อสูรไร้เทียมทาน

    บทที่ 32  2 กระบี่ชั้นยอด

    บทที่ 32 

    2 กระบี่ชั้นยอด

    ลู่เฟิ่งตั้งท่าเตรียมพร้อมเข้าปะทะ ดวงตาจ้องมองไปที่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าอย่างจริงจัง อีกฝ่ายเองก็ตั้งท่าอย่างจริงจังเช่นเดียวกัน

     

    เหล่าข้ารับใช้ที่อยู่ภายในตำหนักแห่งนี้ จ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่กระพริบตา

     

    ความรู้สึกที่กดดันและปลดปล่อยออกมารอบบริเวณ มันสามารถทำให้สัมผัสได้ถึงความหนักหน่วง

     

    หลงหมิงพุ่งทะยานตรงเข้ามาอย่างรวด กระบี่ไม้ภายในมือของเขาตวัดโจมตีเข้ามา การเคลื่อนไหวของกระบี่วิถีแตกต่างจากกระบี่ก่อนหน้านี้อย่างสิ้น

     

    มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงเข้ามาหาลู่เฟิ่ง ยามที่ตวัดกระบี่มีออร่าระยิบระยับปลดปล่อยออกมาจากตัวกระบี่ไม้

     

    ลู่เฟิ่งรับการโจมตีนั้นเอาไว้ ยกกระบี่ของตนเองขึ้นมาป้องกันการโจมตี การโจมตีกระแทกเข้าที่กระบี่อย่างรุนแรง

     

    ลู่เฟิ่งรับการโจมตีนั้นเอาไว้ได้แต่ว่าความรุนแรงของการโจมตีหากร่างกายของเขากระเด็นมาด้านหลัง

     

    ลู่เฟิ่งตั้งหลักได้อีกครั้งทำการโต้ตอบกลับไปด้วยกระบี่ของตน หลังจากนั้นการปะทะกระบี่ของทั้งสองก็เริ่มขึ้น

     

    เสียงที่ดังขึ้นมามีเพียงแค่เสียงของกระบี่ไม้ที่ปะทะกันอย่างหนักแน่น “ ปั้ง!!! ปั้ง!!! ปั้ง!!!  ”

     

    “ เสียงนี่มันอะไรกัน ”

     

    “ เหตุใดกระบี่ไม้ถึงสามารถแสดงเสียงออกมาแบบนั้นได้ ” เหล่าบริวารรับใช้ที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้พากันตั้งคำถาม

     

    พวกเขากำลังสงสัยว่าเหตุใด กระบี่ไม้มาถึงสามารถ ทำให้มีเสียงการปะทะแบบนั้นออกมาได้ 

     

    การปะทะกระบี่อย่างดุเดือดดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็วผ่านมาหลายสิบกระบวนท่ายังไม่มีผู้ใดรู้แพ้รู้ชนะ

     

    ทั้ง 2 ผลัดกันลุกกันรับด้วยท่าทีตื่นเต้น หลงหมิงผู้ที่ถูกขนานนามว่า 1 ใน 10 ราชันย์กระบี่ในตอนนี้ร่างกายกำลังสั่นสะท้าน“ ”

     

    เขาคือหนึ่งในสิบคนที่ถูกขนานนามว่าเป็นยอดกระบี่แห่งใต้หล้า แต่ในตอนนี้มันกำลังจะรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ปะทะกับองค์ชายที่มีอายุเพียงแค่ไม่กี่ปี

     

    “ ยอดไปเลย ”

     

    “ กระบี่ของเจ้ามองและคาดเดาได้ยากจริงๆ ”

     

    “ ข้าไม่เคยเห็นวิธีก็มีแบบนี้มาก่อนเลย ”

     

    “ ทำให้ข้าชักตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก ” 

     

    “ เอาล่ะขอดูหน่อยว่าเจ้ามีความสามารถอะไรที่ซ่อนเอาไว้อีก ” หลงหมิงยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก 

     

    คนผู้นี้ปลดปล่อยแรงกดดันออกมาจากร่างกายของตนเอง  ทันใดนั้นเองกระบี่ของเขาก็เพิ่มความรวดเร็วขึ้นอีก 1 เท่าตัว 

     

    วิถีกระบี่ดาราแตกต่างจากกระบี่ธรรมดาทั่วไป ยามที่มันตวัดไปมามันแผ่ซ่านออร่าพลังปราณระยิบระยับเหมือนกับดวงดารา

     

    ลู่เฟิ่งหลังจากที่ได้ปะทะกัระบี่กับผู้ที่อยู่ด้านหน้า เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงหลายอย่าง กระบี่ที่ตวัดไปมาแสงที่ระยิบระยับที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวกระบี่ 

     

    มันเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาของผู้คนยามที่ปะทะกัน  คนที่มีประสบการณ์ต่อสู้ที่ไม่มากพอ 

     

    พวกเขาเองก็จะโดนแสงระยิบระยับของกระบี่นั้นดึง จนทำให้ละทิ้งเกี่ยวกับการต่อสู้ มันอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้โดนโจมตีได้โดยที่ไม่ทันตั้งตัว 

     

    ดูเหมือนว่าวิชากระบี่นี้มันจะมีเล่ห์เหลี่ยมที่ซ่อนเร้นเอาไว้อยู่ด้วย  โชคดีที่ว่าลู่เฟิ่งมีทักษะการต่อสู้มา 

     

    เขาเคยต่อสู้มาหลายสิบปีเพราะแบบนั้นพวกเล่ห์กลอุบายพวกนี้จึงใช้ไม่ได้ผลกับเขา เพราะว่าประสบการณ์ในการต่อสู้ 

     

    หลงหมิงหลังจากที่ได้ปะทะกับลู่เฟิ่งมาหลายสิบกระบวน เขาได้ทำการเอ่ยชื่นชมออกมาจากใจจริง “ ยอดเยี่ยมไปเลยกระบี่ของข้าหลอกล่อเจ้าหลายต่อหลายครั้ง ”

     

    “ แต่ว่าเจ้าเองก็ไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ”

     

    “ บ่งบอกถึงประสบการณ์ในการต่อสู้ที่มากมาย ”

     

    “ แต่ว่ามันก็ทำให้ข้าสงสัยเหตุใดตัวของเจ้าจึงมีประสบการณ์การต่อสู้มากขนาดนี้ ”

     

    “ ช่วงอายุของเจ้าเพียงแค่นี้แถมยังอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ ”

     

    “ พวกองค์ชายที่อยู่ภายในตำหนักผมเพราะแม้ว่าพวกเขาจะมีสายเลือดของราชวงศ์และมีความโดดเด่น ” 

     

    “ แต่ว่าพวกคนเหล่านั้นตอนที่ออกไปจากตำหนักบ่มเพาะก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ไร้ประสบการณ์ในการต่อสู้แม้ว่าพวกมันจะถูกฝึกฝน ”

     

    “ แต่ว่าเพียงแค่มองเห็นจากสายตาก็รู้ได้ในทันที ”

     

    “ ว่าตัวของเจ้านั้นแตกต่างกันออก เจ้าไม่ใช่เพียงแค่คนที่มีเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ถ้าตัวของเจ้ามีประสบการณ์ในการต่อสู้อย่างชัดเจน ” 

     

    “ หลังจากที่ข้ารองได้ปะทะกับเจ้า ข้าก็รู้ได้ในทันทีแล้วมันเองก็ทำให้ค่านั้นอยากรู้มากขึ้น”

     

    “ ว่าตัวของเจ้านำเอาทักษะการต่อสู้พวกนี้มาจากที่ไหนกัน ” หลงหมิงตวัดกระบี่อย่างต่อเนื่อง

     

    กำลังเอ่ยถามออกมายังไม่หยุดในตอนนี้คนผู้นี้กำลังสนใจในตัวของลู่เฟิ่ง ลู่เฟิ่งรับการโจมตีของคนพูดนั้นพลางกับกระโดดถอยหลังออกมา 

     

    เขารักษาระยะห่างทิ้งร่างกายของตนเองห่างมาหลายสิบเมตร 

     

