“จื่ออวิ๋นเจ้าถอยไป!” เนี่ยหลีพูดเสียงต่ำ ประกายตาราวกับจับต้องได้ปลดปล่อยพลังที่แฝงอยู่ในอาณาเขตวิญญาณออกมาทั้งหมด พลังวิญญาณพุ่งขึ้นถึงขีดสุด
รับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณสูงส่งที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของเนี่ยหลี ดวงตาของเยี่ยจงฉายแววประหลาดใจสายหนึ่งเนี่ยหลีเพิ่งอายุเพียงเท่านี้ กลับสามารถกดข่มพลังปราณของเขาไว้ได้ระดับหนึ่งพรสวรรค์เช่นนี้ช่างน่าอัศจรรย์ใจโดยแท้ทว่าเขายังคงจ้องมองเนี่ยหลีด้วยสายตาเย็นชา
“เนี่ยหลี ไม่ ข้าขอร้องพวกท่านแล้ว!” เยี่ยจื่ออวิ๋นสองแก้มอาบไปด้วยน้ำตา
เนี่ยหลีจ้องมองเยี่ยจงตรงหน้าด้วยสายตาเย็นยะเยือกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ท่านยังเป็นพ่อคนอยู่หรือไม่?แต่เล็กจนใหญ่ ท่านเคยใส่ใจจื่ออวิ๋นบ้างหรือไม่? นอกจากเอาแต่สั่งให้นางฝึกยุทธ์ๆ ไม่หยุดหย่อน ท่านได้ทำอะไรให้นางบ้าง?ความอ้างว้างเงียบเหงาในหัวใจของนาง ท่านเคยรับรู้หรือไม่? ในโรงเรียน เพื่อนสักคนก็ไม่มี อยู่ในจวนเจ้าเมืองไม่ว่าท่านหรือตาเฒ่าเยี่ยโม่ผู้นั้นก็เอาแต่ยุ่งกับเรื่องของตนเองไม่ใส่ใจจื่ออวิ๋นแม้แต่น้อย! ข้ากับจื่ออวิ๋นก็เป็นเพียงเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้นต่อให้คิดว่าข้ามีอะไรกับจื่ออวิ๋นแล้ว ยังไม่ทันแยกแยะผิดถูกก็คิดจะฆ่าคนแล้วหรือ? ท่านคิดถึงความรู้สึกของจื่ออวิ๋นบ้างหรือไม่?สิ่งที่ท่านสนใจ กลับมีเพียงชื่อเสียงของตระกูลวายุเหมันต์!”
“ไอ้หนู เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังพูดอะไร? เจ้ากำลังรนหาที่ตายชัดๆ! เจ้าเพียงคนเดียว กลับกล้าทำตัวโอหังอวดดีต่อหน้าข้า?” เยี่ยจงนานเข้าก็ยิ่งโกรธเกรี้ยว ส่งเสียงเหอะออกมากลิ่นไอของจิตอสูรแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ากดดันใส่เนี่ยหลีทุกทิศทาง
ตูม!
เนี่ยหลีบินถอยออกไป
ตูม ตูม ตูม!
พลังวิญญาณของเนี่ยหลีโจมตีเข้าใส่พลังวิญญาณของเยี่ยจงอย่างต่อเนื่องกลางอากาศเกิดการระเบิดขึ้นไม่หยุดหย่อน
เนี่ยหลีถูกกระแทกบินถอยไปทีละครั้งๆ ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล
“คนกลัวตายก็มีแต่พวกที่ไม่ได้เรื่องเท่านั้น ต่อให้ข้าต้องตายข้าก็จะพูดท่านคิดหรือว่าเป็นเจ้าเมืองแล้วก็จะเยี่ยมยอดนัก? ข้าไม่เห็นท่านอยู่ในสายตา! ก็มิใช่จะเป็นแค่ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองดำเท่านั้นหรอกหรือ? ให้เวลาข้าสักปี ข้าก็สามารถคว่ำท่านได้แล้วกระมัง? เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองดำแน่นักหรือ?กระทั่งระดับตำนานข้าก็เคยเจอมาแล้ว!” ทั่วร่างของเนี่ยหลีเต็มไปด้วยบาดแผลดวงตาปิดไปครึ่งหนึ่งแล้ว เขาถ่มน้ำลายออกมาคำหนึ่ง “มารดามันเถอะหากท่านจะสู้เสียให้ได้ ข้าก็ยอมตายแล้วจะสะท้อนพลังวิญญาณทั้งหมดให้เป็นบทเรียนแก่ท่านสักตาแล้ว!”
หากเป็นการสะท้อนพลังวิญญาณ ย่อมต้องเกิดการสูญเสียด้วยกันทั้งสองฝ่ายเนี่ยหลีไม่อยากทำเช่นนี้ และก็ไม่อยากทำให้เยี่ยจื่ออวิ๋นต้องทุกข์ใจไม่ว่าอย่างไร คนตรงหน้าก็เป็นบิดาของเยี่ยจื่ออวิ๋น!
“หนึ่งปีรึ? เจ้าคิดว่าตนจะสามารถเอาชนะผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองดำได้ภายในเวลาหนึ่งปีหรือ?”เยี่ยจงจ้องมองเนี่ยหลี หัวเราะเย็นชาขึ้นมามุมปากแขวนไว้ด้วยความดูแคลนเด่นชัด
“ทำไมรึ ท่านอยากลองหรือ?” เนี่ยหลียกสองมือเท้าเอวอย่างไรก็ได้ระบายออกมาหมดแล้ว ชี้นิ้วไปที่เยี่ยจงและก่นด่าคำโต “หากให้เวลาข้าหนึ่งปี รับรองว่าข้าจะต้องเหยียบท่านจมเท้าได้แน่!”
“นี่เป็นสิ่งที่เจ้าพูดเอง หากเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ภายในหนึ่งปีเช่นนั้นข้าจะไม่ไต่ถามเรื่องราวในวันนี้อีกต่อไป และเจ้า เยี่ยจื่ออวิ๋น!”เยี่ยจงหันไปชำเลืองมองเยี่ยจื่ออวิ๋นด้วยสายตาเย็นยะเยือกลึกลงไปในดวงตาแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนซึ่งไม่มีผู้ใดเห็น เขากล่าวขึ้นเสียงเย็น “หากภายในเวลาหนึ่งปีไม่สามารถก้าวถึงระดับทองได้ต่อไปพวกเจ้าสองคนก็ห้ามพบกันอีก!”
พลังวิญญาณของเยี่ยจงกระแทกเข้าใส่ร่างกายของเนี่ยหลีอย่างไร้ซึ่งความปราณีส่งเนี่ยหลีลอยละลิ่วไปไกล จากนั้นจึงค่อยๆ หมุนตัวและเดินออกไป “อย่าได้ลืมคำพูดของเจ้าในวันนี้!”
เสียงตูมดังลั่นขึ้น พลังวิญญาณของเนี่ยหลีแตกกระเจิงปีกสามคู่บนแผ่นหลังก็สลายหายไป อวัยวะภายในบาดเจ็บ ทว่ายังไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตเขาหอบหายใจคำโต ชั่วขณะนั้น เขารู้สึกว่าตนเพิ่งเดินสวนกับยมทูตไปพลังโจมตีครั้งสุดท้ายที่เยี่ยจงลงมือแข็งแกร่งกว่าผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองดำทั่วไปไม่ทราบกี่เท่าเยี่ยจงก้าวขึ้นถึงขั้นสูงสุดของระดับทองดำแล้วห่างจากระดับตำนานอีกเพียงก้าวเดียว
“วางใจได้ คำพูดที่ออกจากปากของข้า ย่อมไม่คืนคำ!” เนี่ยหลีจ้องมองเงาหลังของเยี่ยจงและพูดขึ้นอย่างหนักแน่นเฝ้ามองเยี่ยจงค่อยๆ เดินจากไป ในดวงตาของเนี่ยหลีฉายแววสงสัยเดิมทีเขาคิดว่าเยี่ยจงจะฆ่าเขาทิ้งเพื่อรักษาชื่อเสียงของตระกูลวายุเหมันต์คิดไม่ถึงว่าเยี่ยจงจะยอมปล่อยเขาไป!