นางมารน้อยหวนคืน

    ตอนที่ 42 สตรีชั่วช้า

    *ปัง!*


    ทันใดนั้นพื้นดินเกิดการสั่นสะเทือนอย่างแรง หนึ่งในสมาชิกตระกูลมู่ไม่ทันระวังจึงสะดุดรากไม้ล้ม


    “ช่วย...ช่วยข้าด้วย!”


    *โฮก!*


    หมีหน้ามนุษย์เห็นเหยื่อล้มตรงหน้า ไม่รอช้ายกอุ้งเท้าขนาดใหญ่สองข้างขึ้นตะปบอย่างแรง


    สมาชิกตระกูลมู่ผู้นั้นยังไม่ทันจะได้กรีดร้องสักแอะ ก็ถูกอุ้งเท้าหมีขนาดใหญ่คร่าชีวิตไปโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว


    คนตระกูลมู่ที่เหลือต่างมีสีหน้าซีดเผือด บางคนเบือนหน้าหนีเพราะรับไม่ได้กับภาพนองเลือดเช่นนี้ และบางคนก็เกือบอาเจียนออกมา


    “แยกกันหนี!” มู่ยวนตะโกนออกคำสั่ง จากนั้นก็พาสมุนที่เก่งที่สุดสองคนหายเข้าไปในป่าทันทีโดยที่คนอื่น ๆ ยังไม่ทันได้ตอบสนอง


    หลังจากสมาชิกตระกูลมู่ที่เหลือได้สติ ต่างก็หนีกันไปคนละทิศละทาง


    หมีหน้ามนุษย์เงยหน้าคำรามขึ้นฟ้า อุ้งเท้าทั้งสี่ออกวิ่งอย่างรวดเร็ว ร่างกายใหญ่โตไล่ตามมู่ยวนไปติด ๆ


    “โง่เง่าสิ้นดี” มู่เชียนจิ่วแค่นหัวเราะ ศัตรูคู่แค้นไม่อาจอยู่ร่วมใต้ฟ้าเดียวกันได้ …คิดว่าแยกกันหนีแล้วจะรอดไปได้จริง ๆ หรือ?


    .


    .


    ทางด้านพวกมู่ยวนที่ยังหนีไปได้ไม่ไกล ในที่สุดก็ถูกหมีหน้ามนุษย์ไล่ตามทัน


    “บัดซบ!” คนจนมุมรู้สึกเคียดแค้นสตรีชุดแดงผู้นั้นมาก เพราะนางทำให้หมีหน้ามนุษย์คิดว่าตนเป็นคนซัดมีดสั้นใส่ ‘จุดสำคัญ’ ของมัน แววตาที่แข็งกร้าวของอีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าต้องการเอาชีวิตเขา!


    ตอนนี้ตบะบารมีของเขายังไม่ถึงระดับหลอมอธิก แต่ต่อให้มีผู้แข็งแกร่งระดับหลอมอธิกอยู่ที่นี่ ก็คงไม่แคล้วถูกหมีหน้ามนุษย์ตัวนี้สังหารอยู่ดี!


    *เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!*


    ต้นไม้น้อยใหญ่ถูกชนจนล้มต้นแล้วต้นเล่า หมีหน้ามนุษย์เข้ามาใกล้บุรุษทั้งสามมากขึ้นเรื่อย ๆ


    มู่ยวนออกคำสั่งด้วยสีหน้ามืดครึ้ม “พวกเจ้าสองคนไปขวางมันเอาไว้ก่อน!”


    “พะ...พวกเราหรือขอรับ?” สมุนทั้งสองคนสบตากันเล็กน้อย ก่อนจะพร้อมใจกันถอยหลังและส่ายหน้าหวือ


    *โฮก โฮกกกกก!*


    “ใครกล้าหนี ข้าจะฆ่าทิ้งซะ!” มู่ยวนแผดวาจาด้วยความเกรี้ยวกราด “หากพวกเจ้ากล้าหนี ก็ตระหนักถึงผลที่จะตามมาให้ดี!”


    ร่างของสมุนทั้งสองสะดุ้งเฮือกพร้อม ๆ กัน พวกเขามีท่าทางลังเลเล็กน้อย ด้วยตบะบารมีของพวกเขาสองคน หากคิดจะหนีละก็ ต่อให้เป็นมู่ยวนก็ไม่สามารถรั้งพวกเขาเอาไว้ได้


    ทว่าหากมู่ยวนรอดไปได้ ด้วยนิสัยอำมหิตของคนผู้นี้ ไม่เพียงจะสังหารพวกเขาเท่านั้น เกรงว่าครอบครัวของพวกเขาอาจต้องรับเคราะห์ไปด้วย


    เมื่อเห็นว่าหมีหน้ามนุษย์เข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ สมุนทั้งสองก็กล้ำกลืน กัดฟันเอาตัวเข้าไปขวางไว้




    “ข้าจะช่วยพวกเจ้าสองคนหาทางออกก็แล้วกัน” มู่เชียนจิ่วนั่งแกว่งขาอยู่บนต้นไม้ในจุดที่บุรุษทั้งสามอยู่ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ จากนั้นก็ชี้ไปที่หมีหน้ามนุษย์ “ถึงอย่างไรเป้าหมายของหมีหน้ามนุษย์ก็คือคนที่อยู่ทางด้านหลังพวกเจ้า หากพวกเจ้าช่วยหมีหน้าโง่นั่นด้วยการจับเขาเอาไว้ ไม่แน่นะ เจ้าหมีนั่นอาจจะใจดีปล่อยพวกเจ้าไปก็ได้”


    สมุนทั้งสองนิ่งไปครู่หนึ่ง ในที่สุดพวกเขาก็คิดได้ …จริงด้วย เหตุใดพวกเขาถึงคิดไม่ถึงกัน ขอเพียงมู่ยวนตายไป ก็ไม่มีใครมาข่มขู่พวกเขาได้แล้ว และไม่ต้องคอยพะวักพะวงว่าจะมีใครทำร้ายครอบครัวของพวกเขา!


    ยิ่งไปกว่านั้น คนอื่น ๆ ของตระกูลมู่ก็ไม่รู้ว่าวิ่งไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ที่นี่มีเพียงพวกเขาสามคน กับสตรีชุดแดงและหมีหน้ามนุษย์เท่านั้น…


    ต่อให้พวกเขาหักหลังตระกูลมู่ ก็ไม่มีสมาชิกตระกูลมู่คนไหนรู้เรื่องนี้!


    “พวกเจ้าคิดจะทำอะไร!” เมื่อเห็นสมุนทั้งสองหยุดฝีเท้า มู่ยวนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป 


    “พวกเจ้าคิดจะหักหลังข้าอย่างนั้นหรือ?!”


    สมุนทั้งสองสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปลงมือกับมู่ยวนทันที!


    แต่ละกระบวนท่าล้วนหมายเอาชีวิต ไม่มีการยั้งมือแต่อย่างใด!


    *โฮก!* 


    หมีหน้ามนุษย์เห็นความสนุกตรงหน้าก็พุ่งเข้าไปร่วงวงกับพวกเขา อุ้งเท้าขนาดใหญ่ตะปบไปที่มู่ยวน จนฝุ่นฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ


    มู่เย่และมู่จงหยาง สมุนทั้งสองฝึกวิชาด้วยกันมานานจึงเข้าขากันได้เป็นอย่างดี เมื่อพวกเขาร่วมมือกันละก็ ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับฌานดรุณขั้นสูง ก็ไม่มีทางสู้พวกเขาได้!


    “ขวางเอาไว้!” มู่ยวนเรียกกระบองยาวลายมังกรสีเงินเล่มหนึ่งมาบังหน้าเอาไว้ทันทีที่เห็นดาบและกระบี่ของสมุนทั้งสองจะเข้าปะทะ จนทำให้เขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว


    แต่ยังไม่ทันที่มู่ยวนจะได้ตั้งสติ อุ้มเท้าหมีขนาดใหญ่ก็ตะปบลงมาอีกครั้ง


    “พรวด!” 


    มู่ยวนถูกตะปบเข้าที่หลังอย่างแรงจนกระอักเลือดออกมาโดยพลัน อวัยวะภายในทั้งหมดต่างได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแสนสาหัส!


    “ลูกพี่ ท่านไม่ต้องลงไปจัดการหรือขอรับ?” 


    ซู่เหยที่มองสถานการณ์ด้านล่าง เมื่อเห็นคนที่เป็นหัวหน้าได้รับบาดเจ็บหนัก อีกสองคนที่เหลือก็ไม่ได้มีฝีมือที่เก่งกาจมากนัก จึงถามนายหญิงของมันด้วยความตื่นเต้น


    มู่เชียนจิ่วส่ายหน้า “ไม่ต้องรีบ อย่างไรเสียคนผู้นั้นก็มีตบะบารมีระดับฌานดรุณขั้นสูง ไม่ตายง่าย ๆ หรอก”


    การสันนิษฐานของมู่เชียนจิ่วนั้นถูกต้อง


    หมีหน้ามนุษย์เมื่อเห็นว่ามู่ยวนได้รับบาดเจ็บ ก็ไม่สนใจมู่เย่และมู่จงหยาง มันยืดตัวตรงและเดินไปหามู่ยวนแทน


    “เขาต้องตายแน่ ๆ!” แววตาของมู่เย่ดูสับสน ที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยคิดจะทรยศตระกูลมู่เลย


    แต่พวกเขารู้ดีว่า วันนี้หากมู่ยวนไม่ตาย คนที่จะตายต้องพวกเขาอย่างแน่นอน!


    พวกเขาเองก็มีครอบครัวที่ต้องดูแล ต่อให้มีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะมีชีวิตต่อไป ใครจะโง่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องคนอื่นกัน?


    ยิ่งไปกว่านั้น


    ของวิเศษที่พวกเขาหามาได้ตลอดทาง ยังถูกมู่ยวนยึดไปทั้งหมด จนพวกเขาไม่เหลืออะไรเลย


    ในทุกเมื่อเชื่อวันพวกเขาต้องถูกมู่ยวนโขกสับใช้งานราวกับหมูกับหมา ถ้าบอกว่าไม่มีความแค้นต่อกันเลย แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้


    “พวกเราไปกันเถอะ!” มู่จงหยางเอ่ยจบ พลางมองไปทางสตรีชุดแดงที่นั่งทอดสายตามองลงมาอยู่บนต้นไม้เล็กน้อย และก็วิ่งหนีหายเข้าไปในป่าทันที


    ส่วนมู่เย่ยังคงรู้สึกอาลัยอาวรณ์ เขารู้ว่าในแหวนเก็บสมบัติของมู่ยวนมีของวิเศษจำนวนไม่น้อย หากได้มาละก็ แม้จะไม่ได้อาศัยร่มเงาจากตระกูลมู่เขาก็ไม่ลำบาก


    ทว่าเมื่อเห็นหมีหน้ามนุษย์ท่าทางดุดัน สุดท้ายมู่เย่ก็ต้องตัดใจละทิ้งความคิดนั้น ก่อนจะหมุนกายหนีไปทันที


    “เจ้าพวกสารเลว!” มู่ยวนตวาดลั่นจนคอเป็นเอ็นด้วยความเคียดแค้น


    เมื่อเห็นหมีหน้ามนุษย์ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เขาก็เรียกเกราะวิเศษออกมาปกป้องกายเนื้อของตนเอาไว้


    มู่เชียนจิ่วเห็นเกราะวิเศษชิ้นนั้น ดวงตาก็เป็นประกายทันที “เป็นสมบัติวิญญาณขั้นกลางด้วยอย่างนั้นหรือ!”


    “ลูกพี่ขอรับ เจ้าสองคนนั้นหนีไปแล้ว พวกเราไม่ต้องตามหรือขอรับ?” ซู่เหยเอ่ยเตือนผู้เป็นนาย


    “แค่ปลาซิวปลาสร้อยจะหนีก็หนีไปเถอะ ปลาตัวใหญ่ยังอยู่ตรงหน้าทั้งตัว!” มู่เชียนจิ่วจ้องไปยังมู่ยวนที่อยู่ด้านล่างตาไม่กะพริบ…พูดให้ถูกก็คือ นางจ้องไปที่แหวนเก็บสมบัติในมือของเขาต่างหาก


    มุมปากของมู่ยวนมีเลือดไหลออกมา ดวงตาแข็งกร้าวมองไปทางสตรีชุดแดงที่อยู่บนต้นไม้ พร้อมกับเค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก “เจ้าทำเช่นนี้ทำไม?”


    “ทำไมน่ะหรือ?” มู่เชียนจิ่วกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไขสือ “เพราะเจ้าทำลายมื้อคำของข้า เหตุผลเท่านี้เพียงพอหรือไม่?”


    มู่ยวนได้รับบาดเจ็บหนักอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเหตุผลของสตรีชุดแดงก็รู้สึกโมโหจนกระอักเลือดออกมา “เพียงแค่นี้เองหรือ?”


    “นี่เป็นแค่เหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้น” มู่เชียนจิ่วหรี่ตาลง “หากเจ้าสามารถรอดไปได้ ข้าจะหาเหตุผลที่ดีกว่านี้ให้เจ้า เจ้าว่าเป็นเช่นไร?”


    มู่ยวน “...”


    ระหว่างที่ทั้งสองสนทนากันอยู่ หมีหน้ามนุษย์ก็เดินมาถึงตรงหน้าของมู่ยวนแล้ว ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้น


    มนุษย์ตรงหน้าไม่เพียงขโมยน้ำผึ้งวิเศษของมันไป แต่ยังเฉือนจุดสำคัญของมันอีกด้วย!


    หากการขโมยน้ำผึ้งวิเศษเป็นเพียงความโมโห เช่นนั้นการที่มาเฉือนไข่ของมันก็ถือเป็นความแค้นอันใหญ่หลวง 


    ดังนั้นมนุษย์ตรงหน้าผู้นี้ต้องตายสถานเดียว!


    “บัดซบ! เจ้าเดรัจฉาน ตายซะเถอะ!” มู่ยวนถือกระบองสีเงินขึ้นมา ก่อนจะถุยน้ำลายปนเลือดทิ้ง ต่อให้รู้ตัวว่าจะต้องตายที่นี่ เขาก็จะไม่ยอมนั่งรอความตายโดยไม่ทำอะไรเลยสักอย่างเป็นแน่!


    *โฮก!*


    หมีหน้ามนุษย์คำรามขึ้นฟ้า ทว่าขณะที่มันเตรียมจะตะปบมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้า กรงเล็บขนาดใหญ่กลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนที่ร่างใหญ่โตจะหดลงครึ่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว!


    “สภาวะคลุ้มคลั่งครบกำหนดแล้วอย่างนั้นหรือ?” มู่เชียนจิ่วเลิกคิ้วขึ้น …มู่ยวนผู้นี้นับว่าโชคยังดีอยู่


    มู่ยวนเองก็ย่อมไม่พลาดโอกาสนี้ เขาเงื้อกระบองสีเงินในมือขึ้นฟาดไปที่ศีรษะของหมีหน้ามนุษย์ทันที!


    *โฮก!*


    มนุษย์จนตรอกกับหมีร่างใหญ่ที่อยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง ทั้งสองประมือกันอย่างไม่มีใครยอมใคร


    มู่เชียนจิ่วจึงเฝ้าดูด้วยความสนุกสนาน “โอ๊ย เหตุใดถึงโง่เช่นนั้นล่ะ


    ชิ เกือบจะตะปบหัวของเขาได้อยู่แล้วเชียว


    ด้านหลัง ดูด้านหลังสิ!”


    “เจ้าหุบปากไปซะ!” มู่ยวนตะคอกด้วยความโมโห ทว่าสายตากลับไม่ละไปจากคู่ต่อสู้เบื้องหน้า


    ความรู้สึกเมื่อมีคนคอยส่งเสียงอยู่ข้าง ๆ ไม่หยุดปาก ราวกับมีแมลงวันนับร้อยนับพันบินวนอยู่ข้างหูก็มิปาน!


    เขาถึงขั้นคิดว่า ต่อให้วันนี้เขาจะตายอยู่ที่นี่จริง ๆ ก็คงไม่ใช่เพราะแพ้หมีหน้าโง่ตัวนี้ แต่เป็นเพราะถูกสตรีชั่วนางนี้ปั่นประสาทมากกว่า!


    .


    .


    .