อาณาจักรนิรันต์

    มหาสงคราม?



    ฝุ่นทรายลอยคลุ้งตามลมร้อนที่พัดผ่านถนนเมืองทารอน อาเธอร์และเดวิดเดินเคียงกัน มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ของราเมซ แสงแดดยามบ่ายสาดลงบนกำแพงหิน สะท้อนเงายาวของทั้งสองลงบนพื้นดินแห้งผาก เสียงฝีเท้าดังสม่ำเสมอ ท่ามกลางกลิ่นฝุ่นและควันจางๆ จากร้านตีเหล็กที่อยู่ไม่ไกล




    เมื่อถึงประตูคฤหาสน์ ยามในชุดเกราะหนังยืนตระหง่าน ยามคนหนึ่งพยักหน้า “ยินดีต้อนรับท่านทั้งสองขอรับ ท่านราเมซรออยู่ที่ห้องรับรองขอรับ” น้ำเสียงสุภาพ




    “เข้าใจแล้ว ขอบใจมาก” อาเธอร์ตอบกลับพร้อมพยักหน้าอย่างเป็นมิตร




    ยามอีกคนก้าวนำ พาทั้งสองผ่านลานกว้างที่มีน้ำพุหินตั้งอยู่กลาง รอบๆ เป็นต้นไม้เตี้ยที่ทนต่อความแห้งแล้ง เสียงน้ำไหลดังรินเบาๆ ผสมกับกลิ่นดินและใบไม้แห้ง เมื่อถึงประตูห้องรับรอง ยามเคาะไม้สองครั้ง “ท่านราเมซขอรับ ท่านอาเธอร์และเดวิดมาแล้วขอรับ”




    สักพัก เสียงทุ้มจากด้านในดังตอบ “ให้เข้ามา”




    ประตูไม้แกะสลักเปิดออก ชายร่างสูงในชุดคลุมสีเข้มเดินสวนออกมา มองอาเธอร์และเดวิดด้วยสายตาสำรวจ เขาก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นมารยาท ก่อนเดินจากไปเงียบๆ อาเธอร์พยักหน้าตอบรับ แล้วก้าวเข้าไปในห้อง เดวิดตามหลัง ดวงตาสีเงินสแกนทุกมุมอย่างไม่ประมาท




    ภายในห้องรับรอง กลิ่นควันจากไปป์ไม้ลอยคลุ้ง ผสมกับกลิ่นหนังและหมึกจากเอกสาร ราเมซนั่งบนเบาะหนังสีน้ำตาลเข้ม มือขวาถือม้วนกระดาษ มือซ้ายกำไปป์ที่ควันพวยพุ่ง เขาเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ปนยินดี “พวกเจ้ากลับมาแล้วงั้นรึ? นั่งลงๆ เล่าเรื่องที่เจ้าได้มาด้วย” เขาชี้ไปที่เบาะข้างๆ ด้วยรอยยิ้ม




    อาเธอร์และเดวิดนั่งลง อาเธอร์เอนตัวเล็กน้อย สบายๆ แต่ตื่นตัว “ก็ถือว่ามีความคืบหน้าอยู่บ้าง” เขากล่าว น้ำเสียงแฝงความมั่นใจ




    ราเมซหัวเราะหึๆ ควันจากไปป์ลอยวน “ข้าได้ยินเรื่องการแสดงของพวกเจ้าแล้ว แทบไม่อยากเชื่อ ข้าละอยากเห็นกับตาตัวเองจริงๆ” เขาหยุด สายตาจับจ้องเดวิด “กลุ่มอำนาจต่างๆ ในทารอนพูดถึงความสามารถปามีดของเจ้ากันเมามันเลยนะ เดวิด”




    อาเธอร์ยิ้มกว้าง มองเดวิดด้วยหางตา “ยังมีอีกหลายเรื่องที่พวกเขาจะต้องตกใจกับความสามารถของเดวิดอีกเยอะเลยล่ะ” น้ำเสียงมีเลศนัย ราวกำลังซ่อนไพ่ตาย




    เดวิดนั่งนิ่ง ดวงตาสีเงินไร้อารมณ์ “แค่ทำตามที่จำเป็น” เขากล่าวเรียบ ไม่สนใจคำเยินยอ




    ราเมซวางม้วนกระดาษลง สูดควันจากไปป์ “เอาละ เรื่องกลุ่มเงาทะเลทรายเป็นอย่างไรบ้าง?”




