[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    38 ศัตรูคนเดียวกัน

    “ ก็ไม่ได้นอนดิ้นอะไรนี่นา ”


    เฉินห่าวลืมตาขึ้นมาในกลางดึก วันนี้เขาต้องการแอบดูลูกสาวนอน หลายวันมานี้เป่าเป้ยน้อยนอนผิดที่ผิดทาง เขาจึงอยากรู้ว่าลูกสาวแอบตื่นขึ้นมาเล่นอะไรคนเดียว  แต่ถ้าเธอตื่นขึ้นมาเล่น มังกรจะต้องบอกเขาแล้ว มันกลับอยู่เงียบๆทำราวกับว่าคุณหนูที่มันดูแลนอนดิ้นเท่านั้น


    เฉินห่าวมองลูกสาวด้วยใบหน้าสงสัย เธอยังคงนอนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน แม้จะมีการพลิกตัวบ้างเป็นบางครั้งแต่ไม่ถึงกลับกลิ้งไปไกลเหมือนที่ผ่านมา เขาจึงคิดว่าลูกสาวอาจจะไม่ชินกับห้องเพราะเดิมทีพวกเขาจะอาศัยอยู่ชั้น 20 แต่กลับต้องย้ายมาอยู่ชั้นสองแทน


    เมื่อเห็นว่าลูกสาวเข้าสู่สภาวะปกติแล้วเฉินห่าวจึงกระซิบบอกมังกรดูแลเธอให้ดี เขาจะออกจากบ้านไปสักพักแล้วจะรีบกลับมาก่อนฟ้าสาง


    มังกรพยักหน้าหงึกหงัก มันกลัวเด็กสาวจะลืมตาตื่น จึงใช้วิธีง่ายๆในการรับคำสั่ง


    หลังจากเจ้าของร้านเดินออกจากตึกไปนั้น มันจึงหันมองกลับมาที่คุณหนู คืนนี้เธอหลับปุ๋ยไม่คิดจะตื่นขึ้นมาเล่นกลางดึกอีกเลย


    มันไม่แปลกใจที่คุณหนูจะนอนเพราะค่าสถานะเพิ่มถึง 10 หน่วยแล้ว การออกกำลังกายต่อไปคงไม่ได้อะไร เธอจึงนอนพักผ่อน มันรู้สึกโล่งใจนึกว่าคุณหนูจะออกไปเล่นอีกตามเคย ต่อให้สถานะไม่เพิ่ม อุปกรณ์กลับทำให้เธอหัวเราะ ส่วนมันเจ็บปวด


    “ อยู่แถวๆนี้สินะ ”


    เฉินห่าวสวมเสื้อสีดำเดินด้อมๆมองๆอยู่ใกล้ๆกองขยะขนาดใหญ่ มันคือจุดทิ้งขยะของผู้คนที่มีบ้านอยู่ระแวกนี้


    ภายในซอยตันที่เขาเข้ามาไม่ได้มืดมิด มันมีแสงไฟสาดส่องเข้ามาให้แสงสว่างเพื่อไม่ให้ดูวังเวงจนเกินไป ทันใดนั้นเขาก็พบบ้านที่ทำจากกล่องกระดาษอยู่ใกล้ๆ มันเป็นบ้านอย่างง่ายที่สร้างขึ้นมาป้องกันลมหนาวในตอนกลางคืนเท่านั้น


    บ้านที่เขาเห็นสูงเพียงสะเอว เกิดจากการนำกล่องกระดาษมาแปะติดกันแล้วเหลือรูเล็กๆให้คลานเข้าไป เขาจึงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆพลางสัมผัสพลังของสิ่งที่อยู่ในบ้าน


    “ เนตรเซียนหมื่นวิถี ”


    ดวงตาทั้งสองเปล่งแสงสีทองอร่าม นับตั้งแต่ถูกมือสังหารลอบโจมตีเฉินห่าวพยายามเปลี่ยนดวงตาของตนให้กลายเป็นดวงตาพิเศษ ด้วยการชักนำมานาเติมเข้าสู่ดวงตาตลอดเวลา จนในที่สุดเขาก็ได้เนตรเซียนหมื่นวิถีขั้นแรกมาใช้งาน


    แม้ความสามารถจะลดเหลือเพียง 1 ใน พันของชีวิตก่อนก็ตาม มันยังคงทำให้เขามองเห็นมานาในอากาศแล้วยังมองทะลวงสิ่งกีดขวางที่มีความหนาไม่มากได้ง่ายดาย


    ภาพที่เขาเห็นภายในบ้านกล่องกระดาษคือชายคนหนึ่งผมยาวจนเกือบจะถึงแผ่นหลัง เส้นผมของเขาแข็งกระด้างราวกับหมี่กรอบ ร่างกายสวมใส่เสื้อผ้าขาดวิ่นหลายชั้นใช้ป้องกันลม


    เฉินห่าวไม่จำเป็นต้องดมเขาก็พอจะรู้ได้ว่าผมของชายคนนี้เหม็นแค่ไหน การที่เขาอาศัยอยู่ข้างกองขยะขนาดใหญ่จะต้องคุ้ยเขี่ยหาอาหารจากที่นี่อย่างแน่นอน


    ทันทีที่เดินมาหยุดยืนทางฝั่งประตูเขาจึงค่อยๆก้มตัวลงไปติดประตูเล็กๆแล้วชะโงกหน้าดูคนที่อยู่ข้างใน อีกฝ่ายยังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ทำราวกับว่าเขาเป็นคนที่มาทิ้งขยะ


    “ ตื่นได้แล้ว ”


    ชายเร่ร่อนสะดุ้งเฮือกรีบลุกขึ้นนั่ง น้ำเสียงเมื่อครู่เย็นเหยียบเป็นอย่างมากจนมันเองยังรู้สึกกลัว 


    เมื่อความกลัวปะทุขึ้นชายเร่ร่อนกลับพูดคำเดิมซ้ำๆว่าอย่า เฉินห่าวจึงมองดูว่าชายคนนี้บ้า หรือว่าแกล้งกัน


    เขาสัมผัสมานาภายในร่างกายของอีกฝ่าย เลเวลของชายคนนี้ไม่น้อยเลยเพราะเป็นถึงเลเวล 45 แต่ดูเหมือนว่ามานาของเขาจะถูกกดเอาไว้ไม่ยอมนำออกมาใช้ ต่อให้ร่างกายแข็งแกร่งชายคนนี้เหมือนปิดกั้นบางอย่าง จนทำให้เขาไม่สามารถใช้ทักษะเดิมๆของเขาได้


    “ อย่า อย่า อย่าทำฉัน ฉันจะไปแล้ว! ”


    ชายเร่ร่อนหันมองมาที่เฉินห่าว ยิ่งมองเห็นเสื้อสีดำของเขา ชายเร่ร่อนยิ่งแสดงท่าทางหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นก่อนจะกระโดดขึ้นเหยียบบ้านกล่องเพื่อขอโทษเขา


    “ ฉันยอมแล้ว ฉันไม่มีบ้านแล้ว นี่ไง ฉันไม่มีบ้าน ”


    เฉินห่าวใช้มือกุมหน้าผากตนเอง ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะถูกโจมตีบริเวณศีรษะจนสมองได้รับการกระทบกระเทือนจนสติฟั่นเฟือน


    เขาไม่สามารถพูดคุยหรือสื่อสารกับอีกฝ่ายได้ แต่มันก็มีวิธีหนึ่งที่จะทำให้เขาสามารถพูดคุยกับชายคนนี้ได้ นั่นคือการจัดระเบียบให้กับสมองใหม่


    สกิลวางแผนพัฒนาร่างกายเปิดใช้งาน ทำให้เขาเห็นจุดเด่นและจุดด้อยบนตัวของชายตรงหน้า


    เส้นทางพัฒนาเพื่อทำให้ชายคนนี้แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ร่างกายจะทำได้เปิดเผยออกมา


    เฉินห่าวรู้สึกชอบใจสกิลนี้ไม่น้อยเพราะมันทำให้เขารู้ว่าตนเองจะต้องทำอย่างไรกับใครสักคน


