ระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 126 ยกทัพถล่มฐานที่มั่นบงกชทมิฬ

            แสงอรุณอันเรืองรองเริ่มทอแสงขึ้นจากฟากฟ้าทางตะวันออกบัดนี้ภายในฐานที่มั่นมหานครก็คึกคักและจอแจไปด้วยเสียงผู้คน

            กองกำลังพันนายถูกจัดวางอย่างสมบูรณ์แบบพวกเขานำทัพด้วยจ้าวกั๋วเทา จ้าวจื่อเซียว และจ้าวจื่อหลิงไม่เพียงเท่านี้ยังมียอดฝีมืออย่าง ฉู่หย่งเจี๋ยจากตระกูลฉู่ ฉินหมิงจากตระกูลฉินอู๋ซื่อเซวียนจากตระกูลอู๋มารวมตัวกันด้วย!

            ส่วนทางฝั่งของถังฮ่าวนอกจากมีตัวเขาแล้วก็มีเชียนมู่เซวี่ย โอวหยางมี่มี่ เย่ชิงเฉิง จางเสี่ยวเหา เจียงอี้อิงจางอวิ๋นจือ ชิวอวิ๋นเอียน แบงก์กิ้ง จ้าวเสี่ยวเยว่  และคนอื่นๆ ที่ออกเดินทางมาจากฐานที่มั่นเถาหยวนเวลานี้ทุกคนต่างก็มากันพร้อมหน้า ทั้งยังมีกำลังเสริมอย่างโอวหยางเผิงเฉิงซ่งปิงเซี่ย หยุนอิ่นอิ่น ว่านหย่าหลี่ หวังซิน โจวหนิง จ้าวเจียหมิง จางไฉ่ย่วนจางหยุนเจียน รวมไปถึงเชียนซือหยวนกับจูเฟิงที่เพิ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้อีกเหล่าผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ขึ้นไปต่างก็พร้อมใจกันเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้กันหมด

            นับรวมแล้วก็มีกำลังพลทั้งหมดถึง1,037 คนเลย และทุกคนก็ล้วนเป็นผู้วิวัฒนาการกันหมดแถมในจำนวนนี้ยังมีผู้วิวัฒนาการระดับ 5 มากถึงเก้าคน

            หลังจากที่จ้าวกั๋วเทาได้เล่าเรื่องราวอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นในฐานที่มั่นบงกชทมิฬออกมาคร่าวๆแล้ว เหล่าผู้คนกว่าพันคนก็พากันปล่อยจิตสังหารแรงกล้าออกมาอย่างน่าตกใจเพียงแค่จ้าวกั๋วเทาโบกมือเป็นคำสั่งกำลังพลนับพันก็กรูกันเข้าโจมตีฐานที่มั่นบงกชทมิฬราวกับสายน้ำที่ไหลบ่า

            ตระกูลจ้าวที่เป็นผู้บัญชาการในครั้งนี้ไม่ได้หลบอยู่ข้างหลังแต่กลับให้จ้าวกั๋วเทากับคนของตระกูลจ้าวนำทัพเป็นฝ่ายบุกตะลุยไปก่อน!

            แน่นอนว่าถังฮ่าวกับคนอื่นๆรวมถึงหมีใหญ่อย่างสยงต้าเองก็ได้ปะปนไปกับกองกำลังแนวหน้าด้วย!

            แม้เวลาจะผ่านไปเพียงคืนเดียวแต่กำลังรบของถังฮ่าวและคนอื่นๆ อีก 28 คนก็กล้าแกร่งขึ้นมาก

            บัดนี้โอวหยางเผิงเฉิงเชียนซือหยวน จูเฟิง หวังซิน โจวหนิง และจ้าวเจียหมิงต่างก็วิวัฒนาการเป็นระดับ 4กันแล้ว

            ส่วนคนอื่นๆนอกจากว่านหย่าหลี่กับหยุนอิ่นอิ่นที่ยังขาดอีกนิดหน่อยก็จะก้าวขึ้นเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 3 แล้ว คนอื่นๆ ก็ล้วนวิวัฒนาการเป็นระดับ 3กันหมด

