"ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงน้องเทียนจะรับมือกับมันไหวหรือ?"
จงลู่อันเอ่ยถามด้วยความตกใจ ถึงแม้มันจะเชื่อมั่นในฝีมือของเทียนฉินก็ตาม แต่หากสัตว์อสูรพากันออกมามายมายอย่างที่ชายหนุ่มคนนั้นเจอ เทียนฉินจะสามารถสะกัดกั้นพวกมันไม่ให้หลุดรอดออกไปได้หรือไม่?
"พวกเราคงต้องรีบเปิดและปิดม่านพลังให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่!"
เสิงเจิ้นจู้เอ่ยออกมาอย่างจริงจัง สถานการณ์ตอนนี้มันไม่อาจจะคาดเดาอะไรได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และหากเป็นเช่นที่กล่าวมาจริงพวกมันจะสามารถต้านทานกันได้หรือเปล่า แต่เรื่องที่จะให้พวกมันยกเลิกการฝึกฝนในป่ามรณะนั้น ไม่ได้อยู่ในความคิดของพวกมันทั้งหมดอยู่แล้ว
เมื่อทั้งสี่คนเริ่มทำการเปิดม่านพลังอีกครั้ง พลันมีเสียงร้องคำรามออกมาจากในป่า ไกลออกไปมีสัตว์อสูรขนาดมหึมาคล้ายวานร กระโดดลงมาจากต้นไม้ตัวแล้วตัวเล่า ก่อนจะพากันวิ่งมาทางที่พวกเขาอยู่อย่างรวดเร็ว
"รีบออกไปเร็วเข้า! พวกสัตว์อสูรกำลังแห่กันออกมาแล้ว!"
เสิงเจิ้นจู้ตะโกนบอกชายหนุ่มเสียงดัง เมื่อเห็นว่ามีวานรฝูงใหญ่กำลังมุ่งตรงมาที่พวกเขาอยู่ด้วยความเร็ว
"เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ!"
เทียนฉินพึมพำออกมาในใจก่อนจะเรียกดาบเพลิงนภาออกมาพร้อมกับเหาะไปทางวานรฝูงนั้นอย่างไม่หวาดกลัว
"ตาข่ายฟ้า!"
เมื่อเข้ามาถึงระยะโจมตีเทียนฉินไม่รอช้า ขับเคลื่อนเปลวเพลิงทั้งสามชนิดเข้าผสมผสานกับพลังปราณของตนเอง วาดออกไปปกคลุมวานรเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
"โฮ้กก!"
คมดาบที่ผสานเปลวเพลิงเข้าเชือดเฉือนร่างของวานรเหล่านั้น จนพวกมันกู่ร้องคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว ผิวหนังของวานรบางตัวถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนดำเมี่ยม แต่บางตัวถูกชั้นน้ำแข็งเกาะกุมไปทั่วร่าง
เทียนฉินกระโดดขึ้นไปอยู่บนตัววานรตัวหนึ่ง ก่อนวาดดาบเข้าไปที่ต้นคอของมันอย่างรวดเร็ว
ฉั้วะ!
มองเห็นเพียงเลือดสาดกระเซ็นออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องของวานรตัวนั้น ก่อนที่ร่างของมันจะล้มลงบนพื้นจะเสียงดังสนั้น แววตาของเทียนฉินมองที่ร่างของมันอย่างเย็นชา ไม่มีอารมณ์หรือความสงสารใดๆทั้งสิ้น
จากนั้นก็กระโดดเหาะขึ้นไปในอากาศอีกครั้งก่อนจะพุ่งเข้าฟาดฟันพวกมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งพวกของจงลู่อันได้เข้ามาร่วมต่อสู้ด้วย จึงใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นัก ฝูงวานรกลุ่มนี้ก็ถูกสังหารจนเกลี้ยง หลงเหลือเพียงรอยเลือดที่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่ว
"เป็นอย่างที่เจ้าคิดไว้จริงๆ!"
จงลู่อันและคนอื่นๆไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองเห็นเลยสักนิด หากว่าเทียนฉินไม่อยู่ตรงนี้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเอาตัวรอดจากฝูงวานรนี้ได้ แต่คงไม่สามารถเอาชนะได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้แน่ มิหนำซ้ำอาจมีคนใดคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บก็เป็นได้
มีเพียงสีหน้าของเทียนฉินเท่านั้นที่เรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง แต่แววตาของเขากลับเปล่งประกายราวกับถูกปลุกจิตต่อสู้ให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เพราะตั้งแต่ที่ฝูงวานรพวกนั้นโผล่ออกมาตราประทับก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง จนตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าด้านในของป่ามรณะนี้ จะต้องมีพวกปีศาจนอกรีตหลบซ่อนอยู่อย่างแน่นอน จากนั้นจึงหันมาเอ่ยกับทุกคนเสียงเรียบ
"นี่เป็นเพียงแค่ชายป่ารอบนอกเท่านั้น สิ่งที่รออยู่ด้านในนั่นต่างหากถึงจะเป็นการต่อสู้ที่แท้จริง!"
"เจ้าคงมั่นใจแล้วสินะว่าสัตว์อสูรพวกนี้กลายเป็นดุร้ายได้อย่างไร!"
