ทันย่าลอยอยู่ท่ามกลางเงามืดหลังจากใช้ เทคนิคคริสตัลจิตดาวฤกษ์ เพื่อซ่อนตัวตนของตนเอง พลางเฝ้ามองซวนหยวนที่เพิ่งออกไปจากอาณาเขตบริเวณอย่างเงียบๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความคิดอ่านที่ลึกซึ้ง
ทั้งเขาและดาวาลเริ่มสบตากัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจ
“เข้าใจแล้วท่านอาจารย์”
“ตอนนี้แหละ เราได้โอกาสแล้ว”
ในตอนนั้นทันย่ากำลังจะเรียกคืนร่างกายที่แท้จริงของเขา เพื่อกลืนกินร่างของมังกรสายฟ้าอันยิ่งใหญ่ที่ตอนนี้นอนนิ่งสนิท แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่โตและมหึมาของมัน ทันย่ากลับตระหนักได้ถึงบางสิ่ง แม้แต่ในร่างเบฮีมอท เขาก็ไม่สามารถกลืนกินมังกรสายฟ้าทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว
“ตัวมันใหญ่เกินไป…”
ทันย่าบ่นพึมพำเสียงเบา แววตาดูเคร่งขรึมเมื่อเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของซากศพมอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิ
ดาวาลที่อยู่ข้างๆได้ยินแบบนั้นก็พลันขมวดคิ้ว ก่อนจะยิ้มออกมาและตอบกลับ
[ไม่ต้องห่วงศิษย์รัก]
[เราคิดว่ามีอีกวิธีหนึ่งน่ะ]
เมื่อพูดจบ เด็กสาวก็ได้นำบางสิ่งหนึ่งออกจากช่องว่างมิติของตนเอง มันเป็นวัตถุที่มีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยมและส่องแสงจางๆ
[เจ้าลืมไปแล้วเหรอว่าอาจารย์คนนี้มีอะไรอยู่ นี่คือสามเหลี่ยมเชิงมิติ อุปกรณ์ที่สามารถกักเก็บได้แทบทุกสิ่ง ไม่ว่ามันจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน]
[เราใช้สิ่งนี้กักเก็บร่างของมังกรสายฟ้าไว้ก่อน แล้วค่อยให้เจ้ากินในภายหลัง]
[ถึงคุณสมบัติของสามเหลี่ยมเชิงมิติจะไม่สามารถกักเก็บสิ่งมีชีวิตเอาไว้ได้ แต่มังกรสายฟ้านั้นตกตายไปแล้ว เราเลยนำมันเข้าสู่ช่องว่างมิติได้อย่างสบายๆ แล้วที่สำคัญ ภายในสามเหลี่ยมเชิงมิติมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับการหยุดห้วงเวลา ต่อให้เวลาจะผ่านไป ร่างของมังกรสายฟ้าที่เต็มไปด้วยพลังอันมหาศาลก็จะไม่จางหายไปไหน เรียกได้ว่าเจ้าสามารถกลืนกินพลังงานอันบริสุทธิ์ได้อย่างครบถ้วนเลยเชียวละ]
พอได้ยินเรื่องดังกล่าว ทันย่าก็ไม่อาจระงับความตื่นเต้นได้ เขารีบเข้าไปโอบกอดเด็กสาวอย่างกระตือรือร้น
“ขอบคุณมากท่านอาจารย์!”
ราวกับเป็นการแสดงความขอบคุณที่ล้นออกมาจากใจ จนเด็กสาวต้องรีบใช้มือดันหน้าของทันย่าออกไปด้วยความลำบากใจ
[พอแล้วๆ เรารู้ว่าเจ้าดีใจ แต่ไม่ต้องแสดงออกมากขนาดนั้นก็ได้]
ทันย่าหัวเราะพลางยกยิ้ม แล้วปล่อยมือออกจากร่างของเธออย่างเกรงใจ
[งั้นพวกเราควรเริ่มกันเลย]
[คงใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที]
หลังจากนั้น ดาวาลก็เริ่มใช้พลังที่ยิ่งใหญ่ของตนเองออกมา เข้าควบคุมสามเหลี่ยมเชิงมิติให้เคลื่อนไปยังจุดที่ร่างของมังกรสายฟ้านอนนิ่ง
เมื่อกระแสพลังของดาวาลสัมผัสได้ถึงชิ้นวัตถุ ร่างอันใหญ่โตของมังกรสายฟ้าก็เริ่มถูกดูดเข้าไปในสามเหลี่ยมเชิงมิติอย่างรวดเร็ว มันหายเข้าไปในความว่างเปล่าเหมือนถูกดูดกลืนไปสู่มิติของหลุมดำที่ไม่อาจมองเห็นได้เลยทีเดียว
“สำเร็จแล้ว”
ทันย่าอุทานขึ้นอย่างดีใจ ขณะที่ร่างของมังกรสายฟ้าหายไปจากโลกแห่งความจริง เหลือเพียงแต่ความเงียบสงบที่ปกคลุมอยู่รอบๆ
[ตอนนี้เจ้าก็แค่รอเวลาที่เหมาะสมเพื่อดูดซับพลังนั้น เราเชื่อว่ามันจะทำให้เจ้าก้าวข้ามขีดจากจำกัดเดิมได้อย่างแน่นอน]
ขณะที่พูด แววตาของดาวาลก็เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง เธอนั้นครุ่นคิดเอาไว้แล้วถึงการพัฒนาครั้งยิ่งใหญ่ของลูกศิษย์ตน
ถึงจะบอกว่าร่างของเบฮีมอทจำเป็นต้องใช้พลังงานที่มากกว่าคนอื่นไปหลายสิบเท่าก็ตาม ทว่าถ้าทันย่าได้กลืนกินร่างของมังกรสายฟ้าที่มีขั้นพลังมากถึงดาวเคราะห์ระดับ 9 ชายหนุ่มคงยกระดับไปเป็นขั้น 3 ดาวได้ในทันที ไม่ใช่ซิ เผลอๆทันย่าอาจยกระดับไปเป็นขั้นดาวเคราะห์ 4 ดาว
เรียกได้ว่าแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดกันเลยทีเดียว และเมื่อตัวของเขาได้ครอบครองพลังระดับนั้นอย่างสมบูรณ์
ต่อให้จะเป็นนักสู้พันธุกรรมที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างซวนหยวน ทันย่าก็คงไม่พ่ายแพ้ขณะที่ใช้ร่างเบฮีมอทอย่างแน่นอน
[กลับกันเถอะทันย่า ถ้าเจ้าหายไปนานเดี๋ยวจะมีคนสงสัยเอา]
เขาลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้ภายนอกเขาจะแสดงท่าทางสงบนิ่ง แต่ความรู้สึกแห่งความสำเร็จและความกระหายที่จะกินมังกรสายฟ้าก็ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายในใจของเขา
ไม่นานทันย่าได้ลอบเดินทางกลับมายังเมืองป้อมปราการ สถานที่ที่เคยเป็นปราการเหล็กกล้าแข็งแรง กลับกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังจากการโจมตีของเหล่ามอนสเตอร์ ฝุ่นควันลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ อาคารต่างๆที่เคยตระหง่านสูงตระหง่านบัดนี้กลับเป็นเพียงเศษซาก
ทันย่าเดินผ่านเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บนอนเรียงรายอยู่รอบเมือง เสียงคร่ำครวญและความเงียบงันอันน่าสยดสยองปกคลุมทั่วทั้งเมือง
