ลั่วอู่หลินอุ้มลูกสาวออกมาจากมิติและพาเดินเที่ยวอย่างสุขใจ หนูน้อยเมื่อได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ก็ดวงตาเป็นประกายในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"ท่านพ่อ ที่นี่ดูแปลกมากๆเลยเจ้าค่ะ แม้มันจะไม่สวยเท่ากับบ้านของพวกเราก็ตามที"ลั่วซีเซียนกล่าวออกมาเช่นนั้น ในขณะที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อที่กำลังพานางเดินเที่ยวรอบเมือง
"ฮ่าๆๆเซียนเซียนชอบบ้านของเรามากกว่าอย่างนั้นหรือ"ลั่วอู่หลินหัวเราะชอบใจ จิ้งจอกน้อยคนนี้ดูเหมือนจะคล้ายกับมารดาทั้งหลายของนางที่ไม่ชื่นชอบออกมายังโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แม้จะมีตื่นเต้นในสิ่งแปลกใหม่บ้างแต่เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นเพียงความสนุกแค่ชั่วคราว
ลั่วอู่หลินพาลูกสาวท่องเที่ยวในเมืองจนรอบ ทว่าในขณะนั้นเองก็ต้องหรี่ตามองบนท้องฟ้า เขารีบพาลูกสาวออกจากเมืองในทันทีและมาหยุดตรงที่บริเวณป่าใหญ่
"แอบดูคนอื่นสนุกมากหรือ คิดไม่ถึงว่าผู้สืบทอดของข้าในอดีตจะเป็นพวกถ้ำมอง"ลั่วอู่หลินเงยหน้าไปบนท้องฟ้าพร้อมกล่าวขึ้น ทันใดนั้นเองดวงตาสีทองขนาดใหญ่ก็ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าก่อนที่มังกรจักรวาลขนาดมหึมาห้ากรงเล็บที่มีมณีเก้าสีสันต์อยู่บนหัวจะปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า
"ว้าว ท่านพ่อๆนี่คือตัวอะไรเจ้าค่ะ"ลั่วซีเซียนกล่าวถามด้วยความตื่นเต้น ลั่วอู่หลินไม่ได้กล่าวตอบทำเพียงยกยิ้มและลูบผมของลูกสาวอย่างแผ่วเบา
ในเวลาเดียวกันมังกรเบื้องหน้าก็ค่อยๆกลายเป็นแสงเก้าสีสันต์ย่อขนาดลงจนกลายเป็นชายหนุ่มผมขาวดวงตาสีทองที่ดูหล่อเหลายิ่ง ทั้งสองเผยรอยยิ้มบางๆให้กัน จากนั้นชายผมสีขาวก็กล่าวขึ้นมา "ยินดีที่ได้รับรู้อย่างเป็นทางการ ข้าชื่อเฟยหรงเป็นผู้สืบทอดของท่านในชาติก่อน"
"อืม ข้าพอรู้ตัวตนของเจ้าจากเสี้ยววิญญาณที่ทิ้งไว้อยู่บ้าง คิดไม่ถึงว่าผู้สืบทอดของข้าจะเป็นเจ้าหนูเก้าสีคนนั้นไปได้"ลั่วอู่หลินกล่าว เฟยหรงจึงส่ายหัวและกล่าวตอบไป "ก็แค่เรื่องราวในชาติก่อนไม่มีอะไรให้หน้าจดจำ วันนี้ที่ข้ามาเพราะสัมผัสได้ถึงตัวตนที่ตื่นขึ้นของท่าน และว่าจะมาเกี้ยวสาวงามเสียหน่อย"
"โอ้ เช่นนั้นก็มาเถอะ ไปหาที่เงียบๆพูดคุยกันเสียหน่อย"ลั่วอู่หลินยกยิ้มอย่างมีเลศนัยและตรงไปยังยอดเขาที่อยู่ใกล้ๆ เฟยหรงตามไปจากนั้นเพียงนึกคิดโต๊ะหินอ่อนพร้อมเก้าอี้ก็ปรากฏขึ้นมาทั้งสองคนจึงพากันนั่งลง
"เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆตบะพระเจ้าไร้ขอบเขต เห็นทีว่าทั้งมหาจักรวาลทั้งสี่ทิศคงไม่มีใครเทียบเจ้าได้"ลั่วอู่หลินกล่าวและเรียกกาน้ำชาที่ลู่ฟางเยว่ทำกับมือออกมาจากนั้นก็รินให้อีกฝ่าย ตอนนี้เด็กตัวน้อยในอ้อมกอดอีกฝั่งหนึ่งมองพ่อและชายคนนั้นดวงตาปริบๆด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
"กล่าวชมมากไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะสมบัติสืบทอดที่ตัวท่านในอดีตทิ้งไว้ให้ ไหนเลยข้าจะมีวันนี้"
"เห้อ เรื่องในอดีตก็ปล่อยมันไปเถอะ เรามาคุยเรื่องปัจจุบันดีกว่า หญิงสาวที่เจ้าคิดจะไปเกี้ยวใช่พี่สาวข้าหรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าวพร้อมยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"ท่านรู้!"เฟยหรงอุทาน
"แค่วิชามองภาพในหัวไม่ใช่เรื่องยากสำหรับข้า แม้ตอนนี้ตัวข้าจะยังอ่อนแอแต่ก็ยังใช้สัมผัสแห่งพระเจ้าได้อยู่บ้าง"
"เช่นนั้นก็ไม่ต้องหาเหตุผลให้มากความ ท่านจะยินยอมหรือไม่"เฟยหรงกล่าวถามไปตามตรง เนื่องจากเขาได้บอกเหล่าภรรยาว่าเขาได้จองตัวหญิงสาวคนหนึ่งเอาไว้ เมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกนางต่างพากันถีบหัวส่งเฟยหรงให้รีบมาที่นี่ในทันที
แถมพวกนางยังกล่าวในแนวทางเดียวกันอีกว่า "สามี!! เจ้าไปจองตัวนางแล้วกลับมาเช่นนี้จะดูไร้ความรับผิดชอบเกินไปแล้ว ไปเลยนะ ! หากไม่พานางมาด้วยก็ไม่ต้องกลับมา"
"ข้าน่ะไม่ว่าอะไรหรอก แต่เจ้าห้ามใช้ตำแหน่งพระเจ้าบีบบังคับนางโดยเด็ดขาด เจ้าทำได้แค่เพียงเกี้ยวนางเหมือนคนธรรมดาๆทั่วไปเขาทำกันเท่านั้น ดูจากที่เจ้าเองก็มีประสบการณ์มากมายแค่เกี้ยวพี่สาวข้าคงไม่ยากเกินไปกระมัง"
"ท่านเห็นข้าเป็นคนใช้กำลังให้ผู่อื่นมารักไคร่อย่างนั้นหรือ"เฟยหรงทำหน้ามุ่ยคิ้วกระตุก ทว่าทันใดนั้นเองเจ้าหญิงตัวน้อยก็หาวออกมาและสะกิดบิดาของนางเบาๆ
"ท่านพ่อข้าง่วงแล้วเจ้าค่ะ"
ลั่วอู่หลินหันมองลูกสาว "หืม เซียนเซียนลูกเคยวิ่งเล่นเป็นวันๆได้ ไฉนวันนี้ถึงได้ง่วงง่ายนัก"
"ก็ท่านพ่อคุยอะไรกับพี่ชายคนนี้ก็ไม่รู้ เซียนเซียนไม่เข้าใจ แต่มันดูน่าเบื่อมากๆ"เด็กหญิงตัวน้อยขดตัวอยู่ในอ้อมอกแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
"ฮ่าๆ ถ้าหากจะนับตามอายุลูกสมควรเรียกเขาว่าท่านลุงนะเข้าใจหรือไม่"
"เอ๋ ท่านลุงหรือเจ้าคะ"ลั่วซีเซียนหันไปมองด้วยท่าทีสงสัย
"เอ่อ....อย่าไปฟังท่านพ่อของหลานพูดเหลวไหล ตามศักดิ์จริงๆเจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านอาถึงจะถูก"เฟยหรงกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้ ลั่วอู่หลินก็ส่ายหัวอย่างหน่ายใจ ทว่าลั่วซีเซียนกลับหาวออกมาอีกครั้ง
"ดูท่าเจ้าหญิงตัวน้อยจะไม่ไหวแล้วจริงๆ เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร เดี๋ยวพ่อส่งลูกไปหาแม่ของลูกก่อน พ่อขอคุยกับท่านอาของเจ้าคนนี้สักพักเดี๋ยวจะตามไป"
"เจ้าค่ะ เอาแบบนั้นก็ได้"ลั่วซีเซียนเริ่มงัวเงีย ลั่วอู่หลินเปิดมิติใกล้ๆกับซีอวิ้นและส่งลูกสาวเข้าไป ก่อนที่นางจะเดินผ่านประตูมิติยังไม่วายหันมาคาราวะให้กับเฟยหรงและท่านพ่อของตน
"ลูกสาวท่านคนนี้ ช่างน่ารักน่าชังเสียจริง ไม่เสียแรงที่ข้าเป็นคนประทานพรให้"เฟยหรงกล่าว เมื่อมองไปยังบุตรสาวของลั่วอู่หลินก็อดคิดไปถึงบุตรชายและบุตรสาวของตนในตอนเด็กๆไม่ได้ ทว่าตอนนี้กลับแตกต่างออกไป เนื่องจากเหล่าบุตรชายและบุตรสาวของเขานั้นพากันออกผจญภัยในจักรวาลอันกว้างใหญ่กันจนหมดแล้ว
"หึ ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นเช่นนั้น เอาละ เรื่องส่วนตัวก็จบไปแล้ว มาเข้าเรื่องอย่างเป็นทางการเถอะ หน้าเจ้ามันฟ้องว่าการที่เจ้ามาที่นี่มันมีอะไรมากกว่าการเกี้ยวพี่สาวข้า"ลั่วอู่หลินเริ่มจริงจัง บรรยากาศของยอดเขานี้ก็พลันเงียบงันไป
เฟยหรงเองก็เผยสีหน้าจริงจังออกมาเช่นเดียวกันจากนั้นจึงกล่าวออกไปว่า "ข้าไปพบเจอมหาจักรวาลที่มันแข็งแกร่งยิ่งกว่าจักรวาลของเรามา!"
คำกล่าวนี้ทำให้แม้แต่ลั่วอู่หลินที่เคยเป็นเทพมังกรและท่องเที่ยวจนทั่วมหาจักรวาลสี่ทิศถึงกับผงะไป ไปพบมหาจักรวาลที่แข็งแกร่งว่ามหาจักรวาลของเราอย่างนั้นหรือ นั่นเท่ากับว่าเป็นการค้นพบระดับที่เหนือกว่าระดับพระเจ้า แล้วจะไม่ให้้เขาตกตะลึงได้อย่างไร
"ไหนลองเล่ารายละเอียดมาสิ เรื่องนี้ชักจะน่าสนใจขึ้นมาแล้ว"