แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างลูกไม้สีนวลของคลินิกจิตวิทยาเฉพาะทาง กลิ่นอายชื้นแฉะของละอองฝนที่เพิ่งซาเม็ดไปเมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่ภายนอก ทว่าภายในห้องทำงานส่วนตัวของ ดร.น้ำฟ้านั้นกลับเงียบสงบและเต็มไปด้วยไอร้อนละมุนที่เพิ่งจางหายไปไม่นานนัก
ดร.น้ำฟ้าในชุดเดรสยาวสีขาวสะอาดตาขยับตัวจัดแต่งเสื้อผ้าและเส้นผมสลวยของตนให้เข้าที่ ใบหน้าสวยหวานซับสีระเรื่ออิ่มเอิบด้วยร่องรอยแห่งความสุขสมที่เพิ่งผ่านพ้นไป ข้างกายของเธอคือผู้พันวุฒิ นายทหารหนุ่มรูปงามหัวหน้าหน่วยสืบสวนพิเศษที่กำลังจัดแต่งเครื่องแบบทหารสีกากีเข้มให้เข้าที่กระชับแผ่นอกแกร่ง ชายหนุ่มส่งยิ้มอบอุ่นพลางประคองเอวคอดกิ่วของหมอสาวเข้ามากุมไว้แผ่วเบา
"ขอบคุณนะครับ ดร.น้ำฟ้า สำหรับการเยียวยาและของขวัญแสนหวานเมื่อสักครู่" วุฒิกระซิบน้ำเสียงนุ่มทุ้ม แววตาคมเข้มฉายประกายรักใคร่อย่างเปิดเผย
น้ำฟ้ายิ้มรับพลางยกมือเรียวขึ้นตีอกแกร่งเบาๆ ด้วยความขัดเขิน "ผู้พันก็... รีบแต่งตัวให้เรียบร้อยเถอะค่ะ เมย์ติดต่อมาบอกว่ากำลังพาคุณดาริกาเดินทางมาถึงด้านหน้าแล้ว คดีนี้สำคัญมากและเหยื่อรายนี้ก็น่าจะมีสภาพจิตใจที่บอบช้ำรุนแรงไม่แพ้ใครเลย"
"รับทราบครับผม" ผู้พันวุฒิรับคำอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินไปจัดเรียงเอกสารบนโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนคนใหม่
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อหนาจะถูกเปิดออกช้าๆ ร่างระหงของผู้กองเมย์ในเครื่องแบบตำรวจก้าวเข้ามาในห้อง ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของน้ำฟ้าและผู้พันวุฒิทันทีก็คือร่างหญิงสาวอีกคนที่เดินก้มหน้าก้มตาเคียงข้างและถูกพยุงไว้ด้วยอ้อมแขนของผู้กองสาว
เธอคนนั้นคือ ดาริกา ไฮโซสาวสวยผู้เคยเป็นถึงดาวเด่นระดับมหาวิทยาลัยและเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมชั้นสูงด้วยท่าทางที่ทระนงตนและหยิ่งยโส ทว่าในยามนี้ ภาพลักษณ์อันหรูหรางดงามเหล่านั้นกลับมลายหายไปสิ้น ดาริกาสวมเสื้อโค้ตตัวใหญ่หนาเตอะสีเข้มมิดชิด หมวกปีกกว้างถูกดึงลงมาปิดบังใบหน้าเกือบครึ่ง ผนวกกับแว่นตากันแดดสีดำขนาดใหญ่พิเศษและผ้าพันคอผ้าไหมผืนหนาที่พันรอบลำคอระหงหลายตลบราวกับต้องการจะซ่อนเรือนร่างและใบหน้าของตนเองไม่ให้หลุดรอดสายตาออกไปสู่โลกภายนอกแม้เพียงตารางนิ้วเดียว
ร่างกายของดาริกาสั่นระริกอยู่ตลอดเวลาอย่างเห็นได้ชัด ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความเชื่องช้า ขาเรียวสวยใต้กางเกงขายาวสั่นเทาจนแทบไม่มีแรงหยัดยืน เมย์ต้องคอยประคองกอดกระชับไหล่บางไว้แน่นเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและปลอดภัยให้แก่เธอ
"คุณหมอน้ำฟ้าคะ ผู้พันคะ... เมย์พาคุณดาริกามาถึงแล้วค่ะ" เมย์รายงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างที่สุด เพราะเธอเองก็เคยผ่านห้วงเวลาแห่งความผวาและอัปยศจากการถูกบงการจิตมาก่อน จึงเข้าใจความทรมานของเหยื่อสาวตรงหน้าได้เป็นอย่างดี