            แบงก์กิ้งจางอวิ๋นจือ และชิวอวิ๋นเอียนขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะวิวัฒนาการเป็นระดับ 4

            แต่เพื่อเสริมสร้างกำลังรบให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นถังฮ่าวจึงทุ่มค่าทองคำที่มีไปสร้างอาวุธพลังงานที่ยึดมาจากซือถูซือฮั่นกับพวกอีก3 ชิ้น

            จากนั้นเขาก็มอบอาวุธพลังงานระดับเหล็กดำทั้งสามชิ้นนี้ให้กับเชียนซือหยวนโอวหยางเผิงเฉิง และซ่งปิงเซี่ยไว้ใช้ป้องกันตัว

            ตราบใดที่ไม่ได้เผชิญหน้ากับผู้วิวัฒนาการระดับ5 ละก็ คนทั่วไปย่อมไม่อาจเอาชนะเชียนซือหยวนกับโอวหยางเผิงเฉิงได้อย่างแน่นอน

            ภายหลังตอนที่เดินทางไปยังฐานที่มั่นบงกชทมิฬโอวหยางเผิงเฉิงและเชียนซือหยวนต่างก็รับรู้ถึงความคมกริบและไม่ธรรมดาของอาวุธเล่มนี้!

            เพราะไม่ว่าจะเป็นซอมบี้แขนเหล็กหรือซอมบี้กรงเล็บแหลมระดับ3 พออยู่ต่อหน้ามีดสั้นนี้แล้ว ก็ล้วนอ่อนแอราวกับมดปลวกเพียงแค่ฟันเพียงครั้งเดียวก็ขาดสะบั้น

            จ้าวกั๋วเทาจ้าวซื่อเซียวและเหล่าบุคคลชั้นสูงของตระกูลจ้าวเห็นภาพที่เกิดขึ้นแล้วก็รู้สึกอิจฉาไม่น้อย

            ถังฮ่าวจึงถือโอกาสนี้บอกเรื่องที่บุคคลชั้นสูงของฐานที่มั่นบงกชทมิฬมีอาวุธคมกริบเช่นนี้อยู่ยิ่งไปกว่านั้นถังฮ่าวยังมอบอาวุธพลังงานของคนในฐานที่มั่นบงกชทมิฬให้กับจ้าวกั๋วเทา2 ชิ้น!

            แม้ว่าจะเทียบมีดสั้นในมือของเชียนซือหยวนกับโอวหยางเผิงเฉิงไม่ได้แต่ก็คมกว่ามีดสั้นและกระบี่ทั่วไปมาก

            ถังฮ่าวยังแอบตกลงกับจ้าวกั๋วเทาอย่างลับๆด้วยว่า หากยึดฐานที่มั่นบงกชทมิฬได้แล้ว ตระกูลจ้าวจะได้รับมีดสั้นที่เป็นอาวุธพลังงานระดับต่ำนี้  2 ชิ้น บวกกับซากศพของสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ระดับ2 อีกสามตัวไม่เพียงเท่านี้ถังฮ่าวยังจะช่วยพวกเขาสร้างมีดที่คมกริบเช่นเดียวกับที่เชียนซือหยวนใช้ด้วย

            การทำเช่นนี้เป็นการกระชับความสัมพันธ์กับตระกูลจ้าวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นหาไม่แล้วถังฮ่าวก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้!

            อันที่จริงลำพังวัสดุที่ได้จากซากศพของสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ระดับ2 จำนวนสามตัวนั้นยังไม่พอและเขายังต้องควักเนื้อตัวเองด้วยการเอาผลึกที่ได้จากซอมบี้ระดับ 1 และ 2มาสมทบอีกด้วย แน่นอนว่าถังฮ่าวได้สะสมผลึกธาตุจากซอมบี้ระดับ 1 และ 2เอาไว้มากมายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว!

            ตลอดทางเขาแทบจะไม่ได้ลงมือจัดจัดการกับซอมบี้ที่ขวางทางอยู่เลยเพราะมียอดฝีมือจากตระกูลจ้าว เจียงอี้อิง โอวหยางเผิงเฉิง และเชียนซือหยวนเป็นคนออกหน้าจัดการให้หมดแม้แต่หยุนอิ่นอิ่นกับว่านหย่าหลี่ก็ยังยืนหยัดต่อสู้ในแนวหน้า เพื่อที่จะได้สังหารซอมบี้และขุดเอาคริสตัลวิวัฒนาการมา!

            ส่วนซากศพของซอมบี้ระดับ1 2 และ 3 นั้น หลังจากที่ถูกสังหารและขุดเอาคริสตัลวิวัฒนาการออกไปแล้วก็ถูกทิ้งไว้เกลื่อนกลาด แน่นอนว่าถังฮ่าวย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปจึงรีบออกไปรวบรวมผลึกธาตุทันที!

            “ติ๊งได้รับผลึกธาตุไม้อิก จำนวน 2 แต้ม!”

            “ติ๊งได้รับผลึกธาตุซิงกิม จำนวน 4 แต้ม!”

            “ติ๊งได้รับผลึกธาตุดินกี๋โท่ว จำนวน 4 แต้ม!”

            เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            จนกระทั่งถังฮ่าวกับพวกเดินทางมาถึงจุดที่อยู่ห่างจากฐานที่มั่นบงกชทมิฬออกไป300 เมตร เขาก็มีผลึกธาตุต่างๆ ในระบบมากกว่า 3,800 แต้มแล้ว

            ทว่าเจ็ดในสิบส่วนล้วนเป็นผลึกธาตุไม้อิกทองซิงกิม ส่วนผลึกธาตุทองแกกิม ลมกังเฟิงและไฟเปี้ยกลับมีเพียงแค่หลักสิบเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอที่จะยกระดับอาวุธพลังงานระดับต่ำขึ้นเป็นระดับเหล็กดำ

            ด้วยเหตุนี้ถังฮ่าวจึงต้องการซากศพของแมว สุนัข และสัตว์ร้ายกลายพันธุ์อื่นๆ เพิ่ม!

            เพราะซากศพของสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ไม่เพียงแต่จะให้ผลึกธาตุทองแกกิมลมกังเฟิง และไฟเปี้ยเท่านั้นแต่ยังได้รับคริสตัลวิวัฒนาการและคริสตัลวิญญาณจากสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ด้วยโดยรวมแล้ว ถังฮ่าวยังคงได้กำไรอยู่

            เมื่อกองกำลังมาถึงบริเวณที่อยู่ห่างจากประตูใหญ่ของฐานที่มั่นบงกชทมิฬ300 เมตร ก็ไม่พบเห็นซอมบี้อีกเลย!

            จ้าวกั๋วเทากับคนอื่นๆเห็นดังนั้นก็สั่งให้หยุดเดินทัพก่อนจะแบ่งกำลังพลออกเป็นหน่วยซุ่มยิงและหน่วยจู่โจมจากนั้นค่อยให้พวกเขาเข้าประจำตำแหน่งตามตึกสูงที่อยู่รอบๆ

            เย่ชิงเฉิงโจวหนิง จูเฟิง และว่านหย่าหลี่ต่างก็มีทักษะเชี่ยวชาญด้านปืนนอกจากเย่ชิงเฉิงจะมีปืนไรเฟิลรุ่นหยุนอิงอยู่แล้วในคลังอาวุธของถังฮ่าวยังมีปืนไรเฟิลแบบเดียวกันอยู่อีกหนึ่งกระบอกเขาจึงมอบมันให้กับโจวหนิง ส่วนจูเฟิงกับว่านหย่าหลี่นั้นใช้ปืนไรเฟิลรุ่น 98แม้ว่าระยะยิงของมันจะไม่ไกลเท่ากับปืนไรเฟิลรุ่นหยุนอิงแถมอานุภาพการทำลายล้างต่ำกว่าก็ตาม แต่ก็ยังมีระยะยิงหวังผลอยู่ที่ 1,360 เมตรและกระสุนขนาด 7.0 มิลลิเมตรนี้ก็เพียงพอที่จะยิงทะลุร่างกายของผู้วิวัฒนาการระดับ5 ได้อย่างง่ายดาย

            ในขณะที่เย่ชิงเฉิงกับคนอื่นๆกำลังเข้าประจำตำแหน่งตามตึกสูงที่อยู่บริเวณรอบนอกของฐานที่มั่นบงกชทมิฬก็มีเงาร่างหลายสายพุ่งตัวออกมาจากภายในอย่างรวดเร็ว

            ภายในห้องประชุมใต้ดินชั้นหนึ่งเหล่าผู้นำทั้งห้าของฐานที่มั่นบงกชทมิฬยืนรวมกันอยู่ในห้องโถง!

            ทุกคนต่างก็มีคลื่นพลังที่กล้าแกร่งแผ่กระจายออกมาจนทำให้คนชุดดำที่ยืนอยู่รอบๆ รู้สึกอึดอัดและหายใจไม่ออก!

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งซือถูซือฮั่นที่ยืนอยู่ตรงกลางบัดนี้เขามีคลื่นพลังที่ทรงพลังกว่าเก่าหลายเท่าตัว!และมันก็บ่งบอกให้รู้แล้วว่าบัดนี้เขาได้กลายเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 6 แล้ว!

            ส่วนเฉิงเซียงจวินที่อยู่ด้านข้างก็มีคลื่นพลังที่แข็งแกร่งขึ้นเช่นกันแต่ก็ยังด้อยกว่าซือถูซือฮั่นอยู่มาก เพราะตอนนี้เขาเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 5ขั้นสูงสุด!

            “ให้ตายเถอะ!ไอ้ชั่วถังฮ่าว มันไม่รักษาสัญญา ถึงกับพาคนมาเร็วขนาดนี้เลย!”  ฉางซิงเย่มองภาพของถังฮ่าวที่ปรากฏบนหน้าจอก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟัน

            “ตระกูลจ้าวตระกูลฉิน ตระกูลฉู่ ตระกูลอู๋หรือ! ที่แท้ไอ้ชั่วถังฮ่าวก็เป็นคนของฐานที่มั่นมหานคร!” ซือถูซือฮั่นเผยรอยยิ้มเหี้ยมออกมา

            “ในเมื่อพวกมันบุกมาถึงที่นี่แล้วก็ดีเหมือนกันเพราะถ้าได้คนพวกนี้มา วัสดุที่เหล่าจินต้องการใช้ทดลองก็คงจะเพียงพอแล้ว!”

            หลังจากที่วิวัฒนาการเป็นระดับ6 ซือถูซือฮั่นก็ยิ่งมั่นใจในความสามารถของตัวเองมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นเวลานี้เขาไม่เพียงแต่มีพลังต่อสู้กล้าแกร่งขึ้นหลายเท่าตัวแต่เฉิงเซียงจวินเองก็พัฒนาขึ้นเช่นกันส่วนอู๋ซินกับเชอหมิงอวี่ก็ล้วนวิวัฒนาการจากระดับ 4 เป็น 5 แล้ว

            หากพูดถึงด้านยอดฝีมือพวกเขามีกำลังรบเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ตราบใดที่จัดการโอวหยางมี่มี่ที่ล่องหนได้ ซือถูซือฮั่นก็มั่นใจว่าหากสู้กันตัวต่อตัวขึ้นมา เขาก็สามารถเอาชนะถังฮ่าวได้และในเมื่อวันนี้ถังฮ่าวเสนอหน้ามาเองเช่นนั้นเขาก็จะใช้โอกาสนี้สะสางความแค้นในอดีตให้สิ้นซากเสียเลย

    คล้ายกับเรื่องระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】 ที่คุณอ่าน