เสิงเจิ้นจู้เอ่ยออกมาพร้อมกับจ้องมองเทียนฉินเหมือนกับคนอื่นๆที่อยากรู้
"พลังที่อยู่ในตัวสัตว์อสูรพวกนี้ส่วนหนึ่งเป็นพลังที่แฝงไปด้วยความชั่วร้ายอย่างรุนแรง เป็นเพราะที่นี่ยังคงมีวิญญาณชั่วร้ายที่คอยกัดกินจิตใจของพวกมันอยู่ ซึ่งข้าคิดว่าพวกเจ้าน่าจะคาดเดากันได้แล้ว!"
"แต่ทว่าในตัวของพวกมันยังมีพลังอีกชนิดหนึ่ง ที่คอยบงการพวกมันให้คอยเฝ้าทางเข้าเพื่อหวังทำลายม่านพลังนี้อยู่ ซึ่งพลังชนิดนั้นเป็นพลังของพวกปีศาจนอกรีตอย่างแน่นอน!"
เทียนฉินเอ่ยตอบกลับไปด้วยเสียงเย็นเยียบ ที่เขามีความมั่นใจขนาดนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเพราะตราประทับของจักรพรรดิฮงกวงที่คอยกระตุ้นเขาอยู่ แต่ยังมีหลงยู่หมิงที่ได้บอกเขาตั้งแต่เข้ามายังป่ามรณะนี้แล้ว ว่ามันสัมผัสได้ถึงเสี้ยวจิตวิญญาณของปีศาจนอกรีตเช่นกัน
"ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เข้าไปด้านในกันเถอะ!"
พอได้ยินดังนั้นต่างคนต่างหันมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจ มีเพียงจงลู่อันเท่านั้นออกเอ่ยมาอย่างมุ่งมั่น ตั้งแต่ที่เขาได้สาบานไว้แล้วว่าจะสังหารพวกนอกรีตให้สิ้นซาก ความกลัวสำหรับเขาแล้วก็ไม่มีเลยสักนิด ด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเทียนฉินรวมถึงสหายร่วมนิกายที่มาด้วยกันแล้ว การต่อสู้แบบนี้ต่างหากถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการขัดเกลาที่แท้จริง
"แล้วพวกเจ้าล่ะ!"
เทียนฉินหันมาถามอีกสามคนที่เหลือด้วยน้ำเสียงปกติ ตั้งแต่ที่เขารู้ว่ามีปีศาจนอกรีบแอบซ่อนอยู่ เรื่องของการแสวงหาโชควาสนาในที่นี้ก็ถูกเขาเมินเฉยไปนานแล้ว ความมุ่งมั่นอย่างเดียวที่มีตอนนี้คือตามหาพวกมันให้เจอ แล้วสังหารซะ!
"ถึงแม้ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าสองคนมีความโกรธแค้นอะไรกับพวกนอกรีต แต่ในฐานะเป็นศิษย์ของนิกายคนหนึ่ง ย่อมต้องการสังหารพวกปีศาจเหล่านั้นให้หมดไปจากอาณาจักรของเราอยู่แล้ว!"
เสิงเจิ้นจู้ก้าวมาข้างหน้าพร้อมกับท่าท่างไม่เกรงกลัวทำให้เทียนฉินตอบยิ้มรับด้วยความชื่นชม ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็มีทีท่าไม่ต่างกันนัก พวกเขาทุกคนล้วนมีจิตใจแน่วแน่ไม่หวั่นเกรงศัตรู เช่นนั้นจึงสามารถก้าวหน้ามาได้ไกลขนาดนี้
"ดี! จากนี้ไปข้าเทียนฉินขอนับถือพวกเจ้าเป็นสหาย!"
เทียนฉินกุมมือคำนับให้กับทุกคนอย่างจริงใจ การได้มีสหายที่พร้อมจะต่อสู้ไปด้วยกันนั่นก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว
"เช่นกัน!"
"เช่นกัน!"
คนที่เหลือต่างกุมมือพร้อมกับขานรับกันอย่างหนักแน่น ไม่มีใครลังเลใจแม้แต่น้อย...
ตลอดทางที่พวกเขาก้าวผ่านล้วนพบเจอสัตว์อสูรมากหมายหลายชนิด ภายใต้บรรยากาศที่อึมครึมแทบไม่เห็นแสงแดด มีต้นไม้สูงใหญ่หนาแน่นเต็มไปด้วยเถาวัลย์พันเกี่ยวราวกับงูอยู่เต็มไปหมด เทียนฉินเดินนำไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายบางอย่าง โดยใช้วิชาเบิกเนตรของเขาก็คอยเสาะหาเบาะแสไปทั่ว
อันที่จริงแล้วสถานที่นี้มีอันตรายที่อธิบายไม่ได้หลายอย่าง แต่ก็ยังค้นพบสิ่งของบางอย่างทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นกันไม่ได้ อย่างเช่นที่ผ่านมาไม่นานนัก เทียนฉินค้นพบหญ้าวิญญาณชนิดหนึ่งซึ่งมีค่าอย่างยิ่งในการฝึกฝนจิตวิญญาณ บางครั้งก็พบกับสมุนไพรบางชนิดที่สามารถนำไปหลอมเป็นเม็ดยาระดับก่อกำเนิดได้ ทำให้ความรู้สึกในการเข้
าป่ามรณะครั้งนี้ของพวกเขาทั้งห้าคนไม่ได้ตึงเครียดจนเกินไปนัก
จบตอนที่ 177