เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 ล้อเขาเล่นหรือไร

            “ตกลง!”

            ไป๋เซี่ยเหอตอบรับเต็มปากเต็มคำทว่าจิ่วหานที่ยืนอยู่ด้านหลังแทบจะร้องไห้แล้ว

            ต้องตอบรับเร็วขนาดนี้เชียวหรือ?

            ไม่แม้กระทั่งจะถามความเห็นของเขาด้วยซ้ำ

            เพียงแต่ในเมื่อเจ้านายกล้าตอบรับคงชนะได้กระมัง...

            โต๊ะพนันที่ชั้นสองเป็นรูปแบบห้องส่วนตัว

            ทั้งสามารถเล่นหนึ่งต่อหนึ่งทั้งสามารถสร้างกลุ่มเล่นเองได้

            แน่นอนว่าค่าเปิดโต๊ะก็แพงเสียจนพูดไม่ออก

            “เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะถูกผู้คนกล่าวหาว่าข้ารังแกเด็กน้อยจึงไม่ใช้เจ้ามือพนันที่เป็นมืออาชีพ ข้าจะเดิมพันกับเจ้าด้วยตนเอง!”

            “เดิมพันอย่างไร?”

            ไป๋เซี่ยเหอไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

            “เดิมพันแต้มสูงต่ำทั้งเจ้าและข้าต่างคนต่างทอยลูกเต๋า”

            “ได้ เพียงแต่ข้าต้องการกำหนดให้ชนะสองในสามตา!”

            “ตามใจเจ้า”

            แววตาของเถ้าแก่สวีเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะเอาตัวแนบชิดกับร่างของจิ่วหานเขาคิดเพียงอยากจะชนะโดยเร็วเท่านั้น

            ถูกต้องผู้ที่คุ้นเคยกับเถ้าแก่สวีล้วนรู้ว่าเขาเป็นชายรักชาย ซึ่งไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด

            วันนี้เขาชมชอบจิ่วหานเข้าแล้ว

            ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องครอบครองอีกฝ่ายให้จงได้

            ไป๋เซี่ยเหอเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งในสายตาของเขาเท่านั้นเขาไม่สนใจนางเลยด้วยซ้ำ

            แม้ว่าเถ้าแก่สวีจะไม่ได้เกิดในครอบครัวนักพนันทว่าก็คลุกคลีอยู่ในบ่อนพนันมาหลายปีจึงเรียนรู้จากการได้เห็นหรือได้ยินมาเจ็ดถึงแปดส่วน

            ท่าทางเขย่าลูกเต๋าของเขาไม่ได้รับผลกระทบจากความปรารถนาที่จะเอาชนะเลยแม้แต่น้อยเขาเขย่าลูกเต๋าอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะคว่ำถ้วยลงบนโต๊ะอย่างมืออาชีพ

            “ตาเจ้าแล้ว”

            ไป๋เซี่ยเหอหยิบถ้วยขึ้นมานิ้วเรียวขาวคีบลูกเต๋าทั้งสามลูกจากบนโต๊ะจากนั้นใส่เข้าไปในถ้วยทีละลูกแล้วเริ่มเขย่า

            เถ้าแก่สวีหัวเราะออกมาอย่างอดรนทนไม่ไหว

            ถึงแม้บุรุษรูปงามผู้นี้จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นไร้ฝีมือปานนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาชนะแล้ว

            ‘ปั้ก’

            เถ้าแก่สวีหยิบเบี้ยออกมาวางดูแล้วมีอย่างน้อยหนึ่งแสนตำลึงเงิน

            เขามองว่าเงินจำนวนเท่านี้เพียงพอสำหรับการซื้อบุรุษรูปงามมาอุ่นเตียงอันที่จริงอาจเรียกได้ว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ ทว่าไม่เป็นไร เพราะเขามีเงิน!

            ไป๋เซี่ยเหอครุ่นคิดก่อนจะหยิบเงินจำนวนหนึ่งเหรียญทองแดงขึ้นมาแล้วโยนลงบนโต๊ะ “ข้าลงเท่านี้”

            หนึ่งเหรียญทองแดงอีกแล้ว!