"เชิญนั่งก่อนค่ะคุณดาริกา ค่อยๆ ขยับตัวนะคะ ที่นี่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ ไม่มีใครทำร้ายคุณได้อีกแล้ว" น้ำฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มนวลชวนให้รู้สึกอบอุ่นใจ หมอสาวรีบก้าวเข้าไปช่วยเมย์ประคองดาริกาให้นั่งลงบนโซฟาหนานุ่มสีแสดสลัวตัวใหญ่ที่รองรับสรีระได้เป็นอย่างดี
ทันทีที่แผ่นหลังและสะโพกสัมผัสกับความนุ่มสบายของโซฟา ดาริกาก็ปล่อยโฮออกมาทันทีโดยไม่อาจกักเก็บความอัดอั้นไว้ได้อีกต่อไป ไหล่บางไหวโยกโยนตามแรงสะอื้นจนตัวโยน มือเรียวบางที่สวมถุงมือหนาขยำขยี้ผ้าห่มตัวเก่งที่พกมาด้วยแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
"ฮึก... อย่ามองฉันนะ... อย่าจ้องร่างกายสกปรกของฉันเลย... ได้โปรด..." เสียงหวานสั่นเครือร้องขออย่างหวาดผวา ดาริกาพยายามคุดคู้ร่างกายดึงเข่าทั้งสองข้างขึ้นมาแนบอกชิดกันเพื่อปกปิดตัวเอง
น้ำฟ้านั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กข้างๆ ค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะแขนของดาริกาแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม "ไม่มีใครจ้องมองคุณด้วยความประสงค์ร้ายหรอกค่ะคุณดาริกา หมอชื่อน้ำฟ้า และที่นี่คือคลินิกปิดส่วนบุคคล ไม่มีบุคคลภายนอก ไม่มีกล้องวงจรปิด และไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้ามาหากคุณไม่อนยินยอม คุณปลอดภัยแล้วค่ะ ลมหายใจเข้าลึกๆ นะคะ ค่อยๆ ปลดเปลื้องเครื่องคลุมกายออกเถอะค่ะ จะได้หายใจสะดวกขึ้น"
ด้วยน้ำเสียงและกระแสพลังแห่งความเมตตาที่แผ่ออกมาของหมอน้ำฟ้า ดาริกาสูดลมหายใจยาวเข้าปอดซ้ำๆ ร่างกายสั่นเทาเริ่มผ่อนคลายความเกร็งลงทีละน้อย เธอยอมละมือออกจากผ้าห่มแล้วค่อยๆ ถอดแว่นตากันแดดและหมวกปีกกว้างออก เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานหมดจดทว่าบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตากลมโตคู่สวยบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก ขอบตาดำคล้ำบ่งบอกถึงการผ่านค่ำคืนอันยาวนานโดยปราศจากการนอนหลับพักผ่อน
แต่สิ่งที่สร้างความตกใจให้แก่ทุกคนในห้องบำบัดก็คือ รอยแผลแดงก่ำบนผิวกายส่วนที่พ้นขอบผ้าพันคอและข้อมือ ดาริกาดึงผ้าพันคอออก เผยให้เห็นรอยขูดขีดแดงเป็นทางยาวหลายเส้นบริเวณเนินอกขาวผ่อง ลำคอระหง และต้นแขน
"คุณดาริกา... รอยแผลพวกนี้เกิดจากอะไรคะ" น้ำฟ้าเอ่ยถามด้วยความห่วงใย มือเรียวแตะรอยแดงเหล่านั้นเบาๆ
"ฉัน... ฉันเกลียดผิวกายตัวเองค่ะคุณหมอ... ฮือ..." ดาริการ้องไห้สะอื้นพรั่งพรูความอัดอั้น "มันสกปรก... มันโสโครกและแปดเปื้อนไปด้วยสิ่งต่ำช้า ทุกครั้งที่ฉันส่องกระจก ฉันจะเห็นภาพตัวเองเปลือยกายล่อนจ้อนนอนคลุกดินโคลนข้างสระน้ำ ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียนเนื้อตัวจนต้องใช้เล็บจิกขูด ขูดมันแรงๆ หวังจะลอกเอาเศษผิวกายที่โดนสัมผัสโสมมนั้นออกไปให้พ้นตัว... แต่มันก็ไม่หายไปเลย... ความรู้สึกหวาดเสียวระริกน่าอายเหล่านั้นมันยังคาอยู่ในร่องรักและสมองของฉันตลอดเวลาเลยค่ะคุณหมอ!"
น้ำฟ้าบีบมือบางของดาริกาแน่นเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เธอใช้เล็บจิกผิวตัวเองอีก "คุณดาริกาคะ ฟังหมอนะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของคุณ ร่างกายของคุณสะอาดและงดงามเสมอ รอยเปื้อนเหล่านั้นเป็นเพียงภาพลวงตาจากคำสั่งสะกดบงการจิตที่คนร้ายฝังไว้ในหัวของคุณเท่านั้น เราจะล้างมันออกไปด้วยกันนะคะ แต่ตอนนี้ คุณพอจะเล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ในวันนั้นให้หมอฟังได้ไหมคะ เพื่อที่หมอจะได้วางแนวทางสลายปมนี้ได้อย่างถูกต้อง"
ผู้พันวุฒิและผู้กองเมย์ก้าวเข้ามาขยับยืนด้านหลังเก้าอี้ของน้ำฟ้า คอยสังเกตการณ์เงียบๆ เพื่อเก็บรายละเอียดคดี
ดาริกาสูดลมหายใจลึก ตัวสั่นสะท้านยามที่ต้องย้อนนึกถึงฝันร้ายที่กลายเป็นจริง ภาพความทรงจำอัปยศพรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิดของเธอทันที
"วันนั้น... มีงานเลี้ยงเปิดตัวสินค้าหรูหราที่ชั้นดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองค่ะ" ดาริกาเริ่มเล่าเสียงสั่นเครือ แววตาเบิกกว้างฉายแววหวาดผวา "ฉันสวมใส่ชุดเดรสยาวเกาะอกผ้าไหมราคาแพงสีน้ำเงินเข้ม สวมเครื่องประดับเพชรแท้เพื่อแสดงความโดดเด่นทระนงตนเหนือใครในงาน ทุกคนในแวดวงไฮโซต่างรุมล้อมชื่นชมความสง่างามของฉัน ฉันกำลังมีความสุขกับความโดดเด่นนั้น... จนกระทั่งฉันเดินเลี่ยงไปรับลมตรงสะพานไม้ริมสระว่ายน้ำขอบตึก"
ดาริกาเริ่มบิดกายไปมาบนโซฟาหนานุ่มอย่างรุ่มร้อน ใบหน้าขาวซีดเริ่มซับสีระเรื่อขึ้นมาด้วยแรงอารมณ์เสน่หาลึกลับที่ตื่นตัวยามระลึกความทรงจำ
[หลังผ่านเหตุการณ์ในตอนที่ 38-40 จากเรื่อง App ล่าสวาท]
"จู่ๆ... ฉันก็ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาดังแว่วมาจากที่ไหนสักแห่ง มันไม่ใช่เสียงพูดปกติ แต่เป็นคลื่นเสียงที่ก้องกังวานลึกเข้าไปในสองหูและแกนสมองของฉันโดยตรง เป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่สั่งการลงทัณฑ์... ทันทีที่เสียงนั้นจบลง ร่างกายของฉันก็เกิดปฏิกิริยาแปลกประหลาดอย่างรุนแรง กระแสความร้อนระอุแล่นพล่านสาดซัดจากก้นบึ้งไขสันหลังวิ่งตรงเข้าสู่จุดรวมประสาทสัมผัสที่ร่องรักส่วนลึก ผิวเนื้อของฉันเริ่มตื่นตัวจนร้อนผ่าว ยอดอกทั้งสองข้างแข็งชันสู้เนื้อผ้าไหมอย่างห้ามไม่อยู่ ช่องทางรักส่วนตัวของฉันสั่นสะท้านตอดรัดขมิบถี่ยิบ มีน้ำหวานใสหลั่งไหลซึมเปียกชื้นกางเกงชั้นในผ้าลูกไม้ราคาแพงจนเฉอะแฉะไปหมด!"