    อาเธอร์สูดหายใจลึก เริ่มเล่า “คือเรื่องมันเป็นแบบนี้…” เขาเล่าถึงสถานการณ์ในค่ายเงาทะเลทราย ความสัมพันธ์กับคาย่าและวาลาส ข้อมูลที่บ่งชี้ถึง “มือที่มองไม่เห็น” ซึ่งชักใยทั้งทารอนและคาร์ทุซ น้ำเสียงของเขาค่อยๆ เข้มขึ้นเมื่อพูดถึงกับดักที่ซ่อนอยู่ในข้อมูลที่รั่วไหล เดวิดนั่งเงียบ แต่พยักหน้าเป็นระยะเพื่อเป็นการยืนยันอาเธอร์




    ราเมซขมวดคิ้ว หน้าเคร่ง “เรื่องราวมันเลวร้ายกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” เขาลูบคาง ควันจากไปป์ลอยวนรอบใบหน้า “แล้วแผนของพวกเจ้าเป็นอย่างไร?”




    “สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ คือเล่นตามแผนที่พวกมันวางไว้ แล้วพลิกเกมในจุดสำคัญ” อาเธอร์ตอบ น้ำเสียงหนักแน่น “เราจะปล่อยให้ทุกอย่างดูเหมือนดำเนินตามที่ ‘คนที่สาม’ คาดหวัง แต่เมื่อถึงจังหวะ เราจะเปลี่ยนเกมทั้งกระดาน”




    ราเมซถอนหายใจยาว วางไปป์ลง “ก็คงมีแต่ทางนี้สินะ”




    เดวิดกล่าวขึ้น “เอกสารที่เจ้าอ่านกับชายที่ออกไปเมื่อกี้มีอะไรงั้นหรอ?”




    “สภาทุ่มกำลังหมดหน้าตักเพื่อจบสงครามนี้ให้เร็วที่สุด พวกเขาต้องการให้การจู่โจมครั้งนี้เป็นการทุ่มสุดตัวของทารอน” ราเมซกล่าว




    “เหมือนทางนั้นก็คงไม่ไหวเหมือนกันสินะ” อาเธอร์พึมพำ มือลูบคาง ครุ่นคิด




    ราเมซพยักหน้า “สิ่งที่พวกเจ้าต้องการตอนนี้คืออำนาจสั่งการเด็ดขาดในจังหวะพลิกเกม ใช่ไหม?”




    “ถูกต้อง” อาเธอร์ตอบทันควัน “การทำลายแผนของคนที่อยู่เบื้องหลัง พร้อมชนะสงครามในคราวเดียว มีแต่ทางนี้เท่านั้น” ดวงตาของเขาวาววับด้วยความมุ่งมั่น




    ราเมซจ้องอาเธอร์นิ่ง “เจ้ามั่นใจหรือ?”




    อาเธอร์ยิ้มบาง “ถึงจะไม่เต็มร้อย แต่ก็มั่นใจระดับหนึ่ง” เขาหยุดครู่หนึ่ง น้ำเสียงจริงจังขึ้น “ข้าให้คำมั่นได้ ราเมซ หากแผนล่ม ข้าและเดวิดจะสู้จนกว่าตายกันไปข้างหนึ่ง”




    เดวิดเหลือบมองอาเธอร์เล็กน้อย แต่ไม่พูดอะไร




    ราเมซพยักหน้า “ได้ยินเช่นนั้น ข้าซึ้งใจยิ่งนัก” เขายกมือขึ้น “ข้าจะรวบรวมคนที่ไว้ใจได้ เมื่อถึงเวลา พวกเขาจะทำตามคำสั่งเจ้า”




    “ขอบใจที่เชื่อใจเรา ราเมซ” อาเธอร์วางมือทาบอก




    ราเมซโบกมือ “ไม่ต้องขอบคุณ ทั้งหมดก็เพื่อทารอน” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ “ว่าแต่ พวกเจ้าต้องการอะไรเพิ่มหรือไม่?”




