รุ่งอรุณสามสัปดาห์ต่อมา ที่ท้องฟ้าสุดแสนจะแจ่มใสกับวันหยุดที่ไม่ต้องรีบร้อนไปโรงเรียน..
วันนี้มนธิชาอยู่บ้านคนเดียวเพราะกีรติพาเมลดาออกไปมหาวิทยาลัยแต่เช้า เพื่อไปรายงานตัวและทำบัตรนักศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่
คนตัวเล็กนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงนอนพรีเมี่ยมสุดหรูสีขาวในห้องของตัวเอง(ที่ไปงอแงแย่งเอาของเ้าของบ้านมา) จ้องมองโทรศัพท์ดูว่าใครบางคนตอบอะไรเธอกลับมาหรือยัง เพราะเธอไม่ได้เจอหน้าหล่อๆของเขามาสามสัปดาห์เต็มแล้ว ล่าสุดที่เจอหน้ากันก็คือวันที่เธอนั้นเปิดเรียนวันแรก
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาอ่านแชทที่เธอทักหาแล้วไม่ค่อยตอบ โทรไปก็ไม่ค่อยรับสาย สองสามวันตอบแชทที สามสี่วันรับสายที พอพูดกันก็รีบๆตัดบทวางไปทุกครั้งไม่เคยได้คุยกันถึงห้านาทีดีเลย
‘นี่พี่เขาจะรู้มั้ยนะ ว่าเธอคิดถึงเขามากขนาดไหน? รู้สิ! ไม่รู้ได้ไง.. ก็เธอพิมพ์คำว่าคิดถึงส่งไปจีบทุกวันซะขนาดนั้นอ่ะ’
คนตัวเล็กนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่โต๊ะกินข้าว กดเข้าดูแจ้งเตือนจากแอปธนาคารที่มันมียอดเข้ามาเพิ่มให้อีกหนึ่งหมื่นบาท จากชื่อบัญชีของคนที่เธอกำลังคิดถึงเขาอยู่ซึ่งเขาจะโอนให้เธอสัปดาห์ละหนึ่งหมื่นบาทไว้เป็ค่าขนมที่โรงเรียน กับซื้อของใช้ส่วนตัวจิปาถะที่เธออยากได้ เงินที่มันเข้ามานั้นเริ่มสะสมยอดในบัญชีเธอเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมนธิชาไม่ได้เอาออกมาใช้เลย ทุกวันนี้เธอใช้เงินแค่ในส่วนที่เมลดาให้เธอวันละห้าร้อยบาทเท่านั้น เงินห้าร้อยบาทที่พี่สาวให้ เธอก็แค่ใช้ซื้อข้าวและขนมกินที่โรงอาหารกับเพื่อน บางวันยังมีเหลือกลับมาหยอดกระปุกออมสินที่บ้านเสียด้วยซ้ำ เธอเลยตั้งใจว่าจะตั้งใจเก็บเงินไปเรื่อยๆ และพอสิ้นเดือนมาเธอจะแบ่งเงินจำนวนนึง ส่งไปให้ลุงบรรลือกับป้าเกสรไว้ใช้จ่ายทุกเดือนๆด้วยเหมือนกัน แม้ลุงกับป้าเขาจะไม่ได้ร้องขอแต่เธอก็จะให้อยู่ดี..
มนธิชาที่นั่งกินต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและเปิดยูทูปร้องเพลงตามไปด้วยเพลินๆอยู่นั้น ยังไม่ทันรู้สึกตัวเลยว่ามีใครบางคนยืนมองดูเธอจากข้างหลังมาได้สักพักใหญ่แล้ว
“กินอะไรน้องมินนี่? หืม.. ทำไมกินมาม่า?”
“อ๊ะ! พี่เจย์!!”
เด็กน้อยสะดุ้งโหยงด้วยความใ ที่จู่ๆคนตัวสูงก็กำลังก้มตัวลงมา ยื่นใบหน้าหล่อเหลามากระซิบถามเธอที่ข้างหูใกล้ๆ.. ใกล้กันซะจนใบหน้าของคนทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เิเเท่านั้น
จีรภัทร์ที่รีบขับรถมาที่บ้านหลังนี้ เพราะกีรติโทรไปบอกว่ายัยเด็กตัวเล็กอยู่บ้านคนเดียว ซึ่งมันกับแฟนออกไปทำธุระที่มหาวิทยาลัยกันอยู่ ตอนที่รับสายของเพื่อนนั้นเขาก็กำลังนอนกับสาวสวยอีกคนที่ไปเจอกันในผับเมื่อคืน พอได้ยินว่ายัยเด็กน้อยอยู่คนเดียว เขาก็ยกเลิกกิจกรรมตอนเช้าบนเตียงกับเน็ตไอดอลคนสวย ก่อนจะรีบบึ่งมาหาเด็กแสบบางคนแถวนี้ทันที
จีรภัทร์ยืดตัวกลับไปยืนเต็มความสูง ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้อีกตัวออกมาแล้วนั่งลงข้างกันกับมนธิชา ซึ่งเด็กทะเล้นกำลังนั่งยิ้มแก้มปริส่งมาให้อยู่ ส่วนเขาแค่นั่งกอดอกมองเธอนิ่งๆ ไม่ได้ยิ้มตอบกลับอะไรไป
“พี่ให้ตังค์ใช้ไม่พอรึไงฮึ? ทำไมต้องกินมาม่า?”
“พอค่ะ แต่หนูแค่อยากกินเฉยๆ เพราะเมื่อก่อนมันเคยเป็อาหารหลักของหนูกับพี่สาวค่ะ”
“นั่นมันเมื่อก่อน.. แต่ตอนนี้อาหารหลักของหนูคือข้าว และถ้าหนูอยากกินมาม่าจริงๆ หนูก็ต้องทำให้มันครบห้าหมู่ด้วยครับ ใส่ผักใส่เนื้อใส่ไข่เข้าไปด้วยคราวหลังหน่ะ เข้าใจมั้ย?”
“เข้าใจแล้วค่า~ เข้าใจแล้ว.. มาถึงก็บ่นแฟนฉ่ำเลยนะค๊า~”
กึก!!
พอมนธิชาพูดคำว่า ‘แฟน’ ออกไป คนทั้งคู่ก็นิ่งค้างสบตากันอยู่พักใหญ่ ก่อนจีรภัทร์จะเป็ฝ่ายหลบตาคู่โตของน้องที่มองเขาจนหวานเยิ้มอยู่นั้นไปก่อน เขาหันไปหยิบส้มที่วางอยู่ในถาดผลไม้บนโต๊ะลูกนึงขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆปลอกเปลือกมันออกอย่างใจเย็น เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าหัวใจกำลังดังรัวเป็กลองของตัวเองอยู่
“ทำไมพี่เจย์อ่านแล้วไม่ค่อยตอบ? โทรไปหาก็ไม่ค่อยรับสายหนูเลยคะ.. ไม่รู้รึไงว่าหนูคิดถึงพี่เจย์มากๆอ่ะ?”
จีรภัทร์ไม่ได้ตอบคำถามกลับไป แค่เอาส้มป้อนใส่ปากเล็กๆของมนธิชาชิ้นนึง เพื่อให้เธอปากไม่ว่างและหยุดถามเขาถึงเื่พวกนี้ไป
“อร่อยมั้ยครับ?”
“ไม่รู้สิคะ หนูยังไม่เคยชิม..”
คนตัวเล็กตอบเขาแบบสองแง่สองง่ามแล้วยิ้มทะเล้นส่งไปให้ คนตัวสูงหันมามองเธอขวับ พร้อมกับทำตาดุใส่เธอที่พูดจาน่าตีแบบนั้นออกมา ก่อนเขาจะรีบยัดส้มเข้าปากยัยเด็กแสบไปอีกชิ้นนึง
“พี่หมายถึงส้มญี่ปุ่นนี่ครับ ว่ามันอร่อยมั้ย?”
“แต่หนูหมายถึงพี่เจย์ค่ะ ว่าไม่รู้อร่อยมั้ย.. เพราะหนูยังไม่ได้ลองชิม”
“น้องมินนี่!”
“ขา~” เธอขานรับเสียงหวานทันควัน
“Oh, shit!” จีรภัทร์สบทออกมาด้วยสีหน้าสิ้นหวังกับชีวิต เธอทำเขาปวดหัวไปกับคำพูดโตเกินวัยตัวเองแบบนี้มาก อุตส่าห์พาชวนคุยเื่อื่นก็วนกลับมาเื่นี้อีกจนได้
คนตัวเล็กหัวเราะด้วยเสียงน่ารักชอบใจ ก่อนจะขยับเก้าอี้ของตัวเองไปนั่งตัวติดกันกับคนตัวสูง แล้วเอาใบหน้าดวงเล็กไปถูที่แขนแกร่งนั่นอย่างออดอ้อน ทำตาโตเป็ประกายระยิบระยับใส่ดูน่ารักน่าเอ็นดูมาก จนคนที่ก้มมองเธออยู่อดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มกว้างออกมา พร้อมกับยกมือข้างนึงขึ้นไปลูบหัวทุยน้อยๆของเธออย่างอ่อนโยน
“ทำไมพี่เจย์ไม่ยอมรับโทรศัพท์กับตอบข้อความหนูเลยคะ?” เธอวนกลับมาคำถามแรก ที่ตัวเองยังไม่ได้รับคำตอบจากเขา
“พี่ก็ตอบแชท ก็รับสายอยู่นะ”
“ตอบแค่ไม่กี่ประโยค กับรับสายแล้วพูดไม่กี่คำเองค่ะ”
“ก็ตามนั้นไงน้องมินนี่.. ตอนไหนที่พี่ไม่ตอบไม่รับสาย ก็แสดงว่าพี่ยุ่งและไม่มีเวลาจะคุยกับหนู”
“เพราะเอาเวลาไปคุยกับสาวๆสวยๆคนอื่นใช่มั้ยหล่ะคะ? เห็นมีคนมากดหัวใจให้ตั้งเยอะ มีคนมาคอมเม้นต์อ่อยเกลื่อนเต็มไปหมดอ่ะ!”
คนตัวเล็กพูดประชดเขาด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ พร้อมกับทำท่าบึนปากไม่พอใจ เมื่อนึกถึงบรรดาสาวๆสวยๆที่กำลังให้ท่าเขาในโซเชียลช่องทางต่างๆ ที่มันเยอะมากจนเธอนับไม่ถ้วน
“ครับ พี่คุยกับคนอื่นอยู่”
คนตัวสูงยอมรับพร้อมกับทำหน้านิ่ง ก้มลงไปจ้องตากับคนตัวเล็ก ที่กำลังแสดงสีหน้าหึงหวงม้องค้อนพิฆาตใส่เขาอยู่
มนธิชารู้สึกโมโหและหงุดหงิดมาก ไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้ที่เธอชอบและรักเขามากขึ้นทุกวันๆ ไปคุยหรือคบกับคนอื่นเลย เธอทั้งหวงเขามาก หึงเขามากด้วย แม้รู้ว่าตัวเองยังเด็กเกินไปสำหรับเื่รักๆใคร่ๆแบบนี้ รู้หมดแหละว่าตัวเองกำลังทำกิริยาที่ไม่น่ารักไม่เหมาะสมกับอายุตัวเองอยู่ แต่จะทำยังไงได้หล่ะ ก็คนมันตกหลุมรักไปแล้ว ไม่ให้เเสดงความรู้สึกออกให้เขารู้เธอเองก็คงจะทนไม่ไหว
คนตัวเล็กถอนหายใจออกมายาวๆทีนึงเพื่อระบายความโมโห ปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งก่อนจะผละหัวตัวเองขึ้นมาจากแขนแกร่งของเขา เลื่อนเก้าอี้ตัวเองเว้นระยะห่างกับคนตัวสูงเหมือนเดิมแล้วหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดเข้าไปดูคลิปในแอปยูทูปต่อ
จีรภัทร์นั่งมองเด็กตัวเล็กพร้อมกับขมวดคิ้วหนางงๆ ตอนที่เขาตอบออกไปแบบนั้น คิดว่าเธอจะมีปฏิกิริยาร้องโวยวาย ง้องอน ทุบตี และอาละวาดใส่เขาซะอีก เพราะสายตาเธอที่มองเขาก่อนหน้านั้นมันแสดงความหึงหวงออกมาอย่างชัดเจนมาก เป็ครั้งแรกที่เขาคาดเดาจิตใจผู้หญิงไม่ถูก แถมผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขาเดาใจไม่ถูกนั้น ก็เป็แค่เด็กน้อย! เด็กน้อยที่อายุแค่ 16 ปีอย่างเธอเท่านั้น!!