แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงบนกำแพงหินสีเทาเข้มของจวนแม่ทัพจ้าว ทำให้ตัวอักษร "จ้าว" บนป้ายทองคำดูโดดเด่นและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น หลินชิงเหยาในคราบ "ไป๋หลิน" หมอหญิงจากแดนใต้ เดินก้าวเข้าไปในประตูจวนด้วยท่าทีสำรวมและสงบนิ่ง ชุดผ้าป่านสีขาวอมเทาที่เรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านพลิ้วไหวตามลมหนาวของชายแดน ผมยาวถูกมัดเป็นมวยสูงแบบแพทย์สตรี ใบหน้าที่ซีดขาวและดวงตาที่ดูฉลาดเมตตาทำให้ทุกคนที่พบเห็นเกิดความเชื่อถือโดยปริยาย
การเปลี่ยนแปลงจากเยี่ยหยาผู้ล้างแค้นในชุดแดงเพลิงเป็นไป๋หลินหมอหญิงผู้อ่อนโยนนั้นสมบูรณ์แบบจนน่าทึ่ง ไม่มีใครสามารถเชื่อมโยงได้ว่าสตรีผู้นี้คือคนเดียวกันกับที่เพิ่งเผาจวนตระกูลหวังให้เป็นจุณเถ้าถ่านเมื่อไม่กี่วันก่อน นางได้ใช้เวลาหลายเดือนในการเตรียมตัวสำหรับบทบาทใหม่นี้ ฝึกฝนการเดิน การพูด การแสดงออก และแม้แต่การหายใจให้เป็นไปตามแบบแผนของหมอหญิงที่มีคุณธรรม
ระหว่างทางเดินทางมายังเมืองเหลียงหยวน นางได้หยุดพักในหมู่บ้านเล็กๆ หลายแห่งเพื่อสร้างชื่อเสียงและประวัติที่น่าเชื่อถือ ในหมู่บ้านแรก นางได้ช่วยรักษาเด็กชายที่ป่วยด้วยไข้สูงติดต่อกันหลายวัน หมอหมู่บ้านพยายามรักษามาแล้วแต่ไม่หาย นางใช้การฝังเข็มที่จุดสำคัญและยาสมุนไพรที่ปรุงเฉพาะ ภายในหนึ่งคืน เด็กก็หายป่วยสนิท ชาวบ้านต่างพากันยกย่องและเล่าลือกันไปทั่ว
ในหมู่บ้านที่สอง นางได้ช่วยหญิงชราที่ปวดข้อมานานหลายปี จนแทบเดินไม่ได้ ด้วยการฝังเข็มและการนวดจุดสำคัญ ภายในสามวัน หญิงชราสามารถเดินได้อย่างปกติ และในหมู่บ้านที่สาม นางรักษาพ่อค้าที่มีแผลเก่าไม่หายมานานหลายเดือน ให้หายเป็นปกติภายในสัปดาห์เดียว ทุกครั้งที่รักษา นางจะปฏิเสธค่าตอบแทนที่มากเกินไป และพูดเพียงว่า "การช่วยเหลือผู้ป่วยคือหน้าที่ของหมอ" ทำให้ชื่อเสียงของนางแพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว
นางได้รับอนุญาตจากแม่ทัพใหญ่จ้าวให้ดูแลคลังสมุนไพรและแหล่งน้ำหลักของจวนโดยตรง ด้วยเหตุผลที่ว่านางเป็นผู้เชี่ยวชาญการปรุงยาและฝังเข็มที่จะช่วยรักษาโรคเก่าแก่ของท่านแม่ทัพได้ดีที่สุด การได้รับความไว้วางใจนี้เป็นผลมาจากการรักษาที่ประสบความสำเร็จในครั้งแรก แม่ทัพใหญ่จ้าวรู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจสม่ำเสมอขึ้น ใบหน้าไม่ซีดเหมือนเดิม และสามารถนั่งขึ้นดื่มน้ำยาได้โดยไม่ต้องมีคนช่วย
"หมอหญิงไป๋หลิน" ผู้จัดการจวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ใบหน้าเต็มไปด้วยความขอบคุณและความเคารพ "ท่านแม่ทัพทรงไว้วางใจในฝีมือของท่านมาก จากนี้ไป คลังสมุนไพรและบ่อน้ำหลักกลางจวนเป็นของท่านโดยสมบูรณ์ ห้ามผู้ใดรบกวนการทำงานของท่านเด็ดขาด ท่านต้องการอะไรเพิ่มเติม เพียงแจ้งมา เราจะจัดหาให้ทันที"
