ณหอโคมเขียว ในเมืองเปียงชาง ตอนเวลาพลบค่ำ
หว่านชิงได้ปลอมตัวเป็ชายหนุ่มโดยแต่งตัวเหมือนบัณฑิตเดินเข้าไปในหอโคมเขียวอย่างสง่าผ่าเผย
“เชิญเ้าค่ะ ท่านมาวันแรกใช่มั้ยเ้าคะ งั้นข้าจะแนะนำเด็กๆ ให้ตังผิงเป็ยังไงเ้าคะ นางสวยถูกใจนายท่านหรือไม่” แม่เล้าไม่เคยเห็นหน้าหว่านชิงมาก่อนเลยคิดว่ามาวันแรก นางได้ชี้ไปที่หญิงงามเพื่อให้แขกพิจารณา
“ข้าอยากให้จือหม่าอี้มาดูแลปรนนิบัติข้า” หว่านชิงพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนผู้ชาย
“เอ่อ นายท่านคงไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว เลยไม่รู้ว่าจือหม่าอี้ได้ตายไปั้แ่เดือนก่อนแล้วเ้าค่ะ” แม่เล้ากล่าว
“นางตายได้ยังไง แล้วหลุมศพของนางอยู่ที่ไหน” หว่านชิงใ
“นางใช้มีดสั้นแทงตัวตาย ศพของนางถูกฝังอยู่หลังวัดเส้ากวนเ้าค่ะ” แม่เล้ายอมบอก
“น่าเสียดายจริงๆ เพื่อนของข้าบอกว่านางมีสิริโฉมงดงามมากข้าก็เลยอยากเห็นหน้านางสักครั้ง” หว่านชิงกล่าวอ้าง
“นั่นไงภาพวาดของนาง ข้ายังไม่เอาภาพนางออกเลยผู้ชายทุกคนต่างถูกใจในตัวนาง ถึงขั้นแย่งกันเลยทีเดียว” แม่เล้าชี้ไปที่ภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนัง
หว่านชิงมองตามที่แม่เล้าชี้ก็เห็นภาพวาดของหญิงสาวสวยคนหนึ่ง ลักษณะของนางดูดีมีชาติตระกูล “โห! นางงดงามมากจริงๆข้าขอภาพวาดของนางจะได้มั้ย”
“แต่ภาพนี้เอาไว้โฆษณานะเ้าคะ” แม่เล้าหวง
“ท่านไม่กลัวงั้นหรือ โบราณเขาถือนะรู้มั้ยว่าไม่ควรนำภาพวาดคนตายมาแขวนไว้ มันไม่เป็สิริมงคลมิฉะนั้นกิจการของท่านจะแย่ลงไปเรื่อยๆ นะ” หว่านชิงแกล้งขู่
“เป็ความจริงหรือเ้าคะ” แม่เล้าในางกลัวลูกค้าเข้าหอคณิกาน้อยลง
“ที่ผ่านมา ลูกค้าของท่านยังเยอะเหมือนเดิมมั้ยล่ะ” หว่านชิงแกล้งถาม
“แต่ที่ลูกค้าข้าน้อยลงก็เพราะจือหม่าอี้ไม่อยู่แล้วต่างหากนี่เ้าคะ”แม่เล้าคิดว่าเป็เื่ธรรมดา
“ลูกค้าท่านต่างรู้ว่าจือหม่าอี้ตายไปแล้ว พอเห็นภาพของนางพวกเขาก็อดคิดถึงนางไม่ได้ จนไม่อยากใช้บริการหญิงสาวคนอื่น ว่าแต่ทำไมท่านไม่นำภาพเด็กสาวคนอื่นมาแทนที่ล่ะภาพหญิงสาวคนใหม่นี่แหละจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้เยอะขึ้น” หว่านชิงแนะนำ
“ก็ได้ ข้าจะเชื่อท่าน เอาเป็ว่าข้ายอมมอบภาพวาดให้ท่านก็แล้วกัน” แม่เล้ากลัว
“นี่คือค่าตอบแทน ข้าขอแค่ภาพวาดเท่านั้น” หว่านชิงมอบถุงอัฐให้
“แหม ท่านลองใช้บริการสักครั้งจะติดใจนะเ้าคะ” แม่เล้าพยายามยื้อลูกค้า
“วันนี้ข้าไม่มีอารมณ์ ไว้วันหลังนะ” หว่านชิงกล่าวอ้าง
“เอี๋ยนจู่ เ้าจงนำภาพวาดของจือหม่าอี้ลงมาเสร็จแล้วก็ม้วนและมอบให้ชายหนุ่มคนนี้” แม่เล้าสั่งคนงาน
“ขอรับ” เอี๋ยนจู่รับคำ
ผ่านไปไม่นานเอี๋ยนจู่ก็นำม้วนภาพวาดมาให้หว่านชิง
“ขอบคุณมาก ข้าขอตัว” หว่านชิงรีบรับม้วนภาพมาเก็บไว้ทันที
หว่านชิงเดินไปได้สักหน่อยแม่เล้าก็นินทา “ผู้หญิงในหอคณิกาของข้ามีตั้งเยอะแยะมากมายดันไม่สนใจไปสนใจอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว”
***************************
ณภายในห้องพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองเปียงชาง
“นี่ไม่ใช่ภาพวาดของจือหม่าอี้นี่” ท่านน้ากล่าวหลังจากดูภาพแล้ว
“แล้วนางเป็ใครกันล่ะเ้าคะ” หว่านชิงสงสัย
“ใช่แล้ว ข้าเคยเห็นหน้านาง ข้าจำนางได้ นางคือโจวเว่ยซึ่งเป็บุตรสาวอดีตผู้ว่าเมืองจางฟง” ท่านน้านึกออก
“ผู้ว่าคนก่อน คือคนที่เสียชีวิตจากการถูกลอบวางเพลิงใช่มั้ยเ้าคะ”หว่านชิงทราบเพราะเป็ข่าวที่โจษจันทั่วทั้งแคว้น
“ข้าว่านะหว่านชิง มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลโจวเว่ยที่เป็ลูกสะใภ้ตระกูลซูต้องเป็จือหม่าอี้ไม่ผิดแน่” ท่านน้ามั่นใจ
“มันเกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งสองกันแน่นะเ้าคะ” หว่านชิงยังคงไม่เข้าใจ
“วันพรุ่งนี้พวกเรารีบเดินทางกลับเมืองกวานเหลียง และรีบไปเตือนคนในตระกูลซูจะดีกว่านะ”ท่านน้าคิดว่าจือหม่าอี้ตัวจริงเป็บุคคลอันตราย
“แต่ข้าไม่อยากแกล้งเป็อัมพาตอีกนี่เ้าคะ” หว่านชิงกลัวมีคนกลั่นแกล้งนางอีก
“เ้าก็บอกกับพวกเขาว่าเ้ารักษากับหมอเทวดาหายดีเป็ปกติแล้วสิ” ท่านน้ากล่าวแนะ
“ก็ได้เ้าค่ะ” หว่านชิงยอมทำตาม
***************************
สองน้าหลานออกเดินทางกลับเมืองกวานเหลียงั้แ่เช้าแต่ทว่าพอเดินผ่านหอโคมเขียวก็พบว่าแม่เล้าสั่งให้เด็กในสังกัดช่วยกันขนข้าวของออกมากองห่างจากหน้าประตูไปสามวา
“พวกท่านทำอะไรกันงั้นหรือเ้าคะ” หว่านชิงอยากรู้
“พวกเรากำลังนำข้าวของคนตายมาเผาน่ะสิ” หญิงนางโลมคนหนึ่งกล่าว
“ใช่ทรัพย์สินของจือหม่าอี้หรือไม่” ท่านน้ารีบถาม
“ใช่แล้ว นี่คือของใช้ส่วนตัวของจือหม่าอี้จริงๆว่าแต่พวกท่านรู้จักนางอย่างนั้นหรือ” หญิงนางโลมแปลกใจ
“ข้าเป็ญาติของนาง ข้าขอสิ่งของทั้งหมดของหลานสาวข้าจะได้มั้ย” ท่านน้ากล่าวอ้าง
“ถ้าเ้าเป็ญาติของนางจริง ทำไมถึงเพิ่งแสดงตัวล่ะ” หญิงนางโลมไม่เชื่อ
“ข้าเพิ่งรู้ว่าหลานสาวของข้าฆ่าตัวตาย” ท่านน้ากล่าวอ้างอีก
“ก็ได้ พวกเ้ารีบขนทรัพย์สินพวกนี้กลับไปเถอะ ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเผา” หญิงนางโลมยอมมอบข้าวของส่วนตัวของผู้ตายให้
“พวกเรารีบขนกลับไปที่โรงเตี๊ยมกันเถอะ” ท่านน้าอยากหาเบาะแส
“พวกเราไม่รีบออกเดินทางหรือเ้าคะ” หว่านชิงสงสัย
“พวกเรามาดูข้าวของเครื่องใช้ของจือหม่าอี้กันเถอะเผื่อมีเบาะแสอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง” ท่านน้าเปลี่ยนแผนใหม่
หว่านชิงช่วยท่านน้าขนทรัพย์สมบัติสุดท้ายของจือหม่าอี้ไปที่โรงเตี๊ยมตามคำสั่งของท่านน้า
***************************
ณโรงเตี๊ยม ห้องเดิม
“มีแต่เครื่องสำอาง ไม่เห็นจะมีอะไรเลยเ้าค่ะ” หว่านชิงบ่นหลังจากสำรวจทรัพย์สินของผู้ตาย
“กล่องนี้กล่องอะไรน่ะ” ท่านน้าชี้
หว่านชิงเปิดกล่องดูก็พบว่าเป็กล่องจดหมายพอเปิดอ่านก็ถึงกับใ เลยกล่าวว่า “มีจดหมายลาตายด้วยเ้าค่ะ”
“เ้าอ่านให้ข้าฟังซิ” ท่านน้าอยากรู้ถ้อยความในจดหมาย
หว่านชิงอ่านออกเสียง
ข้ามีนามว่าโจวเว่ยข้านั้นเป็บุตรสาวของอดีตผู้ว่าเมืองจางฟง ข้าไม่ใช่จือหม่าอี้ ในวันแต่งงานของข้าข้าได้ขึ้นเกี้ยวเ้าสาวเพื่อแต่งเป็ฮูหยินของท่านซูฟานแห่งตระกูลซูแต่ตอนนั้นฝนตกกะทันหันข้าก็เลยจำต้องหลบฝนในถ้ำแล้วไปเจอเข้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังเกณฑ์หญิงสาวให้ไปเป็นางโลมหนึ่งในหญิงงามได้สั่งจอมยุทธ์หญิงคนหนึ่งให้ลอบจับกุมข้า จอมยุทธ์หญิงโปะยาสลบใส่ข้าและได้ทำการสับเปลี่ยนชุดเ้าสาวของข้าให้หญิงงามคนนั้นสวมใส่พวกนางช่วยกันสวมชุดชาวบ้านให้ข้า พอเสร็จเรียบร้อย หญิงงามที่สวมชุดแดงก็ะโว่า ‘มีคนเป็ลม’ ชายฉกรรจ์จึงมาอุ้มข้าให้ไปรวมอยู่ในกลุ่มหญิงงามพอข้าฟื้นขึ้นมาก็พบว่าข้านั้นได้อยู่ในหอคณิกาไปแล้วแม้ข้าจะพยายามอธิบายไปสักกี่ครั้งก็ไม่มีใครเชื่อว่าข้านั้นคือลูกสาวผู้ว่าฯตัวจริงกลายเป็ว่าข้าจะต้องทนทำงานเป็หญิงนางโลมในนามของจือหม่าอี้ หากข้าไม่ทำข้าก็จะถูกซ้อม ผ่านไปสักระยะหนึ่ง ข้าก็หลบหนี แต่ก็หนีไม่พ้นพวกมันจับข้ากลับมาได้เช่นเดิม จนกระทั่งข้าได้ยินข่าวว่าจวนท่านพ่อถูกวางเพลิงคนในบ้านเสียชีวิตทั้งหมดไม่มีเหลือ ตอนนี้ข้ากลายเป็คนไร้ญาติขาดมิตรไปแล้วดังนั้นข้าจึงยอมขายบริการโดยไม่คิดหนีอีก และวันหนึ่งข้าก็ได้เจอชายในฝันชายคนนั้นเป็พ่อค้าขายอัญมณี เขารับปากข้าว่าจะมาไถ่ตัวข้าออกไปและแต่งงานกับข้าแต่หลังจากคืนวันที่พวกเรามีความสัมพันธ์กัน เขาก็หนีหายไปข้าถูกผู้ชายหลอกให้ความหวังลมๆ แล้งๆเกียรติของข้าถูกเหยียบย่ำอย่างไม่เหลือชิ้นดี
ในเวลานี้ข้าไม่หลงเหลือความหวังใดๆอีกแล้ว ข้าจึงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ก่อนข้าตาย ข้าขอสาปแช่งผู้หญิงที่สับเปลี่ยนตัวกับข้าขอให้จือหม่าอี้ตัวจริงได้รับผลกรรมตามที่ก่อหากตายไปก็ขอให้ตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ลาก่อนตลอดกาล
โจวเว่ย
“พี่สาวข้าทำร้ายผู้บริสุทธิ์อีกแล้วเ้าค่ะ” หว่านชิงรู้สึกสงสารผู้บริสุทธิ์
สักพักอยู่ดีๆก็มีคนพังประตูเข้ามาในห้องพักอย่างอุกอาจ
“เ้าเป็ใครน่ะ” ท่านน้าใ
“เ้าคือผู้ชายที่บุกเข้าไปในห้องของฮูหยินใหญ่คนนั้นนี่ไหนว่าเ้าเป็คนรักของหงเหม่ยไงล่ะ แล้วนี่เ้ามาทำอะไรที่นี่” หว่านชิงจำได้ เพราะคนร้ายไม่ได้ปิดบังตัวตน
“พวกเ้ายังเดาไม่ออกอีกอย่างนั้นหรือ ใครก็ตามที่เป็อุปสรรคคอยขวางทางชีวิตของคนรักข้าคนเ่าั้ต้องตาย” เทียนสงยอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่เขารัก
“อย่าบอกนะว่าคนรักของเ้าก็คือจือหม่าอี้ตัวจริงน่ะ” หว่านชิงพยายามตีความ
“ไม่ต้องพูดมาก ตายซะเถอะ” เทียนสงไม่ตอบ
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยพวกเราด้วย” ท่านน้าะโ
“ไม่มีประโยชน์ ข้าได้เป่าควันสลบใส่คนงานในโรงเตี๊ยมทั้งหมดแล้ว” เทียนสงจึงกล้าเปิดเผยตัวตน
“หว่านชิง! เ้าหนีไปก่อนไม่ต้องเป็ห่วงข้า อ๊ากกกกกก…” ท่านน้าของหว่านชิงถูกแทงเข้ากลางอกทันที
“ท่านน้า! ท่านน้า! ท่านน้า!” หว่านชิงรีบเข้าไปรับตัวท่านน้าพอท่านน้าไม่ไหวติง หว่านชิงก็เลยอังไปที่จมูกของนาง ก็พบว่าท่านได้เสียชีวิตทันทีเพราะถูกแทงเข้าตรงจุดสำคัญ
“ม่ายยย ท่านน้า ท่านต้องไม่ตาย” หว่านชิงร้องไห้คร่ำครวญ
คนร้ายกำลังจะแทงหว่านชิงเพื่อปิดปากแต่ทว่า
“ท่านมือปราบ! ทางนี้ขอรับ” เสี่ยวเอ้อที่ไม่ได้รับควันสลบรีบไปแจ้งทางการทำให้เหล่ามือปราบรีบตามมาที่โรงเตี๊ยม
คนร้ายรีบเก็บจดหมายของผู้ตายจากนั้นก็โปะยาสลบใส่หว่านชิงและลักพาตัวนางไป
“ท่านน้า” สติของหว่านชิงดับวูบไป