    ลู่เฟิ่งตั้งท่าแปลกประหลาดเท้าทั้งสองข้างอย่างรากลึกลงไปที่พื้น ร่างกายตั้งตรงตระหง่านดุจต้นไม้ใหญ่

     

    ผู้ที่อยู่ด้านหน้าแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย หลงหมิงยุคยิ้มขึ้นที่มุมปาก 

     

    “ ดูเหมือนว่าเจ้าอยากจะเอาจริงแล้วสินะ ถ้าเช่นนั้นเรามาลองปะทะกันหน่อยดีหรือไม่ ” หลงหมิงก็ตั้งท่าเตรียมโจมตีเช่นเดียวกัน 

     

    กระบี่ของคนผู้นี้เอื้อมไปด้านหลังพร้อมกับรวบรวมพลังจำนวนมหาศาล ลู่เฟิ่งที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าใช้มือข้างซ้ายกับข้อมือข้างขวาที่เกิดกระบี่เอาไว้ 

     

    สูดหายใจเข้าไปภายในปอดทันใดนั้นปราณภายในร่างกายก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นออร่าบางอย่าง 

     

    ออร่าที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของลู่เฟิ่ง มันทำให้บรรยากาศบริเวณรอบๆเปลี่ยนไป ความหนักแน่นที่แผ่ซ่านออกมายากเกินจะบรรยาย 

     

    ในขณะเดียวกันหลงหมิงก็ปลดปล่อยออร่าของตนเองออกมา บรรยากาศที่ทั้งสองสร้างขึ้นทำให้เหล่าบ่าวรับใช้ภายในสถานที่แห่งนี้พากันสั่นสะท้าน

     

    ลู่เฟิ่งแสดงแววตาจริงจังร่างกายพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ในวินาทีนั้นอีกฝ่ายเองก็พุ่งตรงเข้ามาเช่นเดียวกัน

     

    “ กระบี่ก้าวดาราดาราดวงที่ห้า ดาวเหนือประกาย   ” หลงหมิงปลดปล่อยถ้าโจมตีพุ่งตรงมา 

     

    มันเป็นท่าแทงตรงกระบี่ที่ทรงพลังพุ่งทะยานออกมาเป็นเส้นสีขาว เหมือนกับเส้นทางบนท้องนภาที่แหวกออก 

     

    ในขณะเดียวกันลู่เฟิ่งที่พุ่งตรงเข้าไป ร่างกายที่ปลดปล่อยออกมาออร่าพวกนั้นก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นออร่าของสัตว์

     

    “ กระบี่ร้อยอสูร ”

     

    “ คมกระบี่ทะลวงฟ้า!!! ” ลู่เฟิ่งปลดปล่อยการโจมตีตอบโต้ 

     

    ทันทีที่การโจมตีของทั้งสองปะทะกัน กระบวนท่าการปะทะอันรุนแรงเกิดขึ้น การโจมตีทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง

     

    เกิดกลายเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวที่ดังขึ้น “ ตูม!!! ”

     

    รอบบริเวณข้าวของที่อยู่ภายในตำหนักบ่มเพาะพังเสียหาย หลังจากที่กระบี่อรุณแรงของทั้ง 2 ปะทะกัน 

     

    ผลการต่อสู้นั้นก็ออกมา ร่างของทั้งสองยังคงยืนอยู่ได้ ฝุ่นควันที่ปกคลุมบริเวณรอบๆค่อยๆจางหายตามสายลมที่พัดผ่าน 

     

    ผลที่ปรากฏออกมานั่นคือกระบี่ภายในมือของพวกเขาทั้งสองแตกออกจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม  

     

    หลงหมิงมองกระบี่ภายในมือของตนเอง “ ยอดไปเลย ”

     

    “ การโจมตีนี่รุนแรงเทียบเท่ากับกระบี่เก้าดาราของข้า ” 

     

    “ อัจฉริยะอย่างนั้นหรอไม่สิอย่างเจ้าข้าควรจะเรียกว่าเป็นสัตว์ประหลาดมากกว่า ” หลงหมิงชื่นชมออกมา พลางกับยิ้มอย่างชอบใจ

     

    จบบท