่นก่อน ๆ เอาต้นไม้จากแหล่งอื่นมาปลูกเพื่อตกแต่งไว้ หรือไม่ก็อาจจะเป็นธรรมชาติของมัน ”
“ เป็นแบบนี้นี่เอง ผมว่าผมควรเอาผลึกกลับไปใส่ในน้ำเหมือนเดิมดีกว่า ”
“ ท่านเวลไม่ต้อง ๆ ท่านเก็บไว้เถอะ ถือว่าเป็นของขวัญจากฉันที่ท่านช่วยหมู่บ้านแห่งนี้ไว้ ”
“ มันจะไม่เป็นอะไรจริง ๆ หรอครับ อาจจะเป็นหินเวทมนตร์ที่ทำให้บ่อน้ำและต้นไม้รอบ ๆ แถวนั้นมีสีชมพูก็ได้นะครับ ”
“ หินเวทมนตร์มันไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก มันก็แค่ก้อนผลึกอันนึง แถมอีกอย่างมันมีปฏิกิริยาเรืองแสงแค่กับท่าน ไม่แน่มันจะเป็นของที่มีประโยชน์กับท่านในอนาคตก็ได้นะ ”
“ ถ้าคุณคลาร์กว่าอย่างนั้น ผมจะเก็บมันไว้อย่างดีเลย ”
เมื่อสิ้นบทสนทนาคลาร์กได้พาเวลไปยังบ้านพักที่จัดเตรียมไว้สำหรับการพักผ่อน จากตอนแรกที่ข้างนอกนั้นมีอากาศที่หนาวเย็นเล็กน้อย แต่กลับกันภายในห้องนั้นกลับมีอุณภูมิที่อุ่นพอดีเหมาะสำหรับการพักผ่อน เมื่อเวลถึงห้องพักเขาก็ได้ทำการเดินสำรวจเล็กน้อย โดยห้องนี้ทำจากไม้ ซึ่งมีการตกแต่งที่ดูเรียบง่ายและสวยงาม หน้าต่างมีผ้าม่านที่มีแสงจันทร์ลอดส่องลงมา เวลได้ล้มตัวลงบนที่นอนอันนุ่มสบาย ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ หลับตา และเข้าสู่นิทราเนื่องจากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน
.
.
.
.
.
จิ๊บๆ จิ๊บ จิ๊บๆๆ จิ๊บ จิ๊บๆ
เสียงของเหล่านกน้อยที่กำลังสนทนากัน พร้อมกับแสงอาทิตย์ยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างตกกระทบลงบนใบหน้าของเวล ทำให้เขาตื่นขึ้นมาและลุกขึ้นนั่งอย่างช้า ๆ
“ เช้าแล้วหรอเนี่ย นี่เราหลับไปตอนไหน… ”
เวลหันซ้ายหันขวาด้วยความงัวเงียก่อนที่จะมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นมา
“ ท่านเวล ท่านสนใจทานอาหารเช้าไหมคะ? ”
เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นผ่านหลังบานประตู
“ ได้เลยครับ เดี๋ยวผมลงไป ”
เมื่อพูดจบเวลได้ลุกขึ้นออกจากเตียง ก่อนจะทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยเขาได้เสกเสื้อผ้าอย่างเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงขายาวออกมาใส่ และเขาก็เปิดประตูห้องเพื่อเดินลงไป
เมื่อเวลเดินลงบันไดมา เขาก็พบกับอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดีบนโต๊ะไม้ที่มีผ้าปูสีขาวรองไว้ สีสันของอาหารดูแปลกตาแต่ก็ดูน่ากินเป็นอย่างมาก
“ นี่อะไรหรอกครับ? ”
“ ดิฉันเป็นแม่บ้านที่คอยดูแลรักษาความสะอาดส่วนรวมของหมู่บ้านแห่งนี้ และคุณคลาร์กเขาส่งฉันมาให้ดูแลคุณ พร้อมทั้งทำอาหารให้ค่ะ คือว่า.. ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันออกจากถ้ำแห่งนั้นเมื่อวาน ถ้าไม่ได้ท่านเวลป่านนี้ฉันคงตายไปแล้วค่ะ ขอบคุณจริง ๆ นะคะ ฉันจะดูแลท่านอย่างสุดความสามารถเลย ” เธอกล่าวพร้อมโค้งคำนับขอบคุณ
“ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ครับ ที่ผมไปช่วยเมื่อวานมันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว แค่พวกคุณให้ที่พักกับผม ผมก็ดีใจมากแล้ว คุณไปพักผ่อนเถอะ ”
“ ค่ะ! ”
แม่บ้านเดินออกไปพร้อมปิดประตูเบา ๆ เวลได้จ้องมองไปที่อาหารเช้าที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างสวยงาม เขาได้แสดงสีหน้ายิ้มอ่อน ๆ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ และทำการหยิบช้อนส้อมขึ้นมาเพื่อรับประทาน
.
.
.
หลังจากที่เวลรับประทานอาหารเสร็จ เขาก็เก็บจานและลุกออกไป เมื่อเขาเปิดประตูออกมาก็พบกับแสงแดดยามเช้าและทิวทัศน์อันสวยงามของหมู่บ้านแห่งนี้ บ้านหลังคาสีแดงที่สะท้อนกับแสงแดดทำให้สีดูสดและโดดเด่น ต้นหญ้าโบกสะบัดพร้อมกับสายลมที่พัดโชยมากระทบตัวอย่างเบา ๆ ชาวบ้านที่กำลังทำหน้าที่ของตนอย่างขยันขันแข็ง บางคนก็ทำการซ่อมบ้านที่ถูกทำลายจากการบุกรุกของพวกก็อบลินเมื่อวาน และเด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน แม้บางบ้านอาจไม่สมประกอบจากการถูกเผาหรือถูกทำลายในบางส่วน แต่ในภาพรวมนั้นหมู่บ้านแห่งนี้ก็ยังคงดูสวยงามในสายตาของเวล
เวลสังเกตเห็นหญิงคนหนึ่งถือตะกร้าสานที่เต็มไปด้วยผลไม้โคลว์ เพื่อขนนำไปใส่ในรถม้าที่เต็มไปด้วยถังที่บรรจุผลไม้โคลว์เอาไว้ และเขาก็สังเกตเห็นเควินกำลังทำการช่วยขนย้ายผลไม้ดังกล่าวอยู่ เมื่อเวลเห็นดังนั้นเขาจึงได้เดินเข้าไปทัก
“ เฮ้เควิน! ทำอะไรกันอยู่ ”
“ อ่าวสวัสดีตอนเช้าครับคุณเวล เดี๋ยวพวกผมจะเอาผลไม้นี้ไปขายในเมืองหลวงน่ะครับ ผมมาทำหน้าที่คุ้มกันรถม้า ”
“ เมืองหลวงอย่างนั้นหรอ? ”
“ อ่อจริงสิ คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าคุณเวลเป็นคนต่างแดนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับที่นี่มาก เมืองหลวงที่เรากำลังจะไปกันมีชื่อว่า ‘ เมืองหลวงอาเทอร์มิธ ’ คุณสนใจมาด้วยกันไหมล่ะ เดี๋ยวผมพาทัวร์เองครับ ”
“ อ่องั้นได้สิ ”
“ จริงสิคุณเวล การแต่งตัวของคุณผมว่ามันอาจจะดูแปลกตาเกินไปถ้าไปถึงเมืองหลวง ทหารยามอาจไม่ให้คุณเข้า ผมว่าคุณหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนดีกว่า คุณไปโรงทอผ้าที่อยู่ทางนู้น เพื่อขอเสื้อผ้าจากที่นั่นได้นะ ”
“ ได้เลย งั้นรอผมแปปนะ ”
เวลาผ่านไปไม่นานเวลได้เดินกลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าที่ดูเข้ากับคนในโลกนี้หน่อย โดยเสื้อผ้าที่เวลใส่นั้นเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขาวยาวสีเทา เข็มขัดหนังสีน้ำตาล และรองเท้าหนังสีน้ำตาล เมื่อดูจากการแต่งตัวแล้วคลับคล้ายคลับคลากับการแต่งตัวของคนสมัยยุคกลางเป็นอย่างมากแต่ก็มีความเป็นแฟชั่นระดับนึง โดยรวมแล้วก็ไม่ได้แย่
“ นายว่ามันดูแปลกไหม ผู้หญิงที่โรงทอเขาเลือกชุดนี้มาให้ผม ”
“ หล่อมากเลยคุณเวล เข้ากับคุณมาก ” เควินกล่าวพร้อมยกนิ้วโป้งให้
“ เฮ้พวกเจ้าจะไปไหนกัน ” เสียงของคลาร์กตะโกนแทรกดังขึ้น
“ คุณคลาร์ก! ผมกะว่าจะไปสำรวจดูหน่อยว่าเมืองหลวงหน้าตาเป็นยังไง ”
“ ฉันว่าท่านควรพักผ่อนอยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อยไม่ดีกว่ารึ เมื่อวานท่านก็เหนื่อยมาทั้งวัน ”
“ ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ ”
“ เอาหน่าคุณพ่อในเมื่อท่านเวลเขาอยากออกไปสำรวจก็ปล่อยเขาไปเถอะ เขาจะได้เข้าใจและคุ้นเคยกับที่นี่มากขึ้นด้วย หรือคุณพ่ออยากจะขัดคนที่พึ่งช่วยหมู่บ้านของพวกเราไว้? ”
“ อะ..เอ่ออ… ฉันก็ไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่เพียงแค่อยากให้ท่านเวลเขาได้พัก ”
“ ผมล้อเล่น ๆ คุณเวลผมว่าเราไปกันเถอะ ”
“ เดี๋ยวก่อนสิท่านเวล ข้าอยากรู้ว่าแล้วยานพาหนะที่ท่านนำมาด้วยล่ะ? ”
เวลที่กำลังขึ้นรถม้าก็ได้หันไปมองทิศทางตรงลานกว้างที่มีรถฮัมวีกับรถบรรทุกทหารจอดทิ้งไว้อยู่ หลังจากเหตุการณ์ที่เวลนำชาวบ้านที่บาดเจ็บออกมาจากรังของก็อบลิน
“ จริงด้วยผมลืมไปเลย รอสักครู่นะครับ ”
เวลได้หันมองไปยังทิศดังกล่าวก่อนที่เขาจะใช้พลังให้ของที่เขาเสกมาหายไป เพียงพริบตาเดียวยานพาหนะขนาดใหญ่อย่างรถทั้งสองคันก็ได้หายไปในพริบตา เควินกับคนขี่ม้าที่เห็นดังนั้นก็อึ้งไปกันไปเล็กน้อย คลาร์กก็ได้พูดแทรกขึ้น
“ ตอนแรกฉันก็ตกใจเหมือนกันตอนที่ได้เห็นเมื่อวาน แต่พวกเจ้าวางใจเถอะ มันเป็นพลังของท่านเวลเขา ”
“ ค..ครับคุณพ่อ เอ่อว่าไปแล้วคุณเวลและเพื่อนของคุณอีกสามคนล่ะครับ ” เควินหันไปพูดกับเวล
“ ผมเสกกลับไปแล้วครับ ”
“ คุณเวลจะบอกว่าคนพวกนั้นคุณก็เสกมางั้นหรอ!? ”
“ ตามที่คุณเข้าใจเลยครับ ”
“ อ่ออเข้าใจแล้วครับ คุณพ่อ! พวกผมขอตัวไปก่อนนะ ” เควินหันกลับไปพูดไปกับคลาร์ก
“ แล้วเจอกันครับคุณคลาร์ก! ” เวลหันไปพูดกับคลาร์กเช่นกัน
“ เจอกันเควิน เจอกันท่านเวล แล้วท่านจะกลับมาไหม ”
“ เดี๋ยวผมดูก่อนแล้วกันครับ ”
“ โอเคเลย ถ้าอย่างนั้นขอทั้งสองคนเดินทางปลอดภัย โชคดี! ”
รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปพร้อมกับคลาร์กที่ยืนโบกมือลา ในระหว่างทางก็มีเสียงชาวบ้านบอกลาเวลเป็นระยะ
“ โชคดีนะครับท่านเวล ”
“ เดินทางปลอดภัยนะคะ ขอบคุณมาก ๆ สำหรับเมื่อวานที่ช่วยพวกเราไว้ ”
จนเมื่อถึงหน้าประตูหมู่บ้านชาวบ้านต่างก็เดินตามกันมาจนรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ และทุกคนก็โบกมือลาพวกเวล พร้อมกล่าวคำอวยพรต่าง ๆ เพื่อแสดงความจริงใจขอบคุณที่เวลนั้นได้ช่วยหมู่บ้านแห่งนี้เอาไว้ และทั้งคู่ก็เดินทางกันต่อไปเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงอาเทอร์มิธ…
.
.
.
.
.
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป……
「-`♡´- Thank You For Reading -`♡´-」