แต่งงานแล้วยังไม่รู้จักสำรวมอีก!
ป้าเสิ่นยิ่งทวีความโกรธเกรี้ยวเธอถลันเข้าไปฉุดกระชากเจียงอิ๋งอิ๋งอย่างแรง "แกมันผู้หญิงไร้ยางอาย!ตระกูลเสิ่นของพวกเรายัง้ารักษาชื่อเสียงอยู่นะ รีบกลับไปทำงานเดี๋ยวนี้!"
เจียงอิ๋งอิ๋งอาศัยแรงกระชากนั้นแสร้งเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างพอเหมาะพอเจาะ น้ำตาไหลพรากราวกับทำนบแตกพลางสะอื้น"ป้าเสิ่น ป้าพูดอะไรอย่างนั้นคะ? หนูเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าบ้านปัญญาชนเฉิงคนนี้ก็มาขวางทางไม่ให้หนูไปไหน!"
"หนูเป็สะใภ้ตระกูลเสิ่นนะคะ ป้าเข้ามาถึงก็ด่าว่าหนูไร้ยางอายมันหมายความว่ายังไงกันคะ?"
"หรือเห็นว่าบ้านเรายากจน ใครต่อใครถึงได้จ้องจะรังแกกันแบบนี้?"
"แล้วดูปัญญาชนเฉิงนี่สิ เข้ามาล่วงเกินถึงเนื้อถึงตัว พูดจาไม่สุภาพกลับกลายเป็ความผิดของหนูไปเสียได้!"
"ฮือๆ ฉันไม่อยากอยู่แล้ว! รังแกกันเกินไปแล้วนะ!"
"ชื่อเสียงป่นปี้หมดแบบนี้ ต่อไปฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?"
เดิมทีเธอเป็หญิงสาวที่สะสวยอยู่แล้วยามร้องไห้จึงดูน่าสงสารราวกับดอกสาลี่ต้องสายฝนหยาดน้ำตาเม็ดโตเกาะพราวบนขนตาที่งอนยาว จวนเจียนจะหยดมิหยดแหล่ดูไปแล้วช่างเหมือนบัวพ้นน้ำที่น่าเวทนาและชวนให้รักใคร่เอ็นดูยิ่งนัก
บรรดาชายหนุ่มที่ล้อมวงดูอยู่รอบๆเริ่มรู้สึกะเืใจและเกิดความสงสารขึ้นมา
แม้ก่อนหน้านี้เจียงอิ๋งอิ๋งจะเคยวิ่งไล่ตามปัญญาชนเฉิงอยู่่หนึ่งแต่ผู้หญิงในหมู่บ้านคนไหนบ้างล่ะที่ไม่ชอบมองหน้าหล่อๆของไอ้หนุ่มสำอางที่เอาแต่ท่องบทกวีพร่ำเพ้อ พวกนี้?
ตอนนี้เธอแต่งงานมีเหย้ามีเรือนแล้วอยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ดี แล้วมันผิดตรงไหน? ยิ่งได้ยินที่เจียงอิ๋งอิ๋งเล่ามาเห็นชัดๆ ว่าเป็เฉิงเหวินเจี้ยนที่จ้องจะเข้ามาทำรุ่มร่ามกับเธอเสียมากกว่า
ทว่าภาพพจน์เดิมของเจียงอิ๋งอิ๋งนั้นไม่สู้ดีนักฝูงชนจึงได้แต่ซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ แต่ยังไม่มีใครกล้าเสนอหน้าออกมาพูดแทน
แม้ป้าเสิ่นจะมีนิสัยโผงผางแต่ก็เป็คนตรงไปตรงมาเมื่อเห็นเจียงอิ๋งอิ๋งร้องไห้หนักเข้าก็นึกกระดากใจอยู่บ้าง"สะใภ้เสิ่นเหยา เป็ปัญญาชนเฉิงที่มาหาเื่แกจริงๆ หรือ?"
เจียงอิ๋งอิ๋งเอามือยันต้นไม้ไว้ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "ป้าคะอย่าถามอีกเลยค่ะ ถ้าชื่อเสียงต้องมัวหมองแบบนี้สู้หนูเอาหัวชนต้นไม้ตายเสียยังดีกว่า!"
พูดจบเธอก็ทำท่าจะโผเข้าชนต้นไม้จริงๆ
ป้าเสิ่นถึงกับตาค้างรีบถลันเข้าไปกอดเอวเธอไว้ "โธ่ๆ สะใภ้เสิ่นเหยาป้ามันคนปากไวไม่มีหูรูด อย่าเพิ่งใจร้อนสิ!"
กว่าที่เสิ่นเหยาจะได้แต่งภรรยาสักคนนั้นไม่ใช่เื่ง่ายไม่ว่าชื่อเสียงเธอจะเป็อย่างไร หากต้องมาปลิดชีพตัวเองลงเพราะคำพูดพล่อยๆ ของเธอมีหวังหลี่เสวี่ยเหลียนคงไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ แน่
เฉิงเหวินเจี้ยนมองเจียงอิ๋งอิ๋งที่เอาแต่ร้องไห้โฮอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความมึนงงยิ่งกว่าเดิม
นี่ใช่นังเจียงอิ๋งอิ๋งคนหยาบคายไร้สมองที่เคยจ้องแต่จะอ่อยเขาคนนั้นจริงๆหรือ?
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็เช่นนี้ชาวบ้านรอบข้างเริ่มส่งเสียงวิจารณ์กันเซ็งแซ่ "นั่นน่ะสินี่มันหน้าประตูบ้านตระกูลเสิ่นแท้ๆ ต่อให้จะลอบพบชู้ก็คงไม่เลือกที่นี่หรอกมั้ง?"
"ปัญญาชนเฉิง ที่ทำงานของคุณอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านไม่ใช่หรือแล้วคุณถ่อมาทำอะไรที่ฝั่งตะวันตกนี่ล่ะ?"
"จริงด้วย! เจียงอิ๋งอิ๋งเพิ่งแต่งงานเมื่อวานวันนี้คุณก็โผล่มาหน้าบ้านเขา มันหมายความว่ายังไง?"
..........
เฉิงเหวินเจี้ยนเริ่มลนลานเขากำสายกระเป๋าสะพายแน่น พยายามแก้ตัวให้ตัวเอง "ผมแค่เดินผ่านมาทางนี้! ผมกับเจียงอิ๋งอิ๋งน่ะบริสุทธิ์ใจต่อกันมาตลอดพวกคุณอย่ามากล่าวหากันมั่วๆ นะ!"
เสียงเอะอะโวยวายข้างนอกค่อนข้างดังเสิ่นชิ่งหงและเสิ่นเสี่ยวอวิ๋นจึงพากันเดินออกมาจากบ้านเพื่อดูเหตุการณ์
พอเห็นหน้าเฉิงเหวินเจี้ยนเสิ่นเสี่ยวอวิ๋นก็ปรี๊ดแตกทันที เธอชี้หน้าด่าเจียงอิ๋งอิ๋ง"นังจิ้งจอกเ้าเล่ห์! แกคิดจะทำอะไรอีกหะ?!"
เสิ่นชิ่งหงดุลูกสาวอย่างรุนแรง"เสี่ยวอวิ๋น ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่แกจะมาพูด!"
เขาเดินขากะเผลกออกมาทว่าแผ่นหลังยังคงเหยียดตรง "ลูกสะใภ้อิ๋งอิ๋ง...เธอเล่ามาซิ!"
เจียงอิ๋งอิ๋งรู้สึกสะท้อนใจในอกหากไม่ใช่เพราะเธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้เกรงว่าเื่ในวันนี้คงทำให้ตระกูลเสิ่นต้องเสียหน้าป่นปี้ไปแล้วจริงๆ
"คุณพ่อคะ เสี่ยวอวิ๋น... ทันทีที่คุณแม่ลงไปที่ทุ่งนาหนูก็เจอเข้ากับปัญญาชนเฉิงเข้าพอดี คุยกันยังไม่ทันถึงสองคำเลยค่ะ"
"ส่วนเื่ที่ว่าทำไมปัญญาชนเฉิงถึงมาอยู่หน้าบ้านเราหนูเองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ"
เธอพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้ไม่ได้สาธยายอะไรต่อเพราะความจริงที่ว่าเ้าของร่างเดิมเคยตามจีบเฉิงเหวินเจี้ยนอย่างบ้าคลั่งนั้นเป็เื่จริงการจะเปลี่ยนทัศนคติของทุกคนต้องใช้เวลา
เฉิงเหวินเจี้ยนรีบฉวยโอกาสพูดเสริม"ผมแค่เดินผ่าน เดินผ่านมาเฉยๆ น่ะ!"
เสิ่นชิ่งหงกวาดตามองทุกคนรอบกายสีหน้าเริ่มคลายความตึงเครียดลง "ลูกสะใภ้เข้าบ้านไปก่อนเถอะเดี๋ยวต้องเตรียมเอาข้าวไปส่งให้แม่เขาด้วย"
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไปก่อนโดยไม่กล่าวโทษใครแต่เป็การแสดงท่าทีให้ทุกคนเห็นอย่างชัดเจน
เขามั่นใจและเชื่อใจในตัวลูกสะใภ้ของเขา
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นกระทืบเท้าด้วยความขัดใจเธอถลึงตาใส่เจียงอิ๋งอิ๋ง "ยังไม่กลับเข้าไปอีก?น่าขายหน้าชะมัด!"
เจียงอิ๋งอิ๋งซับน้ำตาด้วยท่าทางน่าเวทนาก้มหน้าก้มตาเดินเข้าบ้านไป ไม่มีเค้าลางของหญิงสาวจองหองเหมือนในวันวานแม้แต่น้อยทำเอาชาวบ้านที่มุงดูอยู่ถึงกับตาค้าง
ป้าเสิ่นหัวเราะแห้งๆแก้เก้อ ก่อนจะเริ่มไล่คน "ดูอะไรกันนักหนา?รีบไปทำงานในนาได้แล้ว! เดี๋ยวแดดร้อนจัดจะพากันตายเสียเปล่าๆ!"
ใน่ฤดูร้อนเช่นนี้ยามเช้าคือ่เวลาทองของการทำงาน เมื่อได้ยินเช่นนั้นกลุ่มคนจึงแยกย้ายกันไป
ทว่าข่าวเื่เจียงอิ๋งอิ๋งแต่งงานแล้วเปลี่ยนเป็คนละคนก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนทางด้านเฉิงเหวินเจี้ยนอย่าว่าแต่จะรีดไถเงินจากเจียงอิ๋งอิ๋งเลย แม้แต่คำพูดดีๆ สักคำยังไม่ได้ยินแถมเกือบจะทำชื่อเสียงตัวเองพังพินาศ
เขาจึงได้แต่เดินจากไปด้วยสีหน้ามืดมนตั้งใจว่าอีกสองสามวันค่อยหาโอกาสคุยกับเจียงอิ๋งอิ๋งใหม่อีกครั้ง
เขาไม่เชื่อหรอกว่าเจียงอิ๋งอิ๋งจะตัดใจจากเขาได้ในวันเดียว!
คงเป็เพราะวันนั้นเขาจงใจไม่ไปตามนัดเธอเลยต้องจำใจแต่งงานกับเสิ่นเหยา ตอนนี้คงยังงอนเขาอยู่ล่ะมั้ง!
เจียงอิ๋งอิ๋งอาจจะโง่ไปนิดแต่เพราะมีพี่ชายหลายคนและพ่อเป็ถึงผู้ใหญ่บ้าน จึงค่อนข้างนิสัยเสียมีอารมณ์ฉุนเฉียวบ้างก็คงเป็เื่ปกติ
ภายในลานบ้านเสิ่นชิ่งหงมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน "ลูกไปพักผ่อนในห้องก่อนเถอะตอนเที่ยงต้องเอาข้าวไปส่ง ทางมันไกล เดี๋ยวจะเหนื่อยเอา"
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นที่กำลังตักน้ำอยู่แค่นเสียงในลำคอ"แค่ส่งข้าวจะเหนื่อยอะไรนักหนา? คุณหนูในเมืองยังไม่สำออยขนาดนี้เลย!ฉันขอเตือนแกไว้นะเจียงอิ๋งอิ๋งถ้าขืนแกยังกล้าไปทำตัวรุงรังข้างนอกจนพี่ชายฉันต้องเสียหน้าฉันจะตีแกให้ตายคามือเลย!"
"เสิ่นเสี่ยวอวิ๋น!"
เสียงของเสิ่นชิ่งหงไม่ดังนักแต่มันเย็นเยียบแสดงให้เห็นว่าเขาโกรธจัด "ขอโทษพี่สะใภ้แกเดี๋ยวนี้!"
"ไม่!"
ดวงตาของเสิ่นเสี่ยวอวิ๋นเริ่มแดงก่ำเธอกระแทกกระบวยตักน้ำลงในโอ่งอย่างแรง "ทำไมพี่ชายหนูต้องแต่งกับผู้หญิงอย่างยัยนี่ด้วย!ยัยนี่... ยัยนี่..."
คำว่า‘หน้าไม่อาย’ ติดอยู่ที่ริมฝีปากเธอพูดมันไม่ออก จึงได้แต่กัดฟันกรอดแล้ววิ่งปาดน้ำตาเข้าห้องไป!
เสิ่นชิ่งหงโกรธจนริมฝีปากสั่นเทาพอหันกลับมาเขาก็ดูทรุดโทรมลงไปถนัดตา "อิ๋งอิ๋งเป็พ่อเองที่สั่งสอนน้องไม่ดี เธอเป็พี่สะใภ้ อย่าถือสาน้องเลยนะ"
ก็แค่เด็กผู้หญิงอายุสิบกว่าปีคนหนึ่งอีกอย่าง สิ่งที่เ้าของร่างเดิมเคยทำไว้มันก็เหลือรับจริงๆ
เจียงอิ๋งอิ๋งส่ายหน้าครั้งนี้คำพูดของเธอแฝงไปด้วยความจริงใจ "คุณพ่อคะเมื่อก่อนหนูเคยทำตัวไม่ดี เสี่ยวอวิ๋นจะด่าหนูก็ถูกของน้องแล้วค่ะ"
"เธอเป็เด็กดีจริงๆ"
เสิ่นชิ่งหงถอนหายใจยาวเหยียดเขาเข้าใจดีถึงเื่ปากคนยาวกว่าปากนกยูง
เื่ที่เจียงอิ๋งอิ๋งเคยทำมาเขาก็พอจะได้ยินมาบ้างเพียงแต่หากไม่เห็นกับตาเขาก็ไม่คิดจะด่วนสรุปนิสัยใจคอของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งตอนนี้เธอแต่งเข้ามาในบ้านแล้ว ทั้งคำพูดคำจาและการกระทำก็ดูเป็คนรู้ความ
ดังนั้นข่าวลือที่เคยหนาหูก่อนหน้านี้ เขาจึงถือเสียว่าเป็เพียงเื่ไร้สาระ
ต่อให้เจียงอิ๋งอิ๋งเคยมีใจให้ปัญญาชนเฉิงคนนั้นจริงแล้วจะทำไม?เด็กสาวในหมู่บ้านคนไหนบ้างล่ะที่ไม่เหลียวมองพวกยุวปัญญาชนที่มีการศึกษาเ่าั้?
ก็แค่เป็เพราะอิ๋งอิ๋งหน้าตาสะสวยกว่าใครเพื่อนบ้านถึงได้จ้องจะนินทาให้ร้ายได้ง่ายกว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นที่แอบหลบไปร้องไห้อยู่ในห้องเงี่ยหูฟังคนข้างนอกคุยกัน เธอจึงได้ยินเจียงอิ๋งอิ๋งพูดว่า...ที่เธอด่านั้นมันถูกต้องแล้ว...