    เดวิดพูดขึ้นทันควัน “ถ้าเป็นไปได้ อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเวทมนตร์ โดยเฉพาะอัญมณีเวท”




    ราเมซหัวเราะแห้ง “เรื่องนั้นสินะ… ข้าจะให้ลูกน้องพาเจ้าไปที่ตลาดมืด ส่วนจะได้อะไรหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับโชคของเจ้าแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้” เขาสูดไปป์ ควันลอยวน




    “งั้นก็เยี่ยมเลย” อาเธอร์ยิ้มกว้าง




    ราเมซพ่นควัน น้ำเสียงจริงจังขึ้น “แต่จงระวังไว้ จากเหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงเรื่องที่ประตูตะวันตก มีหลายกลุ่มจับตาดูพวกเจ้า เยอะแยะไปหมด”




    “เรื่องนั้นพวกข้าก็พอสัมผัสได้มาสักระยะแล้ว” อาเธอร์พยักหน้า “แต่เราทำอะไรพวกมันไม่ได้ อย่างน้อยก็ในตอนนี้”




    เดวิดเอียงศีรษะ “แล้วเจ้ามีความเห็นว่าเป็นกลุ่มใดบ้าง?”




    ราเมซหัวเราะ “ขุนนางซาราทิส นักบวชซิลเวรัส สภา ตลาดมืด…และอื่นๆ พวกเจ้ากลายเป็นคนดังเสียแล้ว”




    “ทำไมพวกเขาต้องสนใจพวกเราขนาดนี้?” เดวิดพึมพำกับตัวเอง




    “สงครามนี้เหมือนโซ่ตรวนที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน” ราเมซสูบไปบ์




    “และเราคือสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ได้อยู่ในสมการโซ่ตรวนนี้ตั้งแต่แรก” อาเธอร์กล่าวเสริม




    เดวิดหันมองอาเธอร์ “เหมือนที่นายบอก ว่าเราเป็นตัวแปรที่ไม่มีใครคาดถึง?”




    “ใช่” อาเธอร์พยักหน้า “ถ้ามีอะไรผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ผลลัพธ์อาจเลวร้ายสุดขีดสำหรับแต่ละฝ่ายได้”




    เดวิดนิ่ง ราวกำลังประมวลผลในหัว “เหมือนสงครามระหว่างทารอนและคาร์ทุซ เป็นจุดเริ่มต้นของบางอย่างที่ใหญ่กว่านี้ในอนาคต?”




    “สิ่งที่ใหญ่มากๆ” อาเธอร์กล่าว น้ำเสียงเคร่งขรึม




    ราเมซพ่นควัน ควันลอยหนาท่วมใบหน้า “มหาสงครามระดับทวีป! ที่จะทำให้ทั้งมิดทรอราลุกเป็นไฟ” เขากล่าว ดวงตาวาววับด้วยทั้งความหวาดหวั่น




    ความเงียบกดทับลงในห้อง เสียงลมร้อนจากหน้าต่างดังแผ่ว เดวิดมองราเมซสลับกันกับอาเธอร์ ‘สองคนนี้เหมือนกันกว่าที่คิดห๊ะ’




    ราเมซวางไปป์ลง “พวกเจ้าไปพักผ่อนเถอะ แล้วช่วงค่ำข้าจะให้ลูกน้องพาพวกเจ้าไปที่ตลาดมืด”


    คล้ายกับเรื่องอาณาจักรนิรันต์ ที่คุณอ่าน