
บทที่ 0 สัตว์ประหลาดจากรอยแยก
โลกกำลังล่มสลาย สภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ทั้งจิตใจที่เสื่อมโทรมของผู้คน ไหนจะการหายตัวไป อย่างไร้ร่องรอยของผู้คนจำนวนมาก แต่ดูเหมือน นั่นจะยังเลวร้ายไม่พอ พระเ้าจึงประทานความโหดร้ายอีกอย่างมาให้กับผู้คนบนโลกใบนี้…
รอยแยกปริศนาปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า มันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในตอนแรกก็มีผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ออกมาให้คำตอบ ว่าอาจเป็เพียงปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่พวกเราอาจจะยังไม่รู้จักเท่านั้น แต่ผ่านไปในเวลาไม่นาน ก็เหมือนกับการถูกจิกหัวขึ้นมาให้ตื่นจากความฝัน เมื่อรอยแยกพวกนั้นปรากฎขึ้นบนพื้นโลก เหล่าผู้คนที่ถูกความสงสัยเข้าครอบงำ ต่างพากันเข้าไปสำรวจด้วยความอยากรู้อยากเห็น และนั้นคือกลุ่มคนที่ตกเป็เหยื่อกลุ่มแรก
ภายในรอยแยกนั่น มีผู้ที่สิงสถิตอยู่ พวกเราเรียกมันว่า ‘สัตว์ประหลาดแห่งรอยแยก’ ไม่ใครรู้ว่าทำไมมันถึงไม่ยอมออกมาจากรอยแยกนั่น แต่ผู้คนที่ถูกความอยากรู้อยากเห็นดึงเข้าไปหรือเฉียดเข้าไปใกล้รอยแยกนั่นโดยไม่ระมัดระวังจนถึงตอนนี้แทบจะไม่มีใครเคยได้กลับมาเลย
ในทุกๆที่ที่รอยแยกนั่นปรากฎขึ้น ที่ตรงนั้นก็จะกลายเป็เมืองร้างไปแทบจะในทันที ไม่มีใครกล้าเสี่ยงที่จะเฉียดเข้าใกล้มัน ทั้งที่มีคนไร้บ้านอยู่มากมาย แต่บ้านร้างกลับมีมากกว่า การย้ายถิ่นฐานไม่ใช่เื่ที่ทำกันได้ง่ายๆ คนรวยอาจจะไม่ได้มีปัญหาในเื่นี้แต่คนทั่วไปล่ะ รัฐจึงจัดสรรค์ที่ลี้ภัยขึ้นมาสำหรับผู้ที่กำลังหาที่อยู่ใหม่
แต่นั่นใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องแล้วจริงๆ เหรอ ทำไมถึงไม่มีใครคิดจะสู้กับเ้าสิ่งนั้นเลย บางทีนี่อาจจะเป็คำถามที่ไม่มีวันจะได้รับคำตอบ ในตอนนั้นผมคิดแบบนั้น แต่แล้วเมื่อ 5 ปีก่อน พวกเราทุกคนก็ได้รับคำตอบ ว่าไอ้พวกโง่พวกนั้นไม่เคยคิดจะช่วยพวกเราั้แ่แรกอยู่แล้ว สิ่งประดิษฐ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในยุคนี้ กลับถูกสร้างขึ้นมาจากความขี้ขลาดของคนพวกนั้น ยานอวกาศ โนอา นั่นคือสิ่งที่เหล่าผู้มีอำนาจของโลกตัดสินใจสร้างมันขึ้นมา ในตอนที่ผมรู้ข่าวเื่นี้จากทีวี ผมหัวเราะจนแทบจะสำลัก
จนถึงตอนนี้ พวกคุณอาจจะยังไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้ผมหัวเราะจนแทบขาดใจได้ขนาดนั้น พวกคุณเองก็ลองคิดดูสิ ว่าคนพวกนั้นมีเงินมีทรัพยากร และมีมันสมองมากมาย จนสามารถสร้างยานอวกาศขึ้นมาได้ แล้วทำไมถึงไม่คิดที่จะสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อปกป้องผู้คน แต่กลับสร้างยานอวกาศเพื่อใช้ในการหลบหนี แต่หลังจากนั้นก็ต้องยิ้มไม่ออก ในวันที่ยานอวกาศโนอา ได้ออกตัวเ้าพวกนั้นได้นำพาทุกสิ่งไปจากพวกเรา ทั้งนักวิทยาศาสตร์ วิศวะกรฝีมือดี หรือ แม้แต่เหล่าหมอและพยาบาล ถูกพาออกไปจากโลกนี้จนแทบไม่เหลือ
พื้นที่ลี้ภัยที่ถูกสร้างขึ้นมาชั่วคราว ไร้ผู้ดูแล จนสุดท้ายที่นั่นก็กลายเป็สลัมไปในที่สุด มีคนไม่น้อยที่พยายามลุกขึ้นสู้และตั้งกลุ่มต่อสู้ เพื่อทวงพื้นที่อยู่อาศัยของตัวเองคืน แต่ทุกอย่าก็ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด ของแบบนั้นมันก็แน่อยู่แล้ว
การที่ประชาชนธรรมดาจะไปลุกขึ้นสู้กับสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติแบบนั้นน่ะ คงมีแต่พระเอกโชเน็นเท่านั้นแหละที่จะทำสำเร็จ เพราะแบบนั้น!!!!
โลกถึงจำเป็ต้องมีคนแบบพวกเรายังไงล่ะ!!!
พวกเราคือ…องค์กรบรรเทาทุกข์สารพัด เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม เทียม เทียม (เสียงแอคโค่)
“ถึงจะเรียกตัวเองว่าองค์กรแต่จริงๆ แล้วก็มีแค่พวกเราสองคนนี่แหละ”
“แล้วแกจะไปบอกเ้าเด็กนี่ทำไมฟะ!!!”
ชายหนุ่มผมทองทำผมทรงเสย ดวงตาเรียวคม คาบบุหรี่ไว้ในปากแต่กลับไม่ได้จุดไฟ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว เนคไทสีดำ ทับด้วยสูทสีดำแกางเกงสแล็คสีเดียวกัน ดูเป็ทางการยืนเอามือล้วงกระเป๋าพูดจากระโชกโฮกฮากท่าทางเหมือนนักเลง อายุราวสามสิบต้นๆ ตะคอกใส่ชายหนุ่มที่ดูเด็กกว่า เค้ามีผมเงินหยักโศกเล็กน้อย ั์ตาสีเงินเข้มกว่าสีผมนิดหน่อย หน้าตาดูง่วงๆ น้ำเสียงไพเราะนุ่มนวลแต่เสียงกลับดูง่วงๆ ไม่ค่อยมีชีวิตชีวา อายุราวยี่สิบปลายๆ กำลังนั่งย่อตัวลงคุยกับเด็กชายอายุราวๆ 7 ขวบ ท่าทางก๋ากั่นที่ถือลูกฟุตบอลอยู่ในมือ
“จะยังไงก็ช่าง ทางข้างหน้านี้มีรอยแยกปรากฎขึ้น ไม่ใช่ที่เล่นสำหรับเด็กๆ รีบกลับบ้านแล้วแล้วไปดูดนมแม่ซะไป๊!”
ชายผมทองทำท่าโบกไม้โบกมือไล่
“เจ็ดขวบแล้วเค้าไม่ดูดนมแม่กันหรอกเ้าโง่!! ทำมาตั้งท่าเป็องค์กรซะใหญ่โตจริงๆ แล้ว จริงๆ ก็เป็แค่แก๊งต้มตุ๋นเท่านั้นแหละ แบร๋~” เด็กชายแลบลิ้นปลิ้นตาก่อนจะหอบลูกบอลวิ่งหนีไป
“ไอ้เด็กนี่ น่าโดนรองเท้าแตะฝาดซักที!!”
“แต่ที่เด็กคนนั่นพูดมาก็ใช้ว่าจะผิดซะทีเดียว มีกันอยู่แค่สองคนเรียกว่าองค์กรไม่ได้หรอกนะ ลูเซี่ยน”
ชายหนุ่มผมสีเงินลุกยืนขึ้นอย่างเกียจคร้าน
“ของแบบนั้นมันอยู่ที่ใจต่างหาก ขอแค่ใจเราได้ซะอย่างไม่ว่าจะคนมากคนน้อยก็เป็องค์กรได้ทั้งนั้น อย่างป้าข้างบ้านพอจับกลุ่มคุยกันก็กลายเป็องค์กรได้นะนายรู้ไหม”
“…”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรกลับไปได้แต่นิ่งเงียบทำหูทวนลม ราวกับว่าชินชากับเหตุการณ์แบบนี้ ในระหว่างที่ลูเซี่ยนกำลังหาสารพัดเหตุผล มาเพื่อซัพพอร์ตเหตุผลในการเป็องค์กร ทั้งคู่ก็เดินเข้ามาใกล้บริเวณที่มีรอยแยกบรรยากาศที่คุยเล่นไร้สาระเมื่อกี๊หายไป เปลี่ยนเป็ความตึงเครียดขึ้นมาทันตา
“เซโน่”
“อื้ม” ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับราวกับเป็เื่ที่รู้กัน
เค้าเอาสเปย์สีแดงนีออนขึ้นมาฉีดบริเวณพื้นแถวนั้น เพื่อเป็สัญลักษณ์เตือน ว่าบริเวณนี้เป็เขตอันตรายและยังเป็สัญญาณที่รู้กันว่า กำลังมีการต่อสู้กันอยู่ข้างในรอยแยก เพราะในระหว่างต่อสู้นั่นรอยแยกอาจมีการปั่นป่วนดึงดูดสิ่งที่อยู่โดยรอบเข้าไป พอมีสัญญาณเตือนแบบนี้คนภายนอกที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ก็จะไม่เข้าใกล้ที่นี่
“ไปกันเถอะ”
บรรยากาศกดดันแผ่ออกมาจากตัวลูเซี่ยน เมื่อลูเซี่ยนออกคำสั่ง เซโน่ก็ทำตามอย่างไม่ลังเล ทั้งสองเดินเข้าไปในรอยแยก แม้จะแสดงท่าทางขึง ขังจริงจังแต่พวกเค้าก็ไม่มีท่าที หวาดกลัวเลย แม้แต่น้อย ไม่ใช่เพราะพวกเค้าประมาทแต่อย่างใด แต่เพราะเค้าผ่านสถานการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เรียกได้ว่าพวกเค้าว่าเป็ผู้มีประสบการณ์มากเลยก็ว่าได้
“ระวังอย่าให้าเ็ล่ะเซโน่ ถ้าเจ็บหนักขึ้นมาพวกเราไม่มีเงินจ่ายค่าพยาบาลที่แพงหูฉี่ขนาดนั้นหรอกนะ”
ั้แ่ที่ยานอวกาศโนอา นำหมอและผู้เฉี่ยวชาญด้านต่างๆ ไป ทั้งค่ารักษาพยาบาล หรือแม้แต่ค่าซ่อมบำรุงรักษาสิ่งของต่างๆ ก็แพงขึ้นหลายเท่าตัว ขัดกับค่าแรงที่ทำงานแทบตาย กลับแลกได้เพียงเศษเงินเล็กๆ น้อยๆ เพราะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหายาก แม้แต่การทำแผลเล็กๆ น้อยๆ ก็มีราคาพอๆ กับค่าผ่าตัดใหญ่ หรือแม้แต่ค่าซ่อมทีวีกลับมีราคาพอๆ กับสมาร์ทโฟนราคาแพง เพราะแบบนั้นผู้คนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะาเ็หรือรถเสีย ก็จะไม่ยอมเข้าโรงพยาบาลหรือร้านซ่อมเป็อันขาด มีคนไม่น้อยที่ต้องทุกข์ทรมานกับการเจ็บป่วยและตายไปโดยที่ยังไม่ได้รับการรักษาอย่างที่ควร