หมอน้ำฟ้านิ่งฟังอย่างตั้งใจ บันทึกข้อมูลอาการตอบสนองทางชีวภาพของร่างกายที่เกิดจากคลื่นสะกดจิตบงการ
"ใจของฉันกรีดร้องปฏิเสธด้วยความหวาดกลัวและรังเกียจที่สุด... แต่ร่างกายของฉันกลับไม่เชื่อฟังคำสั่งของสมองเลย ฉันขยับก้าวเดินอย่างไร้สติ ตรงเข้าไปหา 'โอม' ชายหนุ่มท่าทางกักขฬะหยาบโลนที่ฉันแสนจะเกลียดชังและเคยชี้นิ้วด่าทอ... ร่างกายของฉันทรุดลงคุกเข่า คลานเข่าเข้าไปกอดขาแกร่งของเขาต่อหน้าสายตาแขกเหรื่อไฮโซนับร้อยคนที่ล้อมวงมองเข้ามาด้วยความแตกตื่นตกใจ!" ดาริกายกมือขึ้นปิดหน้า สะอื้นไห้ตัวเกร็ง
"จากนั้น... คลื่นคำสั่งบงการจิตลึกลับในหัวก็สั่งให้ฉันใช้สองมือสั่นระริก ปลดกระดุมเสื้อชุดเดรสหรูหราออก เปลื้องมันลงจากลาดไหล่ทีละชิ้น... ฉันถอดชุดชั้นในราคาแพงทุกชิ้นทิ้งลงไปกองเปรอะเปื้อนคราบน้ำเปียกชื้นริมสระน้ำ จนเรือนร่างของฉันเปลือยกายล่อนจ้อนร้อยเปอร์เซ็นต์ไร้สิ่งปกปิดต่อสายตาฝูงชน เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์และเสียงกล้องถ่ายรูปดังรัวรอบทิศทาง มันทำลายเกียรติและความทระนงตนของฉันจนแหลกสลายเป็นธุลี ทว่าสิ่งที่เป็นฝันร้ายที่สุดก็คือ ร่างกายเปลือยเปล่าของฉันกลับยิ่งเสียวซ่านรุนแรง หน้าอกอวบหยัดสั่นระริกชูยอดถันสีเชอร์รีชี้ชันอย่างระเริงรัก ร่องรักฉ่ำหวานหลั่งน้ำรักใสไหลชโลมซอกขาขาวราวกับความตื่นตัวทางสรีระที่กระหายในรสรัก!"
ดาริกาครางแผ่วในลำคอ ใบหน้าของเธอเหยเกบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกขัดแย้งระหว่างผิวกายที่เสียวซ่านกับใจที่บอบช้ำ สองขาเรียวหุบเบียดเสียดสีกันรัวเร็วบนโซฟาหนานุ่มสะท้อนอารมณ์วาบหวามขยะแขยงที่ถูกกระตุ้นเร้า
"โอมหัวเราะอย่างสะใจ เขาตรงเข้ามาจับสะโพกของฉันจากเบื้องหลังเพื่อเริ่มบดเบียดร่างกายลุยสวมสอดแก่นกายใหญ่โตเข้ามาในร่องรักของฉันอย่างดิบเถื่อนริมขอบสระน้ำ ท่ามกลางดินโคลนตมที่เปรอะเปื้อนผิวกายเนียนนุ่ม"
"อ๊า..." ดาริการ้องครางเสียงหลงออกมาเมื่อนึกถึงวินาทีสะท้านทรวง ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกเบาๆ บนเก้าอี้บำบัด "ร่างกายของฉันบิดส่ายตอบรับกระแสอารมณ์บงการบ้าคลั่งที่ฉุดให้ช่องทางรักร้อนระอุ ร่างระหงสั่นคลอนไปตามแรงขับเคลื่อนทางกายภาพที่ควบคุมไม่ได้จนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขมิบตอดรัดยอมจำนนต่ออารมณ์สยิวปนเปื้อนโคลนตมและหยาดน้ำรักที่เปรอะเปื้อนริมขอบสระน้ำ โดยที่ใจของฉันได้แต่กรีดร้องปฏิเสธอย่างสิ้นหวัง... จนในที่สุด ร่างกายอัปยศของฉันก็บิดเกร็งจนถึงขีดสุด หลั่งหยาดน้ำเสียวซ่านพวยพุ่งพรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำรักอุ่นร้อนของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงและสายตานับร้อยคู่ในงาน..."
เมื่อเล่าจบ ดาริกาซบหน้าลงกับหมอนอิงโซฟาหนานุ่ม ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหนักจนเหนื่อยหอบ ร่างระหงสั่นคลอนราวกับนกปีกหักที่เผชิญมรสุมใหญ่ปมเสน่หาทำลายจิตวิญญาณของเธอจนหมดสิ้น
ผู้กองเมย์ก้าวเข้ามากุมไหล่บางของดาริกาไว้พลางลูบเบาๆ "คุณดาริกาคะ เมย์เข้าใจความรู้สึกของคุณดีค่ะ มันเป็นวิทยาการบงการจิตที่มุ่งเป้าทำลายศักดิ์ศรีและความรู้สึกนึกคิด แต่ตอนนี้พวกเราจะช่วยกันเอาตัวตนที่งดงามของคุณกลับคืนมานะคะ"
ผู้พันวุฒิมองภาพนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ไอ้อุปกรณ์สะกดจิตตัวนี้มันจงใจใช้ปมความใคร่และความปรารถนาทางกายภาพของมนุษย์มาบิดเบือน เพื่อลงทัณฑ์เหยื่อให้รู้สึกขยะแขยงและทำลายระบบความมั่นใจในตนเอง คล้ายกับคดีของผู้กองเมย์ แต่รอบนี้คนร้ายเจาะจงเล่นงานดาริกาต่อหน้าฝูงชนในแวดวงไฮโซ แสดงว่าผู้บงการต้องมีความแค้นส่วนตัวอย่างล้ำลึก"
คุณหมอน้ำฟ้าพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย "ใช่ค่ะผู้พัน นี่ไม่ใช่การบำบัดทั่วไป แต่เป็นการจู่โจมจิตใต้สำนึกด้วยระบบบงการสะกดรัก คลื่นสมองของดาริกาถูกเขียนทับด้วยรหัสสั่งการเฉพาะตัว ทำให้เส้นประสาทส่วนปลายทางเพศตื่นตัวสูงกว่าปกติ ร่างกายจึงขยับทำไปตามแรงกระตุ้นทางชีวภาพโดยที่จิตสำนึกส่วนควบคุมพฤติกรรมถูกปิดกั้น"
หมอสาวหันกลับมาหาดาริกา เอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่เด็ดเดี่ยว "คุณดาริกาคะ หมอจะช่วยปลดปล่อยคุณจากคุกสะกดจิตนี้เองค่ะ ขั้นแรก หมอขอตรวจวัดกระแสประสาทสมองเบื้องต้นเพื่อวิเคราะห์รหัสสัญญาณแฝงก่อนนะคะ ขออนุญาตสวมเครื่องมือตรวจวัดสัญญาณชั่วครู่ค่ะ"
ดาริกาพยักหน้ายอมรับอย่างอ่อนแรง น้ำฟ้าลุกไปหยิบเครื่องตรวจวัดสัญญาณสมองแบบครอบศีรษะไร้สายลักษณะคล้ายแถบคาดผมโลหะบางเบาที่มีปุ่มเซนเซอร์สีทองเหลืองอร่ามมาสวมเข้ากับศีรษะของดาริกาอย่างระมัดระวัง
น้ำฟ้านำเครื่องตรวจวัดสัญญาณเริ่มเปิดสวิตช์เครื่องมือบำบัด สัญญาณไฟกะพริบสีฟ้าอ่อนเริ่มส่องสว่างส่งข้อมูลกระแสคลื่นสมองขึ้นสู่หน้าจอแสดงผลข้างโต๊ะทำงาน แถบกราฟเส้นสายหลากสีปรากฏขึ้นแสดงการเคลื่อนไหวของกระแสไฟฟ้าในสมองของดาริกา
ดวงตาคู่สวยของหมอน้ำฟ้าหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนกราฟคลื่นสมอง "ผู้พันคะ เมย์คะ... ดูตรงนี้สิคะ"
ทั้งสองคนขยับเข้ามาดูใกล้ๆ บนหน้าจอกราฟ มีแถบคลื่นกระแสไฟฟ้าสีม่วงเข้มปนแดงยิงสัญญาณแทรกซ้อนเข้ามาเป็นจังหวะในสมองส่วนควบคุมความรู้สึกหวาดกลัวและสมองส่วนหลังซึ่งควบคุมพฤติกรรมตอบสนองทางกายภาพ คลื่นนี้มีความถี่เฉพาะตัวที่แปลกแยกไปจากคลื่นสมองตามธรรมชาติของมนุษย์อย่างชัดเจน
