ตอนที่ 184 ดนัยจิตสัมผัส !!
ตอนที่ 184 “ดนัยคะกะทินี่ถือว่าแตกมันหรือยังคะ !!” ยูมิถามดนัยที่กำลังช่วยหั่นผักอยู่ตอนนี้ยูมิเธออยู่ในห้องของดนัยและกำลังหัดเรียนทำอาหารไทยอยู่ “ไหนขอดูแปปนะครับอ๊ะนั่นแตกมันแล้วครับใส่เครื่องแกงสำเร็จรูปลงไปได้เลย” ดนัยพูดและมองไปที่ห่อเครื่องแกงพะแนงสำเร็จรูป “ค่ะแล้วใส่หมดเลยใช่มั้ย” ยูมิถาม “ใส่หมดได้เลยครับห่อนั่นมันผลิตมาสำหรับทำแกงหนึ่งหม้ออยู่แล้วถ้าใส่ไม่หมดเดี๋ยวแกงพะแนงรสชาติจะไม่เข้มข้นเอา” ดนัยบอก “เข้าใจแล้วค่ะพอใส่เครื่องแกงนี่เสร็จให้เคี่ยวจนเป็นเนื้อเดียวกันกับกะทิสินะคะจากนั้นก็ใส่เนื้อหมูลงไป” ยูมิทบทวนวิธีทำแกงพะแนงที่ดนัยสอนให้ “ถูกต้องครับคุณยูมินี่จำแม่นจังเลยนะครับ” ดนัยพูดชมเพราะเขาอธิบายวิธีทำไปแค่ครั้งเดียวยูมิก็จำได้หมด “แหะๆ” ยูมิได้แต่ยิ้มเขินเมื่อถูกดนัยชม หลังจากนั้นดนัยก็ปล่อยให้ยูมิตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารต่อไปและเขาก็หันกลับมาหั่นผักให้เสร็จ ฉับ !! ฉับ !! ฉับ !! เสียงมีดในมือดนัยหั่นลงไปบนเขียงแต่ทว่าในตอนนั้นเองจู่ๆดนัยก็ชะงักไป กึก !! ดนัยชะงักมือดวงตาของเขาเริ่มเหม่อลอยยูมิที่เห็นว่าเสียงการหั่นผักนั้นหยุดไปก็หันมามองและก็เห็นดนัยยืนนิ่งค้างในท่ากำลังหั่นผัก “ดนัยคะเป็นอะไรหรือเปล่าคะมีดบาดเหรอ” ยูมิถามอย่างเป็นห่วงแต่ทว่าดนัยก็ไม่ตอบเธอเลยจนเธอต้องเบาไฟบนเตาและเดินเข้าไปดูดนัย และเมื่อยูมิเดินมาดูดนัยก็เห็นว่าดวงตาของดนัยนั้นกำลังเหม่อลอยเหมือนไม่ได้โฟกัสอะไรอยู่ “ดะ...ดนัยคะเป็นอะไรไปคะ !!” ยูมิเรียกดนัยเสียงสั่นเพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับดนัยเธอพยายามเขย่าร่างของดนัยและเรียกอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีการตอบสนองหรือตอบรับอะไรจากดนัยเลยจนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายวินาทีทันใดนั้นเองจู่ๆดนัยก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา “เฮือก !!” ดนัยสะดุ้งเฮือกก่อนจะหันหน้าไปมาทั่วห้องและก็เห็นยูมิที่กำลังมองเขาด้วยสีหน้าที่ซีดเผือก “คะ...คุณยูมิ” ดนัยเรียกยูมิ “ฮือ...ดนัยโล่งอกไปทีนึกว่าเกิดอะไรขึ้นเสียอีก” ยูมิร้องไห้ออกมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงของดนัย “ผมไม่เป็นไรครับแต่ว่าดูเหมือนจะเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ดนัยพูดด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ “เกิดเรื่องใหญ่เหรอคะเกิดอะไรขึ้น” ยูมิไม่เข้าใจว่าดนัยกำลังพูดถึงอะไร “ฮิคาริครับ...ฮิคาริถูกลักพาตัว” ดนัยบอกและนั่นทำเอายูมิยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่าดนัยกำลังพูดอะไรที่สำคัญดนัยรู้ได้อย่างไรต่างหากว่าฮิคาริถูกลักพาตัว ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ดนัยที่กำลังหั่นผักอยู่แต่ทว่าในตอนนั้นเองภาพก็มืดลงดนัยนั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองแต่ทว่าจู่ๆหูของเขาก็ได้ยินเสียงเรียกของใครบางคน ดนัยช่วยฉันด้วย !! “ฮิคารินี่มันเสียงฮิคารินี่” ดนัยจำเสียงนี้ได้ทันทีว่าเป็นเสียงใคร อ๊ะ...ดนัยนี่นายได้ยินฉันจริงๆใช่มั้ยเนี่ย !! เสียงของฮิคาริที่เรียกเขาอุทานอย่างประหลาดใจ “ใช่ฉันได้ยินแต่ฮิคาริเกิดอะไรขึ้นกับเธอ...เธออยู่ที่ไหน” ดนัยถามท่ามกลางความมืดมิดเขานั้นไม่ว่าฮิคาริอยู่ตรงไหนไม่เห็นกระทั่งตัวเอง แต่ทว่าดนัยกลับได้ยินเสียงของฮิคาริดังก้องอยู่ในหูเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ว่าดูเหมือนจะเกิดเรื่องขึ้นกับฮิคาริ ฉันไม่รู้ดนัยแต่ว่าช่วยฉันด้วยฉันถูกลักพาตัว ดนัยที่ได้ยินเสียงฮิคาริบอกแบบนั้นก็เบิกตากว้าง “ถูกลักพาตัวเรอะ !!” ดนัยอุทานออกมา ใช่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากระหว่างที่ฉันกำลังนั่งแท็กซี่จากสนามบินไปโรงแรมจู่ๆแท็กซี่ก็ขับออกนอกเส้นทางและในตอนนั้นเองคนขับก็หันไปชกทนายของฉันจนหมดสติแล้วก็จอดรถและโปะยาสลบใส่พวกฉันรู้สึกตัวอีกทีฉันก็ตื่นขึ้นมาที่ไหนแล้วก็ไม่รู้แต่ว่าน่าจะยังอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์แหละ ฮิคาริบอกกับเขา “นี่มัน !!” ดนัยเบิกตากว้างเมื่อได้ยินข้อมูลจากฮิคาริ นายต้องหาทางทำอะไรสักอย่างดนัยจากที่ฉันคิดการลักพาตัวนี่น่าจะเป็นการกระทำจากฝ่ายโจทก์ที่ยื่นฟ้องฉันเพราะถ้าฉันไม่ไปขึ้นศาลพรุ่งนี้สุดท้ายฉันก็จะถูกตัดสินให้แพ้คดี ฮิคาริบอกสิ่งที่เธอคาดการณ์ “ฉันจะช่วยเธอยังไงล่ะนั่...” ดนัยกำลังจะพูดกับฮิคาริต่อแต่ในตอนนั้นเองจู่ๆภาพความมืดรอบตัวหายไปและภาพทุกอย่างก็กลับมาเป็นห้องของเขาเหมือนเดิม “เฮือก !!” ดนัยสะดุ้งเฮือกขึ้นมาเขาพยายามมองซ้ายมองขวาไปทั่วห้องและก็เห็นยูมิที่กำลังมองเขาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือก “คะ...คุณยูมิ” ดนัยเรียกยูมิเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมยูมิถึงหน้าซีดขนาดนี้ “ฮือ...ดนัยโล่งอกไปทีนึกว่าเกิดอะไรขึ้นเสียอีก” ยูมิร้องไห้ออกมาทันทีเมื่อดนัยเรียกเธอ “ผมไม่เป็นไรครับแต่ว่าดูเหมือนจะเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ” ดนัยพยายามพูดปลอบยูมิแต่ทว่าเมื่อนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ขึ้นมาเขาก็หน้าซีดไปทันที “เกิดเรื่องใหญ่เหรอคะเกิดอะไรขึ้น” ยูมิถามอย่างไม่เข้าใจและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น “ฮิคาริครับ...ฮิคาริถูกลักพาตัว” ดนัยบอกกับยูมิว่าเกิดอะไรขึ้นเขานั้นไม่รู้หรอกว่านี่จะเป็นเรื่องจริงมั้ยที่จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงฮิคาริแต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริงล่ะก็เรื่องใหญ่แน่ “หมายความว่ายังไงคะที่ว่าถูกลักพาตัวไม่สิก่อนอื่นดนัยรู้ได้ยังไงกันคะ” ยูมิเริ่มสับสนและไม่เข้าใจว่าดนัยรู้ได้อย่างไรว่าฮิคาริถูกลักพาตัว “คือ...ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันแต่ว่าเมื่อครู่จู่ๆภาพทุกอย่างรอบตัวก็มืดไปตอนนั้นเองผมก็ได้ยินเสียงของฮิคาริและผมก็คุยกับเธอครับ” ดนัยพยายามอธิบายแต่เรื่องทุกอย่างมันอธิบายยากเหลือเกิน “เป็นไปได้เหร...ไม่สินี่เรื่องจริงเหรอคะ” ยูมิตอนแรกพยายามจะปฎิเสธแต่ทว่าเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อหลายเดือนก่อนตอนที่ดนัยเห็นวิญญาณของฮิคาริที่เธอนอนโคม่ายูมิก็เริ่มเถียงไม่ออกและพยายามถามอีกครั้งว่าเรื่องที่ดนัยพูดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ “ไม่รู้เหมือนกันครับเพราะผมเองก็หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ว่าทำไมผมถึงได้ยินเสียงฮิคาริแต่ผมว่าควรตรวจสอบดูครับฮิคาริบอกว่าเธอยังอยู่ในเนเธอร์แลนด์...เธอกำลังขึ้นแท็กซี่จากสนามบินไปโรงแรมที่พักแต่จู่ๆแท็กซี่ก็ขับออกนอกเส้นทางแล้วจากนั้น.......” ดนัยเริ่มเล่าเรื่องที่ฮิคาริเล่าให้ยูมิฟังอีกที “พอจะเข้าใจเรื่องราวแล้วค่ะไฟลท์บินไปเนเธอร์แลนด์ของฮิคาริเครื่องน่าจะลงถึงที่นั่นตอนบ่ายโมงตามเวลาของญี่ปุ่นจากสนามบินไปโรงแรมน่าจะใช้เวลาไม่เกินชั่วโมง...ตอนนี้สองทุ่มแล้วยังไงถ้าเรื่องลักพาตัวเป็นเรื่องเข้าใจผิดฮิคาริน่าจะอยู่ที่โรงแรม” ยูมิพูด “ใช่ครับถ้าอย่างนั้นเราลองโทรไปที่โรงแรมแล้วถามเรื่องแขกชื่อฮิคาริดูมั้ยครับเพื่อจะได้ยืนยันเรื่องฮิคาริที่ถูกลักพาตัว” ดนัยพูดเสนอ “แบบนั้นก็ดีค่ะแต่ฉันไม่รู้น่ะสิคะว่าฮิคาริไปพักโรงแรมไหน” ยูมิไม่รู้ว่าฮิคาริพักโรงแรมไหน “อ๊ะ...