Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่42 เหล่ยฟ่านวัดใจ

    อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วเสิงเทียนหยางก็ต้องตกใจจนนัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ

     

    เร็ว!

     

    เร็วมาก!

     

    มันเป็นไปได้อย่างไรที่เด็กหนุ่มตัวเล็กคนนี้มีความรวดเร็วเช่นนี้?

     

    แต่ก่อนที่เสิงเทียนหยางจะได้ทําอะไรเขาก็ยิ่งตื่นตัวเพราะดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มจะพุ่งเป้ามาทางเขาโดยมีเป้าหมายเป็นการโจมตี“นี่เธอ…’’

     

    รอบๆนี้ถึงผู้คนจะไม่มากแต่ก็หนาแน่นพอดูถึงจะอย่างนั้นวั่งซูก็ไม่ได้กลัวเพราะในสายตาของคนอื่นเขาก็เป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่งดังนั้นถ้าเสิงเทียนหยางล้มลงเพราะหมดสติ ก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดีว่าเป็นเพราะเขา!

     

    นั่นแหละความได้เปรียบของเขา!

     

    “ต้องขอโทษด้วยจริงๆคุณลุง…’’ในเมื่อภารกิจถูกมอบโดยอาจารย์ วั่งซูก็ไม่มีทางเลือก ก่อนที่เขาจะลงมือโจมตีเสิงเทียนหยางเขาเอ่ยด้วยนํ้าเสียงแผ่วเบาที่รู้สึกผิดอย่างจริงใจ

     

    แม้เสิงเทียนหยางจะสับสนแต่เขาก็ไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากเตรียมรับมือทว่าความเร็วของเด็กหนุ่มนั้นรวดเร็วเกินไป

     

    พริบตาแรงกระแทกอันหนักหน่วงก็ถูกเทลงบนท้ายทอยของเขา

     

    ตุบ!

     

    ทิวทัศรอบๆเสิงเทียนหยางเริ่มพร่าเลือนเขารู้สึกมึนหัวอย่างแรง ไม่ช้าเขาก็หมดสติทั้งยืนและล้มลงฟุบเข้ากับพื้นอย่างรวดเร็วทั้งๆที่ยังคงสงสัย

     

    สงสัยว่าทําไมเขาถูกเล่นงาน!

     

    มองไปยังเสิงเทียนหยางที่ล้มลงแม้วั่งซูจะไม่ได้เรียนการต่อสู้หรือจุดบนร่างกายมนุษย์มา แต่ก่อนหน้านี้เวลาที่เขาถูกพวกฉิงเฉาอัดเขาก็มักได้เรียนรู้ว่าหากส่งแรงกระแทกจํานวนหนึ่งลงบนท้ายทอยจะทําให้คนๆหนึ่งหมดสิได้ ซึ่งมันก็เป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมงดังนั้นแล้วเขาจึงไม่ได้รู้สึกผิดอะไรมาก

     

    ก็แค่...ก็แค่สงสาร!

     

    สงสารในความซวยของชายคนนี้ที่ถูกเขาเลือก!

     

    “นั่น!มีคนสลบ!’’ วินาทีต่อมา โดยที่วั่งซูไม่ต้องทําอะไรเหล่าผู้คนรอบๆที่พบว่ามีชายวัยกลางคนนอนหมดสติอยู่บนพื้นก็เริ่มตกใจ

     

    “พ่อ!พ่ออย่าเป็นอะไรไปนะ! เดี๋ยวแม่ก็มาแล้ว!’’ เห็นว่าผู้คนเริ่มให้ความสนใจวั่งซูก็สวมละครเด็กน้อยผู้เป็นบุตรชายอันน่าเห็นใจเขาทรุดตัวลงแล้วพยายามทําท่าทางปลุกชายวัยกลางด้วยสีหน้าตื่นตะหนก

     

    เหล่าผู้คนที่ได้เห็นก็เริ่มรู้สึกสงสารและเห็นใจพวกเขาจึงพยายามช่วยพูดกับผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยที่หน้าคาสิโนว่าให้ช่วยพาทั้งสองคนนี้เข้าไปก่อนแล้วพอรถโรงพยาบาลมาถึงก็ค่อยส่งพวกเขาไป

     

    พวกผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยที่ดูแลทางเข้าคาสิโนก็ไม่สามารถทําอะได้นอกจากจําใจพาทั้งสองคนเข้าไป

     

    ระหว่างที่กําลังเดินเข้ามาในคาสิโนมุมปากของวั่งซูก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

     

    ง่ายดาย!ง่ายดายจริงๆ!

     

    เขาล่ะอดใจไม่ไหวแล้วที่จะเอารางวัล!

     

    “เด็กนั่นไปไหนแล้ว?’’ขณะที่ช่วยกันแบกร่างชายวัยกลางเคลื่อนย้ายเหล่าผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยที่ไม่เห็นเด็กหนุ่มก็รู้สึกสงสัย

     

    แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเด็กหนุ่มได้ตรงไปแล้ว!ตรงไปยังโซนเกมลูกเต๋า!

     

    …

     

    เวลาเดียวกันณ สนามบินแห่งเมาเก๊า หญิงสาวคนหนึ่งที่เพิ่งบินมาจากเมืองหลวงก็เตรียมที่จะเรียกรถแท๊กซี่เพื่อตรงไปยังหมู่บ้านถิงยี่

     

    เธอคนนี้มีใบหน้าขาวเนียนผ่องใสหน้าอกกระชับเป็นเนินให้เห็น รวมเข้ากับเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ที่สวมใส่อยู่แล้วเธอจัดได้ว่าเป็นสาวงามคนหนึ่ง สามงามที่แสบซ่าห์!

     

    “หลิงเยว่ตอนนี้ฉันมาถึงสนามบินแล้วนะดังนั้นเธออาบนํ้าแต่งตัวรอไว้เลย เดี๋ยวฉันจะไปช็อปรอ!’’เสี่ยวหนิงบอกผ่านโทรศัพท์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะวางสายแล้วเริ่มเรียกรถแท็กซี่ทันที

     

    ใช่แล้ว!เธอคนนี้ก็คือ เสี่ยวหนิง!

     

    เนื่องจากอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะถึงวันนัดเลี้ยงรุ่นเพื่อนสมัยมัธยมเสี่ยวหนิงจึงตั้งใจบินมาที่มาเก๊าเพื่อเที่ยวกับจูหลิงเยว่สักอาทิตย์แล้วค่อยบินกลับพร้อมอีกฝ่ายดังนั้นในตอนนี้เธอจึงเตรียมที่จะไปซื้อพวกเสื้อผ้ามากักตุนสําหรับหนึ่งอาทิตย์นี้เอาไว้

     

    “ลุง! ไปห้างสรรพสินค้าเทียนหลง!’’เมื่อเรียกรถแท็กซี่ได้ เสี่ยวหนิงก็ยิ้มหวานให้คุณลุงคนขับแล้วขึ้นรถไป

     

    …

     

    ปัจจุบันหลังจากที่มาถึงโซนเกมลูกเต๋าแล้ว วั่งซูก็เตรียมที่จะเริ่มแผนการ ดังนั้นเขาจึงต้องการมองหาผู้ช่วยดีๆสักคน

     

    ส่วนคนอื่นๆที่เห็นเด็กหนุ่มเข้ามาถึงแม้พวกเขาจะสงสัย พวกเขาก็ไม่ได้ทําไมเพราะบางทีเด็กคนนี้อาจจะเป็นลูกของคนใหญ่คนโตก็ได้ไม่งั้นทางคาสิโนคงไม่ปล่อยผ่านให้เข้ามาหรอก

     

    “นี่...นี่!พี่ชาย!’’ เห็นว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมใส่แว่นและดูผอมแห้งกําลังคอตกวั่งซูก็เดินเข้าไปแล้วยิ้มให้

     

    “มีอะไร?’’เหล่ยฟ่านกําลังอารมณ์เสียจากการเสียเงินนับหมื่นหยวนอยู่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มอารมณ์ดีเดินเข้ามาเขาจึงรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากแต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะระบายอารมณ์กับอีกฝ่าย เขาจึงพยายามคุมสติเท่าที่ทําได้

     

    “พี่เห็นเจ้ามือคนนั้นไหม?ดูมือเขาสิ! ผมกําลังจะบอกว่าเมื่อเขาเปิดมันขึ้นมา จะมีทั้งหมด 11 แต้ม ได้แก่ 44 3 ดังนั้นถ้าพี่ชายอยากได้ทุนคืน พี่ต้องแทงกลางแล้ว!’’ วั่งซูยังคงยิ้มเขามองออกว่าชายคนนี้เพิ่งเจ๊งไปได้ไม่นานและขาดทุนย่อยยับมันจึงเป็นโอกาสที่เหมาะแก่การร่วมมือเป็นอย่างมาก

     

    “กลาง?ไร้สาระ! ถ้าเธอเก่งขนาดนั้นเธอไม่ไปบอกพ่อแม่ของเธอให้แทงเองเล่า?’’เหล่ยฟ่านเริ่มฉุนขึ้นมา ถึงเขาจะไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นใคร แต่ถ้าอีกฝ่ายจะมาเล่นตลกแบบนี้ เขาก็ไม่เอาด้วยหรอกนะ

     

    “ก็แล้วแต่…’’วั่งซูยิ้มโดยไม่พูดอะไรต่ออีก

     

    “เหอะ!’’เหล่ยฟ่านแสยะยิ้มเตรียมที่จะหัวเราะดูถูก

     

    ทว่าวินาทีนั้นเองเสียงของเหล่านักพนันก็ดังขึ้นอย่างตกอกตกใจ“กลาง! อะไรกัน? นี่พวกเราเจ๊งอีกแล้วรึเนี่ย?!’’

     

    กลาง?

     

    เหล่ยฟ่านชะงักและแทบไม่อยากเชื่อแต่เขาก็ไม่เชื่อและคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญและตั้งใจจะไปดูให้เห็นกับตาว่ามันออกแต้มอะไรบ้าง

     

    “4 43…’’ เมื่อเห็นหน้าลูกเต๋าที่ออกทั้งสามหน้านัยน์ตาของเหล่ยฟ่านก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

     

    เป็นไปได้อย่างไร?

     

    เรื่องบังเอิญมันต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ!

     

    เหล่ยฟ่านตัดสินใจไม่เชื่อถึงอย่างนั้นเขาก็อดถามเด็กหนุ่มไม่ได้ “เด็กน้อยถึงเธอจะพูดถูกแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอรู้มันอยู่แล้วหรอกนะดังนั้นรอบนี้เธอลองบอกมาซิว่ามีอะไรบ้าง?’’

     

    เมื่อเจ้ามือเขย่าลูกเต๋าในถ้วยวั่งซูที่ได้ยินเหล่ยฟ่านถามก็หัวเราะเบาๆ “4 6 6 ดังนั้นรอบนี้จึงคือ สูง!’’

     

    ยังไม่ทันที่เหล่ยฟ่านจะได้สงสัยเจ้ามือก็เริ่มเปิดและทันใดนั้นเสียงดีใจของเหล่านักพนันก็ดังขึ้น “สูง!รอบนี้ฉันได้!’’

     

    “อะไรกัน!’’เหล่ยฟ่านผงะ เพราะตอนนี้สองตาของเขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันออกหน้าอะไรบ้าง

     

    4 6 6 ใช่!มันคือ สูง!

     

    เด็กหนุ่มคนนี้รู้ได้อย่างไร?เขามีตาทิพย์งั้นเหรอ?