“ปกติผมระวังเื่นั้นอยู่แล้วเป็อย่างดีอยู่แล้ว ลูเซี่ยนเองนั้นแหละ ที่คราวที่แล้วสะดุดฝาท่อที่ปิดไม่สนิทจนหัวแตกทำให้เราเสียเงินเก็บที่มีไปเกือบหมดเลย”
“เลิกพูดเื่นั้นได้แล้วน่า ฉันก็กำลังทำงานชดใช้อยู่นี้ไง”
ทั้งคู่เดินเข้าไปถึงด้านใน สภาพด้านในรอยแยกเหมือนกับโพร่งใต้ดิน มีกำแพงโดยรอบเป็ทางตันไม่มีทางออก มีไข่ขนาดใหญ่กว่าตัวคนเล็กน้อย ที่รอการฝักราวๆสามสิบฟองที่กองรวมกันอยู่ตรงกลางโพร่ง แต่กลับไม่พบผู้ที่ให้กำเนิดไข่พวกนี้ขึ้นมา
“ระตัวด้วยนะ บางทีตัวแม่มันอาจจะอยู่แถวนี้”
“อื้ม ว่าแต่เราควรจะทำยังไงกับไข่พวกนี้ดี”
“คงมีแต่จะต้องทำลายเท่านั้นแหละนะ ว่าแต่นี่มันไข่ของตัวอะไรกัน”
ลูเซี่ยนมองซ้ายมองขวาก็เห็นเพียงแต่กำแพงเท่านั่น
“บางทีนี่น่าจะเป็ไงของสัตว์ประหลาดงูอะไรทำนองนั้น”
“นายรู้ได้ยังไง?”
“ก็ตอนนี้พวกเรากำลังโดนมันล้อมอยู่”
ลูเซี่ยนมองไปรอบๆ ก็เห็นกำแพงขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวไปมารอบตัวพวกเค้า แล้วเค้าก็ได้เข้าใจ ว่ากำแพงที่เห็นนั่นมันคืองูขนาดมหึมาที่กำลังเลื้อยวนอยู่ รอบตัวพวกเค้า
“โผล่เข้ามาก็โดนล้อมเลยเหรอเนี่ย ว่าแต่หัวของมันอยู่ไหนน่ะ”
ราวกับว่าฟังสิ่งที่ลูเซี่ยนพูดรู้เื่ ไม่นานนักหัวของมันก็ค่อยๆ โผล่ออกมาจากความมืด ส่วนหัวของมันมีใบหน้าเป็หญิงสาวผิวขาวซีดราวกับกระดาษ ริมฝีปากแดงราวกับทับทิม ผมดำขลับยาวห้อยลงมา ั์ตาสีดำสนิทจ้องเขม็งมองลงมา ลิ้นสองแฉกดมกลิ่นผู้บุกรุกทั้งสองคนทำเอาลูเซี่ยนเสียวสันหลังวาบ
แต่ยังไม่ทันได้หายใ สัตว์ประหลาดงูก็อ้าปากกว้างเผยให้เห็นสองเขี้ยวคมของอสรพิษ ส่งเสียงขู่ด้วยความเกรี้ยวกราด อสรพิษร้ายพุ่งเข้าโจมตีทั้งสองคนหมายจะกินทั้งสองคนในคราวเดียว แต่ลูเซี่ยนและเซโน่ไหวตัวทัน ลูเซี่ยนโยนะเิมือที่พกมาเข้าไปในปากของสัตว์ประหลาดงูก่อนจะะโหลบ แรงะเิทำให้กรามล่างและกรามบนของสัตว์ประหลาดงูฉีกออกจากกัน จนเหลือเพียงครึ่งหน้า ชิ้นเนื้อและเืกระจัดกระจายไปทั่ว สัตว์ประหลาดงูดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ปทรมาน จนร่างกายขนาดใหญ่ขดไปมาด้วยร่างกายขนาดใหญ่นั้น ทำให้ทุกครั้งที่มันดิ้นไปมาราวกับว่าจะทำให้พื้นดินะเื ร่างขนาดใหญ่ลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยสภาพที่เืท่วม
“เซโน่ เมื่อกี๊คือะเิลูกสุดท้ายที่ฉันมีแล้วนะ แต่ว่ามันก็น่าจะพุ่งมางับเหมือนตะกี๊ไม่ได้อีกแล้ว”
ในการทำงานที่ต้องฝากชีวิตไว้ซึ่งกันและกัน จำเป็จะต้องสื่อสารกันตลอดเวลา ทั้งสองทำงานด้วยกันมานานจึงเข้าใจเื่นี้เป็อย่างดี จึงคอยบอกสถานการณ์ของตัวเองอยู่ตลอด แต่ที่สิ่งที่ทั้งสองคนคิดไม่ถึงก็คือ สัตว์ประหลาดตัวนี้ไม่ใช่แค่เหมือนจะเข้าใจภาษามนุษย์ แต่มันฟังภาษามนุษย์เข้าใจได้จริงๆ
“ลูเซี่ยน เดี๋ยวผมจะเข้าประชิดเพื่อตัดคอมันฝากยิงคุ้มกันให้ด้วย”
ลูเซี่ยนที่ควักปืนมารออยู่แล้ว กำลังคอยหาจังหวะเพื่อโจมตี เมื่อสัตว์ประหลาดงูได้ยิน มันจึงเอาส่วนหัวไปซ่อนแล้วใช้ส่วนลำตัวเข้าโอบรัดทั้งสองคนแทน
มันเอาหัวไปซ่อนเหรอ หรือว่ามันจะเข้าใจที่เซโน่พูดเมื่อกี๊ เป็ไปได้ด้วยเหรอ? ที่ผ่านมายังไม่เคยเจอสัตว์ประหลาดที่ฟังภาษามนุษย์เข้ามาก่อนเลย…
แต่ว่าไม่เคยเจอมาก่อน ไม่ได้หมายความว่าเป็ไปไม่ได้!!!
“เซโน่ เอายาพิษนี่เคลือบอาวุธซะ!!! จากนั้นนาย ก็โจมตีไปที่ลำตัวของมันสุดแรงเกิดเลยนะ!!” ลูเซี่ยนโกหกเพื่อลองเชิง แต่พอได้ยินดังนั้นสัตว์ประหลาดงูก็คลายลำตัวที่รัดลูเซี่ยนกับเซโน่อออกทันที
เ้าสัตว์ประหลาดนี่มันเข้าใจภาษามนุษย์ได้จริงๆด้วย!!
“เจอปัญหาแล้วล่ะสิ เ้านี่มันฉลาดกว่าที่คิด”
“ดูเหมือนมันจะเข้าใจสิ่งที่เราพูดนะลูเซี่ยน แต่ว่าถึงจะเข้าใจแต่ถ้าไม่ได้ยินก็ไม่มีความหมายใช่ไหมล่ะ”
“แบบนี้นี่เอง”
“เดี๋ยวผมจะใช้ะเิเสียง เพราะงั้นลูเซี่ยนเตรียมที่อุดหูไว้นะ”
“เดี๋ยวก่อนนะเซโน่ ะเิเสียงเนี่ยเหลืออยู่เท่าไหร่”
“อันนี้อันสุดท้ายแล้ว”
“แบบนั้นก็แย่น่ะสิ ะเิมืออันสุดท้ายก็เพิ่งใช้ไปเมื่อกี๊นี้เอง ถ้าขืนใช้ะเิเสียงอีก…งานคราวนี้ได้ขาดทุนยับแน่ ของพวกนี้ไม่ใช่ถูกๆ เลยนะ”
“ก็ช่วยไม่ได้นิ ก็มันไม่มีทางเลือก”
“ถ้าทางเลือกละก็มีอยู่”
“ลูเซี่ยนจะไหวเหรอ อายุเยอะแล้วสายตาก็เริ่มฝ้าฟาง”
“นี่แกคิดจะกวนประสาทฉันใช่ไหม”
“??? ” สัตว์ประหลาดงูไม่อาจเข้าใจสิ่งที่ทั้งสองคนพูดได้
ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกัน ก็มีสัตว์ประหลาดงูคอยดูลาดเลาอยู่รอบๆ ดูเหมือนในระหว่างนี้ มันเองก็เริ่มได้เรียนรู้เหมือนกัน เพราะการโจมตีตอนแรกพลาดก็เลยทำให้มันได้รับาเ็สาหัส
“คอยดูเถอะ เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูว่าแค่เลขสามน่ะ ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”
ลูเซี่ยนบ่นพรางยกปืนขึ้นเล็ง เซโน่เก็บก้อนหินแถวนั้นขึ้นมาแล้วขว้างไปที่ไข่ของสัตว์ประหลาดงู เพื่อดึงดูดความสนใจ ซึ่งนั่นก็ได้ผลสัตว์ประหลาดงูพุ่งเข้าโจมตีด้วยความเกรี้ยวกราดถูกอารมณ์โมโหเข้าควบคุม จนไม่ได้มองหน้ามองหลัง สัตว์ประหลาดงูพุ่งโจมตีเข้าใส่เซโน่ ลูเซี่ยนที่รออยู่แล้วเหนียวไกปืนลูกะุถูกยิงทะลุเข้าแก้วหูซ้ายทะลุไปถึงแก้วหูขวาในคราวเดียว ทำให้สัตว์ประหลาดงูเสียการทรงตัว ล้มไถลลงไปกับพื้นจนพุ่งชนไข่ของตัวเองแตก น้ำเมือกในไข่ไหลออกมาข้างนอก ตัวอ่อนที่อยู่ในไข่หลุดออกมาข้างนอกเปลือกไข่
“เป็อย่างที่คิดส่วนหัวไม่ใช่แค่รูปร่างเหมือนมนุษย์แต่อวัยวะก็เหมือนกันด้วย” ลูเซี่ยนลดปืนลงแล้วจึงเหลือบไปเห็นไข่ของสัตว์ประหลาดงูที่แตกออกเพราะถูกกระแทก
“นี่มัน…” ลูเซี่ยนมองดูตัวอ่อนที่อยู่ในไข่ด้วยท่าทีหนักใจ
ตัวอ่อนที่อยู่ด้านในมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ตามส่วนต่างๆ ของลำตัวกลายเป็เกล็ดเกือบทั้งหมด ยกเว้นใบหน้า ขาทั้งสองข้าถูกหลอมรวมจนชิดติดกันจนเกือบจะกลายเป็หาง
“นี่มันคนที่ได้รับรายงานว่าหายตัวไป ดูเหมือนมันจะกินมนุษย์เข้าไปทั้งเป็แล้วก็เปลี่ยนพวกเค้าให้กลายเป็เหมือนกับตัวของมันเอง แต่ว่าแบบนี้...ควรนับว่ายังเป็มนุษย์หรือเป็สัตว์ประหลาดกันล่ะ” เซโน่พูดพรางเดินเข้ามาดูที่ตัวอ่อน
“ถึงจะถูกกลืนเข้าไปทั้งเป็ก็ใช่ว่าจะมีจิตสำนึกเดิมอยู่ แต่ต่อให้จะมีจิตสำนึกเดิมอยู่ก็คงไม่ถูกยอมรับในสังคมอยู่ดี”
“มีแต่ต้องกำจัดเท่านั้น…สินะ? ”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังหนักใจกับเื่ตรงหน้า สัตว์ประหลาดงูก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมา เมื่อมันเห็นไข่ที่ตัวเองฟูมฟักมาอย่างดีเสียหาย มันก็โมโหจนเืขึ้นหน้าพุ่งเข้าโจมตีทั้งสองคนอย่างบ้าคลั่งแต่เพราะมันไม่สามารถรักษาการทรงตัวเอาไว้ได้มันจึงพุ่งชนโน่นพุ่งชนนี่ไปทั่ว ทำให้รอยแยกเกิดความปั่นป่วนจนรอยแยกขยายใหญ่ขึ้น จนเริ่มดูดสิ่งของและบ้านเรือนที่อยู่โดยรอบเข้ามา
“แย่ล่ะสิแบบนี้”
ชาวบ้านอุตส่าห์รวลรวมเงินมาเพื่อจ้างพวกเรา เพื่อให้ทวงที่อยู่คืนให้ แต่ถ้าเป็แบบนี้ถึงจะกำจัดสัตว์ประหลาดแห่งรอยแยกได้ แต่ถ้าบ้านหายไปด้วยแบบนี้ ที่จ้างพวกเรามาจะไปมีประโยชน์อะไรเล่า!!
“หยุดนะเฟ้ย!! อย่ามาทำให้ประวัติขององค์กรฉันด่างพร้อยนะ!!”
ลูเซี่ยนคว้าผมของสัตว์ประหลาดงูที่กำลังพุ่งชนโน่นชนนี่แล้วดึงอย่างสุดแรงเกิด จนในที่สุดสัตว์ประหลาดงูก็หยุดลง
“ลูเซี่ยนสุดยอด มีพลังขนาดนั้นั้แ่เมื่อไหร่”
แต่เซโน่ยังพูดไม่ทันขาดคำ ลูเซี่ยนก็ถูกแรงกระชากจากสัตว์ประหลาดงูดึงจนตัวลอยทั้งที่ในมือยังกำผมแน่น
“อ้ากกกกกก เซโน่ช่วยฉันด้วยยยยย!!!”
เซโน่ได้แต่ถอนหายใจ เพราะยังชมได้ไม่ทันขาดคำ
“รับนะลูเซี่ยน”
เซโน่ลวดสลิงเส้นเล็กที่มีทุนถ่วงน้ำหนักที่ปลาย ให้ลูเซี่ยนโดยที่ปลายอีกฝั่งนึง ยังอยู่ที่เซโน่ ลูเซี่ยนรับมาโดยไม่พลาดเค้ารู้ดีว่าจากนี้จะต้องทำอะไร เค้าดึงเส้นผมของสัตว์ประหลาดงูใช้เป็แรงส่ง วิ่งขึ้นไปที่จุดสูงสุดแล้วะโลงมาเล็งให้ลวดสลิงอยู่ตรงคอส่วนที่โดนะเิ จากนั้นออกแรงดึงพร้อมเพรียงกันกับเซโน่ จนลวดสลิงถูกขึงจนตึงด้วยความคมของลวดสลิง บวกกับแรงพุ่งตัวของสัตว์ประหลาดงูและความเสียหายที่ได้รับจากแรงะเิก่อนหน้า ทำเนื้อตรงส่วนนี้บอบบางและอ่อนแอ หัวของสัตว์ประหลาดงูกระเด็นหลุดปลิวคว้างไปในอากาศ
ซึ่งขั้นตอนที่ว่ามาทั้งหมดลูเซี่ยนทำมันทั้งหมดด้วยเวลาเพียงเสี้ยววิ เพราะว่าถ้าช้ากว่านี้ล่ะก็ เซโน่อาจจะโดนแรงของสัตว์ประหลาดงูดึงกระชากไปด้วย
ตุ๊บ!! เสียงหัวของสัตว์ประหลาดงูร่วงพื้น
Watashi Da : ปกติแล้วเนี่ยคำโปรยตอนท้ายนักเขียนท่านอื่นเค้าเขียนอะไรกัน เพราะว่าเพิ่งจะเคยเขียนนิยายลงแอปครั้งแรกก็เลยไม่รู้จะเขียนอะไรดี
Watashi DaDa : อืมมมมมมมมมมม ไม่รู้เหมือนกัน
Watashi Da : อื้ม ถ้างั้นไม่เขียนล่ะกัน
Watashi DaDa : อื้ม! แบบนี้ก็ดีนะ
( นักเขียนก็แค่เหงานะ ไม่มีอะไรหรอกT^T )