หมอไซโต้เป็นไงครับถ้าผมจำไม่ผิดน้าของเขาไปกับฮิคาริด้วยในฐานะพยาน” ดนัยนึกขึ้นมาได้เนื่องจากเขาอยู่กับฮิคาริในห้องพักศัลยแพทย์บ่อยจึงพอรู้รายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานข้อมูลที่ฮิคาริเตรียมไปขึ้นศาลมาบ้างและหนึ่งในนั้นก็มีพยานอย่างไวโอเล็ต คริมสันที่ฮิคาริเตรียมไว้เป็นหลักฐานสำหรับสู้คดีของเธอด้วย “คุณน้าของทาเครุคุงงั้นเหรอคะถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะลองโทรไปถามทาเครุคุงดูนะคะว่าพอจะรู้เรื่องโรงแรมที่พักของพวกเขามั้ย” ยูมิพยักหน้าจากนั้นเธอก็เดินไปหยิบมือถือและก็โทรไปหาไซโต้ ทาเครุเพื่อนสมัยเด็กของเธอ “เข้าใจแล้วทาเครุคุงขอบใจมากนะเรื่องรายละเอียดเอาไว้เดี๋ยวค่อยอธิบายให้ฟังนะ” ยูมิพูดก่อนจะวางสายไปและก็หันกลับมาหาดนัย “ได้ชื่อโรงแรมมั้ยครับ” ดนัยถาม “ค่ะได้ชื่อมาแล้วเดี๋ยวจะหาเบอร์แล้วโทรไปถามทันทีค่ะ” ยูมิตอบและเธอก็รีบหาเบอร์ของโรงแรมและก็โทรไปถามทันที “ค่ะ...ฉันต้องการติดต่อกับแขกที่เข้าพักในชื่อทาเคนากะ ฮิคาริค่ะ...อ๋อค่ะมีชื่อจองไว้แต่ยังไม่เข้าพักสินะคะ...แล้วไม่ทราบว่าติดต่อเธอได้หรือไม่คะ...ติดต่อไม่ได้เหรอคะ...ค่ะเข้าใจแล้วขอบคุณมากนะคะ” ยูมิคุยกับปลายสายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวางสาย ทางดนัยเองก็ฟังบทสนทนาของอยู่มิกับทางโรงแรมอยู่ตลอดและเมื่อได้ยินว่าฮิคาริยังไม่ไปเข้าพักแถมยังติดต่อไม่ได้อีกสีหน้าเขาก็เครียดไปทันที “ถูกลักพาตัวจริงๆสินะครับ” ดนัยเอ่ยเสียงเครียด “อย่าพึ่งฟันธงเลยค่ะยังไงขอฉันโทรไปยืนยันกับสายการบินอีกรอบว่าฮิคาริเดินทางถึงเนเธอร์แลนด์จริงๆ” ยูมิยังไม่อยากฟันธงแต่เธอก็เชื่อเกือบสิบส่วนแล้วว่าฮิคาริอาจจะโดนลักพาตัวอย่างที่ดนัยว่า “คุณพ่อคะช่วยตรวจสอบให้หน่อยค่ะว่าเมื่อเช้ามีสายการบินไหนบ้างที่บินไปเนเธอร์แลนด์...ค่ะคุณพ่อช่วยตรวจสอบให้ทีว่าฮิคารินั่งสายการบินไหนไปและผ่านเกตสนามบินที่นั่นตอนกี่โมง...แล้วก็ถ้าจะให้ดีช่วยให้ทางนั้นตรวจสอบภาพวงจรปิดให้ด้วยนะคะ...ขอบคุณมากนะคะคุณพ่อ” ยูมิโทรไปขอความช่วยเหลือจากพ่อของเธอที่มีเส้นสายมากกว่าสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสารของสายการบินได้ “รอสักชั่วโมงนะคะคุณพ่อกำลังตรวจสอบให้อยู่” ยูมิหันมาบอกดนัยหลักจากโทรไปขอให้พ่อของเธอช่วย “เข้าใจแล้วครับว่าแต่อาหารมื้อนี้คงไม่ได้กินกันแล้วสินะครับ” ดนัยมองไปยังอาหารที่ยังทำกันไม่เสร็จ “ถ้าอย่างนั้นสั่งราเมนมากินกันเถอะค่ะ” ยูมิเองก็ไม่มีอารมณ์จะทำอาหารแล้วจึงตัดสินใจสั่งราเมนมากินกันเป็นมื้อเย็น “ครับ” ดนัยพยักหน้าและก็โทรไปสั่งราเมนมาให้ก่อนทั้งคู่ก็ได้แต่นั่งรอให้คิริฮาระพ่อของยูมิตรวจสอบเรื่องของฮิคาริให้ ตอนนี้ทั้งคู่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับเรื่องของฮิคาริแต่ที่รู้เลยคือทั้งคู่มีเวลาไม่มากนักเพราะถ้าพรุ่งนี้ฮิคาริไม่ไปขึ้นศาลเธอคงจะแพ้คดี นับเวลาถอยหลัก 16 ชั่วโมง 14 นาที 25 วินาทีก่อนขึ้นศาล !! จบ...