‘ก๊อกๆ ๆ’ เสียงเคาะเรียกจากหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้งทำให้เสี่ยพงษ์ศักดิ์ลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ในห้องน้ำมาพันช่วงล่างไว้และเอื้อมไปเปิดประตู
“ว่าไงหมดเวลาแล้วเหรอ”
“ครับเสี่ยจะต่ออีกสักหน่อยไหมครับ” พนักงานหนุ่มยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ให้กับเสี่ยพงษ์ศักดิ์ทั้งยังแอบมองหญิงสาวผ่านกระจกก็เห็นว่ายังคงนอนทอดกายไม่ได้สติอยู่บนที่นอน
“ฉันก็อยากจะอยู่ต่อเหมือนกันนะแต่เสียดายที่เช้านี้ฉันมีธุระ ว่าแต่ยาของแกมันแรงดีจริง ๆไว้คราวหลังขอแบบนี้อีกละกัน”
“ครับเสี่ยยินดีรับใช้เสี่ยเต็มที่เลยครับ”
“ให้มันได้อย่างนี้สิวะฮ่า ๆ ๆ” เสี่ยพงษ์ศักดิ์ตบบ่าพนักงานหนุ่มชอบอกชอบใจในความอ่อนน้อมของชายหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างมาก “เออ ๆเดี๋ยวฉันให้ค่าห้องเพิ่มสักครึ่งวันก็แล้วกัน ฉันไม่อยากปลุกนังหนูมันตอนนี้สงสัยคงจะเหนื่อยนอนไม่รู้เรื่องเลย แต่ถ้านังหนูมันนอนเกินเวลาเท่าไร ก็โทรมาบอกฉันแล้วกันเดี๋ยวเพิ่มเงินให้”
“ครับเสี่ย”เสี่ยพงษ์ศักดิ์พยักหน้าให้แก่พนักงานก่อนจะปิดประตูเข้าห้องไป
“หนูบัว เสี่ยไปก่อนนะเสี่ยมีธุระตอนเช้าแล้ววันหลังมาสนุกด้วยกันใหม่นะหนู”เสี่ยพงษ์ศักดิ์กระซิบข้างหูหญิงสาวที่ยังนอนหลับไม่ได้สติก่อนจะหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่กับพื้นขึ้นมาสวมใส่ดังเดิมหลังจากนั้นจึงหยิบแบงก์พันจากในกระเป๋าสตางค์ของตนขึ้นมาหนึ่งปึกเสียบไว้ในกระเป๋าสะพายใบเล็กเพื่อสมนาคุณค่ำคืนอันแสนหอมหวานและทิ้งให้หญิงสาวนอนอยู่ในห้องแต่เพียงผู้เดียว
เสียงสตาร์ตรถจากห้อง018ดังขึ้น จึงทำให้ชายหนุ่มพนักงานซึ่งยืนเตร็ดเตร่อยู่ด้านนอกจึงรีบวิ่งไปเปิดผ้าม่านพร้อมโค้งทำความเคารพให้รถยนต์คันหรูของเสี่ยผู้นั้นที่กำลังแล่นสวนออกไปก่อนจะปิดม่านไว้ดังเดิม
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้าช่วงเวลาโพล้เพล้เข้ามาแทนที่แสงสว่างที่เคยมีมาตลอดทั้งวัน พนักงานหนุ่มมัวแต่ง่วนรับรถเข้าออกจนลืมดูว่าสาวสวยที่มากับเสี่ยพงษ์ศักดิ์ออกจากห้องไปตั้งแต่กี่โมงเมื่อนึกขึ้นได้จึงเดินกลับมายังห้องพักของพนักงานเพื่อดูความเคลื่อนไหวของห้อง018 ผ่านกล้องวงจรปิด
“เฮ้ย! ยังไม่ตื่นอีกเหรอวะ”พนักงานหนุ่มร้องออกมาด้วยความตกใจขั้นสุดเมื่อเห็นหญิงสาวยังคงนอนตรงจุดเดิมซึ่งไม่ต่างจากช่วงเช้าที่ตนได้แอบมองผ่านกระจก “หรือว่า… ฉิบหายละ”
ความกระวนกระวายใจและลางสังหรณ์แปลกๆ ทำให้ต้องรีบวิ่งไปยังห้อง018 แล้วเคาะประตูรัว ๆเพื่อเรียกให้หญิงสาวที่อยู่ในห้องตื่นขึ้น แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากคนด้านในเลยสักนิดจึงตัดสินใจใช้กุญแจสำรองไขเข้าไปอย่างพลการ
พนักงานหนุ่มเปิดประตูเข้าห้องเดินตรงไปยังเตียงทันทีก็พบกับหญิงสาวมีใบหน้าซีดเผือดและปากไร้สีสัน ซึ่งทำให้เจ้าตัวเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีหัวใจสั่นระรัวเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะไม่อยากให้เป็นไปอย่างที่ตนคิดแต่เมื่อได้สัมผัสกับเนื้อตัวที่เย็นเฉียบและแข็งทื่อของหญิงสาวก็เป็นอันต้องผงะมือไม้สั่นเทาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงรีบกดหารายชื่อเสี่ยพงษ์ศักดิ์เพื่อขอความช่วยเหลือ
“ว่าไงไอ้หนุ่มนังหนูออกจากห้องเกินเวลาเหรอ” ปลายสายพูดอย่างสบายอารมณ์
“เสี่ยครับ…ผู้หญิงที่เสี่ยพามาตายแล้ว ผมต้องทำยังไงดี”
“ฮะ! แกว่าอะไรนะ”
“ผู้หญิงที่เสี่ยพามาด้วยตายแล้วครับเสี่ย”
“แกมั่นใจนะว่านังหนูบัวมันตายแล้ว”
“มั่นใจครับน้องเขาตัวแข็งแล้วครับเสี่ย ผมต้องทำยังไงดีครับ หรือว่าจะให้ผมแจ้งตำรวจดีครับ…”พนักงานหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนไร้สติ จึงทำให้ปลายสายตวาดออกมา
“เรียกพ่อแกมาก็จบเห่กันทั้งคู่สิวะคิดเหรอว่าพวกนั้นจะสาวมาไม่ถึงเรา” ปลายสายเงียบไปชั่วขณะเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองมีความผิด “เอาอย่างนี้แกเอาศพนังหนูไปทิ้งข้างนอกซะ”
“ผมเอาออกไม่ได้ครับเสี่ยผมอยู่ตัวคนเดียวรถก็ไม่มี แล้วคนแถวนี้ก็เยอะจะตาย ลูกค้าก็เข้าออกกันตลอดถ้าผมเอาออกไปมีหวังต้องโดนจับได้แน่ ๆ แล้วอย่างนี้จะทำยังไงดีครับเสี่ย”
“โว้ย ไม่ได้เรื่องถ้าเอาออกมาข้างนอกไม่ได้ก็ซ่อนมันในห้องนี่แหละ เดี๋ยวฉันซื้อห้องนั้นเอาไว้เองแล้วก็อย่าให้ใครจับได้แล้วซัดทอดมาถึงฉันเป็นอันขาดเข้าใจไหม ถ้าแกทำสำเร็จฉันจะตกรางวัลให้อย่างงามเลย”
“ครับเสี่ย” เสี่ยพงษ์ศักดิ์ตัดสายทิ้งโดยไม่สนใจว่าผู้ที่ต้องเผชิญกับร่างไร้วิญญาณจะเป็นอย่างไร