    หากบาดเจ็บเขารู้วิธีรักษา หากติดอยู่กับคอขวดเขารู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ก้าวข้ามไป


    ถ้าหากสกิลนี้ติดตัวเขาในตอนที่เป็นเจ้าสำนัก ลูกศิษย์ทุกคนคงไม่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลในการทะลวงคอขวดเพื่อก้าวไปยังระดับใหม่อย่างแน่นอน ทุกอย่างมีทางให้ปลดล็อกโดยไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองแต่อย่างใด


    สองเท้าก้าวเดินเข้าไปใกล้ชายเร่ร่อน อีกฝ่ายพบว่าชายแปลกหน้าพยายามจะเข้ามาใกล้จึงถอยไปติดกับกำแพง แม้จะหนีได้เขากลับหันหลังแนบชิดติดกำแพงทำราวกับว่าเฉินห่าวมาพร้อมพวกมากมาย


    ทันใดนั้นมือซ้ายของเฉินห่าวได้วางลงไปที่ศีรษะอีกฝ่ายก่อนจะใช้วรยุทธ์กับเขา วรยุทธ์ที่เขาใช้เป็นวรยุทธ์เดียวกันกับที่ใช้ดูความทรงจำมือสังหารภายในตึก


    ถึงอย่างนั้นครั้งนี้กลับมีวิธีใช้ที่ต่างกันออกไป เขาไม่ได้ดูความทรงจำแต่อาศัยพลังของมันในการเข้าไปทำลายบางส่วนของสมองตามที่สกิลวางแผนพัฒนาร่างกายของเขาบอก


    แต่ละจุดที่ทำลายเล็กมากๆ แทบไม่เป็นอันตรายต่อสมอง เพียงแต่ว่าเขาจำเป็นต้องห้ามเลือดไปด้วยเพื่อไม่ให้เส้นเลือดในสมองแตกในอนาคต


    อ้าก!


    เฉินห่าวปล่อยให้ชายเร่ร่อนร้องตะโกนต่อไป คงไม่มีใครสนใจชายคนนี้  ผู้คนที่นำขยะมาทิ้งยังซอยนี้คงรู้ว่าชายเร่ร่อนคงจะร้องตะโกนดัง


    ต่อให้อีกฝ่ายจะมีเลเวลมากกว่า สมองกลับปิดกั้นวิธีใช้งานพลัง เพียงแค่ผลักเขาออกไปก็หลุดจากการสัมผัสกลางหน้าผากแล้ว ชายเร่ร่อนกลับไม่กล้า เขาทำเพียงใช้มือตะกุยพื้นพยายามพาร่างตัวเองหนีไปจากมือของเฉินห่าวที่จับไปยังหัว


    เฉินห่าวปล่อยมือออกจากชายเร่ร่อนแล้วรีบเดินเข้าไปหลบในมุมมืดของซอยเฝ้ารอดูว่าชายคนนี้จะจดจำอะไรได้หรือเปล่า


    ท่าทางเจ็บปวดที่แสดงออกมาก่อนหน้าค่อยๆเบาลง เสียงร้องอ้อนวอนให้ปล่อยตัวค่อยๆหายไป ทันใดนั้นดวงตาของชายเร่ร่อนก็เริ่มใสกระจ่าง เพียงเท่านี้เฉินห่าวมั่นใจว่าเขาทำถูกต้องตามที่สกิลแนะนำ


    “ อวี้หลง นายได้สติแล้วหรือยัง ”


    มือทั้งสองที่เคยตะกุยพื้นพาตนเองหนียกขึ้นมาด้านหน้าตั้งท่าราวกับพร้อมจะต่อสู้  ดวงตาทั้งสองดูเหม่อลอยเปลี่ยนไป มันกลายเป็นแววตาของนักสู้ที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังเพราะไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหนและไม่รู้ว่าใครกำลังคุยกับเขาอยู่


    “ แกเป็นใคร ต้องการอะไร ”


    สายตาทั้องสองมองไปยังด้านหลังของเสาไฟ ตำแหน่งนี้ไม่ได้มืดมากทำให้พอมองเห็นร่างของใครบางคนเลือนราง


    “ ฉันคือคนที่ทำให้นายกลับมาเป็นปกติ ”


    อวี้หลงพยายามสำรวจร่างกายของตนเอง เขาตกใจมากเมื่อรู้ว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ขาดวิ่น ผมบนศีรษะยาวเฟื้อย กลิ่นตัวไม่ต้องพูดถึงเขาราวกับเป็นขยะกองใหญ่ จากสภาพของพอจะรู้ได้ว่าตนเองน่าจะเสียสติจนกลายเป็นบ้า


    “ นายต้องการอะไร ”


    “ จำเรื่องตระกูลเกาได้ไหม ”


    บนหน้าของอวี้หลงเผยให้เห็นความกังวลผสมผสานไปกับความรู้สึกโกรธแค้นตระกูลนี้ ทันใดนั้นมันก็จำเรื่องราวในอดีตได้ ดูท่าการไล่ล่าในวันนั้นจะทำให้มันเสียสติ ตระกูลเกาจึงยอมปล่อยไป


    “ นายเป็นใคร เกี่ยวข้องกันยังไงกับตระกูลเกา ”


    “ ตระกูลเกาคือศัตรูของเรา ฉันมาช่วยนายเพราะอยากยืมมือของนายจัดการกับตระกูลเกา ”


    “ ฉันไม่เอาด้วยหรอก ฉันไม่รับคำสั่งจากใคร ”


    “ อย่าพึ่งปฎิเสธกันสิ ฉันไม่ได้อยากจะออกคำสั่งกับใครเช่นกัน แค่อยากจะเป็นคนหนุนหลังนายก็เท่านั้น ไม่เจ็บใจเหรอที่ถูกตระกูลเกาเล่นงานจนกลายเป็นขอทานเร่ร่อน ก่อนหน้านี้นายคงจะถูกพวกมันเล่นงานหนักพอสมควร ใช่ไหม ” 


    เฉินห่าวเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายที่แสดงให้เห็นถึงความโกรธที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงรู้ว่าชายตรงหน้าคงจะถูกเล่นงานหนักมากกว่าเขาอย่างแน่นอน


    “ ฉันก็ถูกพวกมันเล่นงานเหมือนกัน พอดีฉันมีเส้นสายเล็กน้อยจึงหาข้อมูลคนที่ถูกตระกูลเกาเล่นงานหวังจะรวมทีมเพื่อตอบโต้ ”


    เฉินห่าวเห็นว่าอวี้หลงยังคงฟังอยู่เขาจึงพูดต่อไป


    “ แต่ไม่มีใครโชคดีเหมือนายที่รอดชีวิตมาได้ รู้ไหมนายรอดได้ยังไง ”


    “ เป็นบ้า ”


    “ ใช่ แต่ละคนที่มีปัญหากับตระกูลเกาเสียชีวิตทั้งหมด ยกเว้นนายที่เสียสติ เอาล่ะ นายอยากจะร่วมมือกับฉันเล่นงานตระกูลนี้ไหม ฉันสามารถช่วยนายได้นะ ”


    “ นายจะช่วยฉันยังไง ” เฉินห่าวสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่อ่อนลง เขาจึงเก็บรอยยิ้มน้อยๆเอาไว้ในใจ


    “ วรยุทธ์ของนายสู้พวกมันไม่ได้ใช่ไหม ฉันจะให้วรยุทธ์ที่เหนือกว่า ”


    ความตื่นเต้นเผยบนใบหน้าของอวี้หลง


    “ เลเวลของนายยังคงน้อยไปใช่ไหม ฉันจะให้บางอย่างกับนายที่ทำให้สามารถเพิ่มค่าสถานะได้ 20 หน่วยจนนายต่อสู้กับเลเวล 65 ได้ง่ายๆ ”


    ความรู้สึกตื่นเต้นเผยบนใบหน้าอวี้หลงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เขากลับรู้ว่าสิ่งที่ได้รับมีราคาที่ต้องจ่ายจึงสอบถามไปตรงๆ


    “ นายให้ฉันมากขนาดนี้มันจะต้องมีค่าใช้จ่ายใช่ไหม ”


    “ ใช่ ในเมื่อนายไม่อยากรับคำสั่งใคร ฉันไม่ต้องการจะออกคำสั่งใครเช่นกัน สิ่งที่ฉันอยากให้นายทำคือเล่นงานตระกูลเกา จะทำยังไงก็ได้ ทำให้พวกมันหงุดหงิด ทำให้พวกมันหายไป นายจะทำอย่างไรกับตระกูลนี้ก็ได้เลย แต่มีสิ่งหนึ่งที่นายจะต้องทำให้ฉัน หากว่าตระกูลเกาไม่อยู่แล้ว ”


    “ ทำอะไร ”


    “ หาลูกค้าให้ฉัน  ”


    อวี้หลงขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเปิดร้านอะไรทำไมจึงต้องการลูกค้า


    “ ฉันเป็นเจ้าของร้านฟิตเนสที่สามารถเพิ่มค่าสถานะความแข็งแกร่ง 0.1 หน่วยให้ได้ภายใน 1 ชั่วโมง ฉันต้องการให้นายหาคนมาให้กับฉัน ใครก็ได้ ขอแค่มันไม่หันคมดาบมาที่ฉันก็พอ ”


    อวี้หลงไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้ามานานแค่ไหนจึงถามวันเวลาจนพบว่าเขาบ้ามานานถึง 5 ปี เมื่อรู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องถูกผูกมัดชีวิตกับชายที่ช่วยเหลือ เพียงแค่คอยหาลูกค้าให้ เขาจึงพยักหน้ารับ


    “ เอาล่ะ ฉันมีเงินให้  1,000  นายไปหาสถานที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วมาเจอฉันตอนดึก อย่าไปตอนเช้าล่ะ ฉันกลัวตระกูลเกาจะเห็นนาย”


    อวี้หลงรับเงินมาจากเฉินห่าวแล้วเข้าไปหลบข้างหลังเสาแทน ในระหว่างนี้เขาไม่ลืมนึกย้อนความหลังเพราะมีหลายอย่างที่จดจำไม่ได้


    เฉินห่าวเห็นท่าทีของอีกฝ่ายจึงค่อยๆเดินจากไป สกิลของอาชีพเทรนเนอร์ทำให้เขามองเห็นลึกไปถึงจิตใจจนรู้ว่าอวี้หลง ไม่มีทางหันคมดาบมาที่เขาแน่นอน ชายคนนี้จึงเป็นคนที่น่าลงทุน


    “ หึหึหึ  ฉันมาแล้วตระกูลเกา มีดเล่มแรกของฉันจะแทงพวกแกในเร็วนี้ รอรับได้เลย…..ว่าแต่ฉันให้เงินเขามากไปไหมนะ ตั้ง  1,000  เหรียญเลยนะ น่าจะให้สัก 500 เฮ้อ!  ”

     

    เฉินห่าวเดินคอตกกลับบ้านหลังจากนึกถึงจำนวนเงินที่จ่ายออกไป อีกไม่นานคุณหนูหลี่อิงจะเลิกแจกอาหารแล้ว เขาคงต้องกลับไปซื้อข้าวเหมือนเดิม


    แอด….


    เด็กสาวตัวน้อยทำหน้าสงสัย คืนนี้เธอตื่นอีกครั้งเพราะความเคยชินจึงให้มังกรพาเดินเล่นก่อนจะกลับไปนอน เพียงแต่ว่าประตูห้องข้างๆกลับเปิดออกเผยให้เห็นอุปกรณ์ประหลาด เธอจึงรู้ว่ามันน่าจะเป็นอุปกรณ์ใหม่ของป๊ะป๋าจึงขึ้นนั่งก่อนจะหัวเราะเสียงดังเพราะกำลังพายเรือ


    “ ไปเอาของเล่นมานี่นะ ”


    “ เล่นด้วยกันหนุกๆ ”


    มังกรน้อยรีบลงไปชั้นหนึ่งแล้วนำจักรยานมาปั่นข้างๆ หากไม่ทำตามมันก็กลัวเด็กมนุษย์จะร้องงอแง



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน