ตอนที่ 33
“อ้าวเลิกร้องไปแล้วแฮะ !!” สตีฟพูดออกมาหลังจากเจ้าคราเค่นมันเลิกร้องคำรามแล้วเขาลองตรวจดูสถานะของมัน
หน้าต่างคราเค่น Level 108 (หมดสติ)
“โดนเหวี่ยงจนหมดสภาพเลยงั้นเหรอ อ๊ะมีสัตว์กลายพันธ์ติดอยู่ในน้ำวนนี่อีกหลายตัวด้วย หวานหมูสิงานนี้” สตีฟยิ้มออกมาเขานึกไม่ถึงเลยว่าแค่จับหนวดเจ้าคราเค่นแล้วเหวี่ยงๆเป็นวงกลมเหมือนเครื่องซักผ้าแบบนี้จะทำให้สัตว์กลายพันธ์หลายตัวถูกดูดเข้ามา
สตีฟค่อยๆหยุดมือที่เหวี่ยงคราเค่นอยู่จนน้ำวนค่อยๆหยุดลงสัตว์กลายพันธ์สิบกว่าตัวที่ถูกดูดเข้ามาค่อยๆไหลมากองอยู่ตรงจุดที่สตีฟยืนอยู่
“อ๊ะรีบจัดการพวกมันก่อนจะฟื้นดีกว่า” สตีฟพูดออกมาก่อนจะวางหนวดของคราเค่นลง เขาเปิดระบบเจ้าหมวกดำน้ำนี่ให้อยู่ในสภาพสูญญากาศอีกครั้ง ก่อนจะหยิบมีดที่ใช้ชำแหละออกมา
“พวกนี้ก็แค่ปลาและปลาหมึก แปลกหน่อยก็มีงู คงมีอวัยวะข้างในคล้ายๆกับตอนเป็นสัตว์ล่ะมั้ง” สตีฟพูดก่อนจะลงมือปลิดชีพพวกมันทั้งหมดด้วยมีดที่ใช้ชำแหละของเขา
ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉึก !! ฉึก !! สตีฟจัดการพวกมันทั้งหมดในเวลาไม่กี่วินาที
“ว่าแต่เราจะเอาเข้ากระเป๋ายังไงล่ะนี่ แต่ละตัวตัวใหญ่ๆทั้งนั้นเลย” สตีฟคิดไม่ตกเพราะต่อให้ชำแหละแล้วเผลอๆช่องว่างในกระเป๋ามิติของเขาก็ยังไม่พอใส่เพราะเมื่อตอนกลางวันสตีฟเองก็ได้มาหลายตัว
ลองดูก่อนแล้วกัน” สตีฟพูดก่อนจะชำแหละมันทุกตัว และทุกส่วนสตีฟไม่รู้ว่าก้างพวกปลาจะเอาไปขายได้มั้ย เพราะค่าความแข็งแกร่งของเขานั้นเยอะมากการแล่กระดูกแข็งๆหรือหนังเหนียวๆมันจึงไม่มีผลกับสตีฟเลย
ห้านาทีผ่านไป
“ฟู่ !! ยัดเข้ากระเป๋าจนเต็มจนได้ จะเหลือก็แต่เจ้าคราเค่นนี้แหละ ยัดได้แต่หนวดแต่ตัวมันใหญ่เกินไปแฮะ จะชำแหละก็ไม่รู้ต้องชำแหละมันยังไงให้ไม่เสียราคา” สตีฟนั้นไม่กล้าหั่นมันออกเป็นชิ้นๆเพราะกลัวจะเสียราคาของวัตถุดิบไป ตั้งแต่สตีฟอยู่ในเมืองมากว่าสิบปี สตีฟยังไม่เคยเห็นปลาหมึกขนาดยักษ์อย่างคราเค่นหลุดเข้าไปขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตเลย จะมีก็แต่ปลาหมึกธรรมดาๆ เลเวลสิบกว่าๆเท่านั้นที่พอจะมีขายบ้าง
“กระเป๋าเต็มแบบนี้ จัดการพวกมันต่อก็ไม่ได้อะไรแล้ว กลับก่อนแล้วกัน” สตีฟปลดระบบสภาพไรน้ำหนักออกอีกครั้งก่อนจะดึงส่วนลำตัวหรือก็คือหัวของปลาหมึกขึ้นไปบนผิวทะเล
ตู้ม !! ร่างของสตีฟและหัวของเจ้าปลาหมึกคราเค่นโผล่มาบนผิวน้ำอย่างแรงจนน้ำทะเลลอยสูงขึ้นหลายเมตรอย่างกับมีอะไรระเบิดที่ใต้น้ำ
“ตีขาแรงไปหน่อยแฮะ อยู่ใต้น้ำเลยทำให้กะแรงลำบากสินะ” สตีฟพูด
“หือที่แคมป์เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมีไฟสีแดงสว่างสลับไปมาล่ะ” สตีฟสงสัยก่อนจะตีขาว่ายน้ำเข้าฝั่งไป
ไม่นานสตีฟก็เริ่มได้ยินเสียงสัญญาณเตือน
“สัญญาณเตือนไฟไหม้ ??” สตีฟพูดออกมาอย่างสงสัยก่อนจะค่อยๆว่ายต่อไปและลากซากเจ้าคราเค่นที่เหลือขึ้นฝั่งไป
ครืด !! ครืด !! ในที่สุดสตีฟก็มาถึงชายฝั่งเขาลากซากของคราเค่นไปกองเอาไว้ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไปในแคมป์ที่พัก
“ไม่มีใครอยู่เลยหายไปไหนกันหมด !!” สตีฟพูดออกมาพลางสำรวจไปทั่วไม่ว่าจะที่พักหรือโรงอาหาร ไม่มีใครอยู่เลย ตอนนั้นเองสตีฟก็ได้ยินเสียงตึงตังมาจากทางท่าเรือที่กำลังก่อสร้างอยู่
“ตรงนั้นยังมีคนอยู่สินะ !!” สตีฟพูดก่อนจะรีบไปดูทางนั้นก่อนจะเห็นร่างของคุณอีวานกำลังถอดชิ้นส่วนนั่งร้านด้วยตัวคนเดียวอยู่
“คุณอีวานทำอะไรอยู่ครับ !!” สตีฟถาม
“เจ้าหนุ่มสตีฟเองงั้นเหรอยังไม่อพยพไปอีกงั้นเหรอมาช่วยกันหน่อยเร็ว เหลือนั่งร้านอีกไม่กี่ตัวแล้ว พอดีกระเป๋าข้าเต็มเลยต้องถอดออกเพื่อประหยัดพื้นที่ในกระเป๋ามิติ” อีวานพูดพลางเรียกให้สตีฟไปช่วยถอดนั่งร้าน
“เดี๋ยวก่อนครับ เดี๋ยวก่อนเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมีการอพยพ ซ้อมหนีไฟงั้นเหรอครับ” สตีฟรีบเบรคก่อนจะถามคุณอีวาน
“บ๊ะไอ้นี่นี่ถามมากจริง รีบมาช่วยข้าเถอะน่า เสียงในทะเลเงียบไปแล้วข้าว่าพวกมันคงสู้กันเสร็จแล้ว เป้าหมายต่อไปต้องเป็นที่ท่าเรือแน่ๆ” อีวานพูด
“เสียงในทะเล งั้นเหรอครับหรือว่ามีตัวอะไรบุก” สตีฟหันซ้ายหันขวาล่อกแล่ก
“ใช่ ก่อนหน้านี้ข้าเห็นคราเค่นน่ะสิเลเวลมันตั้งหนึ่งร้อยแปดเชียวนะ ลำพังเอ็งเลเวลถึงเอ็งจะเลเวลเกือบร้อยแล้ว แต่ได้เต็มที่ก็แค่ยันมันเอาไว้ สู้ไม่ไหวหรอกน่า แถมในทะเลยังมีสัตว์นักล่าอีกหลายตัวที่เลเวลเกือบร้อย ดูท่าเจ้าคราเค่นนั่นจะเป็นเจ้าถิ่นแถวนี้ล่ะนะ” อีวานพูดก่อนจะสำรวจเห็นเสื้อผ้าสตีฟที่เปียกไปหมด
“ว่าแต่ไปทำอะไรมาล่ะถึงเปียกไปหมดแบบนั้น” อีวานถามขณะที่มือยังไม่หยุดถอดนั่งร้าน
“อ๋อพึ่งขึ้นมาจากทะเลน่ะครับ ว่าแต่คราเค่นนี่ใช่เจ้าตัวนั้นหรือเปล่าครับที่คุณอีวานเห็น” สตีฟชี้ไปที่ชายหาดซึ่งที่เขาลากเอาซากของคราเค่นที่ไม่มีหนวดกองไว้ตรงนั้น
“จ๊าก !!!!!!! คราเค่นหนีเร็วเจ้าหนุ่มมันขึ้นฝั่งมาแล้ว” อีวานพูดก่อนจะลุกขึ้นทิ้งนั่งร้านที่ตนกำลังถอดและวิ่งมากระชากมือสตีฟลากออกจากท่าเรือไปทันที แต่ด้วยที่ลุงแกเลเวลแค่หนึ่งเท่านั้นต่างจากสตีฟที่ตอนนี้เลเวลเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ทำให้ลุงแกพยายามลากสตีฟเท่าไหร่ก็ลากไม่ขยับซักนิด
“ใจเย็นๆคุณอีวาน” สตีฟพูด
“ใจยงใจเย็นอะไรกันเล่าคราเค่นมันขึ้นมาบนฝั่งแล้ว ข้าไม่ได้หวังมาตายแบบเอ็งนะเจ้าหนุ่ม” อีวานพูด ซึ่งสตีฟได้ยินดังนั้นก็อดขำไม่ได้เพราะถึงแม้ลุงแกจะพูดแบบนี้แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือสตีฟและวิ่งหนีไปคนเดียว
“คราเค่นนั่นมันเป็นศพแล้วครับผมจัดการมันไปแล้ว” สตีฟพูดทำให้อีวานถึงกับชะงักก่อนจะค่อยๆหันหน้ามามองสตีฟ
“เมื่อครู่ว่าไงนะ !!” อีวานถามเพื่อความแน่ใจ
“คราเค่นนั่นผมจัดการไปแล้วครับไม่เชื่อลองตรวจสอบดูสิครับ” สตีฟพูด
อีวานได้ยินดังนั้นก็ทำใจที่กล้าๆกลัวๆของตนหัวไปมองเจ้าคราเค่นก่อนจะเห็นมันมันไม่ได้ขยับอะไร เขาค่อยๆใช้ระบบตรวจสอบทันที
หน้าต่างศพของคราเค่น Level 108ชิ้นส่วนลำตัวของคราเค่นที่ถูกตัดหนวดออก
“ปะ ปะ เป็นศพแล้วจริงๆด้วย นี่มันอะไรกัน” อีวานพูดออกมาอย่างตกใจก่อนจะมองหน้าสตีฟ
“ผมบอกแล้วไงครับผมจัดการมันไปแล้ว” สตีฟพูดอีกครั้ง
“ได้ยังไงกันก็ก่อนหน้านี้เอ็งเลเวลแค่.....” อีวานยังพูดไม่ทันจบเขาก็ต้องขยี้ตาอีกครั้งเพราะเขาใช้ระบบตรวจสอบสตีฟพอดีและเห็นเลเวลปัจจุบันของสตีฟ
หน้าต่างชื่อ : สตีฟ แมคดูวัลล์ Level : 104อาชีพ : ฮีโร่อายุ : 29ฉายา : คุณพ่อบ้านRank : S
“ดะ ดะ ดะ ได้ยังไงกันก็เมื่อตอนกลางวันข้าจำได้ว่าเลเวลเอ็งไม่ถึงร้อยนี่เจ้าหนุ่ม !!” อีวานพูดออกมาอย่างตกใจ เขานั้นพบเจอฮีโร่มามากมายเขาพอจะรู้ว่าเลเวลของฮีโร่นั้นขึ้นยากแค่ไหน ตอนนั้นเองอีวานก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจำได้ว่าฮีโร่นั้นสามารถพลางสถานะของตัวเองได้ เพื่อเอาไว้ใช้ภารกิจแทรกซึมอะไรพวกนั้น เพราะฮีโร่นั้นไม่ได้ต่อสู้กับแค่พวกสัตว์กลายพันธ์ เหล่าฮีโร่จะต้องรับมือกับพวกวายร้ายอีกด้วยนั่นเอง
“หรือว่านี่เอ็งพรางสถานะเอาไว้งั้นเหรอ !!” อีวานพูดออกมา
“ก็คงประมาณนั้นครับ” สตีฟพยักหน้าตามน้ำไป
“แล้วนี่เอ็งจัดการมันได้ยังไงกัน ไม่สิเล่าตั้งแต่แรกเลยเอ็งลงทะเลไปทำอะไรกันแน่ !!!!” อีวานถามสตีฟ
“คือว่าเริ่มแรกเดิมทีผมนอนไม่หลับน่ะครับ เลยนึกถึงเรื่องที่คุณสตาร์พูดอธิบายถึงสัตว์กลายพันธ์ตอนกลางคืนให้ฟัง ทีนี้ผมเลยสนใจอยากลองไปดูซักหน่อยจนได้เจอกับเจ้าคราเค่น คือว่า.......” สตีฟลังเลว่าจะบอกเรื่องเจ็ทสกีดีหรือไม่
“คืออะไรเล่า พูดต่อให้จบสิ” อีวานพูดออกมาอย่างขัดใจ
“คือว่า...ระหว่างที่กำลังจอดเจ็ทสกีเตรียวตัวลงน้ำและเก็บมัน จู่ๆก็มีหนวดปลาหมึกโผล่ขึ้นมาจากใต้น้ำดึงเจ็ทสกีที่ผมขี่ลงไป พอลงไปดูก็เห็นว่าเป็นปลาหมึกยักษ์พอลองตรวจสอบดูจึงได้รู้ว่าเป็นเจ้าคราเค่นนั้น มันกินเจ็ทสกีผมไปทั้งลำเลยอ่ะลุง เอ่อ...คือว่าไม่ทราบว่าค่าเจ็ทสกีแพงป่ะลุง ผมต้องเป็นหนี้ป่ะ” สตีฟถามพลางยกมือขึ้นเกาหัว