ผู้จัดการจวนเป็นชายวัยกลางคนที่มีประสบการณ์ในการดูแลจวนมานานหลายสิบปี เขาเคยเห็นหมอมามากมาย แต่ไม่เคยเห็นใครที่มีฝีมือเหมือนไป๋หลิน การรักษาของนางไม่เพียงแต่มีผลเร็ว แต่ยังทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจและมีกำลังใจ เขาสังเกตเห็นว่าแม้แต่บ่าวไพร่ที่เคยเศร้าหมองเพราะกังวลเรื่องสุขภาพของนายใหญ่ ก็เริ่มมีใบหน้าที่สดใสขึ้น
ชิงเหยาโค้งคำนับเบาๆ ด้วยท่าทีที่ถ่อมตนและสุภาพ "ขอบพระทัยท่านแม่ทัพและทุกท่าน ข้าจะทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อให้ท่านแม่ทัพหายประชวรโดยเร็ว การได้รับความไว้วางใจเช่นนี้เป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับข้า ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง"
ภายในใจของนางกลับเยือกเย็นและเฉียบขาด นี่คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการกลืนกินคฤหาสน์พยัคฆ์ทั้งหลัง การได้รับความไว้วางใจในการดูแลแหล่งน้ำหลักของจวนหมายความว่านางสามารถควบคุมสิ่งที่ทุกคนในจวนจะดื่มและใช้ นี่คือโอกาสที่นางรอคอยมานาน โอกาสที่จะทำให้แผนการล้างแค้นของนางเริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
ตลอดสามวันแรก นางใช้เวลาศึกษาโครงสร้างของจวนอย่างละเอียด ทุกซอกทุกมุม ทุกทางเดิน ทุกห้อง และทุกคนที่อาศัยอยู่ในจวน โดยเฉพาะบ่อน้ำหลักที่ตั้งอยู่ใจกลางจวน เป็นบ่อหินขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำจากสายน้ำใต้ดินซึ่งไหลผ่านทั้งจวน บ่อนี้มีความลึกประมาณสามเมตร กว้างประมาณห้าเมตร น้ำใสใสและเย็นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน
ทุกคนในจวน ไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย ทหารองครักษ์ ฮูหยิน เมียน้อย นางกำนัล หรือบ่าวไพร่ ล้วนใช้น้ำจากบ่อนี้ทั้งสิ้น ทั้งสำหรับดื่ม กิน อาบ และปรุงอาหาร น้ำจากบ่อนี้ถูกตักขึ้นมาใส่ในโอ่งขนาดใหญ่แล้วแบกไปยังส่วนต่างๆ ของจวนทุกเช้าและทุกเย็น มีบ่าวน้ำเฉพาะที่ทำหน้าที่นี้ และมีการเฝ้ายามตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้มีคนแปลกหน้าเข้าใกล้
นางสังเกตเห็นว่าการรักษาความปลอดภัยของบ่อน้ำนั้นเข้มงวดมาก มีทหารยามสองนายยืนเฝ้าตลอดเวลา เปลี่ยนเวรกันทุกสี่ชั่วโมง และมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำโดยผู้จัดการจวนเองทุกเช้า แต่นางก็พบจุดอ่อนได้ ช่วงเวลาที่ทหารยามเปลี่ยนเวรนั้นจะมีช่วงว่างประมาณสิบนาที และในช่วงดึกมากๆ ทหารยามมักจะง่วงนอนและไม่ได้ตื่นตัวเท่าที่ควร