            เห็นอยู่ชัดๆ ว่าชนะได้เงินไปเกือบเจ็ดหมื่นหรือแปดหมื่นตำลึงเงินแล้วนึกไม่ถึงว่าจะหยิบหนึ่งเหรียญทองแดงออกมา ทำเช่นนี้ถือว่าดูถูกกันหรือไม่?

            “ข้าจะลองดูก่อนว่าเมื่อครู่ใช้โชคหมดแล้วหรือไม่”

            สีหน้าของไป๋เซี่ยเหอดูกระวนกระวายราวกับถูกจับได้ว่าขโมยลูกกวาดก็ไม่ปาน

            จิ่วหานตกใจจนแข้งขาสั่น

            ล้อเขาเล่นหรือไร?

            เขายังคิดว่าเจ้านายมั่นใจถึงได้ใช้เขาเป็นเดิมพันแต่กลับกลายเป็นว่านี่คือการเสี่ยงดวง

            เมื่อเปิดฝาถ้วย เถ้าแก่สวีก็ชนะไปสองแต้ม

            ตาต่อมาเถ้าแก่สวีก็ชนะอีกครา

            จิ่วหานแทบจะคุกเข่าขอร้องไป๋เซี่ยเหอแล้วเขาเขยิบเข้าใกล้นางพลางกระซิบเสียงเบา “นายท่าน เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันหรือไม่?”

            เขาไม่ต้องการตกอยู่ในกำมือของบุรุษที่น่าขยะแขยงเช่นนี้

            แม้ว่าเสียงของเขาจะเบาทว่าความสนใจของเถ้าแก่สวีติดตรึงอยู่บนร่างของเขาตลอดเวลา จึงได้ยินถ้อยคำนี้อย่างชัดเจน

            “แน่นอนว่าไม่ได้บ่อนพนันว่านก้วนของพวกเราล้วนต้องลงนามทำสัญญากันทั้งนั้น!”

            เขาหยิบกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งออกมาทันทีก่อนจะเริ่มเขียนสัญญา

            “รอเดี๋ยว!”ไป๋เซี่ยเหอเอ่ยปาก

            “ข้าบอกไปแล้วว่ากลับคำไม่ได้!”เถ้าแก่สวีโมโหจนดวงตาแดงก่ำ เป็ดมาถึงปากก็บินหนีไป ใครจะไม่โมโหบ้างเล่า?

            “ไม่ได้กลับคำ เพียงแต่ข้าจะเพิ่มเบี้ย!”

            เถ้าแก่สวีถอนหายใจด้วยความโล่งอกถ้าเป็นเรื่องเงิน เขามีอยู่มากมาย

            “ได้”

            ไป๋เซี่ยเหอดึงกระดาษสีขาวแผ่นนั้นมาก่อนจะขีดเขียนอะไรบางอย่างแล้วโยนกลับไป

            “เจ้าต้องการให้ข้าใช้บ่อนพนันว่านก้วนเป็นเบี้ยหรือ?”

            “เหตุใดถึงไม่ได้เล่า? เปิดบ่อนพนันยังกลัวเสียอีกหรือ? ในเมื่อท่านต้องการคนข้างกายข้า ข้าจะเพิ่มเบี้ยอีกไม่ได้หรือ?”

            เถ้าแก่สวีสูดลมหายใจลึกจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาของจิ่วหานอย่างหลงใหล ก่อนจะนึกถึงทักษะการเล่นพนันของไป๋เซี่ยเหอเมื่อครู่อีกคราไม่สิ นั่นไม่นับว่าเป็นทักษะด้วยซ้ำ

            เขาขบกรามแน่น

            “ตกลง ข้าจะลงนามในสัญญา”

            ไป๋เซี่ยเหอยื่นสองนิ้วไปรับใบสัญญามาด้วยรอยยิ้มเฉยเมย

            ตัวอักษรสีดำบนกระดาษสีขาวนั้นดูเด่นชัด

            แววตาของนางฉายแววพึงพอใจออกมา

            นางตวัดพู่กันสองสามทีเพื่อลงนามก่อนจะประทับรอยมือสีแดง

            สัญญามีผลบังคับใช้ทันที!