ร่างของเขาเองก็มีรอยบาดแผลจากการต่อสู้ที่ผ่านมา แรงโจมตีของมังกรสายฟ้าก่อนหน้านั้นก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บหนักอยู่ไม่น้อย
เศษเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นปกคลุมร่างกายของเขา ขณะที่ชุดโค้ทสีดำที่ฉีกขาดจากแรงปะทะได้เริ่มซ่อมแซมสภาพด้วยตัวของมันเอง ด้วยคุณสมบัติพิเศษในชุดสวมใส่ มันจึงมีแรงต้านทานที่จะดูดซับความเสียหายได้เกือบครึ่ง ไม่งั้นตัวเขาคงถูกพลังของมังกรสายฟ้าบาดเจ็บจนเจียนตายแล้ว
เมื่อทันย่ากลับมาถึงฐานที่พัก เขาถูกพาไปยังห้องพักรักษาตัวอย่างรวดเร็ว
ทันย่าทรุดตัวลงบนเตียงอย่างช้าๆ แต่สายตาของเขายังคงเฉียบคมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะบาดเจ็บอย่างไร เขายังคงระแวดระวังทุกการเคลื่อนไหว ทำเหมือนทุกสิ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ
หลังจากที่รักษาบาดแผลตามร่างกายเสร็จ หน่วยแพทย์ก็โค้งคำนับเขาก่อนที่จะขอตัวออกไปในทันที
“พักผ่อนตามสบายครับท่านทันย่า”
ไม่นานหลังจากนั้น โรซาเลียก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู ผ้าพันแผลและเศษเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นปกคลุมร่างกายอันทรงเสน่ห์
ในขณะที่หญิงสาวเดินผ่านผู้คนที่เหลือรอดอยู่ แววตาของทุกคนต่างลุกวาว จ้องมองเทพธิดาแห่งสงครามด้วยความรู้สึกอันแรงกล้า
“แสดงความเคารพผู้บัญชาการ!”
ทั้งหมดพอได้เห็นโรซาเลียก็ต่างยกมือแสดงความเคารพ แต่พวกเขาก็ไม่ได้รบกวนอะไรมาก รีบออกไปกันอย่างรวดเร็ว
“สำเร็จไหมค่ะท่านทันย่า?”
เมื่อเห็นว่าพวกเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกไปแล้ว โรซาเลียก็ได้เดินเข้ามาใกล้ๆกับชายหนุ่ม พลางเอ่ยถามเสียงเบา ในฐานะที่ท่านเป็นถึงเบฮีมอท เขาคงต้องการซากศพของมอนสเตอร์อย่างมังกรสายฟ้าแน่นอน แต่การที่เขากลับมาเร็วเช่นนี้ มันก็ทำให้หญิงสาวต้องประหลาดใจอยู่บ้าง
“เรียบร้อยแล้ว!”
ทันย่ามองดูเธอและพยักหน้าเล็กน้อย สายตาของเขามองไปยังหน้าต่างที่มองเห็นเมืองที่พังทลาย เขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่พักร่างกายที่เหนื่อยล้าของตนเอง จากนั้นก็ค่อยๆหลับตาลง โดยที่มีโรซาเลียคอยปกป้องอยู่ด้านข้าง จ้องมองเขาที่หลับไหลด้วยรอยยิ้ม
ไม่นานหลังจากเหตุการณ์การต่อสู้ที่ป้อมปราการ ข่าวการสังหารมังกรสายฟ้าของซวนหยวนก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั่วทั้งโลกมนุษย์
ชื่อเสียงของเขากลายเป็นที่พูดถึงในทุกมุมเมือง การล่มสลายของหนึ่งในมอนสเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนและความหวังใหม่ให้กับผู้คน ซวนหยวน, ผู้นำแห่งสำนักมังกรและเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกมนุษย์ ไม่เพียงแต่พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังอำนาจของเขา
แต่ยังส่งสัญญาณเตือนภัยไปถึงมอนสเตอร์และฝ่ายศัตรูอื่นๆ ว่าพวกมันจะต้องระวังการตอบโต้ของมนุษย์
ทั่วทั้งเมืองต่างกล่าวถึงการกระทำอันยิ่งใหญ่ของซวนหยวน การสังหารมังกรสายฟ้า—สัตว์ร้ายที่เคยถูกเรียกว่าภัยพิบัติธรรมชาตินั้น ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ธรรมดาทั่วๆไป แต่เป็นการประกาศศักยภาพอันสูงสุดของมนุษย์ในการต่อกรกับสิ่งที่เคยถูกมองว่าอยู่เหนือพลังของพวกเขา
นอกจากซวนหยวนแล้ว ชื่อของโรซาเลียและทันย่าก็ถูกพูดถึงไปพร้อมกัน
ในฐานะราชันสงครามอันดับที่ 2 โรซาเลียได้พิสูจน์ฝีมือของเธอในการปกป้องเมืองป้อมปราการ แม้เมืองจะถูกทำลายไปมาก
แต่ความสามารถของเธอในการสังหารมอนสเตอร์นับไม่ถ้วนกลับได้รับการชื่นชมและกล่าวขานไปทั่ว เธอใช้พลังจากกฎต้นกำเนิดแห่งน้ำแข็ง สร้างคลื่นความเย็นที่ทำให้ศัตรูแข็งตัวเป็นน้ำแข็งทันที และในทุกการโจมตีของเธอก็ทิ้งร่องรอยแห่งความตายไว้เบื้องหลัง
ส่วนทันย่าในฐานะจักรพรรดิสงคราม หลังจากการต่อสู้ที่ป้อมปราการครั้งนี้ เขาได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากเช่นกัน ชายหนุ่มใบหน้าสวยได้แสดงให้เห็นถึงพลังอันมหาศาลในการควบคุมพลังจิต สังหารเหล่ามอนสเตอร์ไปมากมายด้วยการโจมตีอันทรงพลังของเขา
ในอาณาเขตตามบริเวณต่างๆ ผู้คนที่รอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ต่างพูดถึงทันย่าและโรซาเลียด้วยความชื่นชม
บางคนกล่าวว่าหากไม่มีทั้งสองเข้าร่วมการต่อสู้ เมืองป้อมปราการคงพังทลายลงโดยสิ้นเชิง
เหล่านักสู้และผู้บัญชาการที่รอดกลับมายังมีชีวิตต่างก็มองเห็นถึงความสำคัญของทันย่าในการต่อสู้ครั้งนี้
พวกเขาเริ่มเล่าเรื่องราวการโจมตีของเขาและการใช้อาวุธพลังจิตที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลแก่เหล่ามอนสเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้มีดบินพลังจิตโจมตีจากระยะไกล หรือการเรียกสายฟ้าขนาดยักษ์ออกมาฟาดใส่ศัตรูในพริบตา
ในอีกด้านหนึ่ง ทันย่าเองที่อยู่ในห้องพักฟื้นได้ยินข่าวเหล่านี้เช่นกัน เสียงสนทนาและการเล่าขานเรื่องราวเกี่ยวกับเขาและโรซาเลียดังแว่วเข้ามาผ่านผนังห้อง ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความคิดอ่านมากมาย
“ทุกคนกำลังพูดถึงท่าน?”
โรซาเลียเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะสายตาของเธอก็เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“ฉันไม่สนใจคำพูดพวกนั้น!”
ขณะที่ทันย่าเองก็ตอบกลับเสียงเรียบ ใบหน้าดูเฉยชาอย่างถึงที่สุด ทำให้โรซาเลียต้องหัวเราะออกมอย่างคึกคัก
“คิกคิก นั่นก็จริงนะคะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่จะมีคนพูดถึงวีรกรรมของท่านและพวกเราอยู่ดี”
“สถานะเบื้องหน้าของท่านเป็นถึงจักรพรรดิสงคราม ทุกการเคลื่อนไหวของท่านล้วนอยู่ในสายตาของพวกเขาทั้งสิ้น”
“การที่พวกเราทั้งสองเข้ามาปกป้องเมืองแห่งนี้ มันจะทำให้ข้อสงสัยในตอนแรกจากตาแก่นั้นเริ่มจางหายไปทีละนิด”