     

    ที่วั่งซูรู้ได้เพราะเขาได้ใช้หนึ่งในความสามารถของอํานาจพลังจิตจิตหยั่งรู้!

     

    จิตหยั่งรู้นั้นแตกต่างจากอํานาจพลังจิตธรรมดาตรงที่ว่าถ้าเป็นอํานาจพลังจิตการใช้มองเห็นจะเหมือนสายตาทั่วไป แต่สําหรับจิตหยั่งรู้แล้วมันจะคล้ายๆกับฌานหยั่งรู้แต่ด้อยกว่าเพียงเล็กน้อยดังนั้นการจะมองทะลุถ้วยลูกเต๋าจึงง่ายดายและไม่ยากเกินไปด้วยเหตุนี้วั่งซูจึงสามารถล่วงรู้ผลลัพธ์ของมันได้!

     

    “พี่ชายคงคิดว่าผมมีตาทิพย์สินะ?ไม่! ไม่เลย! ความจริงแล้วสิ่งที่ผมใช้น่ะก็คือ หู! หูของผม!’’เห็นว่าชายหนุ่มมองมาทางเขาอย่างสงสัยวั่งซูก็ยิ้มก่อนจะถอดแว่นกันแดดเผยให้เห็นเปลือกตาทั้งสองที่ปิดสนิท

     

    สําหรับวั่งซูแล้วถึงเขาจะยังเป็นเด็กแต่เขาก็รู้ดีว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูดดังนั้นเรื่องการคงอยู่ของการบ่มเพาะและอํานาจพลังจิตจึงไม่ควรบอกให้คนอื่นรู้

     

    เหล่ยฟ่านที่เห็นก็ตกใจตอนนี้เขาจึงพลันตะหนักได้ทันทีว่าทําไมอีกฝ่ายถึงสวมแว่นกันแดด

     

    ใช่แล้ว!วั่งซูสวมแว่นกัดแดดก็เพราะต้องการปิดบังเรื่องนี้!

     

    ไม่อย่างนั้นถ้าเขาไม่ใส่มันคนอื่นคงจะสงสัยและหัวเราะเยาะไปแล้ว!

     

    นี่ล่ะเหตุผลที่วั่งซูสวมแว่นกันแดนมายังคาสิโน!

     

    “พี่ชายถ้ามัวแต่สงสัยจะพลาดเอานะรอบนี้มีทั้งหมด 15 แต้ม ได้แก่ 4 5 6 พูดง่ายๆคือ สูง!ดังนั้นถ้าพี่จะแทงผมขอแนะนําให้พี่โยกย้ายเงินทั้งหมดที่ไม่ใช่สูงถ่ายโอนไปยังมัน!ด้วยวิธีนี้แม้พี่จะไม่มีเงินแล้ว พี่ก็สามารถแทงได้!’’เห็นว่าเจ้ามือเริ่มเขย่าแล้ววั่งซูก็ยิ้มให้กับชายหนุ่มก่อนสวมแว่นกันแดดเหมือนเดิม

     

    ด้านเหล่ยฟ่านที่ได้เห็นความแม่นยําในการฟังของเด็กหนุ่มมาถึงสองรอบแม้จะรู้สึกทึ่งแต่ก็เริ่มเชื่อมั่นขึ้นมาแล้วดังนั้นเขาจึงกัดฟัน “ได้! ฉันจะทําตามที่เธอบอก! เพราะอย่างนั้นเป็นไงเป็นกัน!’’

     

    “ฉันขอถ่ายโอนทั้งหมดนี้ไปยังสูง!’’วินาทีนั้นเหล่ยฟ่านได้ทําการถ่ายโอนชิปมูลค่านับล้านหยวนไปยังสูงด้วยนํ้าเสียงดังลั่น

     

    ไหนๆก็ขาดทุนมาเยอะแล้วแค่เสี่ยงอีกสักครั้งจะเป็นไรไป?

     

    เพราะงั้น...ออกสูงเถอะ!ไม่งั้นฉันได้เป็นหนี้แน่ๆ!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน