โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 38 ขายของ

    เมื่อได้ยินชายชราหัวรั้นเบื้องหน้ากล่าววาจาท้าทายในใจของเซนนั้นก็คิดถึงวิธีการมากมายที่จะใช้สั่งสอนอีกฝ่าย แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดก็คือตบกระบาลชายชราเบื้องหน้า เมื่อเขาเห็นหัวที่โล้นเตียนและสะท้อนแสงของอีกฝ่าย ในเวลานั้นเองกัสที่เห็นทั้งสองกำลังผิดใจกันก็รีบเข้ามาห้ามทันที

    “ท่านทั้งสองได้โปรดอย่าได้ให้มันเลยเถิดไปมากกว่านี้เลย เป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ยอมกล่าวตั้งแต่แรกเรื่องการมอบอำนาจของราชา…พวกท่านถึงได้…”

    กัสยังกล่าวไม่ทันจบ ผู้อำนวยการก็ได้เข้าร่วมในการปลอบทั้งสองฝ่ายให้สงบเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะรองผู้อำนวยการในวัยชราที่หัวรั้นจนยากที่จะเอาอยู่

    “เฒ่าหัวล้าน นี่เจ้าถึงกับขนาดตั้งใจข่มขู่รุ่นเยาว์หากข่าวเรื่องนี้รู้ถึงหูนักเรียนและเหล่าผู้ปกครองล่ะก็ ชื่อเสียงของโรงเรียนเราคงป่นปี้แน่ๆ”

    “หึ!”

    รองผู้อำนวยการเมื่อได้ยินสหายกล่าวถึงชื่อเสียงของโรงเรียนของพวกเขา ก็เหมือนจะได้สติก่อนที่จะลดแรงกดดันลงพร้อมกับหันไปด้านข้างชักสีหน้าไม่พอใจบ้าง เมื่อเซนเห็นดังนั้นก็ทำได้เพียงแค่ส่ายหัว ชายชราคนนี้เหมือนกับวัยรุ่นอายุสิบกว่าปี นิสัยของเขาเลวร้ายมาก แต่ความหัวรั้นของเขาก็ยังมีข้อดี

    “พละกำลังของท่านนับว่าสุดยอดจริงๆ ที่สามารถบีบแขนชายชราเป็นรอยขนาดนั้นได้ ข้าเชื่อว่าต่อให้ท่านรับการทดสอบจริงๆ ท่านก็สามารถผ่านเข้าโรงเรียนเราได้สบายๆ แน่นอน”

    “ข้าแค่ยังไม่ใช้ออร่าแค่นั้น…”

    รองผู้อำนวยการกล่าวแย้งบางอย่างออกมา อย่างไรก็ตามในเวลานั้นผู้อำนวยการก็ดูเหมือนจะเริ่มทนไม่ไหวกับนิสัยอันดื้อรั้นของเขา เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวผู้อำนวยการก็ได้หันหน้าไปมองต้นเสียงทันที พร้อมกับทำหน้าตาบึ้งตึง ทำให้รองผู้อำนวยการเงียบไปทันทีและไม่กล้ากล่าวสิ่งใดอีก

    เมื่อเห็นว่าสามารถทำให้สหายของตนนั้นเงียบปากลงไปได้แล้ว ผู้อำนวยการวัยชราก็ได้หันมากล่าวกับเซนพร้อมกับรอยยิ้มที่จริงใจว่า

    “ยินดีต้อนรับท่านเข้าเรียนในโรงเรียนของเรา เนื่องจากท่านได้เข้าเรียนมาอย่างไม่ถูกวิธี ดังนั้นท่านจึงไม่สามารถคัดเลือกห้องเรียนของตนเองได้ ข้าจึงขออนุญาตใส่ชื่อของท่านเอาไว้ในห้องเรียนที่สิบ ซึ่งเป็นห้องเรียนที่รวมตัวปัญหา และพวกห่วยแตกเอาไว้ด้วยกัน”

    “ไม่มีปัญหา”

    เซนกล่าวตอบ เขาไม่ได้สนใจว่าตนเองนั้นจะได้เรียนห้องเรียนหัวกะทิหรืออะไรหรือไม่ เขาสนใจเพียงแต่การมาหาความรู้เท่านั้น

    หลังจากนั้นเซนก็ได้ให้ข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการลงทะเบียน พร้อมกับรายละเอียดวันเปิดเรียนวันแรกของชั้นเรียนปีที่หนึ่ง ในอีกสามวันข้างหน้า พร้อมกับเครื่องแบบและกฎการปฏิบัติตัวต่างๆ ซึ่งชายชราไม่ลืมเน้นย้ำให้เซนจดจำมัน เพราะหากชายหนุ่มทำผิดกฎเขาจะไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะคนที่คุมกฎภายในโรงเรียนนี้นั้นไม่ใช่หน้าที่ของเขาและคณะอาจารย์

    เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นเรื่องโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว เซนก็ได้จากไปพร้อมกับกัสในทันที ในขณะเดียวกันชายชราทั้งสองทั้งผู้อำนวยการและผู้อำนวยการก็ได้แต่มองไปที่ชายหนุ่มอย่างสงสัย ก่อนที่รองผู้อำนวยการจะทำเสียงฮึดฮัดพร้อมกับกล่าวออกมาว่า

    “เหตุใดท่านเอวินซ์จึงได้มอบอำนาจให้กับรุ่นเยาว์เช่นเขากัน ข้าไม่เข้าใจจริงๆ”

    ผู้อำนวยการยิ้มก่อนจะกล่าวตอบไปว่า

    “ใครจะรู้…แต่ข้ารู้สึกได้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ธรรมดา อย่าได้ทำอะไรให้เขาไม่พอใจเด็ดขาดต่อจากนี้ เจ้าอาจจะไม่กลัวอำนาจของเขาตอนนี้ แต่ครอบครัวของเจ้าอาจจะได้รับผลจากมันหากเขาตัดสินใจใช้อำนาจที่มีจัดการเจ้า”

    สีหน้าของรองผู้อำนวยการเปลี่ยนไปทันที เมื่อสหายของเขากล่าวถึงครอบครัวของเขา เขาอาจจะพึ่งนึกออกว่าเขายังมีหลานๆ ของเขาอยู่และไม่ได้คิดถึงผลการกระทำของเขาก่อนหน้านี้ดีๆ

    …….

    หลังจากที่เซนและกัสจากมาจากโรงเรียนวิลโลแล้ว กัสก็ดูเหมือนจะมีสีหน้าโล่งไปเยอะ หลังจากอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดเมื่อสักครู่ ตอนนี้ทั้งคู่ได้เดินมาหยุดที่ถนนเส้นหนึ่งภายในเมือง ซึ่งถนนเส้นนี้ดูเหมือนจะเป็นถนนสายการค้าที่มีชื่อเสียงและอันแน่นไปด้วยผู้คน อย่างไรก็ตามร้านค้าต่างๆ นั้นไม่ใช่ร้านแผงลอย แต่กลับเป็นร้านค้าที่เป็นร้านจริงๆ และส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ขายสินค้าชั้นสูง ดังนั้นคนที่สามารถมาเดินเล่นและใช้จ่ายในถนนเส้นนี้ได้ล้วนแล้วแต่เป็นคนรวยและเหล่าชนชั้นสูง

    มีสินค้ามากมายที่เซนนั้นค่อนข้างจะสนใจ อย่างไรก็ตามเซนในตอนนี้นั้นไม่มีเงินสักเหรียญเดียว และในเวลานั้นเองที่ชายหนุ่มนึกได้ว่าตนเองนั้นเหลือแร่บางส่วนที่ขุดออกมาจากโลกใต้พิภพและต้องการจะขายมัน ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้มองหาร้านประเมินราคา

    เนื่องจากถนนการค้าเส้นนี้นั้นมีขนาดใหญ่เกินไปหากเซนเดินหาเองเขาคงหามันไม่เจออย่างแน่นอนทั้งวัน ต้องขอบคุณกัสที่ตอนนี้กลายเป็นคนแนะนำเขาหลายๆอย่าง จนในที่สุดทั้งสองก็ได้มาถึงร้านประเมินราคาที่รับซื้อสิ่งของทุกอย่างที่มีค่าในราคาที่ยุติธรรม

    เมื่อเซนเปิดประตูเข้ามาในร้าน เขาก็ค้นพบว่าร้านนั้นถูกต้องแต่งอย่างดี พร้อมกับมีของประดับและของหายากมากมายวางอยู่ทั่วทั้งร้าน จุดกึ่งกลางของร้านนั้นเป็นจุดที่สะดุดตามากที่สุดหลังจากเซนได้มองไปทั้งร้าน กึ่งกลางของร้านนั้นมีรูปปั้นมังกรจีน ที่ถูกสลักอย่างงดงามด้วยหินสีเขียวที่ดูจะเหมือนกับหยกตั้งเอาไว้อยู่ ขนาดความสูงของมันสูงกว่าตัวเซนเสียอีก ไม่ต้องสงสัยเลยหากเอาโมเดลชิ้นนี้ไปขายในโลกเก่าของเขามันต้องได้ราคาดีมากแน่ๆ

    “ยินดีต้อนรับขอรับนายท่านทั้งสอง!”

    พนักงานต้อนรับซึ่งเป็นชายวัยกลางคนที่แต่งตัวเนี๊ยบและรูปร่างค่อนข้างเตี้ยออกมาต้อนรับเซนกับกัส เมื่อเห็นเซนนั้นแต่งตัวธรรมดาและมาพร้อมกับทหารยศสูงนั้น เจ้าของร้านคนนี้ก็ดูเหมือนจะรู้ว่าลูกค้าอย่างเซนนั้นไม่ธรรมดาแน่นอน

    “ท่านสนใจสินค้าชิ้นไหน ภายในร้านหรือไม่ขอรับ?”

    เจ้าของร้านกล่าวถามเซน ซึ่งเซนก็ได้เงียบไปสักพักเขากำลังมองหาสิ่งที่น่าสนใจอยู่ อย่างไรก็ตามแม้ว่าของภายในร้านนั้นจะดูเป็นของหายาก แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้ต้องการสิ่งใดเลย เพราะทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่ไม่มีประโยชน์กับเขาทั้งสิ้น เพราะตอนนี้เขาไม่รู้จักพวกมันหลายอย่าง แต่มีแร่บางชิ้นที่น่าสนใจและน่านำมันมาสร้างอาวุธ แต่เซนในตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนที่จะสร้างอาวุธใดๆ

    “ท่านสนใจรับซื้อพวกก้อนแร่หรือไม่?”

    เซนกล่าวถามในตอนนั้นเองดวงตาของเจ้าของร้านก็ดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะกล่าวอย่างสุภาพว่า

    “รับซื้อแน่นอนขอรับ…แต่ร้านของข้ารับซื้อแต่แร่มีค่าเท่านั้น”

    เจ้าของร้านพึ่งกล่าวจบก็ได้เห็นเซนนำถุงขนาดใหญ่ที่เขามักเดินแบกไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลาวางไว้บนโต๊ะตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในร้าน ก่อนที่เขาจะพลิกถุงและเทบางอย่างออกมาอย่างจากถุง ซึ่งเป็นก้อนแร่หลากสีสันและดูสวยงามจำนวนมาก เมื่อเจ้าของร้านเห็นของในถุงโทรมๆ ของเซนสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยเสียงตะกุกตะกัก

    “แร่อัลไลท์ เมทัลไนท์ เลโมซีน พลอย มรกตแห่งชีวิต…..”

    “ทั้งหมดล้วนเป็นแร่ที่หายาก…ทะ…ท่านไปหาพวกมันจากไหนกัน พวกมันเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก พวกชนชั้นสูงแล้วแต่สนใจสะสมพวกแร่หายากพวกนี้ หากนำมันไปสลักหรือแปรรูป มันจะต้องขายออกอย่างแน่นอน”

    เจ้าของร้านกล่าวถาม อย่างไรก็ตามเขากลับได้คำตอบเป็นเพียงรอยยิ้มจากเซนเท่านั้น ในตอนนั้นเองสีหน้าท่าทางของกัสที่ยืนอยู่ข้างๆเซนเองก็มองไปที่เจ้าของร้านอย่างเอาเรื่อง สิ่งที่เจ้าของร้านถามนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่เสียมารยาทอย่างมากสำหรับคู่ค้า และดูเหมือนเขาจะพึ่งรู้ตัว อย่างไรก็ตามเซนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอยู่แล้วที่เขาเงียบตอนแรกนั้นเพราะเมื่อเขาได้ยินเจ้าของร้านกล่าวเกี่ยวกับแร่มีค่าพวกนั้นเขาก็หวนนึกถึงก้อนแร่ที่เขาค้นพบ และมันถูกทำลายลงด้วยฝีมือของใครบางคนเมื่อไม่นานมานี้

    “ข้าค้นพบมันที่โลกใต้พิภพ”

    “…..”

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน