การผจญภัยของสามแสบ3
“นี่มันมีแต่ระดับจักรพรรดิทั้งนั้นเลย” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยพลางทำหน้าไม่ชอบใจนักเพราะการล่าสัตว์อสูรมันง่ายดายเกินไปทำให้พวกเขารู้สึกเบื่อมาก เพราะอยากทำอะไรที่มันท้าทายมากกว่านี้
“ไม่มีอะไรตื่นเต้นให้พวกเราทำเลย” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยบอกพลางรับเนื้อจากซิวเสี่ยวซือมาด้วย
“นั้นสิ ทำไมมันน่าเบื่อแบบนี้นะ” ซิวเสี่ยวซือพูดขึ้นอย่างเห็นด้วย เขาอยากทำอะไรที่มันตื่นเต้นมากกว่านี้
“เฮ้อ ใครก็ได้ช่วยส่งอะไรที่มันตื่นเต้นมาให้ที” ทั้งสามเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับอย่างรู้ใจ
พรึบ!
“เฮ้ยเกิดอะไรขึ้น เสี่ยวฮวามาหาพี่” ซิวเสี่ยวซือร้องพร้อมกับเรียกหาน้องสาวของตัวเองไปด้วยเมื่อจู่ๆ ทุกอย่างก็มืดลงจากนั้นก็พลันรู้สึกว่าพวกเขาถูกอะไรบ้างอย่างดูด
ตุ้บ!!
สามร่างลอยตกมาอยู่ในป่าแห่งหนึ่งนั้นมันไม่แปลกแต่เมื่อทั้งสามมองไปที่บนฟ้าที่มีบ้างอย่างลอยอยู่บนท้องฟ้าที่พวกเขาไม่เคยเห็นก็พากันขมวดคิ้วคิดอย่างงุนงงทันที มันเกิดอะไรขึ้นกัน
ไม่นานหลังจากนั้นก็มีบ้างอย่างเข้ามาในหัวของทั้งสามไปด้วยทำให้พวกเขาได้เข้าใจไอ้ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านั้นคืออะไร
“นี่เราอยู่ที่นี่เนี่ย” ซิวเสี่ยวซานร้องขึ้นพลางตกใจนิดหน่อยที่การพูดจาของเขามันก็แปลกไป มันเป็นไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว
“พี่ชายฮวาว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เคยอาศัยอยู่เป็นแน่ มันเหมือนนิทานที่ท่านแม่เคยเล่าให้เราฟังเมื่อตอนเด็กๆ เลยค่ะ” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยขึ้นพลางพยายามบังคับให้ตัวเองพูดตามเดิมแต่ก็ทำไม่ได้
“เอาเถอะ สงสัยเป็นเพราะเราพากันพูดก่อนหน้านี้เป็นแน่ ทำให้เรามาอยู่ที่นี่ ก่อนอื่นเราต้องออกไปจากป่านี้ก่อน” ซิวเสี่ยวซือคิดตามที่น้องสาวของตัวเองพูดซึ่งมันก็จริง และเมื่อคิดได้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาพูดอะไรในป่าเอาไว้ก็พอทำให้เขาพอจะเดาได้
“เจ้าส่งหลานๆ ไปที่เช่นนั้นได้อย่างไร” ชายหนุ่มเอ่ยถามผู้เป็นภรรยาทันที
“ก็หลานของข้าบอกว่าเบื่อนี่เจ้าค่ะ ก็เลยส่งไปเล่นที่นั้นเฉยๆ อีกอย่างข้าคิดว่าเด็กๆ ต้องชอบแน่เจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มพลางมองไปที่หลานๆ ของนางที่กำลังเดินทางออกมาป่า
“งั้นข้าจะไปบอกสหายของข้าก่อนว่ามีหลานๆ ของข้าไปเที่ยวเล่นที่นั้น” ชายหนุ่มเอ่ยบอกผู้เป็นภรรยาก่อนจะหายตัวไปทันที
“หวังว่าพวกเจ้าจะชอบกับของขวัญของย่านะหลานรัก” หญิงสาวเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะส่งข่าวไปบอกกับซีเหลียนฮวาไปด้วยเพื่อไม่ให้เป็นหวงลูกของตัวเอง
“อากาศไม่ค่อยดีเลย” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยขึ้นเมื่อพากันออกมาจากป่า
“ฮวาไม่ชอบอากาศที่นี่เลย” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยบอกพลางพากันเดินไปตามถนน
“ทางที่ดีเราต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” ซิวเสี่ยวซือที่เงียบมานานก็พูดขึ้น เพราะถ้าพวกเขาแตกต่างเกินไปจะเป็นจุดเด่นเอาได้
“ห่างออกไปจากที่นี่กำลังมีบางอย่างพุ่งตรงมาที่เรา” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยบอกพลางจ้องมองที่ตรงมาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเขาตั้งท่ารอเพื่อรับการโจมตีอีกฝ่าย
เอี้ยด!!