“เฮ้อเอ็งนี่นะห่วงอะไรไม่ห่วง แล้วเอ็งจัดการคราเค่นได้ยังไง เพราะเลเวลเอ็งคงไม่ได้จัดการมันง่ายๆโดยไม่บาดเจ็บแบบนี้หรอกแสดงว่าเอ็งยังพรางเลเวลเอาไว้อีกสินะ” อีวานพูด
“ก็ประมาณนั้นมั้งครับ ส่วนผมจัดการยังไงผมก็แค่จับมันเหวี่ยงๆเป็นวงกลมจนมันตาลายและหมดสติ จากนั้นผมก็เชือดมันทิ้งแค่นั้นเอง” สตีฟพูดออกมาทำให้อีวานอ้าปากค้างก่อนจะชี้นิ้วมาที่หน้าของสตีฟ
“นะ นะ นี่แสดงว่าเอ็งเป็นคนสร้างน้ำวนงั้นเหรอ !!!” อีวานพูดออกมาอย่างโมโหก่อนจะยกมือขึ้นเขกกะโหลกของสตีฟ
โป๊ก !!! โอ๊ย !!! เสียงกะโหลกของสตีฟถูกเขกแต่ทว่าอีวานดันร้องออกมาแทน
“โอ๊ยหักแล้วมือหักแล้ว หัวเอ็งทำจากเหล็กหรือไงเนี่ยแข็งชะมัด” อีวานพูดพลางลูบมือของตัวเองที่พึ่งจะเขกสตีฟไปเมื่อครู่อย่างเจ็บปวด
“แล้วใครให้มาเขกหัวผมล่ะครับโธ่ ว่าแต่เรื่องเจ็ทสกีผมต้องจ่ายมั้ยครับ” สตีฟถาม
“ก็คงต้องจ่ายนั้นแหละเพราะเอ็งไม่ได้ตายนี่ หรือเอ็งจะลงไปตายในทะเลก็ได้นะจะได้ไม่ต้องจ่ายเงิน” อีวานพูดแบบประชดก่อนจะหยิบมือถือออกมาโทรหาเจ้าลูกชายของเขา
“เฮ็คเตอร์เหรอ เออไม่มีอะไรแล้วพาทุกคนกลับมาได้แล้ว จริงๆมันแค่ซ้อมหนีภัยน่ะลูกฮ่าๆๆๆ” อีวานพูดพลางหัวเราะออกมาซึ่งสตีฟได้ยินเสียงปลายสายแว้ดๆกลับมาด้วยจนเขาอดยิ้มแห้งๆออกมาไม่ได้
“ดูเหมือนเราจะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกแล้วแฮะ” สตีฟพูดก่อนจะถูกอีวานใช้ให้ช่วยขนเครื่องมือออกจากกระเป๋ามิติของอีกวานไปวางเอาไว้ที่เดิม
คืนนั้นสตีฟเป็นหนี้เพิ่มอีก ห้าล้านแต่ทว่าอีวานกลับยื่นข้าเสนอให้ว่าจะยกหนี้ให้ถ้ามอบซากที่เหลือของเจ้าคราเค่นให้ ซึ่งสตีฟพยักหน้าอย่างไม่ลังเลเพราะซากที่เหลือสตีฟไม่รู้จะไปขายอย่างไร จะเอาไปทำอาหารคงไม่อร่อยเท่าหนวดของมัน ซึ่งสตีฟนั้นยังเก็บหนวดทั้งแปดเส้นของคราเค่นเอาไว้อยู่
สตีฟได้ถามอีวานเหมือนกันว่าจะเอาซากที่เหลือของคราเค่นไปทำอะไรซึ่งคำตอบที่ได้คือเอาไปให้หน่วยวิจัยของรัฐบาลใช้สร้างเรือดำน้ำสตีฟไม่รู้หรอกว่าจะไปใช้สร้างอย่างไรและสตีฟไม่สนใจจะถามด้วยเพราะเขารู้ตัวดีว่าเขานั้นโง่เกินไปที่จะเข้าใจเรื่องยากๆอย่างวิทยาศาสตร์
รุ่งเช้าสตีฟขอตัวกลับบ้านเพราะกระเป๋ามิติเต็มแล้ว ส่วนภารกิจอีวานเซ็นผ่านไปให้เพราะสตีฟสามารถทำให้ระยะสิบกิโลใกล้ชายฝั่งปลอดภัยได้ทั้งหมดในคืนเดียวถือว่าทำให้ภารกิจการสร้างท่าเรือของเขาปลอดภัยไปอีกระดับ
จบ...