(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 66 การมาถึงของพายุที่รุนแรง

            เมื่อรับรู้โดยถ้วนทั่วว่าชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าคือหวงเยี่ยซื่อจื่อ ผู้ครอบครองเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาอันดับหนึ่ง


            บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน สีหน้าและท่าทีของอาจารย์เฉินหลง รวมถึงอาจารย์คนอื่นๆที่ยืนล้อมอยู่ต่างแปรเปลี่ยนจากความเคร่งขรึมและตึงเครียด กลายเป็นความระมัดระวัง สุภาพ และให้เกียรติมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


            อาจารย์เฉินหลงยกมือขึ้นกระแอมเบาๆเพื่อรวบรวมความสนใจ สายตาของเขาจับจ้องไปยังหวงเยี่ยอย่างมั่นคง


            “เจ้าชายน้อย.. ในเมื่อเจ้าเพิ่งมาใหม่ก็อาจจะยังไม่รู้กฎภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูร ในครานี้พวกเราจะลืมตาข้างหนึ่งและหลับตาข้างหนึ่งละกัน เพราะการที่เจ้าลงมือกับสองพี่น้องตระกูลตงน่ะ มันถือว่ารุนแรงมากเกินไปและผิดกฎร้ายแรงอย่างมาก!”


            เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะหันสายตาไปยังตงฟางที่ยังคงยืนตัวตรงแม้สภาพอิดโรย


            “เจ้าเองก็ด้วยนะตงฟาง ทีหน้าทีหลังอย่าไปดูถูกเหยียดหยามใครอีก ตราบใดที่ยังไม่รู้ว่าบุคคลที่เจ้าหาเรื่องนั้นเป็นใคร”


            “หวังว่ามันจะเป็นบทเรียนที่ดีต่อพวกเจ้าสองพี่น้องละกัน!”


            ตงฟางได้ยินเช่นนั้นก็ยกมือแนบอก ก่อนโค้งคำนับเหล่าอาจารย์ด้วยความเคารพ สีหน้าของเขาจริงจังและปราศจากความขัดขืน


            “ข้าขอน้อมรับคำสั่งสอน!”


            ขณะเดียวกัน หวงเยี่ยก็ยกมือขึ้นประสานคำนับอย่างสงบ ท่าทีสุภาพเรียบร้อยสมฐานะ ทำให้เหล่าอาจารย์หลายคนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ


            หลังจากนั้น เขากวาดสายตามองไปรอบด้านอย่างช้าๆ ก่อนจะกล่าวประกาศก้อง


            “ฟังไว้นะ ข้าน่ะไม่ชอบคนที่ทำตัวน่ารำคาญเป็นที่สุด!”


            “เหมือนเช่นน้องสาวของตงฟางที่ถึงขั้นกล้าเรียกมนุษย์ด้วยกันว่าเป็นสัตว์เลี้ยง! นั่นแหละที่ทำให้ข้าหวงเยี่ยซื่อจื่อยิ่งไม่ชอบใจเป็นทุนเดิม!”


            “ตงฟาง! นายเองก็สมควรเปลี่ยนนิสัยใหม่เสีย รวมถึงสั่งสอนน้องสาวของตนเองให้ดีๆด้วย!”


            คำกล่าวตรงไปตรงมาและไร้การอ้อมค้อม ทำให้หลายคนรู้สึกสะท้านในใจเป็นอย่างมาก


            ตงฟางที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยืนนิ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงความโกรธเคือง มีเพียงความยอมรับอย่างแท้จริง


            เมื่อกล่าวจบ หวงเยี่ยก็หันหลังเดินจากไปอย่างสงบ ราวกับเหตุการณ์ก่อนหน้าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ผ่านพ้นไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวไปได้สองสามก้าว ชายหนุ่มก็หยุดลงเล็กน้อย ก่อนหันหน้ากลับมามองตงฟางผ่านไหล่ พร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก


            “จะแก้มือเมื่อไหร่ก็เข้ามา แต่ครานี้ข้าจะลงมือให้หนักยิ่งกว่าเดิมอีกนะ!”


            ประโยคนั้นฟังดูเหมือนคำท้าทาย ทว่าแฝงความเปิดเผยและตรงไปตรงมาแบบนักล่ามังกร


            ตงฟางรู้สึกเหมือนกระแสเย็นแล่นผ่านแผ่นหลัง ขนลุกซู่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว


            ภาพรากไม้สีม่วงอันน่าสะพรึงกลัวผุดขึ้นในความคิดอีกครั้ง ทว่าแทนที่จะหวาดกลัว เขากลับหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเผยยิ้มอย่างเหยเก


            “เข้าใจแล้ว! หลังจากนี้ข้าจะปฏิบัติตัวใหม่ รวมถึงคอยกำชับน้องสาวของข้าให้ดีๆด้วย!”


            หวงเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็หันกลับไปเดินต่อ ร่างของเขาค่อยๆห่างออกไปท่ามกลางสายตานับร้อยที่ยังจับจ้องอย่างไม่วางตา


            เมื่อลับสายตาไปในที่สุด เหล่านักเรียนที่ยืนมุงดูอยู่ก็เหมือนเพิ่งได้สติกลับคืน เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้น บางคนพูดถึงพลังระดับราชา บางคนกล่าวถึงท่าทีอันสงบนิ่งของหวงเยี่ย ขณะที่อีกหลายคนยังคงจมอยู่กับความตื่นตะลึงจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น


            อาจารย์เฉินหลงกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะโบกมืออย่างเด็ดขาด


            “พอได้แล้ว แยกย้ายกันไปพักผ่อนซะ อย่ามามุงดูให้วุ่นวาย!”


            เสียงของเขาดังชัดเจนและเปี่ยมด้วยอำนาจ ทำให้เหล่านักเรียนรีบตอบรับพร้อมกัน


            “ครับ!/ค่ะ!”


            ฝูงชนเริ่มสลายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ละคนยังคงกระซิบพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น ขณะทยอยเดินออกจากพื้นที่ประลอง


            บรรยากาศที่เคยตึงเครียดค่อยๆคลี่คลาย เหลือเพียงความสงบหลังพายุ


            ตงฟางยืนอยู่ครู่หนึ่ง มองไปยังทิศทางที่หวงเยี่ยจากไปด้วยความซับซ้อนเลยก็ว่าได้


            ...


            ไม่นานหลังจากเหตุการณ์การปะทะอันดุเดือดสิ้นสุดลง


            ภาพบันทึกการต่อสู้ระหว่างหวงเยี่ยกับสองพี่น้องตระกูลตงก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเทพอสูรอย่างรวดเร็ว


            นักเรียนจำนวนมากที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ใช้สมาร์ทโฟนของตนบันทึกภาพตั้งแต่ช่วงแรกที่สองพี่น้องตระกูลตงเข้าไปหาเรื่องหวงเยี่ยภายในอาคารของนักเรียนชั้นปีหนึ่ง ไปจนถึงฉากการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวที่รากไม้สีม่วงเข้มพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินและเข้าจู่โจมอย่างโหดเหี้ยม


            ภาพเหล่านั้นชัดเจน สมจริง และเต็มไปด้วยแรงกระแทกทางอารมณ์จนยากจะละสายตา


            คลิปวิดีโอเหล่านี้ก็ถูกนำไปเผยแพร่บนเครือข่ายแพลตฟอร์มภายในของสถาบัน


            ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นักเรียนทุกชั้นปีใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร และจัดอันดับความแข็งแกร่งของกันและกัน


            หัวข้อใหม่ถูกตั้งขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมชื่อที่สะดุดตาและชวนตื่นตะลึง จนพุ่งขึ้นสู่กระทู้ยอดนิยมในเวลาอันสั้น


            ภาพของรากไม้พิฆาตดาราที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต การควบคุมพลังอย่างแม่นยำ และสภาพอันยับเยินของตงเยวี่ยหลิง ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสายตาของผู้ชมจำนวนมหาศาล ทำให้ความคิดเห็นต่างๆหลั่งไหลเข้ามาราวกับกระแสน้ำเชี่ยว


            《พระเจ้าช่วย! นี่คือพลังของเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาเรอะ!》


            《รากไม้เหล่านั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไป แค่ดูผ่านหน้าจอยังรู้สึกกดดันเลย แถมเหมือนกับว่าหวงเยี่ยซื่อจื่อไม่ได้เอาจริงเลยสักนิด!》


            《อ๊ากกกก! นี่คือผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟเรอะ เขาเป็นผู้กลืนกินมังกรจริงๆด้วย เกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็นผู้กลืนกินมังกรนี่ละ》


            《เหอะๆ พวกแกเห็นภาพที่บันทึกไว้ไหม เจ้าเด็กนี่เคี้ยวไฟจากเจตจำนงระดับสูงได้อย่างกับขนมแน่ะ!》


            《ได้ยินว่าเจ้าชายน้อยคนนี้เป็นนักล่ามังกรระดับสองขั้นแรกเริ่มเองนะ แต่ตัวของเขากลับจัดการสองพี่น้องตระกูลตงที่เป็นนักล่ามังกรระดับสองขั้นกลางได้อย่างสบายๆ แบบนี้มันนักสู้ข้ามขั้นชัดๆ!》


            《ตระกูลตงขึ้นชื่อว่าเป็นดาวรุ่งระดับแนวหน้าของรุ่นใหม่ แต่กลับพ่ายแพ้หมดรูปแบบนี้ มหาวิทยาลัยปีนี้คงไม่สงบสุขแล้วล่ะ》


            《ราชันย์พงไพรพิฆาตดารา.. แค่ชื่อก็ทำให้ขนลุกแล้ว นี่มันมังกรพฤกษาในร่างมนุษย์ชัดๆ》


            《หึ? กลืนกินไฟได้แล้วยังไง ข้าจะใช้เจตจำนงธาตุสายลมระดับกลางจัดการกับเจ้าเด็กแสบนี้ให้เอง》


            《ไอ้คอมเมนต์บนขี้โม้ชิบหาย อย่างแกยังไม่ได้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับตงฟางเลยด้วยซ้ำ!》


            《อะไรนะ?! งั้นไปยังลานประลองเดี๋ยวนี่เลย ข้าจะใช้สายลมอุดปากเหม็นๆของแกให้เอง!》

            

            ความคิดเห็นนับร้อยปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง


            ทั้งการวิเคราะห์พลัง การคาดเดาศักยภาพในอนาคต และการจัดอันดับความแข็งแกร่งใหม่ของนักเรียนรุ่นปัจจุบัน


            นักเรียนชั้นปีสูงที่เคยวางตัวเหนือกว่าก็เริ่มให้ความสนใจ ขณะที่นักเรียนใหม่ต่างรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวาดหวั่นไปพร้อมกัน คำว่าเจ้าชายน้อยหวงเยี่ยซื่อจื่อกลายเป็นคำค้นหายอดนิยมภายในแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเลยก็ว่าได้