"คลื่นสีม่วงเข้มนี่คือคลื่นเหนี่ยวนำกระตุ้นรักสะกดจิตที่ถูกติดตั้งฝังลึกไว้ในจิตใต้สำนึกของเธอค่ะ" น้ำฟ้าอธิบายน้ำเสียงจริงจัง "มันทำหน้าที่คอยเหนี่ยวนำกระตุ้นต่อมน้ำหล่อลื่นและเส้นประสาทปลายช่องทางรักให้ไวต่อความรู้สึกวาบหวามอัปยศ และคอยตอกย้ำภาพความจำร้ายๆ ตอนถูกกระทำร่วมรักข้างสระน้ำให้ฉายซ้ำในหัวสมองทุกครั้งที่ผิวกายของเธอสัมผัสสิ่งใดก็ตาม ทำให้ดาริกาเกิดความรู้สึกรังเกียจเนื้อตัวและมีปฏิกิริยาต่อต้านการสัมผัสจากผู้อื่น"
"แล้วเราจะสลายมันออกไปได้อย่างไรครับหมอน้ำฟ้า" ผู้พันวุฒิถามอย่างสนใจ
"เราต้องใช้กระบวนการสะกดจิตดิ่งลึกเพื่อนำพาจิตสำนึกของดาริกาย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ริมสระน้ำนั่นอีกครั้งค่ะ" น้ำฟ้าอธิบายแผนการรักษาเบื้องต้น "เราต้องเข้าไปสืบหาสัญญาณที่เป็นแกนกลางหรือเงื่อนไขข้อบังคับที่ยึดติดในหัวสมองของเธอ แล้วใช้กระแสจิตบำบัดเพื่อถอดรากถอนโคนคำสั่งสะกดจิตที่แฝงอยู่นั้นออกไป พร้อมกับชำระล้างปมหวาดกลัวและคืนความมั่นใจให้กับเธอ"
ดาริกาได้ยินคำว่าย้อนกลับไปยังความทรงจำริมสระน้ำก็สะดุ้งตัวสั่นเทาหวาดผวาขึ้นมาอีกครั้ง "ไม่นะ... ฉันไม่อยากนึกถึงมันอีกแล้ว... ฉันกลัว... ฉันกลัวโอม... กลัวน้ำรักและเศษโคลนโสโครกพวกนั้น..."
น้ำฟ้ากุมมือบางของดาริกาไว้อีกครั้ง ส่งพลังความเชื่อมั่นผ่านแววตาสวย "คุณดาริกาคะ ไม่ต้องกลัวนะคะ ในห้วงสะกดจิตลึก หมอจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดเวลา หมอจะเป็นผู้นำพาแสงสว่างเข้าไปในความมืดมิดนั้น และชำระล้างความอัปยศออกไปจากเรือนร่างของคุณทีละส่วน สัมผัสอุ่นสะอาดปลอดภัยของพวกเราจะปกป้องคุณเองค่ะ คุณพร้อมจะกลับมาเป็นดาริกาผู้สง่างามและเข้มแข็งคนเดิมไหมคะ"
คำปลอบประโลมที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิทยาอันลึกซึ้งของน้ำฟ้าค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่ใจกลางความรู้สึกที่แหลกสลายของไฮโซสาว ดาริกามองใบหน้าสวยหวานที่แสนอบอุ่นสะอาดของหมอน้ำฟ้า แล้วมองไปที่เมย์และผู้พันวุฒิที่ส่งสายตาให้กำลังใจและปกป้องอย่างเต็มเปี่ยม
ในที่สุด ดาริกาก็พยักหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบแก้มเนียน "ค่ะ... ฉันอยากหาย... ฉันเกลียดสภาพที่น่าสมเพชของตัวเองในตอนนี้เต็มทีแล้วค่ะคุณหมอ ช่วยฉันด้วยนะคะ..."
"ดีมากค่ะคุณดาริกา เก่งมากค่ะ" น้ำฟ้ายิ้มละไมชื่นชมในความกล้าหาญของเหยื่อสาว
หมอสาวหันไปหามือขวาและหัวหน้าทีมสืบสวน "ผู้พันวุฒิคะ เมย์คะ รบกวนช่วยน้ำฟ้าเตรียมห้องบำบัดส่วนลึกด้วยค่ะ เราจะใช้ห้องโทนแสงสีแสดสลัว ปรับระดับแสงไฟให้ผ่อนคลายที่สุด และฉีดกลิ่นน้ำมันหอมระเหยกลิ่นกระดังงาป่าเพื่อปรับประสาทรับรู้ สัญญาณกระแสสมองของดาริกาค่อนข้างดื้อยาและไวต่ออารมณ์บงการบีบเค้น เราต้องเตรียมสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยและสงบเยือกเย็นที่สุดเพื่อปูทางสู่วาระการบำบัดถอดรหัสรอยแฝงจิตใจในขั้นถัดไปค่ะ"
"ได้เลยครับหมอน้ำฟ้า ผมจะจัดการปรับแต่งระบบแสงไฟและกลิ่นหอมบำบัดในห้องบำบัดหลักให้เดี๋ยวนี้เลยครับ" ผู้พันวุฒิรับคำก่อนจะเดินแยกออกไปเตรียมสถานที่บำบัดรักษาทันที
"เมย์จะคอยช่วยประคองและสนับสนุนการรักษาอยู่ข้างๆ เผื่อกรณีฉุกเฉินนะคะคุณหมอน้ำฟ้า" เมย์กล่าวพลางบีบไหล่บางของดาริกาเบาๆ ส่งสัญญานแห่งความห่วงใยและปกป้องอย่างเต็มใจ
แพทย์หญิงน้ำฟ้าพยักหน้าและส่งยิ้มอ่อนโยนให้แก่ผู้กองสาว ก่อนจะหันกลับมาประคองดาริกาให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงของไฮโซสาวสวยบัดนี้ยืนหยัดขึ้นได้มั่นคงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยด้วยความหวังอันริบหรี่ทว่ามั่นคงที่เริ่มจุดประกายในใจที่บอบช้ำ รอยร้าวของดาวเด่นผู้ร่วงหล่นกำลังจะได้รับการเยียวยาชะล้างมลทินเสน่หาด้วยการบำบัดทางจิตวิทยาอันแสนปลอดภัยในห้วงเวลาถัดไป
สายฝนยามบ่ายภายนอกเริ่มซาเม็ด ท้องฟ้าสีหม่นเริ่มเปิดออกเผยให้เห็นแสงแดดสีทองรำไรที่ตัดผ่านม่านเมฆหนา ประหนึ่งรุ่งอรุณแห่งการเยียวยาปมร้ายที่กัดกินจิตใจของดาริกา ดาริกาขยับกายก้าวตาม ดร.น้ำฟ้า เข้าสู่ม่านสลัวของห้องบำบัดพิเศษทีละก้าว หัวใจของเธอเต้นระทึกด้วยความหวาดผวาปนคาดหวัง โดยไม่รู้เลยว่าการดิ่งลึกสู่ภวังค์สะกดจิตในครั้งนี้ จะนำพาเธอย้อนกลับไปเผชิญหน้ากับภาพความรัญจวนอันแสนอัปยศริมขอบสระน้ำอย่างไรบ้าง... และคลื่นความถี่บงการจิตนั้นจะยอมปล่อยตัวเธอไปง่ายๆ หรือไม่!