นอกจากนี้ นางยังศึกษาพฤติกรรมและนิสัยของคนในจวนอย่างละเอียด แม่ทัพใหญ่จ้าวเป็นชายวัยหกสิบเศษที่มีประสบการณ์การรบมามาก ร่างกายเต็มไปด้วยแผลเป็นจากสงคราม แต่ยังคงมีความเข้มแข็งและความมั่นใจของผู้นำ เขามีภรรยาหลักหนึ่งคน ฮูหยินรองสองคน และเมียน้อยสามคน ลูกชายทั้งหมดสามคน คือจ้าวเหยียน ลูกชายคนโต อายุสามสิบห้าปี เป็นแม่ทัพหนุ่มที่เคร่งครัดและมีความสามารถ จ้าวคัง ลูกชายคนกลาง อายุสามสิบสองปี เป็นคนใจดีแต่อ่อนแอ และจ้าวหลิง ลูกชายคนเล็ก อายุยี่สิบเก้าปี เป็นคนร่าเริงแต่ขาดความรับผิดชอบ
นางยังสังเกตเห็นว่าฮูหยินใหญ่เป็นหญิงวัยสี่สิบต้นๆ ที่มีความเข้มงวดและเป็นคนจัดการครัวเรือนอย่างเป็นระบบ นางมีอิทธิพลมากในจวนและเป็นที่เคารพของทุกคน ฮูหยินรองคนแรกชื่อนางเหลียน เป็นหญิงสาวอายุยี่สิบเจ็ดปี งดงามและอ่อนหวาน เป็นที่รักของแม่ทัพมาก ส่วนฮูหยินรองคนที่สองชื่อนางซู อายุยี่สิบสี่ปี เป็นคนเงียบขรึมแต่ฉลาด
เมียน้อยทั้งสามคนต่างก็มีเสน่ห์และความงามในแบบของตัเอง แต่สถานะต่ำกว่าฮูหยิน นางกำนัลในจวนมีประมาณสิบคน ส่วนใหญ่เป็นหญิงสาววัยรุ่นที่มาจากครอบครัวชาวบ้านธรรมดา พวกนางทำหน้าที่ดูแลความสะอาด เสิร์ฟอาหาร และช่วยงานต่างๆ ในจวน
ทหารองครักษ์มีประมาณสี่สิบคน เป็นชายหนุ่มที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี มีวินัยและความซื่อสัตย์สูง พวกเขาทำหน้าที่เฝ้ายามจวน ลาดตระเวน และปกป้องครอบครัวจ้าว บ่าวไพร่ชายมีประมาณยี่สิบคน ทำหน้าที่ดูแลสวน คอกม้า และงานหนักต่างๆ
ชิงเหยาสังเกตเห็นว่าบรรยากาศในจวนเป็นไปอย่างเป็นระเบียบและเคร่งครัด ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่มีการเกเร หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงในจวนเป็นไปตามกฎระเบียบอย่างเข้มงวด ไม่มีการปนเปื้อนหรือความสัมพันธ์ที่ผิดศีลธรรม
นี่คือสิ่งที่นางต้องการทำลาย นางต้องการให้ความเป็นระเบียบและศีลธรรมนี้พังทลายลง ให้คนในจวนกลายเป็นทาสของความปรารถนาและตัณหา เพื่อที่นางจะได้ใช้ความโกลาหลนั้นในการทำลายตระกูลจ้าวจากภายใน
คืนที่สี่ ยามดึกที่จวนเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงเท้าเดินของทหารยามที่ลาดตระเวน ชิงเหยาในชุดสีเทาเข้มที่กลืนกับความมืด ลอบออกจากเรือนพักของตนเองอย่างเงียบเชียบ นางถือขวดหยกเล็กๆ ที่บรรจุผง "บุปผาล่มเมือง" ซึ่งเป็นพิษราคะลับที่แม่เฒ่าหงถ่ายทอดให้เมื่อหลายปีก่อน
ผงนี้เป็นสูตรลับที่ถ่ายทอดกันมาในตระกูลของแม่เฒ่าหงเป็นเวลาหลายร้อยปี ทำมาจากดอกไม้หายากที่ขึ้นเฉพาะในถ้ำลึกของภูเขาสูง ผสมกับสมุนไพรพิเศษหลายชนิดและสารเคมีที่หาได้ยาก กระบวนการปรุงใช้เวลานานหลายเดือนและต้องทำในคืนเพ็ญเท่านั้น ผงนี้ไร้สี ไร้กลิ่น และไร้รส แต่เมื่อละลายในน้ำจะค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ กัดกร่อนกำแพงศีลธรรมและความยับยั้งชั่งใจในกามารมณ์ให้พังทลายลงอย่างช้าๆ
ฤทธิ์ของผงนี้จะไม่แสดงออกทันที แต่จะค่อยๆ สะสมในร่างกายเป็นเวลาหลายวัน ทำให้ผู้ที่ได้รับจะค่อยๆ รู้สึกถึงความปรารถนาที่เพิ่มขึ้น ความอยากได้อยากมีที่มากขึ้น และการควบคุมตัวเองที่ลดลง ในขั้นแรกจะเป็นเพียงความรู้สึกอบอุ่นในร่างกาย ความฝันที่เร่าร้อนมากขึ้น และการมองผู้อื่นด้วยสายตาที่แตกต่างจากเดิม
เมื่อเวลาผ่านไป ฤทธิ์จะแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ที่ได้รับไม่สามารถควบคุมความปรารถนาได้ จะเริ่มมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การแสวงหาความสุขทางกาม และในที่สุดจะกลายเป็นทาสของตัณหาที่ไม่อาจต้านทานได้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือผงนี้จะทำให้คนเราสูญเสียการตัดสินใจที่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำ และทำลายความสัมพันธ์ที่ดีงามทั้งหมด
นางเดินย่องเงียบไปยังบ่อน้ำหลัก เงาของนางยืดยาวภายใต้แสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องลงมา บริเวณรอบบ่อมีทหารยามสองนายยืนเฝ้า แต่ชิงเหยาได้แอบใส่ยานอนหลับลงในน้ำชาของพวกเขาไปก่อนแล้วตั้งแต่เย็น ยานอนหลับนี้เป็นสูตรที่นางปรุงเองจากสมุนไพรหลายชนิด มีฤทธิ์อ่อนแต่ยาวนาน ทำให้ผู้ที่ดื่มรู้สึกง่วงนอนและสูญเสียความตื่นตัว แต่ไม่หลับสนิทจนเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความสงสัย
ทั้งสองจึงหลับสนิทยืนพิงเสาไม้ ลมหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ใบหน้าสงบและไม่รู้เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น นางรอคอยให้แน่ใจว่าพวกเขาหลับสนิทแล้วจึงค่อยเข้าใกล้บ่อน้ำ
นางก้มลงที่ขอบบ่อ หยิบผงจากขวดหยก โปรยลงไปอย่างสม่ำเสมอทั่วผิวน้ำ ผงละเอียดสีขาวอมเงินละลายหายไปในน้ำดำสนิทของบ่อโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ น้ำยังคงใสและไม่มีกลิ่นแปลกใดๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่นางรู้ว่าตอนนี้น้ำในบ่อได้กลายเป็นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดของนางแล้ว
นางใช้เวลานานในการโปรยผงให้ทั่วและละลายให้เข้ากัน เพื่อให้แน่ใจว่าทุกหยดน้ำในบ่อจะมีฤทธิ์ของยาพิษ นางยังใช้ไม้เล็กๆ กวนน้ำเบาๆ เพื่อให้ผงกระจายตัวได้ดี แล้วจึงทิ้งไม้ลงไปในบ่อเพื่อไม่ให้เหลือหลักฐาน
"บุปผาล่มเมือง... จงแผ่กระจายไปให้ทั่วทุกคนในคฤหาสน์พยัคฆ์นี้" นางพึมพำเสียงเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแค้นและความปรารถนาที่จะเห็นศัตรูพินาศ "ให้พวกมันได้ลิ้มรสราคะที่ไม่อาจควบคุม... ให้พวกมันทรุดลงในบาปที่ตัวเองสร้างขึ้น... ให้พวกมันทำลายกันเองด้วยมือของตัวเอง"
นางมองลงไปในน้ำที่สะท้อนใบหน้าของนางภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้าที่ดูเมตตาและบริสุทธิ์ในเวลากลางวัน บัดนี้กลับดูเย็นชาและเต็มไปด้วยความแค้น นี่คือใบหน้าที่แท้จริงของนาง ใบหน้าของผู้ล้างแค้นที่จะไม่หยุดจนกว่าจะได้เห็นศัตรูทุกคนพินาศ
นางยิ้มบางๆ แล้วรีบกลับไปยังเรือนพัก ก่อนจะดื่มน้ำยาแก้พิษที่เตรียมไว้ในขวดหยกส่วนตัว เพื่อป้องกันตนเองจากฤทธิ์ของผงพิษ น้ำยาแก้พิษนี้ทำมาจากสมุนไพรหายากที่แม่เฒ่าหงสอนให้ มีรสขมและเผ็ดร้อน แต่จะช่วยให้ร่างกายต้านทานฤทธิ์ของบุปผาล่มเมืองได้ นางต้องดื่มยานี้ทุกวันเพื่อป้องกันตัวเอง
กลับถึงเรือนพัก นางล้างมือและเท้าให้สะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้า และจัดเตรียมตัวเองให้ดูเหมือนเพิ่งตื่นนอน เพื่อที่เมื่อเช้ามานางจะสามารถแสดงบทบาทของไป๋หลินหมอหญิงผู้บริสุทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นางนอนลงบนเตียงแต่ไม่สามารถหลับได้ ใจนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวังที่จะได้เห็นผลของแผนการ
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ผลของ "บุปผาล่มเมือง" เริ่มแสดงออกให้เห็นทีละน้อย
ชิงเหยานั่งอยู่ที่ศาลาเล็กๆ ข้างคลังสมุนไพร มองเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วจวนด้วยสายตาที่เยือกเย็นและพึงพอใจ นางแสร้งทำเป็นกำลังบดยาสมุนไพร แต่จริงๆ แล้วกำลังสังเกตการณ์อย่างละเอียด
การเปลี่ยนแปลงแรกที่เห็นได้ชัดคือในกลุ่มนางกำนัล นางกำนัลที่เคยเดินตัวตรงและสุภาพเรียบร้อย บัดนี้เริ่มเดินนวยนาดไปมา สะโพกที่เคยแกว่งเบาๆ กลับแกว่งไกวชัดเจนขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อสบตากับทหารองครักษ์หนุ่ม พวกนางจะชะงักเล็กน้อย แล้วยิ้มหวานนานผิดปกติ สายตาที่เคยหลบต่ำด้วยความละอาย กลับกลายเป็นสายตาที่แฝงไปด้วยประกายเชิญชวน
นางสังเกตเห็นนางกำนัลคนหนึ่งที่ชื่อเสี่ยวเหมย เป็นหญิงสาววัยสิบเก้าปีที่มีใบหน้าหวานและเป็นคนเงียบขรึม เริ่มมีพฤติกรรมแปลกไป เมื่อเดินผ่านทหารองครักษ์ นางจะเดินช้าลงและมองหน้าพวกเขานานขึ้น บางครั้งจะหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดหน้าอย่างเซ็กซี่ หรือจัดผมให้ดูเซ็กซี่ขึ้น
อีกคนหนึ่งชื่อเสี่ยวหลิง เป็นหญิงสาววัยยี่สิบปีที่เคยเป็นคนขยันและไม่ค่อยพูดมาก เริ่มมีเสียงหัวเราะที่ดังและเย้ายวนขึ้น เมื่อทำงานในครัว นางจะโน้มตัวลงให้เห็นอกมากขึ้น หรือยกแขนขึ้นสูงเพื่อให้เห็นรูปร่างที่ดึงดูดใจ
คืนหนึ่ง ชิงเหยาแอบซุ่มมองจากเงามืด เห็นนางกำนัลสองคนแอบหยอกล้อกับทหารยามสามนายในมุมมืดหลังคลังเสบียง เสียงหัวเราะคิกคักและเสียงกระซิบกระซิบที่แฝงความยั่วยวนดังแผ่วมาเป็นระยะ บรรยากาศที่เคยเป็นทางการและเคร่งครัด เริ่มเปลี่ยนเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและใกล้ชิดผิดปกติ
"พี่ทหาร... อย่าบีบแรงสิเจ้าค่ะ... ข้า... ข้าอาย..." เสียงนางกำนัลคนหนึ่งครางแผ่ว แต่กลับไม่ผลักไสมือที่ลูบไล้ลงไปตามเอวของนาง "แต่... แต่มันรู้สึกดี... ทำไมข้าถึงรู้สึกแบบนี้..."
"เสี่ยวเหมย... เจ้าหวานจังเนอะ..." เสียงทหารหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักขึ้น "ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไม... แต่ข้าอยากอยู่ใกล้เจ้า... อยากสัมผัสเจ้า..."
ชิงเหยาเห็นเงาของพวกเขาที่กอดกันแน่นขึ้น มือของทหารหนุ่มลูบไล้ไปตามหลังและเอวของนางกำนัล ส่วนนางกำนัลก็ไม่ได้ต่อต้าน กลับกอดเขาแน่นขึ้นและครางเบาๆ ด้วยความสุข
อีกด้านหนึ่ง ทหารองครักษ์ที่เคยเคร่งครัดกับระเบียบวินัย เริ่มมองตามสะโพกของสตรีในจวนนานขึ้น ใบหน้าบางครั้งแดงก่ำโดยไม่มีเหตุผล เมื่อเห็นนางกำนัลหรือเมียน้อยเดินผ่าน พวกเขาจะจ้องมองนานขึ้น และมีสีหน้าที่แสดงถึงความปรารถนา บางคืนมีเสียงครางแผ่วเบาดังออกมาจากมุมมืดของเรือนบ่าวไพร่ เสียงที่แสดงถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ชิงเหยาแสยะยิ้มมุมปาก ขณะยกขวดหยกขึ้นดื่มน้ำยาแก้พิษอีกครั้ง รสขมของยาทำให้นางรู้สึกถึงความปลอดภัยและความมั่นใจ นางเป็นเพียงคนเดียวในจวนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากพิษ นางเป็นผู้ควบคุมทุกอย่าง
"ค่อยๆ มา... ยังไม่ถึงเวลาที่จะระเบิดเต็มที่" นางพึมพำ "แต่เมื่อถึงวันนั้น... คฤหาสน์พยัคฆ์นี้จะกลายเป็นนรกกามารมณ์ที่พวกเจ้าเองเป็นผู้สร้าง พวกเจ้าจะทำลายกันเองด้วยมือของตัวเอง เหมือนที่พวกเจ้าทำลายครอบครัวข้า"
นางสังเกตเห็นแม้แต่ฮูหยินรอง ภรรยาที่แม่ทัพเฒ่าหลงรักที่สุด เริ่มเดินตัวอ่อนระทวยไปมาในสวน ใบหน้าที่เคยเย็นชากลับแดงระเรื่อบ่อยครั้งขึ้น เมื่อสบตากับจ้าวคัง ลูกชายรองของตนเอง นางจะรีบหลบตา แต่ฝ่ามือที่กำชายผ้าจะสั่นเทาเล็กน้อย และใบหน้าจะแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นางเหลียน ฮูหยินรองคนแรก เริ่มมีพฤติกรรมที่แปลกไป เมื่อแม่ทัพใหญ่ไม่อยู่ นางจะเดินไปมาในสวนด้วยชุดที่เปิดเผยมากขึ้น หรือนั่งอ่านหนังสือในท่าทางที่เซ็กซี่ เมื่อจ้าวคังเดินผ่านมา นางจะมองเขาด้วยสายตาที่แตกต่างจากเดิม สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่นางเองก็ไม่เข้าใจ
ส่วนจ้าวเหยียน ลูกชายคนโตและแม่ทัพหนุ่มผู้เคร่งครัด เริ่มมีสีหน้าบึ้งตึงและกระวนกระวายบ่อยครั้งขึ้น เขาแอบฝึกดาบคนเดียวในลานกลางดึกเพื่อระบายพลังที่พุ่งพล่านโดยไม่มีเหตุผล การฝึกดาบที่เคยเป็นการฝึกฝนเพื่อความเป็นเลิศ กลับกลายเป็นการระบายความเครียดและความปรารถนาที่เขาไม่เข้าใจ
เขาเริ่มมองนางกำนัลและเมียน้อยด้วยสายตาที่แตกต่างจากเดิม บางครั้งจะจ้องมองนานเกินไป จนต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอาย แต่ก็ไม่สามารถหยุดมองได้ ในใจเขารู้สึกผิด แต่ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
จ้าวคัง ลูกชายคนกลาง เริ่มมีความฝันที่เร่าร้อนมากขึ้น และตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิดและความปรารถนาที่เขาไม่เคยมีมาก่อน เขาเริ่มมองฮูหยินรองของพ่อด้วยสายตาที่ไม่เหมาะสม และรู้สึกผิดกับตัวเองมาก
ส่วนจ้าวหลิง ลูกชายคนเล็ก เริ่มมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับนางกำนัลมากขึ้น เขาจะหาข้ออ้างต่างๆ เพื่อเข้าใกล้พวกนาง สัมผัสมือหรือไหล่โดยอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ และมองพวกนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
บรรยากาศภายในจวนที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายเหล็ก หนังม้า และความเข้มงวดของกองทัพ เริ่มถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายที่อบอวลไปด้วยความปรารถนาที่ยากควบคุม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของผงบุปผาล่มเมืองที่ละลายในน้ำ ถูกนำไปใช้ในทุกอย่าง — น้ำดื่ม น้ำชา น้ำแกง น้ำอาบ — ทำให้ฤทธิ์พิษค่อยๆ ซึมซาบเข้าไปในกระดูกและเส้นเลือดของทุกคน
การสนทนาที่เคยเป็นทางการและสุภาพ เริ่มมีคำพูดที่แฝงความหมายและการล้อเล่นที่ไม่เหมาะสม เสียงหัวเราะที่เคยสุภาพและเรียบร้อย เริ่มมีเสียงหัวเราะที่เซ็กซี่และยั่วยวน การมองตากันที่เคยสั้นและสุภาพ เริ่มยาวนานและเต็มไปด้วยความหมาย
ชิงเหยาเดินผ่านคลังสมุนไพรด้วยท่าทีสำรวมเหมือนทุกวัน แต่ในใจกำลังเพลิดเพลินกับผลงานของตนเอง นางเห็นการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ทุกสายตา ทุกการเคลื่อนไหว ทุกคำพูดที่เริ่มเปลี่ยนไป
"อีกไม่นาน... พวกเจ้าจะกลายเป็นทาสของตัณหาที่ตัวเองไม่อาจควบคุมได้" นางคิด "และเมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะเป็นผู้กำกับทุกฉากของโศกนาฏกรรมนี้ พวกเจ้าจะทำลายกันเองด้วยมือของตัวเอง เหมือนที่พวกเจ้าทำลายครอบครัวข้า"
นางหยุดยืนมองบ่อน้ำหลักที่อยู่ใจกลางจวนอีกครั้ง แสงจันทร์สะท้อนผิวน้ำที่ดูสงบนิ่ง แต่เบื้องล่างคือบ่อน้ำพิษราคะที่กำลังแผ่ขยายอิทธิพลออกไปอย่างช้าๆ และแน่นอน น้ำที่ดูใสและบริสุทธิ์นี้ กำลังกลืนกินจิตใจและศีลธรรมของทุกคนในจวน
"บ่อน้ำพยัคฆ์..." นางยิ้มบางๆ "จากนี้ไป... มันจะเป็นบ่อน้ำราคะที่กลืนกินทุกคนในตระกูลจ้าวให้สิ้นซาก พวกเจ้าจะได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ข้าเคยรู้สึก พวกเจ้าจะได้เห็นครอบครัวของตัเองพินาศด้วยมือของตัวเอง"
และชิงเหยา... หรือไป๋หลินในคราวนี้ จะยืนอยู่ข้างบน มองดูความเสื่อมโทรมที่กำลังก่อตัวขึ้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความกระหายล้างแค้นที่ยังไม่จบสิ้น นางจะเป็นผู้กำกับการแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต การแสดงที่จะทำให้ตระกูลจ้าวพินาศอย่างสมบูรณ์ และความแค้นของนางจะได้รับการชำระล้างอย่างสมบูรณ์แบบ