            “ตานี้เดิมพันต่ำ!”

            เขาไม่อาจแพ้ได้ และย่อมแพ้ไม่ได้เป็นอันขาดสิ่งเดียวที่เขาเชี่ยวชาญคือวิธีการเล่น อันเป็นสิ่งที่เขาตรากตรำฝึกฝนมาหลายเดือน

            “แล้วแต่ท่านเถอะ”

            ไป๋เซี่ยเหอยกมือขึ้นอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะส่งสัญญาณให้เถ้าแก่สวีเริ่มได้

            เถ้าแก่สวีถ่มน้ำลายลงบนฝ่ามือสองครั้งก่อนจะถูมือเข้าด้วยกันอย่างแรง ดวงตาของเขาเป็นสีแดงฉาน

            “ชนะ บิดาต้องชนะแน่!”

            เขาเขย่าถ้วยอย่างบ้าคลั่งลูกเต๋าในถ้วยกระทบกันเป็นเสียงไพเราะเสนาะหู

            สีหน้าของเถ้าแก่สวีซีดเผือดเหงื่อเม็ดใหญ่ไหลรินลงมาที่ขมับ

            ในทางกลับกัน ไป๋เซี่ยเหอยังคงมีท่าทีสบายอารมณ์นางค่อยๆ ใส่ลูกเต๋าเข้าไปในถ้วยทีละลูก

            ก่อนจะเขย่าอย่างตามอำเภอใจ!

            หากตอนนี้ไม่ได้อยู่ในบ่อนพนันจิ่วหานคงจะคุกเข่าลงอธิษฐานต่อพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์แล้ว

            ความเครียดของเขาไม่ได้น้อยไปกว่าเถ้าแก่สวีเลย

            ‘ปั้ก’

            เสียงวางถ้วยดังกึกก้องถ้วยของทั้งสองคนถูกวางลงบนโต๊ะอย่างพร้อมเพรียง

            ตานี้ได้ยุติลงแล้ว

            เถ้าแก่สวีเผยรอยยิ้มลามกบนใบหน้าก่อนจะค่อยๆ เปิดถ้วยออก

            ปรากฏว่าลูกเต๋าทั้งสามลูกวางทับกันในแนวตั้งเมื่อดูดีๆ จะเห็นว่ามีเพียงสีแดงหนึ่งแต้มอยู่บนลูกเต๋าลูกบนสุดเท่านั้น

            “หนึ่ง! ต่ำที่สุด!บิดาชนะแล้ว!”

            เถ้าแก่สวีส่งเสียงคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนจะเปิดประตูแล้วตะโกนออกไปด้านนอก

            “บิดาชนะแล้ว ผู้ที่แพ้เดิมพันในวันนี้ข้าจะชำระให้ทั้งหมด!”

            เสียงโห่ร้องดังขึ้นทุกคนต่างเข้ามาห้อมล้อมเถ้าแก่สวี และวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างคร่าวๆ

            เมื่อครู่นี้เถ้าแก่สวีแข่งกับเด็กน้อยที่ดวงดีมาก

            แม้จะใช้ความอาวุโสรังแกอีกฝ่ายทั้งยังใช้วิธีที่ดูน่าสงสัย ทว่าเถ้าแก่สวีจะชำระเดิมพันให้เชียวนะ!

            เมื่อผลประโยชน์อยู่ตรงหน้าสิ่งอื่นๆ ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงการผายลม

            “น้องชายท่านนี้เหตุใดถึงยังไม่เปิดฝาถ้วยอีก? กลัวจะแพ้หรือไร?”

            “น้องชายรีบเปิดเสียเถิดแพ้ก็คือแพ้ เจ้าอายุยังน้อย พวกเราไม่หัวเราะเยาะเจ้าหรอก”

            จากนั้นผู้คนก็ส่งเสียงหัวเราะกันครืน

            จิ่วหานโมโหจนสีหน้าดำคล้ำปรารถนาจะไปฉีกกระชากปากและใบหน้าที่เสแสร้งของคนเหล่านั้น

            ทว่าเมื่อเห็นไป๋เซี่ยเหอนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างไม่ทุกข์ร้อนราวกับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากคำพูดเหล่านั้น เขาจึงค่อยๆ สงบสติอารมณ์ เพราะเขาต้องการเลียนแบบท่าทางของเจ้านาย

            “สุดท้ายแล้วใครชนะใครแพ้พวกเจ้าด่วนสรุปเกินไปหรือไม่?”

            ไป๋เซี่ยเหอยกมุมปากขึ้นอย่างเฉยเมย

            จิ่วหานเดินมาเปิดฝาถ้วยแทนไป๋เซี่ยเหออย่างอดรนทนไม่ไหว

            ลูกเต๋าทั้งสามลูกเหลือเพียงผงสีขาวกองหนึ่งเท่านั้น

            หมายถึงศูนย์แต้ม!

            “เป็นไปได้อย่างไร!”ความตื่นเต้นบนใบหน้าของเถ้าแก่สวีหายวับไปทันที!

            ลูกเต๋ากลายเป็นผุยผงไปแล้ว

            ไม่มีลูกเต๋า ย่อมไม่มีแต้มนี่หมายความว่าต่ำกว่าหนึ่งแต้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!

            แพ้แล้ว! เขาแพ้เสียแล้ว!

            “เป็นไปไม่ได้กระมัง? ข้าดูผิดไปหรือไม่?”

            “ไม่ ไม่ได้ดูผิดเด็กน้อยคนนี้ชนะเถ้าแก่สวีเสียแล้ว!”

            เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนทำให้เถ้าแก่สวีถึงกับกระอักเลือดสดๆออกมาอย่างอดรนทนไม่ไหว

            เขาไม่เชื่อความอุตสาหะหลายสิบปีของเขาจะพังทลายลงในการเดิมพันเพียงครั้งเดียวได้อย่างไร?

            เถ้าแก่สวีเช็ดคราบโลหิตสีแดงฉานที่มุมปากก่อนจะยิ้มอย่างร้ายกาจ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ น้องชายก็อย่าได้โทษที่ข้าไม่เกรงใจเล่า!”

            เขาเผยความชั่วร้ายในแววตาก่อนจะยกมือขึ้นกวักมือ

            ผู้คนที่ห้อมล้อมอยู่บริเวณนอกประตูถูกผลักไปด้านข้างจากนั้นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาล้อมพวกไป๋เซี่ยเหอเอาไว้

            “เถ้าแก่สวีเดิมพันไม่ไหวหรือ?” ไป๋เซี่ยเหอยกยิ้มเย็นเยียบนิ้วหยกขาวผ่องวนอยู่ในผงสีขาว

            คิดจะเดิมพันกับนางอย่างนั้นหรือ?

            ในอดีตชาตินางตรากตรำฝึกฝนทักษะการเดิมพันทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลาถึงครึ่งปี เพียงเพื่อที่จะล้วงข้อมูลสำคัญจากปากของนักพนันคนหนึ่งเมื่อออกจากบ่อนพนันก็ทำให้นางถึงกับมองเห็นใบหน้าของผู้คนที่สัญจรไปมาเป็นลูกเต๋าไปเสียหมด

            “ไม่ใช่ว่าข้าเดิมพันไม่ไหวแต่เจ้าโกงต่างหาก!”

            ยามเขย่าลูกเต๋าต้องไม่ใช้กำลังภายในเพราะหากเดิมพันแต้มต่ำ คนที่มีวรยุทธ์จะไม่ชนะทุกตาเลยหรือ?

            การใช้กำลังภายในบดขยี้ลูกเต๋านั้นย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็นแต่อย่างใด

            “ท่านเห็นข้าดูเหมือนมีกำลังภายในอย่างนั้นหรือ?”

            กำลังภายในคือสิ่งที่คนในยุคสมัยนี้มีทว่านางย่อมไม่มี สิ่งที่นางพึ่งพาล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ของที่มีในยุคสมัยนี้

            “ข้าไม่สนข้าบอกว่าเจ้าโกงก็คือโกง”

            ------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185