“ขึ้นมา” ชายหนุ่มรูปหล่อลดกระจกลงก่อนจะร้องบอกทั้งสามที่กำลังอึ้งอยู่ แต่ไม่นานก็พากันขึ้นรถโดยอัตโนมัติ
“เอ่อ คือว่าเรา” ซิวเสี่ยวซือมองผู้มาใหม่ก็เอ่ยขึ้น
“มีคนส่งให้มารับพวกคุณหนูทั้งสามไปอยู่ด้วยครับ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกโดยขับรถต่อไปทันที
“พี่ชาย เอ่อ ฮวาขอถามค่ะ” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยขึ้นพลางมองอีกฝ่ายไปด้วย
“พูดมาสิ” ชายหนุ่มเอ่ยบอกพลางหักเลี้ยวเข้าไปถนนอีกสายหนึ่งที่มุ่งตรงเข้าเมืองหลวง
“คือว่าพวกเราจะไปที่ไหนกันเหรอคะ” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยถามตอนนี้ข้อมูลมากมายไหลเข้ามาในหัวของนางไม่หยุดเลย
“บ้าน” ชายหนุ่มตอบพลางเปลี่ยนเส้นทางอีกครั้ง
“ถึงแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยบอกพลางเปิดประตูให้กับทั้งสามแล้วพาเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่สองชั้น รอบบ้านมีต้นไม้มากมาย
“นี่คือบ้านที่พวกคุณหนูจะพักอยู่ที่นี่ต่อจากนี้ไป นี่คือเอกสารทั้งหมด พวกคุณหนูจะต้องไปเรียนด้วย ลืมแนะนำตัว ผมหลินเทียนคือพ่อบ้านของพวกคุณต่อจากนี้ไปครับ” หลินเทียนเอ่ยบอกทั้งสาม
“เอ่อแล้วใช้วรยุทธ์ได้ปะ หลินเทียน” ซิวเสี่ยวซานที่เงียบไปนานก็พูดขึ้น
“ได้ครับ เพราะที่นี่ก็เพิ่งจะริเริ่มฝึกวรยุทธ์เหมือนกันครับ อีกอย่างโรงเรียนที่พวกคุณหนูต้องไปนั้นก็สอนการใช้วรยุทธ์เหมือนกันครับ อาจจะน่าเบื่อนิดหน่อย แต่มีอย่างอื่นที่พวกคุณหนูต้องชอบแน่นอนครับ” หลินเทียนเอ่ยบอกยิ้มๆ
“นี่มันรูปของท่านแม่กับท่านพ่อนี่น่า” เมื่อทั้งสามเข้าในบ้านก็พากันร้องขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นรูปขนาดใหญ่ติดกับกำแพง แถมยังมีรูปของพวกเขาทั้งสามคนด้วย
“เพื่อความแนบเนียนครับ” หลินเทียนเอ่ยบอกพลางพาทั้งสามเดินไปที่ห้องนอนของแต่ละคน
“นี่ห้องนอนของคุณหนูของครับทั้งสามห้องเชื่อมต่อกันด้วยครับนี่คือประตูที่เชื่อมห้องของพวกคุณหนูเอาไว้ด้วยกันครับ” หลินเทียนเอ่ยบอกในส่วนต่างๆ ของห้อง
“นี่คือหนังสือที่ต้องไปเรียนในวันพรุ่งนี้ครับ” หลินเทียนเอ่ยบอกยิ้มๆ
“โรงเรียนงั้นเหรอ น่าสนุกดีนะ” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อคิดจะว่าต้องมีอะไรสนุกๆ ให้ทำเป็นแน่
มาแล้วจร้า ทำไมเงียบจัง^_^